เขียน'สือ

ยินดีต้อนรับ 'ซือซือ' ที่น่ารักของเราทุกคน #ขอบคุณสำหรับการสนับสนุนทุกรูปแบบนะคะ #ด้วยรัก

เขยช่างไฟสะใภ้ช่างยนต์ #19

ชื่อตอน : เขยช่างไฟสะใภ้ช่างยนต์ #19

คำค้น : #พอร์ชโซ่ วายเด็กช่าง เขียนสือ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 28.2k

ความคิดเห็น : 40

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ธ.ค. 2560 18:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เขยช่างไฟสะใภ้ช่างยนต์ #19
แบบอักษร

เขยช่างไฟสะใภ้ช่างยนต์

{19}




            “กูกลับไปนอนรอที่บ้านได้ไหม” โซ่ที่นั่งอยู่เบาะหลังบ่นออกมาเบาๆ เมื่อเห็นสภาพการจราจรบริเวณทางเข้าหน้างาน


            “ใจเย็นครับที่รัก เดี๋ยวพี่พาซิ่ง” พูดจบพอร์ชก็เร่งเครื่องลัดเลาะไปตามช่องว่างระหว่างรถยนต์คันใหญ่ที่จอดติดยาวเป็นขบวน จนไปถึงจุดฝากรถที่ใกล้ประตูทางเข้างานที่สุด


            จึก จึก


            “หืม…ว่าไงครับ?” พอร์ชที่เล่นเกมระหว่างยืนต่อแถวเข้างาน เอ่ยถามทั้งที่ยังไม่ได้หันกลับมามองเมื่อรู้สึกได้ถึงแรงสะกิดจากด้านหลัง ซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากโซ่


            “เมื่อย” เพราะยืนต่อแถวรอเข้างานมายาวนานเกือบสามชั่วโมง จึงทำให้ขายาวๆของโซ่เริ่มล้า จะนั่งก็ไม่ได้ในเมื่อคนอื่นเข้ายืนกันหมด


            “ขึ้นมา” ย่อตัวตบหลังเป็นเชิงบอกให้โซ่ขึ้นขี่ทั้งที่ยังไม่ละสายตาไปจากเกมในมือ


            “ทำกูตกมึงโดนแน่” ปกติโซ่ก็เป็นพวกไม่แคร์อะไรอยู่แล้ว ยิ่งมาต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์ที่ร่างกายมันเรียกร้องอย่างนี้ก็อย่าหวังว่าเขาจะสนใจใคร กระโดดขึ้นหลังคนรักทันทีที่อีกฝ่ายชี้ทางให้ มาถึงตอนนี้อะไรก็ได้ทั้งนั้นเพราะเมื่อยสะสมมาตั้งแต่ต้องนั่งซ้อนสองล้อคู่ใจของพอร์ชติดต่อกันมานานเกือบสี่ห้าชั่วโมงแล้ว สำหรับพวกพอร์ชคงไม่เป็นไรเพราะชินจากพากที่ออกทริปตระเวนเที่ยวกันอยู่บ่อยๆ แต่สำหรับเขาที่นั่งยิงยาวเป็นครั้งแรกบอกได้คำเดียวเลยว่า…เส้นยึด!


            “น่า…เชื่อใจกันหน่อย” ขยับตัวตบก้นโซ่ให้เข้าที่เข้าทาง แล้วก้มลงเล่นเกมต่อแบบไม่สนสายตาชาวประชาที่พากันจ้องมายังพวกเขาเป็นจุดเดียว


            “เชี่ย! ตายห่าอีกละ!” พอร์ชสบถเสียงขุ่น เมื่อตัวละครในเกมตายเป็นครั้งที่สามภายในสองนาที จะเปลี่ยนไปเล่นเกมอื่นก็ไม่ได้อีกในเมื่อแถวนนี้สัญญาณไม่ดี อย่าว่าแต่เปิดใช้อินเตอร์เน็ตเลย ลำพังแค่จะโทรหาใครยังไม่โทรไม่อยากจะติด


