Meisan

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เชื่อฉันเถอะ

ชื่อตอน : เชื่อฉันเถอะ

คำค้น : นิยาย,รัก,นิยายรักวัยรุ่น,แฟนตาซี,ไซไฟ,นักวาดภาพประกอบ,นักเขียนการ์ตูน

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 215

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ก.ย. 2561 08:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เชื่อฉันเถอะ
แบบอักษร

อิควิน็อกซ์ส่งภาพใบหน้าของเขามาให้ฉันเห็นในหัว มันแจ่มชัดราวกับมีทีวีในหัวทีเดียว เขาไว้ผมปัดข้าง ยาวข้างหนึ่ง มีรอยสักใต้ตาด้านซ้าย ผิวเขาสีซีดอมชมพู ราวกับคนไม่เคยถูกแดด หรือเด็กทารกทีเดียว ส่วนน็อกซ์ ผิวสีเข้มแต่ไม่มาก ออกน้ำผึ้งๆสีผิวคล้ายๆเอ็กโซดัสแต่คล้ำกว่า หน้าตาเขาคล้ายอิควิน็อกซ์มาก แต่มีจุดแตกต่างกันบางอย่าง เขาไม่มีรอยสักบนหน้า

“โซลเมทคือคนที่เคยเป็นคนๆเดียวกัน และเป็นเศษธุลีดวงดาวเดียวกันมาก่อน”

อิควิน็อกซ์อธิบาย แต่ฉันไม่ได้ยินน้ำเสียงเขาหรอกนะ มันเหมือนกับคุณมีกล่องแชทอยู่ในหัวนั่นแหละ เพียงแต่มันเร็วกว่ากล่องแชทมาก “นายหมายตวามว่ายังไงเศษธุลีดาวเดียวกัน” “ไกอา มันเกินกว่าที่จะเล่าให้เธอฟังวันนี้ เธอไปเข้านอนเถอะ แล้วเราจะค่อยๆเล่าให้เธอฟังเอง”

ไม่รู้ทำไมเหมือนกันฉันเชื่ออิควิน็อกซ์แล้วไปนอน ซักพักก็ผลอยหลับไป เห็นภาพซ้ำๆ ท้องทุ่ง ปลาทองที่วนเป็นหยินหยาง……ฯลฯในฝันฉันเห็นผู้ชายคนหนึ่ง

ฉันตื่นขึ้นมาแล้ว รู้สึกมึนหัวสิ้นดี อย่างกับกินไวน์สักสิบขวดแล้วตื่นขึ้นมางั้นแหละมันหนักๆงงๆตื้อๆชะมัด ฉันแค่คิดว่ามันเป็นเรื่องบ้ามาก ฉันได้ยินเสียงจิตใต้สำนึกของตัวเองหรือเปล่า แล้วทำไมฉันถึงรู้สึกแบบนี้ ด้วยความที่ฉันกระวนกระวายใจมาก ฉันไม่เคยมีประสบการณ์แบบนี้มาก่อน วันรุ่งขึ้นฉันจึงรุดไปพบจิตแพทย์

ฉันนั่งรอเลขคิว พลางคิดว่า ระบบเก่าๆนี่ยังอยู่อีกนะ แม้เทคโนโลยีโลกเราจะพัฒนาไปมากได้ แต่โลกเราก็ยังถูกแช่แข็งแบบนี้ คิดไปเรื่อยๆก็ถึงคิวฉัน นางพยาบาลหน้ากลม ร่างท้วม ดูไม่เป็นมิตร ตะโกนเรียกฉัน “เชิญไปพบหมอที่ห้อง 404 ค่ะ” ไกอาเดินไปอย่างเร็วรี่ ด้วยความกังวลใจอย่างล้นพ้น

จิตแพทย์รุ่นแก่คราวพ่อเธอนั่งอยู่ ผมสีดอกเลาสับดำดอกเลาตัดกับเสื้อกาวน์ที่ใส่ น้ำเสียงแหบแห้งแสดงถึงความเหนื่อยหน่ายของเขาผุดออกมา

 “เอ้า เป็นไงวันนี้” 

“คือหนูได้ยินเสียงในหัวค่ะ..มันเป็น….”

