ณิสสรณ์ นิกข์นิภา ภูษิดา

คำเตือน!!! เรื่องนี้ติดเหรียญโหด!

ชื่อตอน : บทส่งท้าย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.1k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ธ.ค. 2560 18:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทส่งท้าย
แบบอักษร

​บทส่งท้าย

          ‘วันนี้หยุดพักอยู่บ้านเถอะ วุ้นคงเหนื่อย พรุ่งนี้ค่อยไปทำงานนะ’ วริศราอ่านโน้ตลายมือคุ้นตาที่แปะอยู่บนโต๊ะอาหาร ข้างๆ หม้อข้าวต้มที่ทำเสร็จแล้ว หญิงสาวอมยิ้มกับตัวเอง

          เธอหลับเป็นตาย ไม่รู้เลยสักนิดว่าอีกสองคนที่นอนอยู่ข้างๆ กันเมื่อคืนตื่นไปทำงานกันตอนไหน อันที่จริง เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองใส่เสื้อผ้าแล้วไปนอนที่ห้องของนริศร์ได้ยังไง ตื่นมาก็ปาเข้าไปเกือบสิบโมงแล้ว พอออกมาข้างนอกก็เจอกับกระดาษโน้ตที่เพิ่งอ่านไปเมื่อครู่

          หญิงสาวเอาข้าวต้มไปอุ่นให้ร้อนอีกครั้ง ก่อนจะตักใส่ชามมานั่งกินอยู่ที่โต๊ะอาหาร ไม่ลืมส่งข้อความไปขอบคุณนิโคลัสที่ทำอาหารเตรียมไว้ให้เธอกินทั้งๆ ที่ต้องออกไปทำงานแต่เช้า

          หลังจากล้างจานเสร็จก็ออกมายืนอยู่กลางห้องพอมองไปรอบๆ แล้วก็ยิ้มแหยกับตัวเอง “ได้หยุดแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ไม่ได้ทำความสะอาดมาตั้งนานแล้ว” เพราะสองเดือนที่ผ่านมาพากันยกโขยงไปที่บ้านเธอทุกอาทิตย์ ทำเอาไม่มีเวลาทำความสะอาดห้องนี้เท่าไหร่ วันนี้ไหนๆ ก็ได้หยุดแล้วเธอคงจะอยู่เฉยๆ ไม่ได้


          “เอ้าๆ กินเยอะๆ นะ หนุ่มๆ”* สุรีย์ยิ้มกว้าง วางกับข้าวห้าหกอย่างลงบนโต๊ะอย่างมีความสุข ทุกเสาร์อาทิตย์ ครอบครัวเธอจะกลายเป็นครอบครัวใหญ่ นอกจากลูกสาวเธอจะกลับมาบ้านแล้ว ยังมีหนุ่มๆ อีกสองคนที่ชอบพูดเอาอกเอาใจเธออีก ใครจะไม่ชอบล่ะ

          “ครับ อาหารฝีมือคุณแม่อร่อยที่สุด” นริศร์ไม่วายเอ่ยชมอย่างที่ทำเป็นประจำ และแน่นอนว่าวันชัยก็ยังเหล่มองทุกครั้งเหมือนเดิมไม่มีผิด แต่อย่างน้อยครั้งนี้ชายสูงวัยก็ไม่ได้โวยวายอะไรเหมือนตอนแรก

          ทั้งหกคนลงมือกินอาหาร บางครั้งก็คุยนู่นนี่กันบ้าง ผ่านไปไม่นานกับข้าวก็หายไปเกือบหมด

          “อะแฮ่มๆ” วันชัยกระแอมขึ้นเรียกความสนใจหลังจากแต่ละคนวางช้อนส้อมกันหมดแล้ว

          “มีอะไรเหรอพ่อ เอาน้ำเพิ่มไหม” สุรีย์ที่คุยกับลูกชายอยู่รีบหันมามอง กำลังจะหยิบน้ำขึ้นมาเทให้ อีกฝ่ายก็ยกมือห้ามเอาไว้เสียก่อน

