สูญองศา
facebook-icon Twitter-icon

ทักทายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ทุกคนค่ะ

บทที่ 5 ถอดสิ 50%

ชื่อตอน : บทที่ 5 ถอดสิ 50%

คำค้น : นิยายโรมานส์ นิยายรัก นิยายโรเมนติก

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ธ.ค. 2560 18:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 5 ถอดสิ 50%
แบบอักษร

บทที่ 5

ยุทธการอันแยบยลของเขาไม่เคยมีใครจับได้ คริสโตเฟอร์ทำท่าเสียใจสุดซึ้งกับการหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยของเมษา ทำเอาทศวรรษหัวเสียเข้าไปอีกแม้จะไม่แสดงอาการออกนอกหน้าแต่แววตามันบอกว่าโกรธจัด จนแทบอยากฉีกอกเขาเป็นชิ้นๆ ในเมื่อหลักฐานไม่มีคนดีจึงตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ

“เสียใจด้วยนะครับ ผมไม่ทราบว่าพวกคุณมีปัญหากัน”

“คุณทำอะไร”

“ผมแค่เรียนสายกับคุณเมษาแล้วบอกว่าคู่หมั้นเธอรออยู่ข้างบนให้รีบกลับมา” ความจริงคือตั้งใจบอกโต้งๆเลยละ

“บรรลัยของแท้” ปาลิตาทำท่าสงบใจ เธอมัวประหม่าจนลืมบอกเงื่อนไขข้อนี้ เวรกรรมของเธอโดยแท้ จุกไหมล่ะงานนี้ “ขอบคุณค่ะมิสเตอร์” เธอฉีกยิ้มแล้วเริ่มทำใจก้มหน้ารับกรรม

เมื่อออกจาห้องเธอจำต้องกดโทรศัพท์หาบิดาทันที หญิงสาวไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่แต่ถ้าไม่บอกบิดามีหวังได้บ้านแตกสมใจ ถือซะว่าตอบแทนเมษาที่ครั้งหนึ่งช่วยดึงสติเธอก็แล้วกัน 

“พ่อค่ะ” เธอชะงักงันเมื่อบิดารับสาย “คือว่า”

“อะไรหรือลูก เห็นหนูเมย์ไหม” มีความห่วงไยปะปนมากับน้ำเสียง ปาลิตายืนแน่นิ่งตัวเย็นท่ามกลางบรรยากาศอบอ้าว

“เห็นค่ะพ่อ แต่ว่าเมย์บอกให้ปาอยู่เป็นเพื่อน พ่อจะว่าอะไรไหมถ้าปาจะอยู่เป็นเพื่อนเมย์สักสองสามวันค่อยกลับบ้าน”

“ได้สิ” บิดามีน้ำเสียงเข้าอกเข้าใจ นั่นยิ่งทำให้น้ำตาสาวน้อยคลอหน่วย

“ขอบคุณค่ะพ่อ”

“เดี๋ยวพ่อต้องไปให้อาหารไก่ก่อน” บิดากลาวถึงกิจวัตรประจำวัน

“ค่ะพ่อ ทานข้าวให้ตรงเวลาด้วยนะ อีกสามวันกลับค่ะ”

ชายหนุ่มนั่งเทียบเบาะคนขับ เขารอให้เธอพิรี้พิไรบอกลาบิดาอยู่นาน นี่แค่หมั้นหลอกๆ ทำอย่างกับลาไปสนามรบอย่างงั้นแหละ

“อย่าทำเหมือนกับจะตายวันตายพรุ่งสิคุณ”

“ก็ฉันไม่เคยนี่”

“อือ เดี๋ยวก็เคยเองแหละ ทำใจให้สบาย” เป็นคำปลอบประโลมที่ไม่ช่วยอะไรเลย เธอหันหน้ามองด้านนอกแทน

หญิงสาวเดินไปนั่งพักที่สวนสาธารณะใจกลางกรุงเทพฯ เขาไม่ได้บอกว่าพาเธอมาที่นี่ทำไม เพราะสองขาก้าวตามเขาไปเงียบๆผ่านสะพานมาครึ่งทางแล้ว ที่นี่ร่มรื่นทว่าดวงอาทิตย์เริ่มตก

"ผ่อนคลายหน่อยนา อย่าซีเรียสนักเลย" ทำเหมือนการหมั้นหมายเป็นเรื่องจุ๋มจิ๋ม ผิดกัับตอนที่พาไปตามเมษาลิบลับ บอกตรงๆว่าตามอารมณ์เขาไม่ทัน

"ฉันยังไม่ชินค่ะ มันเร็วเกินไป" ทั้งที่พยายามปรับตัว ปรับใจ แล้วใยยังทุกข์ร้อน 

"เดี๋ยวมันก็ผ่านไป"