            “พอเลย เดี๋ยวเหรียญกูหมด” เพราะการที่จะกลับมาเล่นต่อในจุดเดิมที่ตายจะต้องใช้เหรียญที่สะสมมาตลอดตั้งแต่เริ่มเล่นเป็นการแลกเปลี่ยน เจ้าของเกมที่ตั้งใจเก็บสะสมเหรียญมาตั้งแต่แรกเริ่มจึงไม่ยอมให้คนรักกดเล่นต่อเป็นครั้งที่สี่ ถึงแม้ว่าโทรศัพท์จะเป็นของพอร์ชก็ตาม


            “งกหรอ?” ไม่ใช่แค่ถามปากเปล่า แต่พอร์ชยังแกล้งโยกตัวไปมา แล้วใช้สองมือตบก้นโซ่เล่นอย่างสนุกสนานอีกต่างหาก อีกได้ว่าใครจะมองยังไง ก็ช่างแม่ม…กูไม่สน!


            โป๊ก!


            “โอ้ย!” พอร์ชร้องเสียงหลงเมื่อถูกเคาะกะโหลกด้วยกำปั้นไม่มีรูของคนรักแบบจังๆ


            “สม! เดินไปเลย” ใช้สองมือจิกผม แทนคันบังคับ สั่งให้พอร์ชออกเดินเข้างาน หลังจากที่ต่อคิวเข้าแถวมาเกือบสามชั่วโมงเต็ม


            “เดี๋ยวนี้ชอบใช้กำลังกับกูจังนะ ชอบความรุนแรงงะ? ซาดิสม์หรอ?” แม้ว่าจะผ่านประตูเข้างานมาแล้วแต่พอร์ชก็ยังไม่ยอมปล่อยให้โซ่เดินด้วยตัวเอง ทำเหมือนว่าคนรักได้รับบาดเจ็บที่ขาจนเดินไม่ได้ซะอย่างนั้น


            “เปล่า…ไม่ได้ซาดิสม์ ก็แค่เป็นพวก ‘มาโซคิสม์’ เต็มตัวก็เท่านั้นเอง” กระซิบบอกข้างหูพอร์ชด้วยเสียงชวนสยิว ก่อนที่จะกระโดดลงไปเดินกอดคอเพื่อนอย่างสบายใจ ต่างจากพอร์ชที่ยังคงยืนเอ๋อ จับคลึงติ่งหูตัวเองอยู่ที่เดิม เพราะยังรู้สึกถึงคมเขี้ยวที่คนรักตั้งใจฝากไว้อย่างชัดเจน


            เข้างานมาได้แก๊งแว้นเขาก็พากันไปซื้อของที่ระลึกตามความชอบของใครของมัน แต่สิ่งหนึ่งคือ ‘เสื้อ’ พวกเขาทั้งหกคนตกลงซื้อเสื้อลายสีดำลายวัวสวมแว่นกวนๆเปลี่ยนพร้อมกันที่ตรงนั้น เรียกว่าซื้อเสร็จก็แกะถุงใส่กันทันที


            “มาถ่ายรูปกันหน่อยโว้ย!” แวนยืนโบกมือหวอยๆเรียกเพื่อนอยู่หน้าโลโก้รูปวัวตัวใหญ่


            “เอ้า! ยิ้ม~” ใส่สักคนในแก๊งแว้นตะโกนบอก ก่อนที่เสียงชัตเตอร์จากกล้องของแวนที่อยู่ในมือบุคคลปริศาทว่าใจดีจะดังขึ้นรัวๆอีกกว่าสิบครั้ง


            “กูจะดู Jetset'er” แวนเอ่ยขึ้นมาก่อนเป็นคนแรก


            “เมียกูจะดู DJ” เป้เพยิดหน้าไปทางซีที่กำลังกอดอกทำหน้างออยู่ข้างๆ


            “ส่วนกูพี่ปั๊บแน่นอน” พอร์ชเองก็ยืนยันหนักแน่น เพราะเล็งมาตั้งแต่ที่บ้านแล้วว่าจะอยู่หน้าเวทีศิลปินคนโปรดตั้งแต่แรกเริ่มยันจบงาน


            “สรุปแล้ว?” บุญล้อมที่ยืนเงียบมานานก็อดไม่ได้ที่จะถาม เพราะแก๊งแว้นยืนเถียงกันอยู่อย่างนี้มาพักใหญ่แล้ว


