ไมเลอร์ วุ่นวาย
facebook-icon

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านและสนับสนุนครับ

ตอนที่ 2 แผนร้าย

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 แผนร้าย

คำค้น : นิยายรัก,นิยายรักโรแมนติก,แค้น,เพลิงแค้นบำเรอรัก,รัก,บำเรอ,เพลิงแค้น

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 10 พ.ค. 2561 18:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 แผนร้าย
แบบอักษร

-๒-

แผนร้าย

            ​

             ภายในห้องนอนของคอนโดหรูใจกลางเมือง  สองเรือนร่างเปลือยเปล่าของชายหญิงกำลังกอดก่ายกันบนเตียงนุ่ม ผละจากการจุมพิตที่แก้มของชายหนุ่มแล้ว พิมพรรณก็เอนศีรษะมาหนุนที่อกแกร่งพร้อมกับใช้นิ้วเรียวยาวลูบไล้อย่างช้าๆ แน่นอนว่าตอนนี้ไฟราคะที่มีในตัวมันคุกรุ่นมากเหลือเกินและพร้อมที่จะร่วมรักในค่ำคืนนี้แล้ว

            “พิมคิดถึงคุณมากเลยค่ะภาส” เจ้าหล่อนเงยหน้าขึ้นไปจ้องตากับชายหนุ่ม ส่งสายตาหวานเป็นประกายบ่งบอกว่ามีความต้องการมากเหลือเกิน

            “ครับพิม” ภาสกรเอ่ยสั้นๆก่อนจะเอื้อมมือไปเกลี่ยไรผมที่ปรกบนใบหน้าของหญิงสาว ขณะที่เจ้าหล่อนใช้นิ้วเรียวไต่เล่นบนอกแกร่ง

            “สงสัยน้องชายภาสคงคิดถึงพิมมากแน่ๆเลย ดูสิ” แก่นกายของภาสกรกำลังแข็งตัวเต็มที่จนผงาดต่อหน้าหล่อน

            “รีบจัดการมันเลยสิครับพิม” ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงไปประกบจูบหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าอย่างดูดดื่ม แล้วใช้ลิ้นสากสอดแทรกเข้าไปในโพรงปากของหญิงสาว ตวัดมันไปมาหยอกล้อกับลิ้นของพิมพรรณอย่างชำนาญ พร้อมกันนั้นก็ใช้มือหนาไปสัมผัสที่ยอดอกงามคู่งาม ที่กำลังตั้งชูชันรอรับการสัมผัส

            “อ๊ะ ซี๊ดส์” พิมพรรณร้องครวญครางออกมา เมื่อยอดอกคู่งามโดนลิ้นสากเลียวนไปมาอย่างสนุกสนาน

            “อ่าส์!!!” ภาสกรครางในลำคออย่างพอใจเมื่อมือเรียวงามของหญิงสาว ไปสัมผัสที่แก่นกายพร้อมกับรูดขึ้นลงอย่างสนุกมือ

            “ใช้ปากสิครับพิม” ภาสกรผละใบหน้าจากยอดอกแล้วเอ่ยกับพิมพรรณด้วยน้ำเสียงสั่นเคลือ ตอนนี้ความต้องการมากเหลือเกิน เขาพร้อมแล้วที่จะให้พิมพรรณครอบครองแก่นกายในตอนนี้

            “อาส์!นั่นล่ะครับคนดี” พิมพรรณใช้ปากครอบครองแก่นกายอย่างช่ำชอง และนี่คือสิ่งที่ทำให้เขาพึงพอใจในตัวพิมพรรณมากที่สุด

            “อุ๊ย! ภาส” พิมพรรณร้องเสียงหลงเมื่ออยู่ๆภาสกรจับตัวหล่อนพลิกลงด้านล่าง แล้วใช้วงแขนแกร่งกักตัวเจ้าหล่อนไว้แล้วจ้องตาอย่างหวานเยิ้ม

            “วันนี้คุณสวยมากพิม”

            “ไม่ได้สวยอย่างเดียวอร่อยด้วยนะคะ ลองชิมดูสิ” เจ้าหล่อนแสดงสีหน้าเย้ายวน ทำให้ภาสกรต้องก้มลงมาจุมพิตที่ริมฝีปากบางในทันที  ชายหนุ่มบดจูบบางอย่างรุนแรงราวกับว่าอดอยากมาแสนนาน

            จ๊วบ!

