หอหมื่นอักษร
facebook-icon Instagram-icon

เพราะคำว่ารัก ทำให้นางต้องกลายเป็นหมากในกระดานของใครหลายๆ คน แล้วในโลกนี้จะมีผู้ใดบ้างที่มอบความรักให้นางอย่างจริงใจ

ตอนที่ 3 ปฏิเสธการอภิเษก (1)

ชื่อตอน : ตอนที่ 3 ปฏิเสธการอภิเษก (1)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 13.9k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ธ.ค. 2560 12:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3 ปฏิเสธการอภิเษก (1)
แบบอักษร



พระหัตถ์ของฮ่องเต้หลินเทียนตบลงที่โต๊ะพลางลุกขึ้น แล้วตรัสขึ้นด้วยความโกรธเกรี้ยว “บังอาจ ! มาเข้าเฝ้าด้วยสภาพเช่นนี้ มันเหมาะสมหรืออย่างไรกัน ในสายตาของพวกเจ้ายังมีข้าอยู่อีกหรือไม่ !"

องค์ชายเก้ารีบคุกเข่าลง พูดออกมาด้วยเสียงเบา “เสด็จพ่อ ท่านเป็นคนตรัสเองว่า ไม่ว่าจะใช้วิธีอะไร ขอเพียงแค่ให้พี่เจ็ดมาเข้าเฝ้าให้ได้ไม่ใช่หรือพ่ะย่ะค่ะ......”

“เจ้าหุบปากไปเลย !” เส้นเอ็นข้างขมับของฮ่องเต้หลินเทียนปูดโปนขึ้นมา เขาชี้ไปที่องค์ชายเก้า ท่าทางเช่นนั้นราวกับว่าอยากจะเตะเขาออกนอกวังไปเขาถึงจะหายโกรธ


องค์ชายเก้าถูกดุจนตัวสั่น เขาก้มหน้างุดลงไปไม่กล้าส่งเสียงออกมาอีก เหล่าบรรดาขุนนางล้วนแต่ตกใจจนร่างสั่นไหว คอหดลง แม้แต่จะหายใจออกมาพวกเขาก็ยังไม่กล้า


เพราะความโกรธของฮ่องเต้หลินเทียน ทุกคนในท้องพระโรงตกใจเสียยิ่งกว่าวิหคตื่นคันศร มีเพียงม่านเยาเท่านั้นที่ยังมีท่าทีดูเป็นปกติ นางมองดูขันทีแปดคนที่หามเก้าอี้นอนไม้ที่มีคนนอนคลุมโปงกรนฟ่อๆ อยู่ พระสุรเสียงเกรี้ยวกราดของฮ่องเต้หลินเทียนนั้น ไม่ได้มีท่าทีที่จะทำให้เขาตื่นเลยแม้แต่น้อย นางแอบยิ้มออกมาอย่างอดกลั้นไม่ไหว ช่างน่าชื่นชมในความสามารถการนอนของเขาผู้นี้เสียจริงเชียว องค์ชายหลีจงเจิ้งอู๋โยวถึงแม้ว่าจะดื้อรั้น ทระนงตัวเป็นที่สุด แต่ลองคิดดูเถอะว่าหากไม่ได้รับอนุญาตจากเขา ใครเล่าจะกล้าหามเขาออกมาจากจวนอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้

ฮ่องเต้หลินเทียนพระดำเนินลงจากบัลลังก์ สายพระเนตรเห็นคนที่อยู่บนเก้าอี้นอนนั้นไม่มีปฏิกิริยาใดๆ แม้แต่น้อย เช่นนั้นก็ควบคุมความโกรธเอาไว้ไม่อยู่

“อู๋โยว มาเข้าเฝ้า แต่เจ้ายังกล้าอวดดีแบบนี้อีกหรือ! ยังไม่รีบตื่นขึ้นมาอีก!” ฮ่องเต้หลินเทียนดึงผ้าห่มออกจากตัวขององค์ชายจงเจิ้งอู๋โยว เพียงแค่ออกแรงดึง ผ้าห่มสีแดงเข้มก็ปลิวว่อนออกนอกตำหนักไม่เหลือแม้แต่ร่องรอย แต่ทว่าวินาทีต่อมา เมื่อฮ่องเต้หลินเทียนเห็นภาพบนเก้าอี้นอนตัวนั้น พระองค์ก็กลับยืนแข็งทื่ออยู่ที่เดิม


เมื่อผ้าห่มถูกดึงออก คนที่นอนอยู่บนเก้าอี้นอนก็ปรากฏสู่สายตาผู้คน พวกขุนนางต่างพากันมองด้วยความตกใจแต่ไม่กล้าส่งเสียงใดๆ ภาพที่พวกเขาเห็นนั้น มันเป็นภาพอะไรกันแน่!


