สีตลา

อ่านฟรีเช่นเคยค่ะ แต่ขออนุญาตลงไม่จบนะ และอาจจะมีตอนพิเศษให้เหมือนเรื่องที่แล้ว 55555 เบื่อตัวเอง นังคนใจอ่อน! เอาเป็นว่าฝากเรื่องใหม่ด้วยนะคะ

ถ้าอยากรู้ว่าฉันเป็นอะไร ก็เปิดประตูให้ฉัน 25%

ชื่อตอน : ถ้าอยากรู้ว่าฉันเป็นอะไร ก็เปิดประตูให้ฉัน 25%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ธ.ค. 2560 19:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ถ้าอยากรู้ว่าฉันเป็นอะไร ก็เปิดประตูให้ฉัน 25%
แบบอักษร

​สวัสดี หนาวมั้ยคะ ที่นี่หนาวมาก มือไม้แข็งไปหมดแล้ว ไรต์ได้อ่านคอมเมนท์ทุกคนนะคะ แต่ขอต๊ะไว้ก่อนน้า ว่างแล้วจะมาคุยด้วยน้า

ยังไงดูแลสุขภาพกันด้วยเน้อ  เป็นห่วงจริงๆ เลย


+ + + + + + + + + + + + +


            สายๆ ของวันรุ่งขึ้น ปวีร์กับอรอินทร์ก็เดินทางไปจังหวัดภูเก็ต และเข้าพักในโรงแรมของครอบครัววิสุทธิ์พงษ์ธาดา

            “งานเลี้ยงจะมีตอนสองทุ่ม ทุ่มครึ่งฉันจะมาเรียก” ปวีร์บอก เมื่อส่งเธอที่ห้องพัก “ห้องฉันอยู่ข้างๆ มีอะไรก็เรียกได้ตลอดเวลา”

            เธออดส่งค้อนให้เขาไม่ได้ ทำยังกะเธอเป็นเด็กอย่างนั้นแหละ อย่างไรก็ตาม เธอไม่พูดอะไร รีบผลุบเข้าห้อง ปิดประตูแล้ววิ่งไปที่ระเบียงซึ่งยื่นออกไปรับลมทะเล น้ำทะเลสีฟ้าครามสะท้อนแดดบ่ายมองระยิบระยับตา เธอยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูก็เห็นว่าเหลือเวลาอีกเกือบสามชั่วโมงจะถึงเวลานัด จึงหยิบหมวกและแว่นดำ แล้วก้าวออกจากห้องทันที

            ห้านาทีต่อมา อรอินทร์ก็มาเดินเลียบชายหาด ปล่อยใจให้ซึมซับความงามของทะเลและฟังเสียงคลื่นด้วยใจที่ปลอดโปร่ง

            เห็นทะเลแล้ว เธอก็คิดถึงพ่อ ครอบครัวของเธอเป็นครอบครัวปานกลาง ใช้จ่ายอะไรฟุ่มเฟือยได้น้อยนัก ดังนั้นการมาเที่ยวทะเลจึงเป็นเรื่องยาก ถึงกระนั้น พ่อก็เก็บเงินพาครอบครัวไปเที่ยวจนได้ โดยเลือกทะเลที่ใกล้กรุงเทพที่สุด เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย เธอกับอรจิราเคยคุยกันไว้ว่า เมื่อเรียนจบ ทำงานหาเงินได้ จะพาพ่อกับแม่ไปเที่ยวทะเลกันบ่อยๆ แต่เธอก็ไม่มีโอกาสได้ทำตามนั้น เพราะพ่อเสียชีวิตเสียก่อน

            “เฮ้ย แอ้น” เสียงทักบ่งบอกความแปลกใจของใครคนหนึ่งดังขึ้น อรอินทร์หันขวับไปมองแล้วก็เบิกตากว้าง

            “พี่กล้า! มาได้ไงเนี่ย” หญิงสาวร้องเสียงแปลกใจไม่ต่างกัน ปราดเข้าไปหาพี่ชายข้างบ้าน เจ้าของวันเกิดที่เธอต้องโทร.ไปขอโทษที่ไปร่วมอวยพรไม่ได้นั่นเอง “แล้วไม่ได้จัดงานวันเกิดแล้วเหรอ”

            “งานด่วน ทำแทนรุ่นพี่น่ะ” กล้าณรงค์ตอบ เขาเป็นชายหนุ่มร่างสันทัด ผิวออกคล้ำเข้ม ที่คอเขาคล้องกล้องถ่ายรูป “งานพรีเว้ดดิ้ง นี่รอเจ้าบ่าวเจ้าสาวเปลี่ยนชุดอยู่” เขาพยักหน้าไปทางด้านหนึ่งของชายหาด ซึ่งคนกลุ่มหนึ่งกำลังวุ่นวายอยู่กับการแต่งหน้าแต่งตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาว

            “เลยอดฉลองเลย เอางี้ คืนนี้ งานแอ้นน่าจะเลิกประมาณสี่ทุ่ม เราไปฉลองกัน” หญิงสาวเสนอความคิด กล้าณรงค์พยักหน้าทันทีไม่มีลังเล ก่อนจะขอตัวไปทำงานต่อ

