สีตลา

อ่านฟรีเช่นเคยค่ะ แต่ขออนุญาตลงไม่จบนะ และอาจจะมีตอนพิเศษให้เหมือนเรื่องที่แล้ว 55555 เบื่อตัวเอง นังคนใจอ่อน! เอาเป็นว่าฝากเรื่องใหม่ด้วยนะคะ

ชื่อตอน : แค่เธอก็พอ 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ธ.ค. 2560 08:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
แค่เธอก็พอ 100%
แบบอักษร

            เมื่อมาถึงห้องทำงานอีกครั้ง อรอินทร์ถึงเพิ่งรู้ว่ามีห้องนอนอยู่ถัดห้องทำงานของเขาเข้าไป ส่วนในห้องทำงาน ตอนนี้ไม่มีดอกไม้หลงเหลืออยู่แล้ว เนื่องจากสุชาดาได้โทร.มาบอกพนักงานให้เข้ามายกออกตอนอยู่คลินิกแล้ว

            “บ้างานขนาดทำห้องนอนไว้ที่ทำงานเลยเหรอคะเนี่ย” หญิงสาวอุทานทึ่งๆ เมื่อเดินตามเขากับสุชาดาเข้ามาในห้องนอน

            ปวีร์ไม่เอ่ยอะไร อาจเพราะยาแก้แพ้กำลังจะออกฤทธิ์แล้ว ส่วนสุชาดาจัดการเปิดแอร์ให้ได้อุณหภูมิที่เหมาะสม จากนั้นจึงชวนกันเดินออกมาและปิดประตูให้เรียบร้อย

            ยังไม่ทันจะเอ่ยอะไร ประตูห้องก็เปิดออกผาง สองสาวขาประจำเดินเบียดกันเข้ามา

            “ฮัลโหล วีร์ขา...” ส่งเสียงเรียกชื่อเขาพร้อมกัน พลางรี่ไปที่โต๊ะของเขา แต่พอไม่เห็นก็หันมาทางอรอินทร์กับสุชาดา กระชากเสียงถาม “วีร์ขาไปไหน”

            “คุณวีร์ไม่ค่อยสบายค่ะ ต้องการพักผ่อน” สุชาดาเชิญอย่างสุภาพ

“วีร์เป็นอะไร” ปาริดาร้องถามได้ก่อน

            “แล้วตอนนี้วีร์อยู่โรงพยาบาลไหน ขอเกวไปดูแลวีร์นะคะ คุณสุขา” เกวลีอ้อนเสียงหวานพลางตรงเข้ากอดแขนแสดงความสนิทสนม

            “วีร์อยู่โรงบาลไหน นอนห้องพิเศษหรือเปล่า ปลาจะดูแลให้ค่ะ”

            “อวดรวยไปอีก” เกวลินเบะปาก 

            “ไม่ได้อวดนะคะ บังเอิญรวยจริง และมีหุ้นในโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังจริงๆ” ปาลิดายักไหล่ใส่อีกฝ่าย “ว่าไงคะ คุณสุ”

            “อย่ารบกวนคุณวีร์เลยนะคะ ให้ท่านพักดีกว่า” สุชาดาพูดอย่างสุภาพอีกครั้ง แต่ดูจะไร้ผล

            “ถ้าไม่สบายจริง ทำไมไม่ให้พวกเราดูแลล่ะคะ คุณสุไม่บอกแบบนี้ เกวยิ่งเป็นห่วงค่ะ”

            “ปลาก็ยิ่งห่วงเลย บอกมาค่ะว่าอยู่โรงบาลไหน ปลาจะย้ายเข้าโรงบาลปลาตอนนี้เลย” ว่าพลางหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาตั้งท่าจะโทร.ออก

            “ตอนนี้คุณวีร์ต้องการพักผ่อนค่ะ ไม่อยากให้ใครรบกวนทั้งนั้น” อรอินทร์เอ่ยด้วยความรำคาญใจที่สองสาวพูดจาไม่รู้เรื่องเสียที “เชิญคุณสองคนกลับไปก่อนค่ะ เราสองคนจะทำงานแล้ว”

            สองสาวหันขวับมามองเธอเป็นตาเดียว วันนี้เธอไม่ได้แต่งตัวเป็นป้าแล้ว แต่แต่งตามวัยและตามสมัย ความสวยจัดจึงโดดเด่นที่ทำให้สองสาวตาลุกวาวด้วยความไม่ชอบใจและริษยาในความสวยนั้นจนปิดไม่มิด 