            “ต่างคนต่างไปก็จบ” โซ่พูดบอกออกมาอย่างเนือยๆ


            “เออ ก็ดี ต่างคนต่างไป จบเมื่อไหร่ไปเจอกันที่บ้าน” พอร์ชสรุป ก่อนที่ทุกคนจะพยักหน้าเห็นด้วย เสร็จแล้วก็แยกย้ายกันไปตามที่มา คือโซ่อยู่กับพอร์ช เป้ไปกับซี บุญล้อมต้องไปกับแวน เพราะแวนเป็นคนเดียวในแก๊งแว้นที่ไม่มีรถ ส่วนบุญล้อมเป็นเด็กวัดที่มีดูคาติ จึงทำให้ทั้งสองคนจำเป็นต้องทำตัวผูกติดกันตั้งแต่ออกเดินทางมาจากพิจิตร ตามความต้องการของพ่อมหาเจ้าเล่ห์ที่แอบวางแผนไว้เป็นขั้นเป็นตอนคนเดียวเงียบๆ


            “เบื่อเปล่า” เพราะยังไม่ถึงเวลาที่ศิลปินนักร้องคนใดจะขึ้นแสดง คนดูอย่างพอร์ชกับโซ่จึงต้องมานั่งจองที่อยู่หน้าเวทีเพื่อรอเวลา


            “เรื่อง?”


            “ก็ที่โดนกูลากไปไหนมาไหนแบบนี้ไง” จากที่นั่งข้างกันก็เปลี่ยนไปนั่งพิงหลังแล้วหันหน้าไปคนละทางแทน


            “ได้ข่าวว่ากูเป็นคนหาบัตร” โซ่แย้ง เพราะดูเหมือนว่าพอร์ชจะลืมไปแล้วว่าตนเป็นคนจ่ายเงินและชี้ช่องทางการหาบัตรให้กับเป้ ซึ่งอาจจะไม่ได้เอ่ยปากชวนคนรักออกมาเที่ยวตรงๆ แต่ก็เป็นตัวตั้งตัวตีในการออกทริปครั้งนี้


            “แต่มึงไม่ชอบความวุ่นวาย แล้วการมาเที่ยวอย่างนี้ก็โคตรจะวุ่นวาย มึงไม่รำคาญหรอ?” ไม่รู้ว่าพอร์ชต้องการคำตอบอย่างไร แต่เขายังคงตั้งคำถามต่อไปเรื่อยๆเหมือนไม่มีจุดหมาย


            “ก็ไม่เห็นวุ่นวายตรงไหน” โซ่บอก


            “ห้ะ? การที่มีคนอยู่รอบตัวเป็นพันคนนี่มึงบอกไม่วุ่นวาย?” คว้าศีรษะของคนรักจากทางด้านหลัง ร้องถามอย่างหยอกล้อ


            “เออ”


            “บ้าไปแล้ว” ใช้สองมือเขย่าศีรษะคนรักอย่างเมามัน จนโซ่เริ่มรำคาญ คว้าหมับเข้าที่ผมปอยหน้าของพอร์ชเสียจนเจ้าตัวร้องลั่น


            “ถ้าการที่มีมึงอยู่ในสายตาตลอดเวลาแล้วบอกว่าบ้า ก็ช่างแม่ง…กูสนแค่มึง” คำตอบจากปากของโซ่ทำเอาพอร์ชถึงกลับต้องรีบกระโดดหมุนตัวหันมาประจันหน้ากับโซ่ จ้องหน้าคนรักอยู่พักใหญ่ ก่อนที่จะพูดออกมาว่า


            “น่ารักฉิบหาย” แอบจุ๊บลงไปบนริมฝีปากด้วยความรวดเร็ว เพราะคงจะไม่ดีนักถ้าหากว่ามีใครมาเห็นผู้ชายสองคนนั่งจูบกันอยู่กลางลานกว้างอย่างนี้

..

..

..

            ปึง!


