10 O'CLOCK

just one word i want to say 'THANK YOU' ❤︎

ชื่อตอน : I... PROMISE : END & SPECIAL

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.5k

ความคิดเห็น : 28

ปรับปรุงล่าสุด : 07 พ.ค. 2561 22:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
I... PROMISE : END & SPECIAL
แบบอักษร

C H A P T E R – 15

#

Since you’ve been gone

ตั้งแต่คุณจากไป

I have been standing alone all day

ฉันได้แต่ยืนเพียงลำพังคนเดียวตลอดมา

Sine you’ve been gone

ตั้งแต่ที่คุณจากไป

I have been wishing for days all day

ฉันได้แต่ภาวนาเรื่อยมา

Will days come back

ว่าวันเวลาจะหวนคืน


5 ปีผ่านไป

วันเวลาช่างล่วงเลยผ่านไปเร็วเหลือเกินในความรู้สึกของฉัน จากตอนแรกที่คิดว่าคงไม่ได้มีโอกาสกลับมาที่ไทยอีกแต่แล้ววันหนึ่งฉันกลับถูกบริษัทเลือกให้เป็นตัวแทนเข้าร่วมประชุมในหัวข้อสัมมนาความร่วมมือระหว่างประเทศที่จัดขึ้นที่ประเทศไทย ฉันได้แต่ส่ายหน้าให้กับโชคชะตาที่ชอบเล่นตลกกับตัวเองแต่สิ่งที่เซอร์ไพรส์ฉันยิ่งไปกว่านั้นคือวันที่ฉันต้องมาประชุมดันตรงกับวันแต่งงานของทิน

น่าแปลกใจเหมือนกันที่วันหนึ่งมีการ์ดเชิญงานแต่งถูกส่งมาที่บ้าน ฉันไม่อยากคาดเดาว่าใครที่เป็นคนส่งมา แต่ในตอนนั้นเมื่อหยิบการ์ดขึ้นมาอ่านและได้เห็นชื่อเขาอีกครั้ง ฉันบอกไม่ได้เหมือนกันว่าตัวเองรู้สึกยังไงอาจจะทั้งยินดีและตกใจไปพร้อมๆกัน แต่มีสิ่งเดียวที่สามารถบอกได้คือตลอดเวลาที่ผ่านมา...ฉันยังคงคิดถึงเขาเสมอ แม้ช่วงหลายปีที่ฉันได้กลับมาอยู่กับครอบครัวและกลับมาเรียนต่อที่อเมริกาจนได้เข้าทำงานในบริษัทที่มีชื่อเสียง ช่วงระยะเวลายาวนานเหล่านั้นทำให้เรื่องราวของทินค่อยๆเลือนหายไปจากความคิดของฉันหลงเหลือเพียงความทรงจำที่แผ่วบาง

ฉันหยุดคิดเมื่อขับรถมาถึงจุดหมายปลายทางแห่งหนึ่งซึ่งเป็นโบสถ์ที่ตั้งอยู่ในชานเมืองเล็กๆอันแสนเงียบสงบ ทันทีที่ก้าวลงจากรถฉันสามารถสัมผัสได้ถึงบรรยากาศชวนอบอุ่นที่อบอวลเต็มไปด้วยความสุขของพิธีงานแต่งที่เพิ่งผ่านพ้นไปเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้า ฉันค่อยๆเอื้อมมือผลักประตูโบสถ์เข้าไปก่อนจะก้าวเดินช้าๆผ่านเส้นทางที่ถูกโปรยเต็มไปด้วยกลีบดอกกุหลาบสีขาว เก้าอี้ทุกตัวภายในงานถูกประดับตกแต่งอย่างสวยงามไปด้วยดอกไม้สีขาวนานาพรรณที่ส่งกลิ่นหอมตลอดทาง