ม่านเยารู้สึกแปลกใจ ราวกับห้วงเวลาหยุดเดินอยู่ตรงวินาทีนั้น


นางเห็นเพียงชายหนุ่มที่อยู่บนเก้าอี้นอน คิ้วราวกับคมมีด จมูกตรงดั้งตระหง่าน ดวงตาแคบดั่งตาหงส์นั้นกำลังปิดสนิท ขนตาหนายาว ปากแดงนั้นราวกับกลีบดอกหยิงฮวาแรกบานในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ทำให้ใบหน้าบริสุทธิ์นั้นแลดูช่างสมบูรณ์แบบโดยแท้

ม่านเยานั้นมีชีวิตมาแล้วสองภพที่ต่างกันกว่าสองพันปี นางเจอชายหนุ่มหน้าตาดีมาก็เยอะ แม้จะเป็นผู้ชายที่น่าตื่นตาตื่นใจ แต่ก็ไม่เคยมีความรู้สึกที่ทำให้นางละสายตาไม่ได้เหมือนผู้ชายคนนี้ และนางก็ไม่เคยคิดว่าบนโลกใบนี้จะมีผู้ชายเกิดมาหน้าตาบริสุทธิ์ได้ขนาดนี้ ใบหน้าซึ่งไร้ที่ติแต่ก็ไม่ได้ทำให้เข้าใจผิดว่าเขาเป็นผู้หญิง คำว่าสมบูรณ์แบบที่นางเคยคิดไว้นั้นดูเหมือนจะยังน้อยเกินไป

ฮ่องเต้หลินเทียนมองใบหน้านั้นด้วยความมึนงงเล็กน้อย ดวงตาลึกล้ำคู่นั้นดูมีประกายของความซับซ้อน แต่ก็แปรเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วจนไม่มีใครจับสังเกตเห็น ส่วนความโกรธที่มีอยู่ก่อนหน้านี้ก็ค่อยๆ มลายหายไป จนกระทั่งไม่เหลือร่องรอยอะไรอยู่เลย

ชายหนุ่มที่นอนอยู่บนเก้าอี้นอนนั้นสวมชุดผ้าต่วนสีขาวลายดำ ผูกเอวด้วยเชือกเส้นเล็กยาวอย่างหลวมๆ ราวกับผูกไว้ง่ายๆ และก็เหมือนจะสามารถหลุดออกได้ง่ายๆ เช่นกัน ผมของเขานั้นไม่ได้มัดรวบไว้ เพียงแต่ปล่อยผมยาวสยายลงมาอย่างสบายๆ ผมนุ่มสลวยเป็นประกายนั้นดำขลับ ลมที่พัดมาแผ่วเบานั้น พัดเอาผมสีดำราวน้ำหมึกของเขาขึ้นมาข้างๆ หน้าผาก ระผ่านใบหน้าของเขาเบาๆ ครู่หนึ่ง ราวกับกลัวว่าจะทำให้คนที่นอนอย่างสงบนั้นตื่นขึ้นมา และทำให้อดไม่ไหวอยากที่จะเข้าไปสัมผัสกับใบหน้าสมบูรณ์แบบนั่น


จงเจิ้งอู๋โยวถูกหามมาเข้าเฝ้าในสภาพที่เขานอนหลับเป็นตาย ใบหน้าหล่อเหลาบริสุทธิ์นั้นหลับพริ้มราวกับอยู่ในอ้อมกอดของผู้เป็นแม่ ไร้ซึ่งอันตรายใดๆ


ม่านเยาหยุดคิดไม่ได้ว่าต้องเป็นดวงตาเช่นไร ถึงจะเหมาะสมกับใบหน้าหล่อเหลาเช่นนี้ ตาสวยเจิดจรัสหรือ? หรือว่าดวงตาบริสุทธิ์ดั่งเซียนที่ทำให้คนธรรมดาหลงใหล หรืออาจจะดูฉลาดยิ่งกว่าเทพเจ้าจนคนธรรมดาไม่อาจปิดบังอะไรเขาได้ นางยังคงคาดเดาต่อไปโดยที่ไม่รูตัวสักนิด แต่ทว่า ผิดแล้ว...ที่นางคิดมานั้นผิดทั้งหมด อีกทั้งยังผิดมหันต์

ตอนที่ดวงตาคู่ที่ปิดสนิทอยู่นั้นลืมขึ้นมา ต่างก็ทำให้หัวใจของผู้คนสั่นเทา ดวงตาคู่นั้น...ราวกับพญายมที่ดูดุดันอย่างไรอย่างนั้น ถ้าหากไม่ได้เห็นกับตาของตัวเอง ม่านเยาไม่มีทางเชื่อเด็ดขาดว่าในโลกใบนี้จะมีคนแบบนี้อยู่ คนที่สามารถนำความดุร้ายกับความหล่อเหลาบริสุทธิ์ไร้ที่ติสองอย่างที่ดูแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงมาหลอมรวมเข้ากันได้สุดยอดเช่นนี้