            “เอ๊ะ น้องคุณวีร์นี่ คุณวีร์ไปไหนคะ” เกวลินเปลี่ยนคนถาม

            “เชิญค่ะ” อรอินทร์ผายมือไปที่ประตู แล้วหันไปทางสุชาดา “พี่สุไปทำงานกันค่ะ เดี๋ยวแอ้นจะเอารายงานไปส่งให้นะคะ”

            สุชาดาพยักหน้าแล้วเดินเร็วๆ ออกจากห้องไป อรอินทร์เองก็เดินกลับไปนั่งโต๊ะของตน สองสาวมองซ้ายมองขวา แล้วก็ทำท่าจะถลามาหาอรอินทร์ เธอจึงเงยหน้าส่งสายตาเอาจริงไปให้ ทั้งคู่ชะงักกึกแล้วถอยร่นกลับไป สักพักก็พากันหมุนตัวเดินจากไป ซึ่งคิดว่าน่าจะไปกวนสุชาดานั่นแหละอีก

            อรอินทร์ระบายลมหายใจยาวๆ ด้วยความเบื่อหน่าย อยากถามจริงๆ ว่าการตามตื๊อผู้ชายแบบนี้ จะทำให้เขาหันมารักได้จริงหรือ

            อรอินทร์ทำงานต่อสักพักก็เห็นว่าใกล้เที่ยงแล้ว จึงเดินออกไปหาสุชาดา

            “เราจะออกไปทานข้างนอกแล้วปล่อยคุณวีร์ไว้คนเดียวเหรอคะ”

            “น่าจะยังหลับอยู่ เดี๋ยวพอคุณวีร์ตื่น พี่จะโทร.สั่งอาหารมาให้ทานค่ะ เราไปกันเถอะค่ะ”

            แต่อรอินทร์กลับลังเล ด้วยเป็นห่วงเขา และส่วนหนึ่งก็รู้สึกผิดมากที่เป็นต้นเหตุให้เขาต้องไม่สบาย

            “แอ้นไม่ไปดีกว่าค่ะ ป้าสุ ฝากป้าสุซื้อข้าวมาฝากหน่อยได้มั้ยคะ”

            สุชาดายิ้มน้อยๆ “เป็นห่วงคุณวีร์เหรอคะ”

            “ก็แอ้นทำให้คุณวีร์ต้องเป็นแบบนี้”

            สาวใหญ่ยิ้มพลางพยักหน้าหงึกหงัก “ก็ได้ค่ะ งั้นเดี๋ยวป้าซื้อมาฝากแล้วกันนะคะ ยังไงฝากคุณวีร์ด้วยนะคะ”

            เขายังหลับอยู่และหายใจสม่ำเสมอ อาการหน้าเห่อแดงหายไปแล้ว แต่ก็ดูออกว่ายังอ่อนเพลียอยู่มาก

            อรอินทร์เดินเข้าไปใกล้ ยกมือแตะหน้าผากเขาเพื่อวัดไข้ เมื่อไม่มีก็คลายใจ

            “หือ” คนบนเตียงครางคล้ายไม่แน่ใจ ปรือตาขึ้นมามอง “แอ้นเหรอ”

            “คุณวีร์เป็นยังไงบ้างคะ” สีหน้าเธอเป็นกังวลเหลือเกิน

            ปวีร์ฝืนยิ้ม ตอบเสียงเบา “ฉันไม่เป็นไรแล้ว” 

            “แอ้นขอโทษนะคะ แอ้นแค่อยากให้ห้องมันสดใสขึ้นก็เท่านั้น...ตอนนี้แอ้นรู้แล้วว่าทำไมห้องคุณถึงไม่มีดอกไม้”

            “เธอขอโทษฉันแล้วไง”

            “โรคนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ อาจทำให้เสียชีวิตได้ แอ้นเสียใจจริงๆ นะคะ”

            “อืม ฉันรู้ว่าเธอคิดอะไร” ตอนท้ายเสียงเขาเบาลง เธอเงยหน้ามองก็พบว่าเขาหลับไปอีกครั้งแล้ว หญิงสาวจึงถอยออกมา หยิบเก้าอี้จากมุมห้องมานั่งลงข้างเตียง เฝ้ามองเขาด้วยความเป็นห่วงและความรู้สึกผิดที่ยังเกาะกินหัวใจ