          “ไม่ต้องหรอก พ่อมีเรื่องจะพูดนิดหน่อยน่ะ” สีหน้าจริงจังของสามีทำเอาคนเป็นภรรยาสงสัยไปด้วย จริงๆ เธอก็เอะใจตั้งแต่เมื่ออาทิตย์ก่อนแล้ว เขาดูเหมือนมีเรื่องอะไรจะพูดอยู่ตลอดเวลา แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้พูด ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาก็เหมือนกัน เขามักจะเหม่อลอยอย่างที่ไม่ค่อยเป็น

          “เรื่องอะไรเหรอคะ” แม้แต่วริศราก็พลอยสงสัยไปด้วย สีหน้าของบิดาเธอดูไม่ล้อเล่นเลย

          “พวกแกสองคนน่ะ จริงจังกับวุ้นจริงๆ งั้นเหรอ” จู่ๆ วันชัยก็หันมาถามชายหนุ่มสองคนที่นั่งขนาบข้างลูกสาวเขาอยู่ ทั้งสองคนที่ถูกถามนั่งหลังตรงขึ้นมาทันที

          “ครับ พวกเราจริงจัง” นิโคลัสเป็นคนตอบ น้ำเสียงที่เขาตอบกลับไปก็ไม่มีวี่แววล้อเล่นเช่นกัน

          “ถ้าอย่างนั้น ก็ให้ผู้ใหญ่มาสู่ขอให้เป็นเรื่องเป็นราว ขืนทำแบบนี้ต่อไปวุ้นก็มีแต่จะยิ่งเสียหาย” สิ้นเสียงของเขาทั้งห้องก็เงียบกริบ ทุกคนต่างจ้องมองไปที่ใบหน้าของชายสูงวัยเป็นตาเดียวกัน

          “จริง... จริงเหรอครับ!” นริศร์เป็นคนแรกที่ได้สติกลับมาก่อนใครเพื่อน เขาถามกลับอย่างไม่เชื่อหู ใบหน้าหล่อเหลาเปลี่ยนจากอาการอึ้งเป็นตื่นเต้นดีใจสุดขีด

          “เออสิ จะหลอกไปทำไม” วันชัยตอบด้วยน้ำเสียงกึ่งโมโหนิดๆ แต่ใบหน้าที่แดงขึ้นเล็กน้อยทำเอาคนเป็นภรรยาเดาได้ว่าเขาคงกำลังเขิน สุรีย์ยิ้มกว้างไม่แพ้ลูกสาว

          “ขอบคุณค่ะพ่อ วุ้นรักพ่อที่สุดเลย” วริศราลุกจากเก้าอี้ วิ่งอ้อมโต๊ะไปหาคนเป็นพ่อ แขนเรียวสวมกอดอีกฝ่ายแน่นด้วยความดีใจ

          “ไม่ต้องมาขอบคุณเลย” วันชัยตวัดแขนกอดร่างลูกสาวแน่น เขารู้สึกใจหายไม่น้อย แม้จะทำใจมาหลายอาทิตย์แล้วแต่ก็ยังอดไม่ได้ “ถึงจะแต่งงานไปแล้ว แต่ก็ต้องกลับมาหาพ่อกับแม่บ่อยๆ รู้ไหม” มือเหี่ยวย่นลูบกลุ่มผมนุ่มเบาๆ เขาไม่อยากปล่อยลูกสาวไปเลย แต่รู้ดีว่าตัวเองคงไม่สามารถอยู่กับ วริศราไปตลอดได้ และหลายเดือนที่ผ่านมาก็พิสูจน์ให้เขาเห็นแล้วว่าทั้งนริศร์และนิโคลัสยอมอดทนแค่ไหนเพื่อลูกสาวของเขา เขาจึงกล้าที่จะไว้วางใจให้ทั้งสองคนมาดูแลเธอต่อจากนี้

          “ไม่ต้องห่วงครับคุณพ่อ พวกเราคิดไว้แล้วว่าหลังจากแต่งงาน พวกเราจะพาวุ้นมาอยู่ที่นี่ ผมซื้อที่เอาไว้นิดหน่อย เราจะเปิดรีสอร์ตกับร้านอาหารเล็กๆ กัน วุ้นจะได้อยู่ใกล้ๆ มาเยี่ยมคุณพ่อกับคุณแม่ได้บ่อยๆ” นิโคลัสอธิบาย เขากับนริศร์ตกลงเอาเงินเก็บจากการทำงานมาซื้อที่ไว้บางส่วนตามที่พูด

