หอหมื่นอักษร
facebook-icon Instagram-icon

เพราะคำว่ารัก ทำให้นางต้องกลายเป็นหมากในกระดานของใครหลายๆ คน แล้วในโลกนี้จะมีผู้ใดบ้างที่มอบความรักให้นางอย่างจริงใจ

ตอนที่ 4 ปฏิเสธการอภิเษก (2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 ปฏิเสธการอภิเษก (2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.8k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ธ.ค. 2560 12:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 ปฏิเสธการอภิเษก (2)
แบบอักษร



ผู้หญิงแก่อายุยี่สิบกว่าที่ขายไม่ออก ทั้งยังไม่มีมารยาทงั้นหรือ ปากของจงเจิ้งอู๋โยวนี่ช่างเลาะร้ายเสียจริง ถ้าเทียบกับองค์ชายเก้าแล้ว ถือว่าองค์ชายเก้ายังดูจะมีความเกรงใจเสียมากกว่า ม่านเยายิ้มยะเยือกอยู่ในใจ แต่ใบหน้ายังคงเป็นปกติ ในขณะที่สายตาของทุกคนมองมาด้วยความกังวลคิดว่านางจะแสดงอาการอะไรขึ้นมานั้น นางกลับวางมือลง แล้วยืนอยู่อย่างนั้นโดยไม่พูดไม่แสดงอาการใดๆ


ฮ่องเต้หลินเทียนทรงขมวดพระขนงแล้วพูดตำหนิขึ้น “อู๋โยว อย่าเสียมารยาทกับองค์หญิง องค์หญิงเป็นผู้นำความสงบสุขมาให้ทั้งสองแคว้น เรื่องการอภิเษกของเจ้าสองคนมันเป็นเรื่องของหน้าตาและความสงบสุขของทั้งสองแคว้น ไม่ใช่เรื่องเด็กเล่น เจ้าจะเอาแต่ใจไม่ได้ ข้าสั่งคนให้ไปเตรียมชุดแต่งงานแล้ว เจ้าไปเปลี่ยนเสีย วันนี้ก็ทำพิธีคำนับฟ้าดินที่ท้องพระโรงนี่เสียเลย”

จงเจิ้งอู๋โยวเหลือบตามองฮ่องเต้ ดวงตาดำขลับคู่นั้นดุจะไม่มีความรู้สึกเลยแม้แต่น้อย และยังคงพูดด้วยน้ำเสียงเนือยๆ “กระหม่อมพูดเมื่อไหร่หรือว่าจะแต่งงาน ฝ่าบาทอย่าได้นำเรื่องความสงบสุขของทั้งสองแคว้นมากดดันกระหม่อมเลยพ่ะย่ะค่ะ เรื่องนี้ตั้งแต่ต้นนั้นก็เป็นเพราะพวกท่านคิดจัดการกันไปเอง คิดว่าหากนางมาถึงแล้วเรื่องงานอภิเษกก็จะเกิดขึ้น อย่างไรกระหม่อมก็ต้องยอมแต่งอย่างนั้นหรือ” จงเจิ้งอู๋โยวเผยอมุมปาก สายตาของคนทระนงตัวนั้นดูเยือกเย็นเขียนอยู่ชัดเจนว่าถ้าข้าไม่ยอมแล้วใครจะทำอะไรได้

ฮ่องเต้หลินเทียนพิโรธแล้วพูดขึ้น “อู๋โยว เจ้าอย่าคิดว่าข้าตามใจเจ้า แล้วเจ้าจะทำอะไรก็ได้ สำหรับเรื่องใหญ่ของบ้านเมือง ข้าไม่มีทางตามใจเจ้าอย่างเด็ดขาด เรื่องการแต่งงานนี้เปลี่ยนแปลงไม่ได้เด็ดขาด ไม่ว่าเจ้าจะตอบตกลงหรือไม่ อย่างไรก็ต้องทำตามนั้น! เข้ามาเอาตัวองค์ชายหลีไปเปลี่ยนชุด!” ถึงแม้ว่าการคำนับฟ้าดินแบบนี้จะดูฉุกละหุกไปหน่อย แต่จากนิสัยของอู๋โยวแล้ว ถ้าจะให้เขาเข้าพิธีคำนับฟ้าดินแบบปกตินั้นแน่นอนว่าไม่มีทาง


