อักษรามณี

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

แรงบีบคั้น ตอน 2

ชื่อตอน : แรงบีบคั้น ตอน 2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ธ.ค. 2560 14:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
แรงบีบคั้น ตอน 2
แบบอักษร

“อาพีท...อยู่บนตัวลิลอย่างนี้หายใจไม่ออกนะคะ”

“บอกมาก่อนสิว่าใครที่เธอเคยชอบ ตั้งแต่รู้จักเธอมาไม่เคยเห็นควงใครหรือว่าแอบไปพบกันไม่ให้พ่อเธอรู้”

“พ่อจะรู้หรือไม่รู้มันก็เป็นสิทธิ์ของลิลที่จะคบใครก็ได้นี่คะ”

“อวดดีเกินไปแล้วลาริมาร์”

“โอ๊ย!”

ลลิลร้องเสียงหลงเมื่อเขาพลิกตัวนอนหงายแต่ไม่ยอมปล่อยเธอกลับบังคับให้ร่างบางนอนแนบอยู่บนอกของเขาแทน  หญิงสาวพยายามดิ้นรนหากก็เหมือนทุกครั้งที่ไม่เคยสำเร็จแม้พยายามขัดขืน

“อาพีทปล่อยลิลนะ”

“ร้องไปเลยเด็กจอมดื้อ”

ชายหนุ่มเสียงแข็งขณะลมหายใจร้อนเป่ารดปลายคางของหญิงสาว ลลิลหน้าแดงซ่านเมื่อนอนอยู่บนอกกว้างโดยถูกแขนแกร่งกอดกระหวัดรัดร่างเธอเอาไว้ คราวนี้เธอไม่สามารถเบี่ยงหน้าหลบได้และต้องจ้องหน้าเขาตรง ๆ ขณะที่หน้าสวยอยู่ห่างจากใบหน้าคมเข้มแค่คืบ ลลิลหายใจหอบแต่ดูเหมือนเขาไม่ใส่ใจ

“นี่ถ้าเป็นเด็กตัวเล็กฉันจะจับตีก้นเสียให้เข็ด”

“ลิลโตแล้วนะคะ”

และสวยมากด้วย พัลเลเดียมขบกรามเบา ๆ และสับสนกับความรู้สึกของตัวเองทุกครั้งเมื่อได้แนบสนิทกับร่างนุ่ม เขาไม่อยากแตะต้องเธอด้วยซ้ำ ปฏิญาณไว้ตั้งแต่แรกว่าจะทำให้อิศราเจ็บปวดเหมือนอย่างที่ทำกับพี่สาวของเขา แค่อยากแก้แค้นให้พ่อของเธอเจ็บใจแต่เขามิอาจข่มความรู้สึกของตัวเองให้มองว่าลลิลเป็นเด็กสาวไร้เดียงสาที่เขาเคยรู้จักได้ในเมื่อตอนนี้เธอกลายเป็นสาวสะพรั่ง ทั้งสวยอ่อนหวานแม้อายุยังไม่ถึงยี่สิบปีด้วยซ้ำ ชายหนุ่มแสดงความโกรธเกรี้ยวเมื่อได้ยินเธอพูดถึงผู้ชายคนอื่น...นี่เขาเป็นอะไรกันทำไมถึงได้หัวเสียกับเรื่องที่คิดมาตลอดว่ามันไร้สาระ ร่างหนาระบายลมหายใจหนักพร้อมสันกรามแกร่งนูนขึ้น

“ใช่...เธอโตแล้ว และตอนนี้เธอก็เป็นเมียฉันแล้วด้วย”

“ถ้าอย่างนั้นลิลจะไม่พูดถึงเรื่องอดีต ในเมื่ออาพีทอยากให้ลิลยอมรับในสิ่งที่เป็นปัจจุบันเท่านั้น”

“แต่ฉันก็มีสิทธิ์จะรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเธอ”

“ลิลไม่เคยมีแฟน”

“แต่เมื่อกี๊เธอบอกว่าเธอเคยชอบผู้ชายคนหนึ่ง...ฉันแค่อยากรู้ว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร”

ลลิลเงียบไปแต่นัยน์ตาคู่งามที่สะท้อนภาพใบหน้าคมคร้ามเบื้องล่างกลับส่องประกายวับวามขึ้นมาชั่ววาบก่อนมันจะจมลึกหายไป เธอเม้มปากแน่น

“เขาเป็นคนที่ลิลเคยรู้จัก และเขา...ก็ไม่รู้หรอกค่ะ...ตอนนี้เขาอาจลืมไปแล้วด้วยซ้ำ อาพีทรู้แล้วก็ปล่อยลิลเถอะค่ะ”

“เธอทำให้ฉันเสียเวลามากเลยนะรู้ไหมลาริมาร์”

หญิงสาวเอียงหน้า “คะ?”

“แบบนี้เธอต้องเสียค่าปรับ”

“ค่าปรับ?”