ฉันหยุดยืนอยู่ที่เก้าอี้ตัวหนึ่งที่มีดอกกุหลาบสีขาวดอกหนึ่งถูกวางทิ้งเอาไว้ ฉันเอื้อมมือหยิบดอกกุหลาบขึ้นมาก่อนจะเดินต่อไปเรื่อยๆจนถึงแท่นพิธีและวางดอกไม้ลงไปพร้อมยกมือขึ้นอธิฐาน สิ่งที่ฉันขอและภาวนาต่อพระผู้เป็นเจ้ามีเพียงแค่สิ่งเดียวเท่านั้น

ขอให้เขามีความสุข


‘ถ้าโตขึ้นเราสองคนมาแต่งงานกันไหม’

‘จริงนะ รินจะได้เป็นเจ้าสาวของทินจริงๆนะ’

‘จริงสิ’

‘สัญญาแล้วนะ’

‘อืม ทินจะคอยดูแลและปกป้องรินตลอดไป…ทินสัญญา’


ฉันยิ้มให้กับภาพความทรงจำในอดีต ถ้าเด็กน้อยคนนั้นรู้ว่าโตมาเธอจะไม่ได้แต่งงานกับคนที่เธอรักแถมโตมายังงี่เง่าขนาดนี้คงจะงอแงน่าดู ...ฉันต้องขอโทษด้วยนะเด็กหญิงเมรินที่ทำให้เธอผิดหวังมากขนาดนี้ 

แต่ฉันน่ะพยายามแล้วนะ พยายามจนสุดความสามารถของฉันแล้ว

น่าแปลกที่เมื่อเวลาผ่านไป คนเรามักจะมานั่งหัวเราะให้กับเรื่องราวในอดีตและมักจะพูดประโยคเดียวเหมือนกันซ้ำๆว่า ‘ถ้าหากย้อนเวลากลับไปได้ ฉันจะ…’ แต่แน่นอนว่าในโลกแห่งความเป็นจริงมันไม่มีทางเกิดขึ้น ดังนั้นสิ่งที่ฉันพอจะทำได้เพื่อให้ตัวเองก้าวผ่านช่วงเวลาเลวร้ายต่างๆคือการรักตัวเองให้มากๆและนึกถึงความรักที่ได้รับจากครอบครัว ในทุกๆวันฉันพยายามบอกตัวเองให้เข้มแข็ง คิดเพียงแต่ว่าเดี๋ยวมันก็ผ่านไปและทุกอย่างจะต้องดีขึ้นแน่นอน ถึงแม้แต่ละวันเหมือนจะผ่านไปอย่างเชื่องช้าแต่สุดท้ายทุกอย่างมันจะกลายเป็นเพียงความทรงจำหนึ่งในชีวิตของเรา ไม่ว่าเป็นเรื่องที่ดีหรือไม่ดี

ทุกความทรงจำล้วนเป็นประสบการณ์ในชีวิตที่จะทำให้เราเติบโตขึ้น


ฉันก้มดูนาฬิกาก่อนจะรีบลุกเดินออกมาทันทีเมื่อเห็นว่าเวลาล่วงเลยมาพอสมควรและใกล้เวลาที่ต้องไปประชุม แต่ทันทีที่ฉันผลักประตูโบสถ์ออกไปภาพเบื้องหน้าที่ได้เห็นมันสะกดร่างของฉันให้หยุดนิ่งเหมือนถูกตรึงให้อยู่ในความฝัน ภาพของทินที่ยืนอยู่ตรงหน้าพร้อมส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้กับฉัน รอยยิ้มที่ฉันไม่คิดว่าจะได้เห็นอีกแล้วในชีวิต

ฉันยืนมองภาพตรงหน้านิ่งเพื่อยืนยันให้แน่ใจว่าสิ่งที่ฉันเห็นเป็นเรื่องจริง ก่อนที่ฉันจะยิ้มออกมาทั้งน้ำตาและค่อยๆเดินเข้าไปหาทินที่ยืนรอฉันอยู่ เมื่อมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเขาฉันจึงมองสำรวจทินอีกครั้ง ถึงได้เห็นว่าทินในวันนี้เขาดูดีมาก ผมสีดำกับนัยน์ตาสีนิลของเขาตัดกันได้ดีในชุดทักซิโดสีขาวที่ออกจะยับยู่ยี่อยู่สักหน่อย ฉันหัวเราะออกมากับสภาพที่ดูไม่ค่อยสมบูรณ์นักก่อนจะเอื้อมมือไปจัดชุดให้เขาใหม่