จงเจิ้งอู๋โยวค่อยๆ ลุกขึ้นอย่างช้าๆ ศอกของเขาค้ำอยู่บนเก้าอี้นอน ส่วนแขนอีกข้างวางพาดไว้บนเข่าที่งออยู่อย่างสบายๆ ท่าทางที่ดูอ่อนแรงอย่างเห็นได้ชัด แต่เป็นพอเขาทำกลับดูสง่างามไปอีกแบบ เขากวาดสายตามองไปทั่ว ไม่ได้มองฮ่องเต้ และก็ไม่ได้มองบรรดาขุนนางหรือพี่น้อง แต่กลับมองไปที่ร่างของหญิงสาวที่สวมด้วยชุดแต่งงานสีแดง สายตาของเขาเย็นชายิ่งกว่าน้ำแข็งที่สะสมมานับพันปีที่กระจายความเยือกเย็นนั้นออกไปไกล

ม่านเยาที่ถูกเขาจดจ้องโดยที่ไม่แสดงสีหน้าอาการใดๆ ก็รู้สึกราวกับว่าเลือดของนางจะแข็งตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว แต่นางกลับไม่ได้หลบสายตาเขาแม้แต่น้อย กลับมองตรงๆ ผ่านม่านลูกปัดนั้นไปสบนัยน์ตาคู่นั้นของจงเจิ้งอู๋โยว

แสงยามเช้าตรู่ที่ลอดผ่านทางหน้าต่างสาดส่องลงมาบนร่างกายผอมเพรียวของเขา ราวดั่งแสงแห่งทางช้างเผือกที่ถูกวาดเป็นเส้นที่สวยงาม แสงอันอบอุ่นที่ปกคลุมอยู่รอบๆ ตัวเขา ทำให้ปิดบังสายตาที่ดูเยือกเย็นและเสน่ห์ร้ายๆ ของเขาไม่มิด


ที่แท้คนเราลืมตากับปิดตาทำให้ดูแตกต่างกันได้ถึงเพียงนี้ สามารถให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันได้ถึงเพียงนี้ แตกต่างจนราวกับว่าเป็นคนละคน


บรรยากาศภายในท้องพระโรงเงียบสนิทราวกับอากาศจะหยุดนิ่งอย่างไรอย่างนั้น จู่ๆ จงเจิ้งอู๋โยวก็ยิ้มออกมา สายตายแฝงไว้ด้วยความดูถูก เขามองผู้หญิงที่อยู่ตรงข้ามเขาผ่านม่านปิดหน้าที่มองเห็นแววตาของนางอยู่รำไร ในนั้นไม่มีความกลัวเลยแม้แต่น้อย เช่นนั้นเขาจึงลดสายตาลงอย่างเสียไม่ได้ แล้วพูดขึ้นมาด้วยท่าทางขี้เกียจ “รสนิยมของฝ่าบาทนับวันยิ่งประหลาด วันก่อนก็ประทานสาวสวยให้กระหม่อม พอกระหม่อมไม่สนใจ ครั้งนี้ก็หาผู้หญิงแก่อายุยี่สิบกว่าที่ขายไม่ออกทั้งยังไม่มีมารยาทมาแต่งงานกับกระหม่อม ฝ่าบาทต้องรีบยัดเยียดผู้หญิงให้กระหม่อมเร็วขนาดนี้เชียวหรือ”

น้ำเสียงที่พูดขึ้นอย่างช้าๆ แฝงไว้ด้วยความดูถูกเย้ยหยันนั่น ทำเอาแววตาของเซียวชาสั่นไหวขึ้นมาในทันที เดิมทีเขาไม่ใช่คนที่หุนหันพลันแล่น แต่นี่เป็นเจ้านายของเขา เป็นองค์หญิงที่สูงส่งที่สุดของแคว้นฉี่อวิ๋น จะยอมให้คนของแคว้นอื่นมาดูถูกครั้งแล้วครั้งเล่าได้อย่างไร เขากำหมัดแน่น กำลังจะเดินไปข้างหน้า แต่ทันใดนั้นม่านเยาที่รู้สึกได้ถึงจุดประสงค์ของเขา รีบยกมือขึ้นห้ามเซียวชาเอาไว้ มือบางของนางขาวดั่งหยก นิ้วเรียวยาวทุกนิ้วนั้นดูเหมือนจะมีพลังที่แข็งแกร่ง ทำให้เขาชะงักงันแล้วขมวดคิ้วขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ชายหนุ่มเก็บกดความโกรธเอาไว้ สบถออกมาแล้วเดินถอยหลังไป






แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น