            ครู่ต่อมา หญิงสาวก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วพิมพ์ข้อความหามิสเตอร์A ทั้งที่รู้ว่าเวลานี้เขาอาจไม่สะดวกคุยกับเธอ

            ‘คุณ มีเรื่องแย่ๆ แหละ...คือเราเป็นต้นเหตุให้เจ้านายไม่สบาย เราไม่รู้ว่าเขาแพ้ดอกไม้ เราเลยซื้อดอกไม้มาจัดเต็มห้องเลย’

             ‘เขาไม่โทษเราซักคำ ซ้ำยังบอกว่าเขาเข้าใจ เราก็เลยยิ่งรู้สึกผิด เฮ้อ นี่ถ้าเขาเป็นอะไรมากไปกว่านี้ เราต้องรู้สึกแย่กว่านี้แน่ๆ’

            กดส่งข้อความทั้งหมดแล้ว เธอก็มองไปทางคนบนเตียงอีกครั้ง ก่อนจะนึกอะไรได้ นี่เป็นโอกาสที่เธออาจจะพอหาเบอร์โทรศัพท์หรือที่อยู่ของคนขับรถคนนั้นได้  

            หญิงสาวค่อยๆ ลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกจากตรงนั้นไป

            เลขาของเจ้าสัวปกรณ์ออกไปทานกลางวันแล้ว มันจึงเป็นทางสะดวกสำหรับอรอินทร์ หากแต่ห้องทำงานของเจ้าสัวถูกปิดล็อกเอาไว้ เนื่องจากวันนี้เจ้าของห้องไม่ได้มาทำงาน หญิงสาวทำสีหน้าผิดหวัง จากนั้นจึงเดินไปหาแม่บ้าน ก็พบอีกฝ่ายกำลังจะทานข้าวกับเพื่อนร่วมอาชีพที่ด้านหนึ่งของบริษัท

            “อุ๊ย คุณอรอินทร์ มีอะไรหรือคะ” ฝ่ายนั้นวางช้อนทันทีด้วยความตกใจ

            “ขอโทษนะคะ ที่มารบกวนเวลากิน แต่คือ...แอ้นต้องการกุญแจห้องทำงานของเจ้าสัว เอ่อ ของคุณลุงน่ะค่ะ พอดีจะหยิบของให้คุณวีร์น่ะค่ะ”

            “อ๋อ...ได้ค่ะ” แม่บ้านใจดีหยิบให้ทันทีอย่างไม่มีแคลงใจ เนื่องจากเห็นว่าเป็นลูกเลี้ยงของเจ้าสัว และก่อนหน้านี้ก็ได้รับคำสั่งมาว่าให้ปฏิบัติต่ออรอินทร์เหมือนกับที่ปฏิบัติต่อปวีร์และปภพ รวมถึงองค์อร

            “หรือจะให้ป้าไปเปิดให้คะ”

            “ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวแอ้นเปิดเอง ป้าทานข้าวเถอะค่ะ หยิบของเสร็จแล้ว แอ้นจะรีบเอามาคืนเลย”

            ในที่สุด กุญแจพวงนั้นก็ตกอยู่ในมือของอรอินทร์

            หญิงสาวย้อนกลับไปทางเดิม ไม่นานก็มาหยุดยืนหน้าห้องของเจ้าสัวอีกครั้ง สูดลมหายใจยาวๆ เพื่อให้กำลังใจตัวเอง

            “อ้าว คุณแอ้น มาทำอะไรตรงนั้นคะ” ระหว่างนั้นเสียงทักก็ดังขึ้น อรอินทร์สะดุ้งสุดตัว เก็บกุญแจลงกระเป๋าอย่างรวดเร็ว

            “เอ่อ เปล่าหรอกค่ะ...ป้าสุกลับมาเร็วเชียว ได้ทานข้าวหรือยังคะเนี่ย”

            “ยังค่ะ ป้ากลัวว่าถ้าป้ามัวแต่ทาน คุณแอ้นจะรอนาน เลยกะว่าจะมาทานด้วยกันค่ะ”