            “อืมส์!!!” ภาสกรตักตวงรสชาติความหอมหวานของริมฝีปากบางได้สักพัก ก็ค่อยๆเลื่อนใบหน้าลงมาซุกไซร้ที่ซอกคอขาวแล้วพรมจูบอย่างต่อเนื่อง ส่วนมือทั้งสองข้างก็บีบเค้นยอดอกคู่งามอย่างมันส์มือ

            “อ๊ะ! ภะ...ภาส” พิมพรรณร้องเสียงหลง ขบที่ริมฝีปากบางเพื่อระบายความเสียวซ่าน เมื่อชิมรสชาติของยอดอกทั้งสองข้างสลับกันไปมา จนหญิงสาวต้องแอ่นอกรับอย่างเต็มใจ

            “พร้อมหรือยังครับพิม” เสียงกระเส่าเอ่ยข้างใบหูงาม เจ้าหล่อนพยักหน้ารับโดยเร็ว เห็นอย่างนั้นภาสกรก็ยิ้มออกมาอย่างพอใจ แล้วมือหนาก็เข้าไปสัมผัสกับส่วนล่างของพิมพรรณทันที

            “อ๊ะ ภะ...ภาส ซีดส์!” ร้องเสียงสั่นเคลือเมื่อโดนนิ้วทั้งสามสอดใส่เข้าไปยังส่วนล่าง ของเหลวไหลเยิ้มออกมาจนชุ่ม

            นิ้วมือยังคงซุกซนอยู่อย่างนั้น ปากก็ลิ้มลองรสชาติของยอดอกคู่งามไปด้วย  เมื่อชายหนุ่มพอใจแล้วก็ถอนนิ้วออกแทนที่ด้วยแก่นกายในทันที จนพิมพรรณที่ต้องเบิกตากว้างด้วยความรู้สึกแปลกใหม่

            “โอ๊ย! เบาๆสิคะภาสพิมจะ..เจ็บ”

            “ไม่งอแงสิครับคนดี ดูสิของคุณตอดรัดผมเหลือเกิน” ภาสกรเอ่ยเบาๆกับหญิงสาวที่อยู่ใต้ร่าง ขณะเจ้าตัวนั่งชันเข่าอยู่ตรงหว่างขา แล้วใช้มือทั้งสองข้างยกท่อนขาเรียวขาวบาดบนบ่าหนาอย่างช่ำชอง เขาโน้มตัวลงอย่างช้าๆทำให้ส่วนที่ยังเชื่อมกัน ยิ่งเข้าไปลึกมากกว่าเดิมจนพิมพรรณต้องร้องออกมาด้วยความเสียวซ่าน

            “ซี๊ดส์! พิมเสียวค่ะภาส”  พิมพรรณใช้มือทั้งสองข้างโอบรัดที่คอของชายหนุ่มไว้

            “ผมก็เหมือนกันครับพิม ซี๊ดส์!" ภาสกรค่อยๆขยับช่วงล่างอย่างช้าๆ ใช้เท้าทั้งสองดันพื้นไว้เพื่อเพิ่มแรงกระแทกที่บั้นท้ายเข้าไปอีก

            ปักๆๆๆ

            ภาสกรเริ่มเร่งจังหวะซอยถี่ขึ้นจนเกิดเสียงกระทบกันของแก้มก้นขาวและหน้าขา หลังจากเริ่มกิจกรรมรักบนเตียงได้ไม่นานอุณหภูมิของร่างกายก็เพิ่มขึ้น จนเม็ดเหงื่อเริ่มไหลออกมาเรื่อยๆโดยเฉพาะภาสกรที่ใช้แรงมากกว่าหลายเท่าตัว

            “อ๊ะๆๆๆๆ”

            “ซี๊ดส์!!!!!!”