            “เอ่อ ให้แอ้นช่วยมะ เบื่อๆ ไม่มีอะไรทำ”

            กล้าณรงค์ก็ไม่ปฏิเสธอีก อรอินทร์จึงได้ใช้เวลาว่างไปอย่างสนุกสนานและพลอยมีความสุขกับเจ้าบ่าวเจ้าสาวด้วย

            เมื่อสมควรแก่เวลา อรอินทร์ก็ขอตัวเพื่ออาบน้ำแต่งตัวเตรียมไปงานเลี้ยง  

เดินมาถึงหน้าห้องของตัวเอง หญิงสาวก็ชะงักไปเมื่อได้ยินเสียงคุยกันดังมาจากห้องข้างๆ ซึ่งเป็นห้องของปวีร์ โดยที่เขาเปิดประตูไว้

            “กลับออกไปเถอะ นุ้ย ผมไม่สะดวกคุยกับคุณตอนนี้”

            “ถ้างั้นหลังจากงานเลี้ยงแล้วล่ะคะ สะดวกมั้ย...วีร์ขา คุณคงไม่รู้ว่านุ้ยดีใจมากแค่ไหนที่ได้เจอคุณน่ะ เราไม่ได้เจอกันเกือบสองปีแล้วนะคะ”

            ไม่มีเสียงตอบจากปวีร์ อรอินทร์ค่อยๆ จรดฝีเท้าเข้าไปใกล้ ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องย่องด้วย

            “วีร์ขา...อย่าใจร้ายกับนุ้ยนักเลยค่ะ วีร์รักนุ้ยไม่ใช่เหรอคะ”

            อรอินทร์หูผึ่ง ขยับเท้าเข้าไปใกล้อีกนิด ทั้งที่ตั้งใจว่าจะไม่แอบฟังเรื่องของเขา

นอกจากสองสาวที่กรุงเทพแล้ว ยังมีสาวใต้อีกคนหรือ จะฮออตไปไหนนั่น*!*

“ว่าไงคะ วีร์...”

“ออกไป นุ้ย ก่อนผมจะหมดความอดทนกับคุณ”

“ถ้าหมดความอดทนแล้ว วีร์จะทำอะไรนุ้ยเหรอคะ จะกอด จะจูบนุ้ยอย่างที่เคยทำเหรอคะ...เอาสิคะ นุ้ยพร้อม”

ได้ยินประโยคนั้น อรอินทร์ก็เสียบคีย์การ์ดแล้วรีบเข้าไปในห้องและปิดประตูอย่างรวดเร็ว พลางย่นจมูกด้วยความหมั่นไส้

จะพลอดรักกัน ก็ไม่ยอมปิดประตูให้เรียบร้อย

อ้อ มีแฟนแล้วนี่เอง ถึงปฏิเสธสองสาวชาวกรุงแบบไม่ไยดี

ครู่ต่อมา หญิงสาวก็พูดกับตัวเอง “เรื่องของเขา ไม่เกี่ยวกับเรา”

แต่ทั้งๆ ที่บอกอย่างนั้น ในใจเธอกลับรู้สึกหน่วงๆ บอกไม่ถูก

“เอ้า จะหน่วงทำไมวะเรา” บ่นแล้วก็ลุกขึ้นเพื่อเข้าไปอาบน้ำและพยายามสลัดเรื่องของปวีร์กับหญิงสาวคนนั้นออก

ประมาณสองทุ่ม ปวีร์ก็มาเคาะประตูห้องพักของอรอินทร์ เมื่อประตูเปิดออก หญิงสาวในชุดสีแดงสดใสเข้ากับธีมของงานก็ปรากฏตรงหน้า สีแดงสดขับผิวขาวผ่องของเธอให้ยิ่งเจิดจ้า การแต่งหน้าที่เหมาะกับงานกลางคืนกับผมสีดำยาวสยายที่ปล่อยเคลียไหล่และหลังทำให้หญิงสาวตรงหน้าดูเย้ายวน ลึกลับ และน่าค้นหา  

            ปวีร์กระแอมออกมาครั้งหนึ่ง ก็พยักหน้าให้เธอออกเดินเคียงคู่ไปกับเขา โดยที่ไม่มีใครพูดอะไร จนกระทั่งมาถึงหน้าลิฟต์

            “เนคไทเบี้ยวนะคะ” อรอินทร์เอ่ยขึ้น

            ปวีร์ยกมือแตะแล้วพยายามจัดให้เข้าที่ แต่มันกลับยิ่งเบี้ยวมากกว่าเดิม เธอจึงต้องเข้าไปจัดการให้

            แววตาคมดุของปวีร์จับจ้องที่ริมฝีปากเคลือบสีแดงสดแสนเย้ายวนของเธอนิ่ง นึกถึงเมื่อคืนที่เขาได้ลิ้มรสของมัน ความหอมหวานนั้นยังติดอยู่ในความรู้สึก

            “เรียบร้อยค่ะ” เธอก็เงยหน้ามาบอก แล้วก็ต้องชะงักกับสายตาของเขา เธอรีบหลุบตาต่ำลง เพราะไม่อาจทนสบได้ ปวีร์ก้มหน้าลงไปหา อรอินทร์เกร็งหลับตาลงโดยอัตโนมัติ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น