            “ขอบคุณมากค่ะ มาค่ะ แอ้นช่วยถือ” หญิงสาวเอื้อมมือไปดึงของจากมือฝ่ายนั้นมาถือไว้เอง แล้วเดินนำไปที่ห้องครัว เธอลอบถอนหายใจด้วยความเสียดาย แต่เธอไม่ยอมแพ้หรอก มีอีกหลายวิธีที่เธอจะหาตัวคนขับรถคนนั้น

            อาการของปวีร์ดีขึ้นก็ตอนบ่ายแก่ๆ แล้ว ชายหนุ่มจัดการล้างหน้าล้างตา แล้วเดินออกมานอกห้อง หน้าตาของเขาสดใสขึ้นมาก

อรอินทร์รีบกดโทรศัพท์หาแม่บ้าน สั่งให้อุ่นอาหาร “เสร็จแล้วยกมาเลยนะคะ”

            วางสายแล้ว เธอก็เดินเข้าไปหาเขา “เป็นยังไงบ้างคะ”

            “ดีขึ้นมากแล้ว ขอบใจเธอมาก” เขาส่งยิ้มน้อยๆ มาให้

            อรอินทร์ไม่พูดอะไรอีก เธอจัดการเตรียมยาไว้ให้เขา “กินข้าวกินยาแล้ว กลับบ้านเลยนะคะ จะได้พักต่อ”

            “ฉันจะทำงานต่อ”

            “ไม่ได้นะคะ ร่างกายคุณวีร์ยังต้องการพักค่ะ” หญิงสาวไม่เห็นด้วย

            “ฉันอึดกว่าที่เธอคิด” เขาตอบกลับมาสั้นๆ และหยิบงานตรงหน้าขึ้นมาดู

            “ตามปกติดื้อแบบนี้เลยเหรอคะ”

            ปวีร์แทบสำลักกับคำถามนั้น “นี่ แม่หนู เธอเป็นน้องฉันนะ ถามคำถามแบบนี้กับฉันได้เหรอ”

            “ทำไมไม่ได้ล่ะคะ ก็คุณวีร์ดื้อจริงๆ นี่นา”

            ชายหนุ่มส่ายหน้า ก่อนเอ่ย “ไปเอางานที่ทำทั้งหมดวันนี้มาให้ฉันดูดีกว่า”

            “ไม่ค่ะ” หญิงสาวเอ่ยเสียงเด็ดขาด หน้าก็ดุและเอาจริง แถมยังเอื้อมมือไปหยิบงานจากมือเขาออกอีกด้วย และเขาก็ไม่ดื้อดึงอีกต่อไป นั่นทำให้สุชาดาที่เดินนำแม่บ้านเข้ามาในห้องต้องอมยิ้ม เพราะแต่ไหนแต่ไรมา ปวีร์ไม่เคยฟังใคร ถ้าเขาห่วงงาน เขาก็จะลืมทุกอย่างแม้แต่สุขภาพของตัวเอง เพิ่งเห็นอรอินทร์นี่แหละที่ทำให้เขายอมได้

            ยืนดูแม่บ้านวางจานข้าวให้ปวีร์เรียบร้อยแล้ว สุชาดาก็เดินออกไป

            “อ้อ ขอบใจเธอมากนะ ที่ไล่สองคนนั้นให้กลับไปได้” ระหว่างทานอาหาร ปวีร์ก็เอ่ยกับอรอินทร์

            “นี่เป็นอีกเรื่องที่แอ้นงง ไม่รักเขา ทำไมไม่บอกตรงๆ คะ ทำไมปล่อยให้เขามาวุ่นวายได้ทุกวัน”

            “เคยบอกแล้ว แต่เขาไม่ฟัง คงถือคติตื๊อเท่านั้นที่ครองโลกล่ะมั้ง”

            “แล้วคุณใจอ่อนกับพวกเธอบ้างหรือเปล่าคะ”

            ปวีร์ส่ายหน้า ก่อนเลิกคิ้ว “ถามทำไมเหรอ”

            “เอ่อ...ก็อยากรู้น่ะค่ะ ว่ามันได้ผลจริงๆ เหรอ เป็นแอ้น ถ้าไม่รักแล้วมาทำแบบนี้ เบื่อตายเลย”

            ชายหนุ่มรวบช้อน ยกน้ำขึ้นดื่ม จากนั้นผลักถาดไปอีกทาง กินยาแล้ว เขาก็ตั้งท่าจะหยิบงานขึ้นมาทำต่อ แต่อรอินทร์เอื้อมมือมาดึงงานออก

            “กลับบ้านค่ะ”