 “คืออย่างนี้นะ หนูคงนอนไม่หลับหลายคืน ทำงานหนักไปใช่ไหม เอายาคลายกังวลไปทานนะ แล้วถ้าอาการยังไม่หาย ให้ไปพบนักจิตวิทยาที่ตึกเพื่อทำแบบทดสอบ” 

“หนูไม่ได้โกหกนะคะ”

 “หมอก็เห็นหนูคุยปกติดีนี่ ไม่เป็นอะไรมั้ง เอายานอนหลับไหมหละ”

 “มะ…ไม่ดีกว่าค่ะ” 

“เอ้า พยาบาลขอแฟ้มคนไข้คนต่อไปด้วยวันนี้ง่วงจริงๆเลย ทีตอนเช้าหละไม่มากัน”

 “…..” 

“คืออย่างนี้ค่ะหมอ หนูได้ยินเสียงจากในหัว….” 

ฉันดึงดันจะคุยกับจิตแพทย์ต่อ 

“หมอคิดว่าคุณคงจะคุยกับตัวเอง” 

“ใช่ค่ะหมอ หนูก็นึกว่าเป็นตัวหนู แต่พอไปๆมาๆหนูคิดว่ามันไม่ใช่ มันดูเหมือนจริงเกินไป……” หลังจากนั้นฉันก็ได้ยินเสียงของอิควิน็อกซ์พูดขึ้นมา 

“เสียเวลาเปล่าๆไกอา หมอไม่เชื่อคุณหรอก วิทยาการของเราเกินกว่าที่พวกคุณจะเข้าใจ ผมติดต่อสื่อสารกับคุณผ่านคลื่นวิทยุความถี่ต่ำมากระดับที่หูมนุษย์ไม่สามารถได้ยินและไม่มีเครื่องวิทยุหรืออุปกรณ์ใดๆที่รับคลื่นเราได้” 

น็อกซ์ตอบว่า “เชื่อเขาเถอะครับไกอา เพราะผมก็เคยไม่เชื่อเขามาก่อนเหมือนกันกับคุณ ตอนที่เขาติดต่อมาครั้งแรก ” 

ทันใดนั้นจิตแพทย์ก็พูดตัดบท 

“เอาละ หมอยังไม่วินิจฉัยว่าคุณเป็นโรค เพราะว่าคุณก็คุยกับหมอได้ปกติดี หมอจะสั่งยาคลายกังวลให้คุณ เพื่อให้คุณนอนหลับสบายแล้วกัน อ้อ …..ยานอนหลับด้วยดีกว่านะ ท่าทางคุณคงต้องนอนพักเยอะๆ”

 “ขอบคุณค่ะหมอ…..”

ฉันขอบคุณตามพิธีไปอย่างนั้นแต่ทำสีหน้าเก็บอาการไม่พอใจ เหมือนปัญหาไม่ได้รับการแก้ไข ฉันพยายามคุยกับพวกเขาอีกครั้ง

“ขอร้องละนะ ฉันอยากมีชีวิตปกติ พวกนายจะเป็นจิตใต้สำนึกหรือเซราฟงเซราฟิมอะไรก็ตาม ได้โปรดไปจากฉันเสียที” 

“เชื่อเราเถอะ พวกผมไปไม่ได้เพราะผมมาหาคุณเพื่อช่วยคุณหนี ถ้าพวกผมไม่ช่วยคุณ ภารกิจของเราจะไม่สำเร็จ”อิควิน็อกซ์พูด 

ดูท่าทางเขาเป็นคนพูดมากกว่าน็อกซ์

 “ภารกิจอะไร” 

“ตอนนี้ยังบอกไม่ได้ครับ” 

“งั้นฉันจะทดสอบพวกคุณ”

 “ผมเสนอวิธีทดสอบ” น็อกซ์กล่าว หลังจากเขาเงียบมานาน

พวกผมจะบอกทางคุณ หลับตาสิครับ

ฉันหวั่นใจว่ามันจะเป็นการทดสอบแบบไหน 

ตอนนี้ฉันอยู่ในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งใกล้ๆ หลังจากหาหมอเสร็จ ฉันครุ่นคิดระหว่างรอสองคนนั่นสั่งฉัน 

“เดินไปข้างหน้าเรื่อยๆ” 