          หลังจากได้มาพบครอบครัวของวริศราครั้งแรก พวกเขาดูออกว่าคนที่บ้านหญิงสาวอยากให้เธอกลับมาอยู่ใกล้ๆ มากแค่ไหน วริศราเองก็ดูจะชอบที่ได้อยู่กับครอบครัวเช่นกัน เธอเคยบอกกับพวกเขาว่าตอนแรกตั้งใจจะทำงานที่กรุงเทพฯ ไม่นานก่อนจะกลับมา แต่ทำไปทำมาก็ติดพันทำให้ไม่ได้กลับเสียที นั่นเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทั้งเขาและนริศร์ตัดสินใจทำแบบนี้

          “จริงเหรอ” สุรีย์ถามด้วยสีหน้าตกใจ เธอไม่คิดว่าว่าที่ลูกเขยทั้งสองคนจะยอมเสียสละเพื่อลูกสาวเธอถึงขนาดนี้ แม้จะมองออกว่าทั้งสองรักวริศรามากแค่ไหน แต่การย้ายจากในเมืองมาอยู่ต่างจังหวัดไกลๆ แบบนี้ ไม่ได้อยู่ในความคิดของเธอเลย ท่าทางหนักแน่นของทั้งคู่ยิ่งทำให้เธอดีใจขึ้นไปอีก เธอกับสามีคงไม่ได้ตัดสินใจผิดจริงๆ ที่ยกลูกสาวให้ทั้งสองคน

          “ครับ พวกเรารู้ว่าพวกคุณคิดถึงวุ้น และวุ้นก็อยากกลับมาอยู่ที่บ้าน พวกเราเลยตัดสินใจแบบนี้ แต่อาจจะต้องรอผมเคลียร์งานที่บริษัทก่อนถึงจะย้ายมาได้ อีกอย่าง คงต้องรอให้รีสอร์ตสร้างไปสักพักก่อนด้วยครับ” นริศร์อธิบายเพิ่มเติม

          “ดีแล้วๆ ไม่ว่าจะยังไงก็ได้ทั้งนั้นแหละ แค่ได้วุ้นกลับมาอยู่ใกล้ๆ ก็ดีมากแล้ว” สุรีย์ยิ้มไม่หุบ

          วรุณมองท่าทางของทุกคนแล้วก็ลอบยิ้ม เขาดีใจกับพี่สาวที่ในที่สุดพ่อก็ยอมรับเสียที อีกไม่นานครอบครัวเขาคงมีงานมงคล อาจจะไม่ได้จัดอะไรใหญ่โต แต่เขาเชื่อว่ามันจะเป็นวันที่พี่สาวของเขามีความสุขที่สุดวันหนึ่ง


          “คิดเงินด้วยค่ะ”* ลูกค้าคนหนึ่งยกมือขึ้นเรียก วริศราที่นั่งประจำเคาน์เตอร์คิดเงินรีบลุกขึ้นเดินไปหาพร้อมรอยยิ้มไม่ลืมหยิบบิลที่เสียบอยู่กับเครื่องคิดเลขไปด้วย

          “อาหารได้รับครบหมดแล้วนะคะ” เธอถาม พอเห็นอีกฝ่ายพยักหน้าจึงกดเครื่องคิดเลขอยู่ชั่วครู่ก่อนจะแจ้งราคากับอีกฝ่าย

          “นี่ค่ะ” หญิงสาวรับเงินค่าอาหารมาบอกให้ลูกค้ารอสักครู่ก่อนจะเดินกลับไปหยิบเงินทอนที่เคาน์เตอร์

          “เงินทอนค่ะ ขอบคุณนะคะ โอกาสหน้าเชิญใหม่ค่ะ” เธอยืนส่งจนกลุ่มลูกค้าเดินออกไปจากร้าน พอดีกับที่มีคนเดินเข้ามาพอดี “ยินดีต้อนรับค่ะ” เธอกำลังจะยกมือไหว้ แต่พอเห็นว่าเป็นใครก็เปลี่ยนเป็นยิ้มแฉ่ง