            “เอางานมา” เขาสั่งเสียงหนัก แต่หญิงสาวเอามือไพล่หลัง ปวีร์หยัดกายลุกขึ้น แล้วเดินอ้อมโต๊ะมาหาเธอ

            “งานนี้ไม่ใช่งานด่วน สามารถทำพรุ่งนี้ก็ได้ค่ะ”

            “เธอรู้ได้ไงว่าด่วนหรือไม่ด่วน” เสียงเขาชักหงุดหงิด ยายคนนี้นี่ เกินไปแล้วนะ ให้มาเป็นผู้ช่วย ไม่ใช่มาออกคำสั่ง!

            “แอ้นถามทั้งป้าสุ ทั้งคุณภพแล้วค่ะ คุณภพคอนเฟิร์มว่าโครงการนี้ รอได้ค่ะ ไม่รีบ” อรอินทร์ยิ้มอย่างผู้ชนะ

            ได้ยินอย่างนั้น ปวีร์ก็ส่งเสียงฮึในลำคอ “ยังไงก็ตาม นั่นเป็นเอกสารสำคัญ ส่งมันมาให้ฉัน”

            หญิงสาวพยักหน้า ยื่นมันส่งให้เขา เขาเอื้อมมือรับ แต่แล้วเธอก็ดึงมันกลับ

            “ห้ามเปิดทำงานนะคะ”

            แทนคำพูดใดๆ ปวีร์เอื้อมมือมาฉกแฟ้มในมือเธออย่างรวดเร็ว อรอินทร์เสียหลัก หัวซุนตามแรงนั้นไป และศีรษะของเธอก็ชนเข้ากับหน้าอกเขาพอดิบพอดี ปวีร์ตวัดแขนกอดร่างนั้นเอาไว้ตามสัญชาตญาณ

            “อุ๊ย” หญิงสาวอุทานออกมาคำหนึ่ง พอตั้งสติได้ เธอก็ขยับตัว แต่ปวีร์ยังไม่ยอมปล่อย ร่างนั้นนุ่มนิ่มจนยากจะห้ามใจ 

            หญิงสาวเงยหน้ามองเขาด้วยความแปลกใจ แล้วก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเขาก้มหน้าลงมาหาแล้วประทับจูบลงบนเรียวปากของเธอ ไม่คุกคามพยายามเข้าไปในโพรงปาก ไม่แกล้ง ไม่เอาแต่ใจ แต่เต็มไปด้วยการเรียกร้องที่แสนอ่อนโยน อ่อนโยนเสียจนอรอินทร์ต้องพริ้มตาลงด้วยความวาบหวิว

            ครู่ต่อมา ปวีร์ก็ค่อยๆ ต้อนเธอไปชิดโต๊ะทำงานของเขา สะโพกของเธอแนบติดกับขอบโต๊ะ ปากยังคงจูบเธอต่อเนื่องและเรียกร้องหนักขึ้นทุกที

            อรอินทร์รีบตั้งสติก่อนตัวเองจะเคลิ้มกับเขามากไปกว่านี้ เธอรวบรวมพลังแล้วผลักอกเขาออกเบาๆ

            ปวีร์ยอมหยุดจูบ แต่ยกร่างเธอให้นั่งบนโต๊ะแทน แล้วเอาร่างแกร่งของตัวเองแทรกเข้าไปที่หว่างขาของเธอ

            “ให้ฉันได้ขอบคุณที่เธอหวังดีกับฉันนะ” เขากระซิบเสียงสั่นพร่าอยู่ริมหูขาวสะอ้าน อรอินทร์ที่ยังงงรสจูบแสนหวานได้แต่นิ่ง ทำอะไรไม่ถูก ปวีร์จึงก้มหน้าลงไปใหม่ เขาจูบซับความหอมหวานของเรียว ใช้ความช่ำชองเปิดปากของเธอจนสำเร็จแล้วส่งลิ้นสากๆ ของตัวเองเข้าไปทักทาย หญิงสาวสะดุ้งด้วยความตกใจ พยายามบ่ายหน้าหนี แต่เขาใช้มือข้างหนึ่งตรึงต้นคอเธอไว้ จูบจนพอใจจึงผละออกแล้วเอ่ยเสียงนุ่ม

            “ต่อไป ดอกไม้ไม่ต้องนะ แค่เธอก็พอแล้ว”

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น