"นั่นสินนะ" เธอรับคำ

"มันอาจจะฝืนใจหน่อยในตอนแรก แต่ต่อไปก็เบๆครับ"

สายฝนโปรยปรายลงมา เธอและเขาวิ่งหาที่หลบจนพบศาลาแห่งหนึ่ง ผู้คนในยามนี้หดหายแสงไฟเริ่มส่งสว่างจ้าโดยรอบ แรงลมทำให้หยาดพิรุณสาดเข้าหา 

บรรยากาศสุดแสนเป็นใจ ไออุ่นจากคนข้างกายดึงดูดสองร่างแนบชิด สูทตัวสวยถูกถอดสวมให้หญิงสาว เขาเหลือเพียงเชิตสีขาวที่หลุดลุ่ยออกนอกกางเกง

"เอาออกข้างนอกก็ดีเหมือนกัน" ปลดกระดุมคอกนึ่งเม็ดแล้วถลกเสื้อให้ออกข้างนอกจนหมด ชายหนุ่มทำท่ากายบริหารแขนกลบเกลื่อนบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นในใจ 


ชายหนุ่มเลี้ยวรถเข้าที่จอด สถานบันเทิงที่ติดไฟประดับกับป้ายชื่อร้านขนาดใหญ่ ด้านนอกมีการ์ดคุมเข้มจนน่ากลัว เขามองหน้าเธอที่ฉงน อมยิ้มกับกิริยาเหลอหลา 

ดวงตาเรียวรีทำทีไม่ไว้วางใจ นั่นยิ่งทำให้เขาอยากพาเธอมาสัมผัสสิ่งแปลกใหม่ที่อยู่คนละโลกกับความดีงาม จะนรกชังหรือสวรรค์สร้างเราก็มาพบกันในช่วงชีวิตหนึ่ง ดังนั้นจะนั่งหน้ามุ่ยอยู่ทำไม

“ปาตี้สละโสดไงคุณ”

“เอ่อ...ค่ะ” ตั้งแต่เกิดมายอมรับว่าไม่เคยเดินเฉียดใกล้สถานบันเทิงทุกแขนง ยกเว้นคาราโอเกะหยอดเหรียญในแบบใสๆ ปลดปล่อยเวลาสอบเสร็จ เขาพาเธอมาในที่แอทวาร์ดขึ้นโดยที่ไม่ได้ตั้งตัวเลยกะจะฆ่ากันชัดๆ ลองของละสิ หญิงสาวเชิดจมูกรั้นขึ้นเมื่อคิดว่าโดนท้าทายกลายๆ

“ลงมาสิ” คนเชื้อเชิญส่งกุญแจให้คนรับรถของผลับ เขากวักมือเรียกเธอให้ลุกจากเบาะซึ่งเธอก็ทำตามเก้ๆ กังๆ

แขนหนาทำทีโอบไหล่บางและส่งบัตรวีไอพีให้การ์ด ผู้คนทำเหมือนกับเขาเป็นราชาของที่นี่ และเธอก็เดินขนาบข้างเขาไม่ใช่ราชินีหรอกเหมือนหมาจูตัวน้อยมากกว่า ซึ่งตอนนี้ลดมือหนาลงรวบเอวแทน

"คุณค่ะ"

"คำนั้นรอเรียกตอนหมั้นแล้ว" เขากระซิบข้างหู เธอขึงตาไส่ แค่อยากจะบอกว่าอึดอัดไม่เห็นต้องตีรวน

ชายหนุ่มองร่างบอบบางพึ่งรู้ว่าเอวเธอกิ่วขนาดไหนเมื่อมาอยู่ในอ้อมแขน คนอะไรเนื้อหนังไม่มีในจังหวะคิด มือก็เปลี่ยนเป็นวัดขนาดโดยเสร็จสรรพ น่าจะยี่สิบสี่ได้สรีระผู้หญิงที่น่าพิศวงดีพอสมควร จะว่าไปทั้งวันเขาไม่เคยมองเธอในรูปแบบที่ควรมองผู้หญฺงคนอื่นเสียด้วยสิ ทว่านมเล็กเกินไปหน่อย หรือไหล่เธอบังว่ะ