          “มาทำไมคะเนี่ย ไม่อยู่เฝ้าฝั่งโน้นเหรอคะ” หญิงสาวสวมกอดคนที่เดินเข้ามาใหม่อย่างดีใจ

          “ว่านมาน่ะ เลยให้ช่วยเฝ้าให้ก่อน แอบมาดูว่านิคใช้งานเธอหนักรึเปล่า” นริศร์อมยิ้ม เขารวบเอวบางกอดเอาไว้หลวมๆ พิศมองใบหน้าหวานที่ยิ้มตอบกลับมาแล้วความสุขก็แผ่ซ่านในหัวใจ

          “ไม่หนักหรอกค่ะ วุ้นมีหน้าที่เก็บเงินอย่างเดียว” หญิงสาวหัวเราะเบาๆ มือหนารุนหลังเธอให้เดินกลับไปยังเคาน์เตอร์คิดเงิน

          “ไม่ได้หรอก ช่วงนี้หมอบอกต้องระวังเป็นพิเศษ ใจจริงฉันอยากให้วุ้นไปนั่งด้วยกันมากกว่า อย่างน้อยอยู่ตรงนั้นก็ไม่ต้องลุกไปลุกมาแบบนี้” สายตาคมทอดลงมองหน้าท้องที่นูนป่องออกมาเล็กน้อย ฝ่ามืออุ่นสัมผัสแผ่วเบาลงบนนั้น ที่ที่ชีวิตน้อยๆ กำลังหลับใหลอยู่ภายใต้การปกป้องของคนเป็นแม่

          “ไม่ได้หรอกค่ะ วันอาทิตย์แบบนี้คนที่ร้านแน่นตลอดเลย เด็กๆ เดินกันแทบไม่ทัน” ดวงตากลมกวาดมองไปรอบร้านอาหารเล็กๆ แห่งนี้ นอกจากโต๊ะที่เพิ่งลุกออกไปเมื่อครู่ โต๊ะอื่นๆ ก็เต็มหมด อาหารทยอยออกมาจากในครัวเรื่อยๆ แต่คนก็ยังแน่นขนัด โดยเฉพาะช่วงบ่ายกว่าๆ แบบนี้ คนยิ่งเต็มร้าน

          “ขยันจริงๆ เลยนะ แบบนี้ลูกต้องออกมาขยันเหมือนแม่แน่ๆ เลย” ร่างสูงยิ้มกว้าง ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อก็ได้ยินเสียงลูกค้าเรียกให้เก็บเงิน วริศรากำลังจะลุก แต่มือหนากดไหล่เธอเบาๆ ให้นั่งลงที่เดิม “เดี๋ยวฉันจัดการเอง วุ้นนั่งอยู่ตรงนี้แหละ”

          “ค่ะ” หญิงสาวไม่ปฏิเสธ มองอีกฝ่ายถือบิลกับเครื่องคิดเลขเดินไปหาลูกค้าด้วยรอยยิ้ม เพียงไม่นานเขาก็เดินกลับมาหยิบเงินทอน

          “พวกคุณเป็นคู่ที่น่ารักมากเลยค่ะ กี่เดือนแล้วคะเนี่ย” หญิงสาวที่เพิ่งเรียกให้เก็บเงินเดินตามมาพร้อมลากแขนแฟนหนุ่มมาด้วยกัน

          “ขอบคุณค่ะ นี่ก็ห้าเดือนแล้วค่ะ” วริศราตอบกลับด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร

          “งั้นอีกสามเดือนเราก็จะเป็นแบบนี้แล้วสิ” ลูกค้าสาวหันไปพูดกับแฟนหนุ่ม เขาหัวเราะตอบก่อนจะโอบไหล่อีกฝ่ายเอาไว้หลวมๆ “ตอนนี้ฉันท้องได้สองเดือนกว่าแล้วค่ะ ตอนแรกกลัวว่าพอท้องโตแล้วจะอุ้ยอ้ายทำอะไรชักช้า แต่ตอนนี้พอเห็นคุณแล้วก็รู้สึกดีขึ้นมาบ้าง หวังว่าอีกสามเดือน ฉันจะยังดูกระฉับกระเฉงเหมือนคุณบ้าง”