            เสียงร้องครวญครางของทั้งสองคนดังก้องไปทั่วทั้งห้อง ภาสกรทับทาบบนตัวหญิงสาวหายใจหอบเหนื่อยพักเพื่อเอาแรง หลังจากนั้นก็จับตัวพิมพรรณพลิกขึ้นมานั่งบนตัว

            “พิมนั่งให้ผมสิครับ” ชายหนุ่มยิ้มหวานให้ หล่อนจับแก่นกายของภาสกรที่กำลังตั้งชูชันอย่างแข็งแกร่งถูไถยังส่วนล่างที่มีสีแดงช้ำเพราะได้รับการเสียดสีจากแก่นกายเมื่อสักครู่

            “ซี๊ดส์!!!” ภาสเอ่ยเสียงลอดไรฟันพร้อมกับทำหน้าเหยเกด้วยความเสียว เมื่อยอดแก่นกายที่ชุ่มไปด้วยน้ำหล่อลื่นเสียดสีกับเนินสวาท

            แจ๊ะๆๆ

           หล่อนจับมันถูไถอยู่อย่างนั้นจนพอใจแล้วค่อยๆยกตัวขึ้นแล้วจ่อแก่นกายของภาสกรเอาไว้ให้ตรงกับส่วนนั้นของเธอ แล้วค่อยๆกดตัวลงเรื่อยๆจนแก้มก้นของหล่อนสัมผัสกับหน้าขาของภาสกร  เป็นอันเสร็จเรียบร้อยตอนนี้ร่างกายของทั้งสองคนเชื่อมต่อกันแล้ว 

            “พร้อมไหมคะภาส”  พิมพรรณเอ่ยด้วยน้ำเสียงยั่วยวน แล้วขบที่ริมฝีปากบางเมื่อเริ่มขยับส่วนล่างขึ้นลงอย่างช้าๆ

            ภาสกรเองก็ไม่ปล่อยให้มือของเขาอยู่นิ่ง เพราะตอนนี้กำลังบีบเค้นที่ยอดอกขาวคู่นั้นอย่างมันส์มือพร้อมกับทำหน้าเหยเกด้วยความเสียวซ่านจากการขยับตัวของพิมพรรณ  น้องชายที่มันกำลังแข็งได้ที่ถูกครอบครองและตอดรัดด้วยส่วนล่างของพิมพรรณ

            “อ๊ะๆๆ ภาสขาเสียวไหมคะ” พิมพรรณเอ่ยพร้อมกับโยกสะโพกไปด้วย มือของหล่อนอยู่ไม่สุขจึงใช้มันคลึงที่หน้าอกตัวเอง

            ภาสกรจับที่หน้าขาของพิมพรรณไว้แล้วเด้งสะโพกรับจังหวะโยกของพิมพรรณไปด้วย ทำให้ตอนนี้ทั้งสองคนรัวจังหวะถี่ยิบขึ้นอย่างสนุกสนาน

            ปั๊บๆๆๆ

            “ผมกะ...ใกล้แล้วครับพิม” ภาสกรเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเคลือ เพราะของเหลวในร่างกายมันกำลังพุ่งไหลมาจ่อตรงทางออกแล้ว

            “พิมก็ใกล้แล้วค่ะ ซี๊ดส์!” หล่อนเริ่มเร่งจังหวะถี่ขึ้น

            “ผะ...ผมไม่ไหวแล้ว อ๊ากกส์”

            “พิมก็ไม่ไหวแล้วค่ะ อ๊ะๆๆๆ”

             ภาสกรพลิกตัวพิมพรรณลงโดยเร็วแล้วถอนแก่นกายออกมา รูดขึ้นลงรัวๆไม่นานน้ำรักสีขาวขุ่นก็พุ่งออกมาจนเลอะหน้าท้องของหญิงสาว หลังจากนั้นก็ฟุบลงบนตัวของพิมพรรณแล้วหายใจเหนื่อยหอบอยู่อย่างนั้น

            “ภาสคะลุกขึ้นได้แล้ว” พิมพรรณเอ่ยเมื่อภาสกรนอนทับบนตัวหล่อนนานหลายนาทีแล้ว

            “อีกแป๊บนะครับผมยังไม่หายเหนื่อยเลย” ภาสกรยังอ้อน

            “พิมเหนียวตัวจะแย่แล้วเนี่ย”