ตลอดเวลาพวกเราไม่ได้พูดอะไรกันออกมามีเพียงการกระทำและสายตาที่สื่อความหมายออกมาให้ต่างฝ่ายได้รับรู้ ก่อนที่ร่างของฉันจะชะงักไปเมื่อทินโอบตัวฉันเข้าไปกอดและตามมาด้วยคำบางคำที่ทำให้ฉันหลุดสะอื้นออกมา

“ทินขอโทษ” แค่คำคำเดียวแต่สามารถทลายกำแพงความรู้สึกของฉันทั้งหมดให้พังลงได้อย่างง่ายดาย ฉันทำได้เพียงเอ่ยตอบกลับไปว่าไม่เป็นไรซ้ำไปซ้ำมาอยู่ในอ้อมกอดที่แสนอบอุ่นของทิน

“ขอบคุณที่กลับมา” ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็ตามที่ทำให้เขามายืนอยู่ตรงหน้าฉัน ฉันขอบคุณมาก

เราสองคนผละออกจากกันช้าๆ ก่อนที่ฉันจะยิ้มให้เขาพร้อมเอ่ยอวยพรเป็นของขวัญสำหรับงานแต่งงานที่ฉันเชื่อว่าคงเป็นวันที่งดงามที่สุดในชีวิตของผู้ชายคนหนึ่ง

“รินขอให้ทินมีความสุขกับคนที่ทินรัก”

“...” ทินไม่ได้พูดอะไรออกมา เขาแค่ยิ้มบางๆเป็นการตอบรับคำอวยพรของฉัน ก่อนที่เขาจะค่อยๆยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำตาให้ฉันอย่างอ่อนโยน 

ฝ่ามือของเขายังคงอบอุ่นเสมอในความทรงจำ

“รินฝันอยากมีวันนี้แต่ถึงแม้คนในชุดเจ้าสาวจะไม่ใช่ริน แต่รินก็ดีใจที่ทินมีความสุข”

“ขอบคุณนะ”

“รินว่าคงได้เวลาแล้ว กลับไปหาเจ้าสาวของทินเถอะ วันนี้เป็นวันสำคัญนะอย่าลืมสิ” ถึงแม้ฉันไม่อยากปล่อยมืออบอุ่นคู่นี้ไปแต่มันคงถึงเวลาแล้วจริงๆ

ทินพยักหน้ารับรู้ก่อนที่เขาจะเอ่ยลาและค่อยๆหันหลังเดินจากไป แต่เมื่อเขาเดินไปเพียงไม่กี่ก้าวก็เหมือนจะหันกลับมาอีกฉันจึงรีบตะโกนห้ามออกไป

“อย่าหันกลับมา” เพราะถ้าทินหันกลับมา ฉันเกรงว่าจะไม่สามารถปล่อยเขาไปจากฉันได้อีกเป็นครั้งที่สอง

“ตอนนี้รินกำลังยิ้มอยู่หรือเปล่า” คำถามที่เขาถามออกมาทำให้ฉันต้องรีบยกมือปิดปากเพื่อกลั้นเสียงสะอื้นไม่ให้หลุดออกไปให้เขาได้ยิน ก่อนจะฝืนตัวเองให้ตอบคำถามของเขา

“อืม... รินกำลังยิ้ม ทินไม่ต้องเป็นห่วงนะ”

ทินยังคงยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นไม่ขยับไปไหน จนกระทั่งเห็นผู้หญิงคนหนึ่งในชุดเจ้าสาวเปิดประตูลงมาจากรถคันหรูซึ่งจอดอยู่ไม่ไกลจากโบสถ์มากนัก เขาจึงตัดสินใจ...ก้าวเดินเข้าไปหาเธอ 