          “ไม่หรอกค่ะ ยิ่งอยู่เฉยๆ จะยิ่งเมื่อย ได้เดินไปมาบ้างก็ดีค่ะ” วริศราตอบ หญิงสาวยื่นเงินทอนให้อีกฝ่าย

          “จริงค่ะ” คนฟังตอบพร้อมหัวเราะ

          “ถ้าอย่างนั้นพวกเราขอตัวก่อนนะครับ” ชายหนุ่มค้อมศีรษะลงเล็กน้อยเป็นการกล่าวอำลา

          “เดินทางปลอดภัยนะครับ โอกาสหน้าเชิญใหม่ครับ” นริศร์ตอบกลับด้วยท่าทางแบบเดียวกัน มองส่งจนอีกฝ่ายเดินออกไปจึงหันกลับมาหาภรรยา

          “กลับไปได้แล้วค่ะ เดี๋ยวว่านรอนาน เผื่อแขกมาถามหาอะไรด้วย” วริศราดันแขนแกร่งเบาๆ

          “โอเคๆ กลับก็ได้ ถ้าเหนื่อยก็โทรมานะ จะรีบแวบออกมารับกลับไปนอนที่บ้านเลย” นริศร์ลูบศีรษะเล็กเบาๆ แม้จะยังอยากอยู่ต่อ แต่เพราะไม่อยากให้น้องชายของหญิงสาวรอนาน และเผื่อมีอะไรที่อีกฝ่ายจัดการไม่ได้ เขาคงต้องกลับไปก่อน

          “ค่า เดี๋ยวอีกสักพักลูกค้าก็หมดแล้วค่ะ ไม่ต้องห่วงหรอก” หญิงสาวยิ้มหวาน หลับตาพริ้มเมื่อริมฝีปากหยักจรดลงบนหน้าผาก เธอมองตามเขาเดินออกจากร้านจนลับสายตาไป

          ผ่านไปอีกหนึ่งชั่วโมง ลูกค้าในร้านก็เริ่มบางตาลงเพราะเลยเวลาทานอาหารไปแล้ว นิโคลัสเดินออกมาจากด้านในครัว ตรงดิ่งมาหาคนที่นั่งประจำอยู่ที่เดิม

          “เป็นยังไงบ้าง เหนื่อยมั้ย อยากกลับไปพักก่อนรึเปล่า” เขาถามทันทีที่ถึงตัวหญิงสาว แขนแกร่งโอบไหล่บางหลวมๆ

          “ไม่เหนื่อยค่ะ วุ้นแค่เก็บเงินเอง ไม่ได้ทำอะไรหนักหนาสักหน่อย” หญิงสาวตอบด้วยรอยยิ้ม ดีใจที่ทั้งสองคนเป็นห่วงเธอตลอดเวลา แต่บางครั้งก็แอบคิดว่าพวกเขาคิดมากไป เธอยังไม่ทันได้ทำอะไรมากมายเลย “ในครัวไม่ยุ่งแล้วเหรอคะ”

          “อืม เหลือแต่พวกขนมหวานแล้ว” ร่างสูงทรุดตัวลงนั่งเก้าอี้ข้างๆ “หิวไหม อยากกินอะไรรึเปล่า” แม้จะโชคดีที่วริศราไม่ได้แพ้ท้องเลย แต่เขาก็อดเป็นห่วงไม่ได้ ตั้งแต่รู้ว่าหญิงสาวท้อง ถ้าเธออยากกินอะไรเขาก็จะไปสรรหามาให้ทันที

          “ไม่ค่ะ ไว้กินพร้อมกันตอนเย็นทีเดียวดีกว่า” วริศราเอนศีรษะซบไหล่สามี “เมื่อกี้บอสก็มาค่ะ” เธอบอกเขาถึงเรื่องที่เมื่อครู่นริศร์มาหา