“หยุด”

 “เลี้ยวซ้ายครับ ตรงนั้นเป็นร้านซูซิ เปิดตาสิ แล้วเข้าไปด้านใน ด้านในมีเมนูที่คุณไม่รู้จักและไม่เคยกินอยู่นั่นคือซูชิปลาไหล” 

ฉันตกตะลึงกับสิ่งที่เห็น มันเป็นร้านซูชิจริงๆ และเมื่อเข้าไปด้านใน และขอเมนูพนักงานมาดู ก็พบซูชิปลาไหลจริงๆ 

“สั่งแล้วกินเช้าไปสิ” 

“หา!!นี่พวกคุณสั่งฉันเหรอ”

เธอพยายามกระแทกน้ำเสียงผ่านทางจิต แต่ก็ทำตามโดยดุษฏี ไม่รู้อำนาจของเสียงอิควิน็อกซ์หรือเปล่า อ้อ น็อกซ์ไม่ค่อยพูดกับฉันหรอกนะ นานๆเขาจะพูดที ทันทีที่ซูชิปลาไหลแตะปาก ฉันเห็นแสงสว่างวาบ โลกรอบตัวฉันกลายเป็นสีขาวโพลน ฉันเห็น น็อกซ์ทั้งตัว เขาใส่ชุดของหน่วย SAU หรือ special agent unit หน่วยพิเศษหน่วยหนึ่งทำหน้าที่ลอบสังหารบุคคลสำคัญ เขากำลังปฏิบัติภารกิจอะไรบางอย่าง 

“สเตรย์ด็อก เรียก อีเกิลไฮด์ หน่วยลอบยิงเรากำลังล็อคเป้าหมาย ทีมอัลฟากำลังล้อมเขาอยู่” ดูเหมือนเขากำลังลอบสังหารใครบางคนอยู่จริงๆ “หยุดอยู่ตรงนั้นแหละ” 

เสียงทุ้มและประหลาดราวมีคลื่นแทรกในเนื้อเสียงมาทางด้านหลังของน็อกซ์ 

“แกเป็นใคร!!!!!!!” 

ถ้าเป็นปกติฉันคงจะคิดว่าเป็นคำพูดที่โง่มากที่ฉันได้ยินจากปากน็อกซ์ ราวกับดูการ์ตูนอยู่ ในโลกแห่งความเป็นจริงมีคนบ้าถามศัตรูด้วยเหรอ หรือถ้าเป็นพล็อตหนังมันคงงี่เง่ามากที่พระเอกถามตัวร้ายแบบนี้ตลอด แต่นี่ฉันก็อึ้งกับสิ่งที่เห็นเหมือนกัน สิ่งมีชีวิตแปลกประหลาด ไม่มีหัว ด้านล่างมีหนวดคล้ายปลาหมึกสี่หนวด ผสมเหล็กจักรกลที่เปลี่ยนรูปได้ และมีเมือกจำนวนมาก มันกำลังแปลงร่างเป็นน็อกซ์ 

ทันใดนั้นเหตุการณ์ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากเหมือนหนังที่ถูกตัดฉากอย่างรวดเร็ว  จู่ๆกระสุนพุ่งทะลุหัวน็อกไปและสัตว์ประหลาดตัวนั้นก็แฝงตัวไปกับกลุ่มทหาร 

“นั่นคือสิ่งที่จะเกิดขึ้นถ้าคุณไม่เชื่อเรา” 

เดี๋ยวนะ ฉันขนลุกเกรียว นอกจากเรื่องคุยกับจิตใต้สำนึกแล้ว ฉันยังเห็นภาพหลอนอีกด้วย 

“แล้วฉันจะช่วยพวกคุณได้ยังไง ฉันไม่มีพลังอะไรเลย”ไกอาดูไม่มั่นใจในตัวเอง เธอเอานิ้วบิดผมไปมาแก้ขัด เธอบิดแรงจนผมหลุดออกมาจริงๆสองสามเส้น ผมสีแอชนั้นโดดเด่นบนเนื้อสีขาวของเธอ และมันเปล่งประกายวิบวับ 