แผ่นหลังของเขาค่อยๆเลือนรางลง เมื่อการมองเห็นถูกบดบังไปด้วยรอยน้ำตา

หลับตาลงอย่างช้าๆ รับรู้ถึงสายลมที่พัดผ่านพร้อมกับความว่างเปล่าเข้ามาแทนที่เมื่อลืมตาตื่น

ทินจากไปแล้ว เขาจากไปแล้วจริงๆ

ขอบคุณนะ รักครั้งแรกในความทรงจำของฉัน

“ทินจะคอยดูแลและปกป้องรินตลอดไป…ทินสัญญา”


________________________________________


Special [ตอนพิเศษจ้า]

วันนี้เป็นวันที่ฉันจะเดินทางกลับอเมริกาหลังจากมาประชุมอยู่ที่ไทยตลอดสามวัน ต้นหลิวโทรมาโวยวายใหญ่เมื่อรู้ว่าฉันต้องรีบกลับทำให้ไม่มีโอกาสได้เจอกันทั้งที่กลับไทยทั้งทีแต่ฉันก็บอกเหตุผลออกไปว่าต้องรีบกลับไปสรุปการประชุมให้กับทางบริษัทต้นหลิวจึงยอมเข้าใจ

แต่ตอนที่ฉันกำลังลากกระเป๋าเดินเข้าเกทกลับมีแรงฉุดอย่างแรงจากด้านหลังจนร่างฉันเอนไปกระแทกกับตัวต้นเหตุ

“ห้าปีที่ไม่ได้เจอกัน เธอจะทิ้งฉันไปแบบนี้เหรอเมริน” คำพูดแรกที่อีกฝ่ายพูดออกมาไม่ใช่ประโยคขอโทษแต่มัน คือประโยคตัดพ้อที่ยากจะได้ยินจากคนตรงหน้า

“ฉันไปทิ้งอะไรนายกัน” ฉันพูดออกไปอย่างพยายามกลั้นขำเมื่อเห็นสายตาขวากขวางที่อีกฝ่ายส่งมาให้

“ห้าปีแล้วนะ” เรย์เอาแต่พูดว่าคำว่าห้าปีๆจนฉันมึนไปหมด

“ห้าปีอะไร”

“ห้าปีที่ฉันคิดถึงแต่เธอไง” เรย์พูดออกมาง่ายๆแต่มันเหมือนหมัดฮุกที่กระแทกหัวใจฉันอย่างจัง

ตลอดห้าปีที่ผ่านมาตั้งแต่ฉันตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัย หลังจากวันนั้นเรย์ก็มักโทรมาหาฉันตลอดก่อนนอนและมักเป็นเขาเองที่ชอบบ่นว่าค่าโทรศัพท์แพง เรามักคุยกันเพียงไม่กี่ประโยคแต่คำพูดสุดท้ายที่เขามักพูดออกมาเสมอก่อนวางสายคือคำว่า ‘ฉันคิดถึงเธอ’

เชื่อไหมว่าฉันได้ฟังคำนี้ทุกวันมาตลอดห้าปี ตอนแรกก็รู้สึกหลอนอยู่หรอกแต่พอเวลาผ่านไปนานเข้าฉันกลับพบว่าคำๆนี้มันค่อยๆฝังลึกลงไปให้ใจของฉันและคิดว่าอีกไม่นานฉันคงจะขาดมันไม่ได้

“เธอคิดยังไงกับฉัน” จู่ๆคำถามที่ฉันยังไม่ทันได้เตรียมคำตอบก็ถูกถามออกมา

“ฉัน...” ฉันยังไม่รู้ว่าควรจะตอบไปว่ายังไงจึงทำเพียงเสมองไปทางอื่น

“เธอยังรักไอ้หน้านิ่งนั่นอยู่ใช่ไหม” เรย์พูดออกมาน้ำเสียงจริงจังแต่เขาจะรู้ตัวไหมนะว่าเขาเป็นคนที่มีความสามารถเปลี่ยนเรื่องซีเรียสให้กลายเป็นเรื่องตลกได้