“สักหน่อยไหมคุณ” เขามองมาทางเธอ

“ขอเป็นเพอร์เฟค ดราย มาตินี ค่ะ” หญิงสาวเมียงมองพนักงานเสิร์ฟก่อนจะสั่ง

“รู้จักเหล้าด้วยหรือคุณนะ” เธอมีอะไรให้เขาแปลกใจได้ตลอด สาวบ้านนอกรู้ภาษาทางการ เข้าใจโลกและไม่หืออือ รักษาสัจจะ แถมมาด้วยดื่มเป็นอีกหนึ่ง เป็นเธอก็ดีเหมือนกันที่กลายมาเป็นคู่หมั้นจะได้ดูแลง่ายๆ ไม่มากความไม่คุณหนูจ๋าจนน่าเบื่อ ร็อคแอนด์โรว์ดี ประทับใจเสียแล้วสิ

ถึงย้อนเวลากลับไปได้เขาก็จะไม่รั้งเมษาเอาไว้เหมือนเดิม ความจริงคือเขามองเห็นคู่หมั้นตัวจริงเดินผ่านห้องรับแขกไป อยากเดินออกไปถามแต่กลับกลายเป็นดึงความสนใจของปาลิตาให้หยุดอยู่ที่เขาเฉย สงสัยเธอไม่เร้าใจเท่าคนข้างกายตอนนี้กระมัง 

“ผมขอตัวสักครู่นะครับ” เขาบอกพร้อมเดินตามชายสวมเสื้อหลุยลายอาเสี่ยเข้าไปด้านใน หญิงสาวได้แต่มองตามแผ่นหลังกว้าง เธอจะชิ่งหนีดีไหม การตระบัดสัตเป็นครั้งแรกนี้จะไม่ทำให้เธอเสียความเป็นคนหรือและที่สุดแล้ว “น้องค่ะขอแบบนี้อีกห้าแก้ว”

เธอยกแอลกอฮอล์ในแก้วทรงสวยขึ้นมาดื่ม รวดเดียวหมดและแก้วต่อไปก็ตามมาติดๆ ดื่มให้ลืมชาติ สักพักสมองเริ่มประมวลผลช้า มิน่าคนถึงชอบมันนักเพราะทำให้เธอหลงเข้าไปอยู่ในความคิดตัวเองชั่วคราวนี่เอง

“ผมเลี้ยง” เสียงหนึ่งดังขึ้นข้างกาย แต่พอมองกลับมาดันไม่ใช่คนที่พาเธอมา ชายร่าสันทัดวางแก้วที่มีน้ำใส่ไม่มีสีตรงหน้าเธอ หญิงสาวไม่อาจปฏิเสธเพราะเธอก็เข้าขั้นแล้วเหมือนกัน “มากับใครครับ” มือหนาลูบแขนเธอเบาๆ ทำขนแขนตั้งชันและชาวาบตามมา 

“มากับว่าที่สามี” ทศวรรษดักคอ ชายหนุ่มกระชากแขนอีกฝ่ายออก “การที่จะแตะต้องตัวใครโดยที่คนของเขาไม่อนุญาตนั่นก็หมา และที่สำคัญถ้าคนคนนั้นเป็นเจ้าของร้านคุณอาจถูกแบล็กลิสไม่ให้เข้าได้นะครับ” นี่ไม่ใช่คำขู่แต่เป็นคำเตือนเพราะถ้าเขาจะขู่มันต้องถึงเลือดถึงเนื้อกันกว่านี้

“ผมก็ไม่สนเธอมากไปกว่าชีวิตตัวเองอยู่แล้ว” ชายผู้นั้นเดินหายไปในฝูงชน ส่วนเธอก็นั่งตาปรือมองเขาและยิ้มในแบบที่ขี้เมาเขาทำกัน

“เสน่ห์แรงนะคุณนะ” เขาทำทีประชดประชัน

“นี่อย่าบอกว่าหึงนะ เจอกันวันเดี๋ยวเอง” เธอยังยิ้มและในวินาทีเสยผมขึ้นมันทำให้คนมองจ้องต้องกลืนน้ำลาย

“ก็คุณกำลังจะโดนลวนลาม หวงตัวบ้างเถอะ” บอกแต่เธอยังทำท่าไม่สนใจเลยสักนิด

“ปาตี้สละโสดไงคุณจำไม่ได้เหรอ”

“จำได้แต่ระวังตัวหน่อย อย่าสนุกสนานให้มันมากนัก” จ้องมองนาฬิกาเรือนโปรดทว่าเอนหลังพิงพนัก แทบไม่เชื่อสายตา เมื่อปาลิตาถลันเดินมานั่งตักเอง “นี่เมาหรือยั่ว”

“ทั้งสองได้ไหม” เธอเกาคางแผ่วเบาเหมือนที่เคยทำกับแมวน้อย แต่นี่เขาเป็นเสือนะเกาบ่อยๆเผลองาบทำไง

“อย่าอ่อย”

“อ่อยคุณแค่คนเดียว” นี่เมาแล้วร่านเลยเหรอ เขานับแก้วที่เธอดื่มแต่ต้องสะดุดกับหนึ่งในนั้น ที่เป็นแก้วคนละทรง เผลอครู่เดียวสาวน้อยโดนดีเข้าแล้ว

“กลับได้แล้วไป..”