            “นอนแล้วหรอ?” พอร์ชที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จเอ่ยถามคนรักเบาๆอย่างไม่แน่ใจ เมื่อเห็นว่าร่างโปร่งภายใต้ผ้านวมผืนหนาเงียบไป หลังจากที่เจ้าตัวอาบน้ำเสร็จตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงที่แล้ว


            “ยัง” โซ่ตอบกลับมาเบาๆ


            “ทำอะไร” กระโดดขึ้นมากึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่ข้างคนรัก พยายามที่จะเปิดผ้าห่มออก แต่โซ่ก็ไม่ยอม ยังคงมุดหน้านอนอยู่อย่างนั้น


            “กำลังคิดอยู่ว่าจะอ่อยมึงยังไงดี” คำตอบที่ได้จากปากคนรักทำเอาพอร์ชอ้าเหวอ ไม่คิดว่าเจ้าตัวจะกล้าพูดเรื่องแบบนี้ออกมาตรงๆ


            “อยากหรอ?” แกล้งก้มลงไปกระซิบถามเบาๆที่ข้างหู


            “อือ” พอร์ชหัวเราะลั่นออกมาอย่างชอบใจเมื่อคนรักยอมสารภาพออกมาตามความต้องการของร่างกายแบบไม่มีปิดบังเหมือนก่อนหน้าที่พอร์ชชอบถามเวลาอยู่บ้านที่เจ้าตัวมักจะทำซึนปฏิเสธอยู่ล่ำไป แม้ว่าบางครั้งเขาจะช่วยตัวเองแบบอ้าซ่าท้าลมอยู่ต่อหน้าเจ้าตัวก็ตาม


            “ก็แค่นั้น อยากก็บอกว่าอยาก ไม่เห็นต้องอายเลย” เปิดผ้าห่มมุดเข้าไปค่อมทับคนรักไว้


            “เปล่า แค่กำลังคิดอยู่ว่าจะใช้แผนไหนหลอกจิ้มมึงดี”


            ป้าบ!


            “เลิกคิดไปเลยครับเมีย กูไม่ยอมให้มึงเป็นผัวกูแน่นอน” ตบแปะเข้าไปที่กลางหน้าผากคนรักเบาๆ เตือนสติให้เจ้าตัวเลิกคิดเพ้อเจ้อในสิ่งที่ไม่มีทางเป็นไปได้สักที


            “ถ้าอย่างนั้น…ก็สนองกูหน่อย เพราะถ้ามึงไม่เจ๋งจริงอย่างที่เคยโม้ไว้…โดนกูจิ้มแน่” ยกสองแขนขึ้นคล้องคอคนรัก ฉุดรั้งให้คนตัวโตโน้มตัวต่ำลงมา กดจูบเปิดฉาก เริ่มเกมรักครั้งแรกที่จะเป็นของกันและกันอย่างเต็มตัว สำหรับโซ่แล้วเขาไม่คิดมากเรื่องใครจะรุกหรือใครจะรับหรอก เพราะสุดท้ายแล้วมันก็เป็นแค่การสนองความต้องการของร่างกาย เป็นกิจกรรมเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างคนรักกันก็เท่านั้นเอง เพียงแต่ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยมีความคิดที่จะให้ใครล่วงล้ำภายในร่างกาย จนได้มาเจอพอร์ชนี่แหละ ที่คิดจะยอมให้เจ้าตัว เพราะทำใจเอาหมียักษ์มาเป็นเมียไม่ได้จริงๆ แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือ ระหว่างพอร์ชกับเขามีเรื่องของหัวใจ ความรัก และความรู้สึกเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ไม่ใช่แค่พบเพื่อเพียงผ่านแล้วก็จากไปอย่างที่แล้วมา


            “ถึงเวลานั้นอย่าขอให้หยุดก็แล้วกันครับ…เมีย” พูดจบก็ก้มลงฉีกกระชากเสื้อนอนของคนรักจนขาดกระจาย สนองความต้องการส่วนลึกในใจของตนและคนรัก บอกตามตรงเลยว่าแอบดีใจที่ได้ยินโซ่บอกว่าเป็นมาโซคิสม์เพราะเขาเองถึงแม้ว่าจะไม่ใช่พวกซาดิสม์เต็มตัว แต่ก็ชอบสัมผัสที่ร้อนแรงมากกว่านุ่มนวล ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่มีใครสามารถตอบสนองความต้องการในส่วนนี้ของเขาได้เลย จะเรียกว่าเจอมวยถูกคู่แล้วก็ย่อมได้ ถ้าวัดจากสัมผัสที่โซ่ตอบสนองเขาผ่านรอยเล็บยามที่ฝ่ามือเรียวของเจ้าตัวเคลื่อนผ่านร่างกายเขาละนะ