หัวหน้าองครักษ์ทำมือเป็นสัญลักษณ์เชื้อเชิญองค์ชายจงเจิ้งอู๋โยวด้วยความลำบากใจ


จงเจิ้งอู๋โยวมองทหารองครักษ์กลุ่มหนึ่งที่เดินเข้ามาทางเขา ฝืนยิ้มแล้วพูดขึ้น “ฝ่าบาทคิดจะบีบบังคับกระหม่อมอย่างนั้นหรือ ถึงแม้ฝ่าบาทจะสามารถบีบบังคับกระหม่อมกับหญิงสาวนางนี้ให้คำนับฟ้าดินได้ ถ้าเช่นนั้นตอนเข้าเรือนหอเล่า ก็คงต้องให้คนพวกนี้ช่วยด้วยหรือมิใช่ ไม่ก็หาคนมาทำแทนอย่างนั้นหรือ”

 “บังอาจ!” ฮ่องเต้หลินเทียนโกรธจนเกินทน

“ฝ่าบาทเพคะ” ม่านเยาเดินเข้าไปช้าๆ สายตาของทุกคนจ้องมองมาที่นางเป็นตาเดียว แต่นางทำเป็นไม่สนใจ แววตาของนางเรียบเย็น ยิ้มเหมือนไม่ใส่ใจ แล้วพูดขึ้นด้วยความแน่วแน่และเรียบเฉยว่า “ฝ่าบาทอย่าทรงกริ้วไปเลยเพคะ คำโบราณกล่าวไว้ถูกแล้ว แตงที่ฝืนเด็ดมันจะไม่หวาน ในเมื่อองค์ชายหลีไม่อยากจะอภิเษกกับหรงเล่อ แล้วหรงเล่อจะฝืนใจได้อย่างไร ถึงแม้หรงเล่อจะอายุยี่สิบแล้วยังไม่ได้แต่งงาน ในส่วนของหน้าตากิริยาและความประพฤติจะไม่ดีพอ แต่อย่างไรก็ยังไม่ถึงขั้นต้องใช้สถานะของตัวเองเพื่อบังคับใจใครให้แต่งงานด้วย”


ถึงแม้ว่านางจะไม่ใช่องค์หญิงหรงเล่อฉางตัวจริง แต่นางก็ก็มีเกียรติและความภาคภูมิใจ ไม่ใช่ใครจะมาเหยียดหยามได้ การแต่งเป็นชายาองค์ชายหลีนั้นก็ไม่ใช่สิ่งที่นางต้องการ นางอยากจะมีชีวิตสงบสุขและอิสระในยุคที่อำนาจกษัตริย์เป็นใหญ่ ชีวิตคนเหมือนผักปลา นางที่อยากจะมีชีวิตอยู่ก็ต้องรู้จักดูสถานการณ์ อาศัยช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดและใช้สิ่งที่ตัวเองมีอยู่เพื่อต่อสู้ให้มาได้ซึ่งสิ่งที่ตัวเองต้องการ อย่างเช่น อิสระ ถึงแม้ว่าจะเป็นอิสระแค่เพียงชั่วคราว หากฐานะของนางกำหนดไว้แล้วว่าจำเป็นจะต้องแต่งงานด้วยวิธีเช่นนี้ ถ้าเป็นอย่างนั้นนางก็ขอเป็นคนเลือกเอง


องค์ชายจงเจิ้งอู๋โยวหรี่ตาลงสังเกตนาง ผู้หญิงคนนี้ไม่เพียงแต่กล้าสบตากับเขา แต่แม้กระทั่งตอนที่เขาพูดจาดูถูกนาง นางก็ยังคงเงียบสงบได้ คำพูดไม่เพียงแต่ไม่มีความโมโห แต่กลับอ่อนโยนและมีความแข็งแกร่งอยู่ในที รู้จักกาลเทศะ บอกได้ถึงศักดิ์ศรีที่มีอยู่ในตัว ภายนอกไม่แสดงออกถึงอาการใดๆ ซึ่งไม่ใช่การแสดงออกขององค์หญิงผู้มีนิสัยดื้อรั้นที่ได้รับการเอาใจจากฮ่องเต้ควรจะมี จู่ๆ เขาก็อยากจะเปิดม่านไข่มุกที่ปิดหน้าของนางออก อยากรู้เหลือเกินว่าใบหน้าหลังม่านนั้นแตกต่างกับคำร่ำลือนั่นหรือไม่ แต่จะแตกต่างหรือไม่แตกต่างแล้วมันเรื่องอะไรของเขาล่ะ