            “โอเคๆครับ” ภาสกรยอมแต่โดยดีเขาพลิกร่างออกจากตัวพิมพรรณเปลี่ยนเป็นนอนแผ่หราข้างๆแทน

            “คุณนี่แซ่บตลอดเลยนะคะ” พิมพรรณว่าแล้วก็หอมแก้มชายหนุ่ม ก่อนจะก็ลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำ

            ภาสกรนอนเปลือยอยู่บนเตียงมองที่โคมไฟอย่างเหม่อลอย  ไม่รู้ทำไมกลับนึกถึงรสสวาทของดารินทร์มากเหลือเกิน เขาอยากครอบครองเธอคนนั้นอีกครั้ง และจะไม่ยอมปล่อยดารินทร์ให้หลุดมือไปอย่างแน่นอน

            หลังจากทั้งสองคนอาบน้ำชำระร่างกายเสร็จเรียบร้อยแล้ว  ตอนนี้ภาสกรอยู่ในชุดไปรเวทเสื้อยืดสีขาวคู่กับกางเกงขายาวเอวยืดสีเทา นั่งดูทีวีอยู่บนโซฟารอหญิงสาวแต่งตัวเพื่อที่จะกลับบ้าน

            “ภาสจะไม่ไปส่งพิมจริงๆเหรอคะ” พิมพรรณเดินมานั่งบนตักแล้วโอบกอดรอบคออย่างออดอ้อน

            “พิมขับรถมาไม่ใช่เหรอครับ”

            “แต่พิมอยากให้ภาสไปส่งนี่คะ” เธอยังอ้อน

            “เอาเป็นว่าผมจะให้ค่าน้ำมันรถแทนการไปส่งก็แล้วกัน” พูดจบก็หยิบสมุดเช็คที่วางอยู่ข้างๆมากรอกตัวเลขลงไป  ส่วนเจ้าหล่อนที่นั่งอยู่บนตักก็หรี่ตามองอย่างลุ้นๆ

            ใครจะรู้ว่าพิมพรรณสาวสวยไฮโซที่อยู่ในสังคมชั้นสูง เธอกำลังตกที่นั่งลำบากเพราะตอนนี้ที่บ้านเป็นหนี้หลายร้อยล้านจากการทำธุจกิจขาดทุน เธอเองก็ไม่ได้ใส่ใจกับธุรกิจมาตั้งแต่แรกจึงไม่สามารถช่วยอะไรครอบครัวได้มากนัก  เมื่อเห็นตัวเลขที่ภาสกรอกลงไปก็ยิ้มอย่างพอใจ  ภาสกรดึงเช็คใบนั้นแล้วยื่นให้พิมพรรณหล่อนรีบยื่นมือไปรับแล้วหอมแก้มหนึ่งฟอด

            “ถ้าอย่างนั้นพิมกลับก่อนนะคะ” หล่อนลุกขึ้นยืนแล้วเอาเช็คใส่กระเป๋าไว้

            “ผมไม่ไปส่งนะ” ภาสกรเอ่ยแต่ยังมองที่หน้าจอทีวี ไม่ได้สนใจหล่อนเลยแม้แต่น้อยต่างจากเมื่อสักครู่ตอนอยู่บนเตียง

            พิมพรรณมองเห็นความเย็นชาของชายหนุ่มก็ต้องยิ้มแหยๆแล้วเดินออกไป  หล่อนรู้ดีว่าภาสกรหมดใจแล้ว  สิ่งที่ทำให้ยังไม่ยอมจบความสัมพันธ์กับภาสกร นอกจากเรื่องความรักแล้วก็มีเรื่องเงินที่ภาสกรให้หล่อนได้ในจำนวนมหาศาล โดยไม่เคยเอ่ยปากบ่นเลยแม้แต่น้อย นั่นเป็นสิ่งที่มีค่ามากกว่าความรักที่หล่อนมีให้

*-*-*-*-*


             ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง

            “ผมอยากรู้ว่าอะไรคือสาเหตุที่คุณเกลียดไอ้ภาสมากขนาดนี้” ธีระพลเอ่ยกับดารินทร์ขณะทั้งสองคนนั่งอยู่ในร้านกาแฟในห้างแห่งหนึ่ง