            “อืม” พลิกตัวกลับเอาร่างใหญ่ยักษ์ของคนรักลงใต้ร่าง แสดงให้เห็นว่าตนเองก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากัน อย่าลืมนะว่าก่อนที่จะมายอมศิโรราบทิ้งกายบนเตียงให้พอร์ชอย่างนี้ โซ่เองก็เคยอยู่ตำแหน่งเดียวกับที่พอร์ชเป็น ไล่พรมจูบตั้งแต่หน้าผาก ปลายคาง สันจมูก เปลือกตาทั้งสองข้าง แล้ววกกลับมาหาริมฝีปากได้รูป จูบซับตามปลายนิ้วที่เลื่อนผ่าน ขบกัดจนหน้าท้องของพอร์ชเกร็งขึ้นรูปสัดส่วนกล้ามเนื้อที่สวยงามอย่างชัดเจน


            มือเรียวเลื้อยซนลงไปต่ำไปเรื่อย ลูบหัวปลอบลูกรักติดตัวของคนรักอย่างแผ่วเบา หวังจะช่วยบรรเทาความตื่นเต้นให้ แต่เหมือนเจ้าพอร์ชน้อยจะเข้าใจผิด คิดว่าป๋าโซ่แกล้ง ถึงได้พองตัวขู่ สู้จนเต็มกำมือ


            “โซ่จ๋าหันมาหาเฮียหน่อย” เอ่ยปาเรียกขาน แต่มือหนานั้นไปคว้าเอาท่อนขาคนรักขึ้นมาแนบอก ทั้งบีบทั้งตีจนซาลาเปาเด้งดึ่งที่นาบขนาบร่องรักของโซ่นั้นแดงก่ำ ฟ้องให้เห็นว่าโดนทารุณหนักขนาดไหน


            “อือ…อา~” โซ่ครางเสียงสั่นเมื่อเจ้าตัวน้อยที่ไม่เล็กของตัวเองถูกพอร์ชล็อคคอไว้แน่น บีบนวดอย่างมันมือ เหมือนจะฆ่ากันให้ตาย แต่ในขณะเดียวกันมือที่ว่างอีกข้างของเจ้าตัวกลับมาลูบไล้ปลอบโยนอยู่หน้าปากถ้ำอย่างเอาใจ จนโซ่เริ่มตามไม่ทัน คว้าหมับเข้าที่เจ้าตัวดีที่กำลังพองตัวชี้หน้าตนอย่างเอาเรื่อง แกล้งขยับขึ้นลงแรงๆ จนน้องตาแดงเริ่มร้องไห้ ก็อดไม่ได้ที่จะใจอ่อน กดจูบลงไปเบาที่หัวกลมมนหวังที่จะซับน้ำตาให้ แต่ไอ้ตัวพ่อมันที่อยู่ข้างหลังกลับแก้แค้นเขาด้วยการส่งนิ้วสากๆเข้าไปสำรวจถ้าของเขาอย่างซุกซน โซ่ก็เลยจัดการอ้างับหัวไอ้เด็กตาแดงจนสุดลำ ตวัดลิ้นเลียให้มันทรมานจนขาดใจ


            “อืม~ เก่งมากครับที่รัก แต่เหลือพี่ขอจัดการเอง” ลุกขึ้นมาอุ้มร่างคนรักขว้างลงเตียงแบบไม่มีการถนอม ผละเดินออกไปหยิบเครื่องป้องกันกับเจลหล่อลื่นที่ซ่อนเก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อผ้า ที่เอาติดมาเผื่อ (ตั้งใจ) ฉุกเฉิน