จงเจิ้งอู๋โยวพูดออกมาอย่างยิ้มๆ “เช่นนี้ดีที่สุด ขอให้ฝ่าบาททรงเลือกผู้อื่นเป็นคู่ครองให้องค์หญิงหรงเล่อฉาง แคว้นหลินเทียนของพวกเรา อย่างอื่นกระหม่อมไม่กล้าพูด แต่องค์ชายนั้น...มีมากมาย” รอยยิ้มดูถูกค่อยๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา จนกระทั่งค่อยๆ ออกมาทางสายตาเยือกเย็นไม่มองเห็นหัวใครคู่นั้น

คำพูดประโยคสุดท้ายจากปากเขา ทำเอาสีพระพักตร์ของฮ่องเต้หลินเทียนเปลี่ยนไป พระองค์กระแอมขึ้นมาเบาๆ แล้วตรัสขึ้น “หากองค์หญิงเห็นด้วย ข้าจะให้คนเขียนรายชื่อลูกหลานในราชวงศ์ที่ยังไม่แต่งงานขึ้นมาให้องค์หญิงทรงเลือก” เรื่องมาถึงตอนนี้ เพียงแค่องค์หญิงหรงฉางเล่อเห็นด้วย ก็จะเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุดแล้ว

ม่านเยาไม่ได้ตอบในทันที แต่กลับมองไปรอบๆ ตอนที่เห็นองค์ชายเก้านั้น ใบหน้าหล่อเหลาของเขาดูถอดสี ในแววตาปรากฏความหวาดกลัว ราวกับกลัวว่าจะถูกนางเลือก ม่านเยาจึงอดรู้สึกขำไม่ได้ แล้วนางก็มองจงเจิ้งอู๋โยวอีกครั้ง ในเมื่อไม่ใช่ธุระของเขาแล้ว เขาจึงได้แต่มองอยู่ข้างๆ ด้วยสายตาเย็นชา นางจึงอดไม่ได้ที่จะเลิกคิ้วแล้วหันไปทูลกับฮ่องเต้หลินเทียน “ฝ่าบาทเพคะ เพื่อความผาสุกของทั้งสองแคว้น เรื่องนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ได้ เพียงแต่ว่า...ชาวประชาต่างก็รู้ว่าที่หรงเล่อเดินทางมาครั้งนี้ก็เพื่อที่จะแต่งเป็นชายาขององค์ชายหลี และองค์ชายหลีก็เป็นคนที่ท่านพี่ของหม่อมฉันทรงเลือก วันนี้หรงเล่อก็มาถึงที่นี่แล้ว ยังไม่ทันจะได้แต่งก็ถูกทอดทิ้ง...หรงเล่อก็แค่หญิงสาวตัวเล็กๆ ถึงใครจะพูดอย่างไรก็ไม่เป็นไร เพียงแต่กลัวว่า...ถ้าหากเรื่องนี้ถูกแพร่ออกไป แคว้นฉี่อวิ๋นของพวกเราก็คงจะอับอายขายขี้หน้า แล้วเท่านพี่ของหม่อมฉันที่เป็นถึงกษัตริย์ปกครองแคว้นจะเอาหน้าไปไว้ที่ใด กลัวก็แต่เพียงว่า แคว้นฉี่อวิ๋นจะถูกผู้คนพูดกันเป็นเรื่องตลกเพราะหรงเล่อ ถ้าเช่นนั้นหรงเล่อก็คงรู้สึกผิดไปตลอดเพคะ”

น้ำเสียงและคำพูดนั้นฟังดูมีท่วงทำนอง ทุกคำพูดชัดเจน  มีเหตุมีผล ทั้งๆ ที่เป็นการซักถามแต่กลับทำให้คนฟังไม่สามารถตอบโต้ได้ จงเจิ้งอู๋โยวลุกขึ้นนั่ง สายตามองไปที่นางด้วยความกดดัน ราวกับจะมองให้ทะลุม่านลูกปัดไข่มุกนั้นดูนางให้ละเอียดถี่ถ้วน เขาพูดขึ้นช้าๆ น้ำเสียงนั้นแฝงด้วยการดูถูก “พูดเช่นนี้แสดงว่าองค์หญิง...จะเกาะข้าไม่ปล่อยอย่างนั้นหรือ”

ม่านเยาเงยหน้าขึ้นแล้วยิ้มออกมาเบาๆ “ไม่ใช่เช่นนั้นเพคะ”

จงเจิ้งอู๋โยวยกคิ้วขึ้นมุมปากแฝงไว้ด้วยรอยยิ้มเย็นชา “ถ้าเช่นนั้นองค์หญิงหมายความว่าอย่างไรกัน”


ม่านเยายิ้มไม่ตอบ แต่กลับเดินเข้าไปหาเขา...





แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น