            “ภาสกรทำให้พ่อฉันต้องฆ่าตัวตาย เขาวางแผนทำให้บริษัทที่พ่อฉันสร้างมากับมือต้องล้มละลายเป็นหนี้นับร้อยล้าน เพราะต้องการที่ของโรงงานมาสร้างคอนโดหรู ฉันเกลียดเค้าที่สุด” เจ้าหล่อนแสดงสีหน้าโกรธแค้นภาสกรมากเหลือเกิน

            “อ๋อ เป็นอย่างนี้นี่เอง  ไม่ทราบว่าบริษัทของพ่อคุณชื่อบริษัทอะไรครับเผื่อผมจะรู้จัก” ธีระพลเอ่ยถาม

            “กำพลมารีนค่ะ” ดารินทร์ตอบ

            ได้ยินก็ขมวดคิ้วด้วยความตกใจ  แท้ที่จริงเขารู้จักกับกำพลเป็นอย่างดี แต่ไม่นึกว่าลูกสาวของกำพลจะหน้าตาสะสวยขนาดนี้ ทั้งสองรู้จักกันในบ่อนแห่งหนึ่ง และสนิมกันมาเรื่อยๆจนกำพลได้เสียชีวิตไป

            “คุณรู้จักหรือคะ” ดารินทร์ถามเมื่อเห็นสีหน้าของธีระพล

            “ผมเคยได้ยินผ่านๆ แต่ไม่เคยรู้เรื่องเกี่ยวกับบริษัทนี้เลย” ธีระพลบอกไป

            “เข้าเรื่องเลยดีไหมคะ”

            “คือผมต้องการให้คุณส่งข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับโครงการใหม่ๆที่กำลังจะเกิดขึ้นของกมลไพศาล” ธีระพลเอ่ยพร้อมจิบกาแฟไปด้วย

            “เอาเป็นว่าดิฉันจะพยายามหาข้อมูลและส่งให้คุณให้ได้มากที่สุดก็แล้วกัน  แต่อย่าให้ใครรู้เรื่องของเราเด็ดขาด เพราะอาจจะทำให้ภาสกรรู้และสงสัยในตัวฉัน จะทำให้ฉันทำงานลำบากขึ้น” ดารินทร์กล่าว

            “โอเคเอาเป็นว่าเราคุยกันทางโทรศัพท์จะสะดวกและปลอดภัยกว่า  ผมไม่ให้คุณทำงานนี้ฟรีหรอกนะครับผมมีค่าตอบแทนให้คุณด้วย”

            ตอนนี้ดารินทร์กำลังนั่งคิดอยู่ว่าเธอควรจะรับเงินนั่นดีไหม  เพราะเธอเองก็ได้ประโยชน์กับงานนี้ด้วยแต่คิดไปคิดมาตอนนี้ก็ไม่ได้มีเงินทองมากมายเหมือนแต่ก่อน การได้ประโยชน์ไม่ว่าจะมาจากทางไหนก็ควรรีบคว้าไว้ให้ได้มากที่สุด

            “คุณจะว่าดิฉันเห็นแก่เงินก็ได้นะ ดิฉันจะรับความหวังดีของคุณไว้ละกัน”

            “เปล่าเลยผมไม่ได้คิดแบบนั้น ถือว่าเป็นค่าเหนื่อยของคุณก็แล้วกันผมจะได้สบายใจ” ว่าแล้วธีระพลก็เซ็นต์เช็คให้ทันที

            “ขอบคุณค่ะ” ดารินทร์รับมาแล้วเก็บไว้ในกระเป๋าทันที

            “ถ้าไม่มีคุณผมก็ไม่รู้จะเล่นงานไอ้ภาสยังไง  ขอบคุณนะครับที่ช่วยทำให้ทุกอย่างมันง่ายขึ้นกว่าเดิม”

            “รับรองศัตรูของเราได้พังพินาจแน่นอน” ดารินทร์ยิ้มร้ายๆออกมาอย่างพอใจ

            “หวังว่างานของเราจะสำเร็จในเร็ววันนะครับคุณดารินทร์”