“พลังในการคุยกับพวกผม และเห็นภาพนิมิตบางอย่างไงครับ บอกผมสิคุณเห็นอะไรในฝัน ใช่ภาพปลาทอง หยินหยาง ท้องทุ่งสีขาว อะไรประมาณนั้นหรือเปล่า”

 “คุ….คุณรู้ได้ไง” 

“นั่นคือสถานที่นัดพบกันของคุณกับรีลครับ พวกเรามีสามคน น็อก …..ผมอิควิน็อก และ อีกคนมีชื่อในมิติเวลาที่สามว่ารีล คุณมีภารกิจคือตามหารีลโดยไม่โดนทอรัสฆ่าเสียก่อน เพราะรีลไม่มีพลังในการติดต่อพวกผม เพราะเขาเป็นมนุษย์ธรรมดา ที่ไม่มีพลังจิต”

“แต่ฉันยังไม่เชื่อพวกคุณง่ายๆหรอกนะ เอาเป็นว่าพวกคุณกับฉันเรามาอยู่กันอย่างสงบสุขดีกว่า” 

“ผมก็ไม่ได้พยายามทำให้คุณเชื่อ แต่ให้คุณพยายามรับรู้การมีอยู่ของพวกผมมากกว่า เพราะถ้าคุณไม่เชื่อผมจะเกิดเรื่องเลวร้ายในมิติเวลาของเรา เนื่องจากเรื่องของการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ในระหว่างมิติเวลา” 

“ทำไมหละ แล้วคุณรู้ได้ไง แล้วมิติเวลาคืออะไร” 

ฉันพูดพร้อมขนลุกเกรียว 

“ผมมีพลังในการหยั่งรู้อนาคต ในแต่ละมิติเวลานั้น จะมีคุณที่เลือกทางเดินแตกต่างกันออกไป หมายความว่าคุณเป็นคนเดียวกัน เพียงแต่มีคุณอีกจำนวนมาก ที่เลือกทางเดินต่างกัน มิติเวลาที่ 0 คือมิติที่คุณอยู่ปัจจุบันนี้ เป็นโลกปัจจุบันของคุณ ส่วนน็อกซ์ อยู่มิติเวลาที่ 1 หมายความว่า เขาอยู่ในอนาคต ส่วนผมอยู่เลยไปอีก เป็นมิติเวลาที่ 3 ถ้าอดีตเปลี่ยน อนาคตจะเปลี่ยน  เพราะฉะนั้นผมมาหยุดการฆ่าคุณของทอรัส ถ้าคุณถูกฆ่า เหตุการณ์ต่างๆในมิติเวลาเราจะเปลี่ยนไปทั้งหมด ภาพที่คุณเห็นเมื่อสักครู่คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากคุณถูกฆ่า พวกเราจะถูกตามล่าทั้งหมด ทุกคน และการมีอยู่ของเอ็กโซดัสจะไม่เกิดขึ้น เพราะเอ็กโซดัสคือตัวคุณเองที่พวกผมพาหนีไปยังมิติเวลาที่สามสำเร็จในอีก 100 วันข้างหน้าปี 2254 สู่มิติเวลาที่ 3 ในปีเดียวกันคือ 2254 หมายความว่าพวกผมติดต่อคุณจากมิติเวลาของตัวเองเพื่อทำภารกิจลับนี้ให้สำเร็จ เราจะต้องใช้สิ่งที่ไวกว่าแสงพาเราผ่านรูหนอนเพื่อข้ามมิติเวลา”

ฉันแทบไม่เชื่อหูของตัวเอง หมายความว่าฉันเป็นเอ็กโซดัสเราเป็นคนๆเดียวกันเหรอ ไม่อยากจะเชื่อ ทั้งผมสั้นๆนั่นและผิวสีส้มแทน รูปร่างบึกบึนกว่าฉันมาก และดูเป็นทหารจริงๆ เธอใช่ฉันแน่เหรอ

“คุณคือ คอนเนคเตอร์ หรือ ตัวคลื่นรับสัญญาณจากพวกเรา”อิควิน็อกซ์ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