“...” ฉันเลือกที่จะไม่ตอบเพราะกลัวว่าตอบไปแล้วจะเผลอหลุดหัวเราะออกมาแล้วยิ่งทำให้คนตรงหน้าโมโหขึ้นไปอีก แค่นี้คิ้วของเขาก็ขมวดกันเป็นปมไปหมดแล้ว

“เลิกชอบซะ หมอนั่นมีเมียแล้วนะ” เรย์ดูท่าทางจะหงุดหงิดเหมือนเขาไม่รู้จะไปทางไหนต่อจึงยกข้อเท็จจริงขึ้นมาเป็นเหตุผลให้ฉันเลิกชอบทิน

“ฉันรู้แล้วจะย้ำทำไมเนี่ย” ฉันชักสีหน้าไม่พอใจใส่คนตัวสูงทันทีเมื่อได้ยินเหตุผลที่ค่อนข้างสะเทือนใจ

“แต่ฉันยังไม่มีเมียไง โสด รูปหล่อ พ่อรวย...มาก!” คำพูดสุดท้ายที่เรย์พยายามเน้นเสียงเกือบทำให้ฉันหลุดหัวเราะออกมาจนต้องหันหลังหนีเพื่อนซ่อนอาการกลั้นขำของตัวเอง

“พูดอะไรของนาย”

“จีบอยู่รู้ตัวไหม” เรย์เอ่ยออกมาพร้อมจับตัวฉันให้หันกลับไปมองหน้าเขาอีกครั้ง พอเจอสายตาจริงจังที่มาจากผู้ชายอย่างเรย์ฉันก็ไปไม่ถูกเหมือนกัน

“รู้... รู้แล้ว”

“เริ่มรักฉันบ้างหรือยัง” ครั้งนี้เรย์ไม่พูดเปล่าเหมือนเขารู้ว่าฉันกำลังเขินจึงแกล้งยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกเราเกือบชนกัน

“ยะ ยัง” ฉันตอบออกไปตะกุกตะกักสติแทบไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เสียงหัวใจเต้นแรงจนกลัวเหลือเกินว่าอีกฝ่ายจะได้ยินแต่เมื่อฟังดีๆกลับพบว่าเสียงหัวใจของคนตรงหน้าเต้นแรงกว่าฉันหลายเท่า

“เริ่มได้แล้วนะ” เสียงของเรย์เบามาก จนฉันต้องตั้งใจฟังว่าเขาจะพูดอะไรต่อไป

“!?”

“เพราะฉันรักเธอมานานมากแล้ว” จบประโยคสารภาพรักของเรย์ วงแขนแข็งแรงก็สอดเข้ามาโอบเอวฉันและดึงเข้าไปกอดเอาไว้แน่นและมันยิ่งทำให้ฉันได้รู้ว่าหัวใจของเราทั้งคู่เต้นแรงขนาดไหน


ฉันยิ้มออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ก่อนจะยกมือกอดตอบอีกฝ่ายกลับไป

ไม่รู้ว่าในอนาคตจะเป็นยังไงต่อไป แต่ฉันเชื่อว่าสักวันหนึ่ง

ฉันจะสามารถรักผู้ชายคนนี้ได้ 


...อย่างหมดหัวใจ...


-THE END-

________________________________________

[Talk]

ขอบคุณนักอ่านทุกคนที่เข้ามาเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ผลงานของไรท์สมบูรณ์

และขอบคุณทุกคอมเมนต์ที่เป็นกำลังใจให้ไรท์มีแรงที่จะเขียนนิยายต่อไปจนจบ

Kwanja / meenui / Iddy / ดัึยสืแเส้เัราว / Abcread123 / เฟริน์ / เดือน / ppjb

B_LACK / Nonnnn / m.dusita / วิภาพร / mi.chilque / Dao’zz / Noon / ทีมนางร้ายสายแดก

ปล1 เอาไว้เจอกันใหม่เรื่องหน้านะทุกคน

ปล2 Happy New Year 2018 ล่วงหน้าจ้า

THANK YOU

[Talk 2] แก้ไขคำผิด + ตอนจบนิดหน่อยจ้า


ความคิดเห็น