“ด้วยการจูบฉัน”

“อาพีท...”

ลลิลเงียบไปแต่ร่างนั้นสั่นสะท้าน แววตาของหญิงสาวสะท้อนความลังเลทั้งยังดูพิสุทธิ์มากเสียจนดูเหมือนเธอไม่เคยประสีประสาเรื่องแบบนี้ แต่เป็นความจริงล่ะหรือ...พัลเลเดียมไม่เคยแน่ใจ เพราะอิศราทำลายความเชื่อใจทั้งหมดที่เขามีมาก่อนหน้า ฉะนั้นแล้วสิ่งที่เขาจะไว้วางใจได้คือความเชื่อของเขาเอง

“ถ้าเธอไม่ยอมจูบฉันก็จะไม่ปล่อย”

“ลิลจูบไม่เป็นค่ะ”

เขาเลิกปากขึ้นและใช้สายตาเหยียดหยัน “ก็แค่อ้าปากแล้วเอาลิ้นออกมา หนุ่มสาวอเมริกันใครก็ทำเป็นทั้งนั้น”

“ไม่เอาลิ้นออกมาได้ไหมคะ”

“ถ้าอย่างนั้นเขาจะเรียกว่าจูบหรือ”

“ปากชนปากไงคะ”

“โอเค...ถ้าอยากจะทำอย่างนั้น”

เขาพูดแค่นั้นประกายใสซื่อก็ฉายวาบขึ้นบนดวงตาคู่สวย ลลิลคิดว่าพัลเลเดียมคงไม่โกหก เธอจึงรีบก้มหน้าลงไปหาเขาแต่ที่ไหนได้พอกลีบปากของเธอนาบลงบนปากของเขาร่างหนาก็พลิกกลับมาอยู่เหนือเธออีกครั้งแต่คราวนี้เขาไม่ปล่อยให้เธอทำได้แม้แต่จะส่งเสียงเพราะชายหนุ่มฉวยโอกาสนั้นบดเบียดปากหยักหนากับกลีบปากนุ่ม และโดยไม่ทันตั้งตัวลิ้นหนาใหญ่ก็ฉกเข้าไปในปากเล็กได้สำเร็จ ลลิลตาเบิกกว้างเพราะเป็นอีกครั้งที่เขาจาบจ้วงเธอด้วยลิ้นร้อนเปียกฉ่ำ

หญิงสาวตัวแข็งเหมือนถูกสาปแต่ปากของเธอกลับรับรู้รสฉ่ำหวานของตัวเองที่ถูกปลายลิ้นหนาตวัดไล้ไปมาทั่วอุ้งปาก ร่างน้อยอ้าปากค้างแต่รับรู้ถึงสัมผัสเร่าร้อนที่บดเบียดรอบกลีบปากสีชมพูเรื่อ เขารุกล้ำเธอ จุ่มจ้วงและซอกซอนอย่างหิวกระหาย เธอตกใจถึงขนาดไม่รู้สึกว่าตัวเขาที่ทาบทับเหนือตัวเธอหนักอึ้งขนาดไหน ปลายลิ้นสัมผัสปลายลิ้นและราวกับว่าเขาดูดเอาความตระหนกของเธอกลับเข้าไปในตัวเขาเหลือเพียงความหวั่นหวามบางเบาราวขนนก

หญิงสาวขนลุกชันเพราะครั้งนี้เขาจูบเธอนานกว่าครั้งแรก ลลิลอ่อนเปลี้ยลงและรู้สึกไร้เรี่ยวแรงขึ้นมากะทันหัน เธอเหมือนเทียนกำลังเหลวละลายด้วยความร้อนรุ่มที่ถ่ายเทออกมาจากตัวเขา พัลเลเดียมหลอมเธอและทำให้ร่างอรชรปวกเปียก เนื้อตัวของเขาบดเบียดลงบนร่างบอบบางก่อนสำนึกหนึ่งจะจู่โจมเข้ามาฉับพลัน

มันคือความซาบซ่านและวาบหวิวจนเธอควบคุมอารมณ์แทบไม่ได้

“อาพีท...อาพีท...”

ลลิลส่งเสียงลึกในลำคอเมื่อพัลเลเดียมถอนริมฝีปากออก แต่เขายังคงเคล้าเคลียปากหนาบนปลายคางของเธอราวกับยังเสียดายและไม่อยากให้ห้วงเวลานั้นผ่านไป เขาผ่อนลมหายใจออกมา เป่ารดลงบนใบหน้าหวานที่แดงซ่านเหมือนลูกสตรอว์เบอรรี่ รสชาติและกลิ่นหอมหวานยังติดที่ปลายลิ้นของเขา ร่องรอยเปียกฉ่ำอาบบนเรียวปากอิ่มและดึงดูดให้ใบหน้าคร้ามเข้มก้มลงไปหาอีกครั้ง

“ลาร์ริมาร์...พระเจ้า”


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น