            “กะล่อกูเต็มที่เลยสิมึงนะ” โซ่ที่มองตามคนรักไปตลอดทางก็อดไม่ได้ที่จะค่อนแขวะออกมาตรงๆ กับไอ้คนที่ดูเหมือนว่าจะยั่วไม่ขึ้นเมื่อช่วงบ่าย แต่ไหงเจ้าตัวกลับพกเครื่องป้องกันมาพร้อมขนาดนี้


            “แน่นอน…บรรยากาศดีๆอย่างนี้เหมาะที่จะ ‘รักเมีย’ ที่สุดแล้ว” ใส่หมวกกันน็อคพร้อมรบเสร็จก็กระโจนลงเตียง กลับไปฟัดโซ่ต่อ


            “ไม่เอา…ครั้งแรกกูอยากได้แบบสุดๆ” โซ่ขืนตัวออกห่างเมื่อพอร์ชจะช่วยขยายช่องทางการเดินรัก พร้อมทั้งบอกถึงความต้องการสุดโต่งของตนเอง


            “อย่าดื้อ! เดี๋ยวเจ็บ พรุ่งนี้ต้องนั่งรถอีกไกล” เพราะเป็นห่วงเรื่องสภาพร่างกายของคนรักหลังเสร็จกิจ พอร์ชเลยไม่ยอมทำตามคำขอของโซ่ เปิดหลอดบีบเจลหล่อลื่นใส่มือเตรียมพร้อม


            “ลงมานอน…เดี๋ยวกูจัดให้เอง” ยกฝ่าเท้ายันอกแกร่งของคนรักไว้ เสนอถึงทางออกที่ทำให้พอร์ชยอมทิ้งเจลหล่อลื่นบนฝ่ามือในที่สุด เพราะที่เจ้าตัวพูดนั่นไม่ใช่ว่าจะใจดียอมขึ้นบนให้หรอกนะ แต่โซ่กำลังสงสารบอกกับพอร์ชผ่านสายตาว่า ถ้ามึงอ่อน…กูจิ้มมึงแน่


            “ถ้าร้องเจ็บกูจะซ้ำให้!” เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันบอกอย่างระอา เมื่อคนรักดื้อดึง ไม่ยอมรับความหวังดีที่ตนมอบให้


            โซ่เองที่มีนิสัยขี้รำคาญเป็นทุนเดิมอยู่แล้วก็ไม่รอให้คนรักพูดจบหรอก ใช้ขาแข็งแรงทั้งสองข้างหนีบเอวสอบของคนรักเข้ามาจนพอร์ชเสียหลักทาบทับลงบนตัว สายตาร้อนแรงทั้งสองคู่มองกันอย่างท้าทาย พอร์ชที่หงุดหงิดกับความดื้อดึงของคนรักเป็นทุนเดิมอยู่แล้วก็ก้มลงไปกัดริมฝีปากอิ่มของโซ่อย่างแรง ไม่มีการถนอมเช่นก่อนหน้า โซ่เองก็ไม่ยอมแพ้ใช้สองแขนคล้องคอหนาของคนรัก อ้อมไปจิกเส้นผมจากทางด้านหลัง จนหน้าพอร์ชเชิดสูงขึ้น เหมือนจะเจ็บแสบอยู่ไม่น้อย ทว่าริมฝีปากของเขาทั้งคู่กลับไม่หลุดออกจากกัน


            “อื้อ~” โซ่จิกหลังพอร์ชแน่นจนขึ้นรอยเล็บ เมื่อรับรู้ถึงความเจ็บปวดที่สอดแทรกผ่านร่างกายช่วงล่างเข้ามาทีละน้อยเหมือนว่าพอร์ชจะใจเย็น ก่อนที่จะร้องลั่นอีกครั้งเมื่อคนขี้แกล้งข้างบนตัดสินใจกดตัวลงมาจนแนบชิดสนิทกัน ไม่เหลือช่องว่างให้อากาศผ่านได้


            “สม! อยากดื้อดีนัก” ถอนตัวออกมาครึ่งหนึ่งแล้วสอดซ้ำกลับไป ทำอย่างนั้นอยู่สักพัก จนโซ่เริ่มปรับตัวได้ วัดจากเสียงครางและสะโพกที่ตอบรับกับจังหวะที่เขาส่งให้