            “แน่นอนค่ะ แต่ตอนนี้ดิฉันต้องขอตัวกลัวก่อนนะคะ”

            “ครับผม เดินทางปลอดภัยครับ”

            หล่อนเดินออกมาจากร้านพร้อมกับแสยะยิ้มไปด้วย ในที่สุดหล่อนก็ทำสำเร็จไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว  ต่อไปนี้นายอยู่ไม่เป็นสุขแน่ภาสกร

            หลังจากขับรถมาถึงแล้วดารินทร์ก็เดินเข้าไปในบ้าน มองหาคนที่เธอรักที่สุดในชีวิตนั่นคือ ‘นาตยา’ แม่ของหล่อนนั่นเอง

            “แม่คะ  ดากลับมาแล้วค่ะ” ดารินทร์เดินเข้าไปสวมกอดผู้เป็นแม่ทันที

            “วันนี้ทำงานเหนื่อยไหมลูก” นาตยาเอ่ยถามลูกสาว

            “ไม่เหนื่อยเลยค่ะยิ่งมาเห็นหน้าแม่ยิ่งชื่นใจไปอีก” พูดแล้วก็หอมที่แก้มผู้เป็นแม่ฟอดใหญ่

            “จ๊ะแม่ก็ชื่นใจที่ลูกสาวแม่มีความสุข”

            “ดา...แม่มีเรื่องจะคุยด้วย” นาตยาตัดสินใจเอ่ยกับลูกสาว เธอรู้ดีว่าสถานการณ์ทางการเงินตอนนี้นั้นไม่เหมือนเดิมแล้ว  หล่อนสงสารลูกสาวที่ต้องแบกรับภาระ ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือนของคนรับใช้ รวมถึงการดูแลบ้านหลังใหญ่ขนาดนี้ อาจจะทำให้ลูกสาวต้องลำบากและเหนื่อยกับการหาเงินมาจุนเจือครอบครัวมากจริงๆ

            “แม่มีเรื่องอะไรจะคุยกับดาเหรอค่ะ” ดารินทร์มองหน้าผู้เป็นแม่อย่างตั้งใจ

            “แม่ว่าเราขายบ้านหลังนี้ดีไหมลูก” นาตยาเอ่ยกับลูกสาว

            “ไม่ค่ะ! ดาไม่ขาย บ้านหลังนี้เป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายที่เรามี  แม่ไม่ผูกพันธ์กับที่นี่บ้างเลยเหรอคะ” ดารินทร์พูดเสียงดังอย่างลืมตัว  เธอไม่มีทางขายบ้านหลังนี้อย่างแน่นอน เพราะต้องแลกมันมากับความบริสุทธิ์ของตัวเอง เธอรักบ้านหลังนี้มากกว่าที่จะยอมเสียมันไป

            “แต่ตอนนี้เราไม่มีเงินดูแลบ้านหลังใหญ่ขนาดนี้ได้หรอกนะดา แม่สงสารดาที่ต้องเหนื่อยกับการหาเงิน”

            “ดาไม่เหนื่อยเลยคะแม่  แม่ไม่ต้องห่วงดาทำงานแล้ว ขอแค่แม่อยู่ที่นี่กับดาไม่มีอะไรที่ดาจะทำไม่ได้ แม่เชื่อในตัวดานะคะ” ดารินทร์เอ่ยพร้อมกับกุมมือของผู้เป็นแม่เอาไว้

            “จ๊ะแม่จะอยู่ที่นี่กับดา  จะคอยเป็นกำลังใจให้ลูกสาวแม่ที่นี่ไม่ไปไหน” นาตยาสวมกอดลูกสาวอย่างเอ็นดู

             “ดารักแม่นะคะ”

            “แม่ก็รักลูกจ๊ะ”

            ขณะที่ทั้งสองกอดกันอย่างแนบแน่น  แต่ในใจดารินทร์กลับนึกถึงแต่ใบหน้าของภาสกร  หล่อนจะต้องเอาคืนให้สาสมที่สุด  นายนั่นต้องได้รับกรรมที่ทำไว้กับครอบครัวเราค่ะคุณพ่อ...ดาสัญญา

ความคิดเห็น