เขาบอกว่าคนเรามีอยู่สองส่วนด้วยกัน spirit กับ soul ถ้า soul นั้น มีความเร็วไวกว่าแสง แต่ไม่ใช่มนุษย์ทุกคนที่สามารถถอดโซลของจากร่างกายได้ มันเหมือนการเล่นเกมชนิดหนึ่ง ถ้าหากโซลคุณสูงถึง 100% แต่ spirit คุณเป็น 0 ตัวคุณจะไปรวมกับดวงดาว แต่ถ้า spirit คุณ 100% โซล 0% คุณจะเป็นสัตว์ชนิดหนึ่งที่อยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหารที่ไม่ใช่มนุษย์ และเขาพยายามอธิบายอีกหลายเรื่อง แต่ฉันปวดหัวเสียก่อนเลยหยุดเขาและเข้าเรื่อง

“ทำไมพวกทอรัสต้องตามล่าพวกเราด้วย” ฉันเบิกตากว้าง แทบไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน ไม่ใช่สิ ไม่ได้ยิน แต่รับรู้มากกว่า

“เพราะคุณติดต่อกับเซราฟิมที่เป็นฝั่งตรงข้ามของพวกเขาได้คุณกำลังจะถูกทอรัสและ โครน่าผู้นำสูงสุดซึ่งผมไม่เคยเห็นหน้าเลยสักคนไล่ล่าในอีก 100 วันข้างหน้า เราไม่มีเวลาเหลือที่จะทำเรื่องงี่เง่า โปรดเชื่อผมด้วย” “พวกคุณเป็นใครหรือตัวอะไรกันแน่………..!!!!!” “ผมบอกแล้วไงครับ ผมเป็นโซลเมทคุณ บางครั้งเราเกิดมาในครอบครัวเดียวกัน บางครั้งเราเกิดเป็นคู่รักกัน บางครั้งเราเกิดมาในหมู่ดาวเดียวกัน แต่เราไม่เคยแยกจากกันและพวกผมเป็นเซราฟิม มาเพื่อช่วยคุณให้พ้นจากเงื้อมมือของทอรัสที่พยายามแช่แข็งเทคโนโลยีโลก ไม่ให้โลกไปไกลกว่านี้” ตัวฉันกระตุกอย่างต่อเนื่อง อิควิน็อกซ์พยายามส่งสัญญาณภาพให้ฉัน หลังจากนั้นฉัน ก็สลบไป

ฉันตื่นมาอีกที เห็นท้องทุ่งสีขาว ในทุ่งมีหินเรืองแสง มีดอกลิลลี่ออฟวัลเลย์อยู่เต็มไปหมด ฉันเห็นชายคนหนึ่งกับผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ไกลๆ เธอรีบวิ่งเข้าไปดูใกล้ๆ สุดท้ายแล้วเธอพบว่า ผู้หญิงคนนั้น คือตัวฉันเอง ส่วนผู้ขาย ผิวสีขาวแต่ไม่ขาวจัด  ส่วนแก้มของเขาเป็นสีชมพู ทั้งๆสีร่างกายของเขาซีดเผือด บริเวณท้องของเขาเปื้อนเลือดเยอะมาก “ได้โปรด อย่าตายนะ รีล” ผู้หญิงที่หน้าเหมือนฉันแต่ผมสั้น กำลังร้องไห้ ฟุบหน้าลงบนอกของเขา น้ำตาของฉันไหลบ่าลงบนเสื้อของผู้ชายชื่อรีล

จากนั้นภาพก็ตัดมา 

ฉันเห็น “อิควิน็อกซ์” “ยินดีต้อนรับสู่มิติที่ 3 ครับไกอา” จากนั้นฉัน ตื่นขึ้นมาจากภวังค์ บนที่นอนของฉันเอง 

“เป็นฝันที่แปลกจริงๆ สุดท้ายฉันฝันไปสินะ เหมือนการ์ตูนที่เคยอ่านเลยให้ตายสิ” 

“คุณไม่ได้ฝันไป นั่นเป็นภาพที่ผมส่งให้คุณดู”อิควิน็อกซ์ส่งภาพเขาที่กำลังกอดอกอยู่มาในหัวฉัน 

เรื่องนี้มันฟังดูเหมือนกับภารกิจอันยิ่งใหญ่เกินตัวฉันไปมากจริงๆ อา….ไกอาเอ๊ย…ชีวิตวัยรุ่นตอนปลายฉันป่นปี้หมดแล้ว

ความคิดเห็น