            “อะ…อะ…อื้อ~” มาถึงตอนนี้โซ่รู้แล้วว่าทำไมเกย์ต้นตำหรับถึงมีฝ่ายรับมากกว่าฝ่ายรุก เหวี่ยงฟาดมือระบายอารมณ์บนหน้าอกและลำหนาคอของพอร์ชมั่วไปหมด เมื่อเจ้าตัวยื่นมือลงมาช่วยชักจูงลูกชายเขาสู่สวรรค์เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ลูกชายของมันกำลังบุกรุกช่องทางของเขาอย่างระรัว ด้วยแรงส่งที่ทวีคูณความเร็วและความแรงขึ้นอีกหลายเท่าตัว


            “อื้อ~” โซ่ผวาตัวขึ้นกอดคนรักไว้แน่นเมื่อถึงขีดสุดของอารมณ์


            “อืม…” ส่วนพอร์ชเองก็ทิ้งตัวลงทับร่างอันปวกเปียกของคนรักที่พึ่งผ่านสมรภูมิร่วมรักด้วยกันมาหมาดๆ จูบซับซอกคอ สูดกลิ่นหอมประจำกายของโซ่เข้าปอดเฮือกใหญ่ ตั้งแต่แรกเริ่มริรักจนมาถึงวันนี้ สารภาพตรงๆแบบลูกผู้ชายเลยว่า โซ่คือที่สุดแล้ว ไม่ว่าจะทางด้านร่างกายหรือจิตใจ โซ่สามารถเติมเต็มให้เขาได้มากกว่าคนอื่น แบบชนะขาดลอยไปเลย

..

..

..

            “หนาวฉิบ!” โซ่เดินตัวสั่นออกมาจากห้องน้ำ โดยมีพอร์ชเดินตามมาติดๆ หลังจากที่ทั้งสองคนพากันไปอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายอีกรอบ


            “กินยาเสร็จแล้วนอนเลย เดี๋ยวไม่สบาย” ยื่นยาแก้อักเสบกับยาแก้ปวดพร้อมขวดน้ำให้คนรักที่นั่งปากซีดอยู่บนเตียง เพราะตอนอาบน้ำพอร์ชจับโซ่สำรวจร่างกายมาเรียบร้อยแล้วว่าเจ้าตัวบอบช้ำที่จุดไหนบ้าง เช่นเดียวกับที่ตัวเขาเองมีรอยเล็บของคนรักประดับไปทั่วทั้งร่างกาย


            “บ่นเพื่อ? เบื่อหรอ?” พูดไปแล้วก็อดแปลกใจตัวเองไม่ได้ ที่อยู่ดีๆก็คิดกลัว ว่าพอร์ชจะเบื่อในความเอาแต่ใจของตนเองขึ้นมา


            “ไม่ได้บ่น ก็แค่เป็นห่วงเท่านั้นเองครับ” พอร์ชรีบแก้ต่างให้ตนเองเพราะดูเหมือนว่าคนรักจะเข้าใจเจตนาเขาผิดไป ยิ้มหยอกส่งคำหวานเอาใจสักหน่อย เพื่อความบึ้งตึงนั้นจะหายไปจากใบหน้านวลของน้องนายสุดที่รัก


            “ปากดี!” ขว้างขวดน้ำในมือคืนให้คนตัวโตที่ยืนรออยู่ แต่เหมือนว่าจะกะแรงผิดไปนิด ขวดน้ำนั้นถึงได้กระเด็นไปโดนหน้าท้องแกร่งภายใต้เสื้อกล้ามสีเทาตัวเก่งของพอร์ชดังปึก ทำเอาจุกไปตามระเบียบ


            “เขินรุนแรงตลอด…นอน!” กระโดดลงเตียง มุดเข้าผ้าห่ม คว้าตัวคนรักเข้ามากอด ระดมจูบแก้มซ้ายขวาอยู่พักใหญ่ ก่อนที่ห้วงแห่งนิทราจะเข้ามาเยือน แล้วพากันหลับไปในที่สุด




TBC.

ใครเจอคำผิดหรือมีตัวอักษรตรงไหนตกหล่นแจ้งได้เลยนะคะ ช่วงนี้คนเขียนป่วยจนอึน อาจจะพลาดเยอะหน่อย

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}