          “ว่านมาใช่ไหมล่ะ” นิโคลัสถามกลับ เพราะรีสอร์ตแห่งนี้เป็นเพียงรีสอร์ตเล็กๆ และเพิ่งเปิดได้ไม่นาน พวกเขาจึงมีลูกจ้างแค่ไม่กี่คน ตรงส่วนต้อนรับผู้เข้าพักมีแค่นริศร์ที่ทำหน้าที่ดูแล ส่วนเขารับหน้าที่เป็นเชฟหลักของร้านอาหาร นอกจากนั้นก็มีลูกจ้างอีกไม่เกินสิบคน ยกเว้นช่วงเทศกาลที่อาจจะรับลูกจ้างชั่วคราวมาเยอะขึ้นหน่อย ทุกครั้งที่นริศร์ออกมาจากส่วนต้อนรับก็เลยพอเดาได้ว่าต้องมีคนมาทำหน้าที่แทน และคนที่พวกเขาพอจะให้รับหน้าที่นั้นได้ก็มีแต่วรุณ น้องชายของวริศราเท่านั้นแหละ

          “ใช่ค่ะ น่าจะเอาของมาส่ง” แน่นอนว่าวรุณก็ยังทำสวนผักเช่นเดิม ทุกๆ วันเขาจะนำผักที่เพิ่งเก็บได้เข้ามาส่งที่นี่

          “วุ้นไปพักกับนัทไหม เดี๋ยวที่นี่ฉันกับคนอื่นจัดการเอง” นิโคลัสถามด้วยน้ำเสียงห่วงใย เขาไม่อยากให้หญิงสาวเหนื่อยเกินไป เขาจูบศีรษะเล็กที่เอนพิงเบาๆ

          “ไม่เป็นไรค่ะ วุ้นยังไม่เหนื่อย” วริศราอมยิ้ม แค่ได้ยินน้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใยของพวกเขา เธอก็หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งแล้ว

          เธอไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตของตัวเองจะเป็นแบบนี้ ไม่เคยคิดว่าจะรู้สึกมีความสุขได้เท่านี้ ไม่เคยคิดว่าเธอจะรักใครได้มากเท่านี้ ทั้งนิโคลัสและนริศร์ พวกเขาไม่เพียงทำให้เธอรักมากขึ้นทุกวันๆ ทั้งสองคนก็แสดงให้เธอเห็นว่าพวกเขารักและห่วงใยเธอมากแค่ไหน

          มือบางลูบบนหน้าท้องที่นูนขึ้นเบาๆ ริมฝีปากอิ่มผุดเป็นรอยยิ้ม ไม่ว่าลูกในท้องของเธอตอนนี้จะเป็นลูกของนริศร์หรือนิโคลัส แต่เธอมั่นใจว่าเด็กคนนี้จะต้องเป็นที่รักของทั้งเธอและพ่อๆ ทั้งสองคนอย่างแน่นอน

-----------------------------------------------------------------------------------------

โอกาสสุดท้ายสำหรับคนที่สนใจเล่มกระดาษแล้วนะคะ โอนภายในวันนี้ (18/12/2560) ได้รับฟรีโค้ดแลกอีบุ๊คใน Meb ค่ะ คาดว่าหนังสือจะได้ภายในสิ้นเดือนนี้ จะพยายามส่งให้ทันก่อนปิดปีใหม่นะคะ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่อีเมล nissorn.pus@gmail.com หรือแฟนเพจ ณิสสรณ์ ภูษิดา นิกข์นิภา ได้เลยค่า <3

สุดท้ายนี้ก็ขอขอบคุณทุกๆ คนที่ตามอ่านมาจนถึงตอนนี้อีกครั้งนะคะ อาจจะถูกใจหรือไม่ถูกใจกันบ้าง ยังไงก็จะพยายามพัฒนาปรับปรุงฝีมือให้ดีขึ้นค่ะ ยังไม่จบแค่บทส่งท้ายนะคะ ยังมีตอนพิเศษอีก 3 ตอนที่จะลงให้อ่านกันแบบจำกัดเวลา เพราะฉะนั้นอย่าเพิ่งกดยกเลิกติดตามกันนะคะ //ฮา คาดว่าตอนพิเศษอาจจะมาช่วงปีใหม่เป็นของขวัญให้ทุกคนค่า สำหรับคนที่ไปเที่ยวไม่มีเน็ตอ่านไม่ต้องห่วงค่ะ คราวนี้จะลงลากยาวหนึ่งอาทิตย์ไปเลย อ่านกันให้เบื่อก่อนลบเนอะ

ความคิดเห็น