“ขออีก แต่ตอนนี้ร้อน” เธอเริ่มปัดป่ายลำคอตัวเอง จากนั้นจึงรูดคอเสื้อลงไปถึงไหล่ “ร้อนจัง” เธอดวงตาหยาดเยิ้ม เขาที่สะท้อนอยู่ในนั้นช่างหล่อเหล่าและน่าทำอะไรสักอย่าง มือบางเริ่มอยู่ไม่สุขกรีดปลายเล็บกับริมฝีปากฝั่งตรงข้าม มืออีกข้างปลดกระดุมเขาโดยพละการ

“กลับกันเถอะ” เขารู้ดีว่าเธอโดนอะไร พออุ้มขึ้นมาในอ้อมแขนเธอก็อ่อนเป็นผักลวก ไม่มีใครสอนว่าไม่ให้รับของจากคนแปลกหน้าหรือ

ชายหนุ่มเลี้ยวรถเข้ามาภายในคฤหาสน์หลังใหญ่ ใบหน้าหวานในตอนนี้เหมือนทุกข์ทรมานอย่างหนักจากฤทธิ์กำหนัด เธอโดนยาปลุกเซ็กซ์เข้าให้แล้ว

“ช่วยฉันที ฉันร้อน” เธอกำลังปลดกางเกงยีนต์ของตัวเองออก ซิบหนารูดร่นจนเห็นแพนตี้และไรขน

“ไม่ต้องรีบขนาดนั้น” เขารวบมือบางมาไว้กับที่แล้วจัดการรวบร่างแล้วขึ้นไปบนชั้นสอง ชายหนุ่มวางร่างแน่งน้อยไว้กลางอ่างเธอยังลูบแขนเหมือนร้อนรน เขาเปิดน้ำเย็นราดรดเพื่อให้บางอย่างเบาบาง

“ช่วยฉันที” ตาแป๋วนั่นเชิญชวน ริมฝีปากขบแน่นเก็บกลั้น ยิ่งทำให้เขาเพิ่มพูนอารมณ์อยากมากขึ้นไปอีก 

“มันจะดีหรือ” ถามทว่ามือไม้ช่วยลูบสนอยู่กลางท้องน้อยจนเธอบิดเร้า

“ดีไม่ดีคุณก็ช่วยฉันเถอะนา” เธอเอามือตีน้ำโวยวาย ทว่าไม่มีแรงทำให้มันกระเซ็นไปมากกว่าขอบอ่างเลย

“คุณจะไม่ทำร้ายผมใช่ไหมถ้าตื่นขึ้นมา” เขากระซิบเธอข้างหู

“ไม่ฉันสัญญา” เพียงเท่านั้นคนในอ่างก็รองรับจูบแทบไม่ทัน

วันนี้เขาไม่ได้ดื่มสักหยดแต่ก็เหมือนสัมผัสได้ถึงเหล้าหลากดีกรี เรียวบางนุ่มนิ่มหวานฉ่ำกำลังจุ่มตัวอยู่ในน้ำเธอลุกขึ้นมาครึ่งตัวเพื่อรองรับเรียวปากหนา 

“ถอดสิ” เขาบอกกล่าวร่างนุ่มนิ่มให้จัดการตัวเองส่วนเขาก็ปลดเปลื้องให้เทียบเท่ากับเธอเหมือนกัน “คุณจะไม่เสียใจใช่ไหม”

“อาจจะ แต่ถึงตอนนั้นค่อยว่ากันใหม่” เธอตะเกียกตะกายออกจากอ่างน้ำ แล้วขึ้นคร่อมเขาอย่างใจอยาก หญิงสาวปล่อยให้ตัวเองทาบทับความอุ่นร้อนที่สัมผัสภายนอก แม้ไม่สอดใส่ยังดีขนาดนี้ เธอถากร่องกับเอ็นอุ่นนั้นจนพอใจ ชายหนุ่มนอนราบกับกระเบื้องเคลือบปล่อยให้เธอทำอย่างในอยาก  ให้อิสระทางความคิดโลดแล่น

 เธอที่กำลังทำหน้าเหยเก ไม่อยากเชื่อว่าตัวเองจะมาไกลได้ขนาดนี้ จุดที่คิดว่าไร้ยางอายสุดกู่



เอารูป ทศวรรษ มาฝากจร้าาาาา ออิอิ




ความคิดเห็น