ปิงปองโต้คลื่น

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Tenth Song [Part1]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.3k

ความคิดเห็น : 20

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ม.ค. 2561 01:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Tenth Song [Part1]
แบบอักษร


ปวดหัว

หัวของเขามันปวดตุบๆ จนแทบระเบิด

เปลือกตาบางเปิดขึ้นเล็กน้อยก่อนจะรีบปิดลงด้วยทนไม่ไหวกับแสงสีขาวแยงตา

ไม่น่าดื่มหนักเลยให้ตายสิ

“ปวดหัวเหรอ”

เสียงนุ่มๆ คุ้นหูดังขึ้นพร้อมกับความอบอุ่นที่นาบลงบนหน้าผากก่อนจะรับรู้ได้ถึงการนวดคลึงที่ขมับ นิ้วใหญ่ไล้ไปตามจุดผ่อนคลายแล้วบรรจงเค้นคลึงขมับเขาด้วยแรงกึ่งเบากึ่งหนักสลับกันไป พอทำไปได้สักพักหัวของเขาก็โล่งขึ้นนิดหน่อยจนสามารถเปิดเปลือกตาขึ้นมาได้

ภาพแรกของวันที่เห็นคือใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอยที่คลอเคลียด้วยผมสีเทารุงรังเหมือนคนเพิ่งตื่นนอน พอมองเลยลงไปนิดหน่อยจึงเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้สวมเสื้อแต่สวมแค่กางเกงวอร์มขายาวสีเทา

ไม่น่าเชื่อแล้วว่าผมหงอกจะดูเหมาะกับตาลุงขนาดนี้ แต่ที่ไม่น่าเชื่อกว่านั้นก็...

“ซิกแพ็คแน่นจังเลยลุง”

ริมฝีปากได้รูประบายเสียงหัวเราะร่วนออกมา ก่อนจะทิ้งตัวลงมานอนข้างๆ แล้ว...

“อะไรเล่าลุง เฮ้ย ฮ่าๆ โอ๊ย ลุง อย่าดิ ฮ่าๆ”

ตาลุงนั่นแกล้งจี้เอวเขาไม่หยุด ไม่จี้เปล่ายังหอมแก้มไป หอมคอไป

หาเศษหาเลยเก่งชะมัด

เดี๋ยว มีบางอย่างไม่ปกติ

เด็กหนุ่มชะงักแล้วดันตัวเองออกจากอ้อมกอดของอีกฝ่าย เขาดันตัวลุกขึ้นนั่งแล้วก้มมองไปยังท่อนล่างที่เปลือยเปล่าของตัวเอง

คราบสารคัดหลั่งสีขาวขุ่นที่เปรอะเปื้อนต้นขาทำให้เขาตัวชาวาบ

ไม่จริง...ไม่จริง

“มีอะไรเหรอ”

เขาขืนตัวออกจากอ้อมกอดที่เข้ามาด้านหลังโดยอัตโนมัติ

ไม่เอา...แบบนี้ไม่เอา

“ทำไม”

ปากเขาสั่น ลำคอเขาแห้งผาก

“ทำแบบนี้ทำไม!”

เสียงตะโกนของเขาไม่ดังนัก แต่มันก็มากพอแล้วที่จะทำให้อีกคนชะงักค้าง นัยน์ตาดำขลับของอีกฝ่ายจ้องมาที่เขาด้วยแววตาบางอย่างที่เขาเองก็ไม่เข้าใจ

ภาพตรงหน้ามันพร่าเกินไป

มือของเขาสั่นเกินไป

“ดิม เป็นอะไร บอกฉันมา”

แขนแกร่งพยายามจะดึงตัวเขาเข้าไปในอ้อมกอด แต่เด็กหนุ่มขยับตัวหนี

“คุณทำแบบนี้กับผมทำไม”

เขาได้ยินเสียงสะอื้นของตัวเอง

ไม่จริงน้า...

นิ้วเรียวไล้ไปตามใบหน้าตัวเองจนมาหยุดที่แก้ม

....เขาร้องไห้เหรอ...ไม่จริงน้า...

“ฉันไม่รู้หรอกนะว่าฉันทำอะไร”

นัยน์ตาคมคู่นั้นสบลึกเข้ามาในตาของเขา

“ฉันไม่รู้ แต่ฉันขออย่างนึง...”

นิ้วโป้งใหญ่เกลี่ยหัวตาเขาอย่างอ่อนโยน

“อย่าร้องไห้”

ร่างใหญ่โตขยับเข้ามาหาเขาช้าๆ

“มีอะไรก็บอกฉันมา ฉันทำอะไรผิดก็มาคุยกัน อย่าใช้อารมณ์แบบนี้”

ในที่สุดเขาก็ตกอยู่ในอ้อมแขนของอีกฝ่ายอีกครั้ง

ฝ่ามือใหญ่ลูบแผ่นหลังเขาเบาๆ

“ไหน ว่ามาสิ ลุงคนนี้ทำอะไรผิดหืม?”

ตัวเขาเครียดเกร็งขึ้นอีกครั้งจนอีกฝ่ายต้องเอ่ยปลอบอยู่ข้างหู

“ใจเย็นๆ ที่รัก”

ไม่ว่าเปล่า ริมฝีปากอุ่นประทับจูบลงบนเปลือกตาน้อยๆ ของเขา

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ารอยจูบที่เปลือกตานั้นทำให้เขาสงบลง

“ไหนว่ามาสิ”

นัยน์ตากลมฉายแววดุร้ายเมื่อสบเข้ากับดวงตาอีกคู่

“คุณไม่ป้องกัน”

ดวงตาสวยสั่นระริก

“ไหนเราคุยกันแล้วไงว่าคุณจะรอให้ผมพร้อม แล้วทำไม...”

จู่ๆ ความรู้สึกบางอย่างก็พุ่งขึ้นมาจุกอยู่ที่อกจนเขาพูดต่อไม่ได้จนต้องหลบตาลง

...เป็นความรู้สึกก่ำกึ่งระหว่างผิดหวังกับเสียใจ...

ทำไมถึงทำกับเขาแบบนี้ทังๆ ที่...

“ฉันขอโทษ”

คำขอโทษจากอีกฝ่ายหลุดออกมาง่ายจนน่าแปลกใจ พอเงยหน้าขึ้นสบตาหัวใจเขาก็ยิ่งเต้นรัวขึ้นกว่าเก่า

มันไม่ได้เต้นรัวด้วยความโกรธและผิดหวังอย่างเมื่อครู่ แต่มันกำลัง...มีความหวัง

ดวงตาคมนั้นฉายแววรู้สึกผิดต่างจากทุกที เขารู้จักตาลุงนี่ดี ถ้าลุงนี่ตั้งใจทำ ดวงตาคมนี่จะฉายแววมั่นคง แม้ว่าจะรู้ว่าตัวเองผิดแล้วยอมเอ่ยขอโทษ แต่ดวงตาคู่นั้นจะแข็งกร้าวไม่ยอมใคร แล้วทำไมวันนี้...

...จะเป็นไปได้ไหมที่อีกฝ่ายไม่ได้ตั้งใจทำร้ายเขา จะเป็นไปได้ไหมที่มันเป็นเพียงความผิดพลาดที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น...

ขอให้เป็นอย่างนั้น เขาอยากได้ยินคำตอบแบบนั้น

“ฉันผิดเองที่ปล่อยให้ตัวเองเมาขนาดนั้น”

เขาพูดไม่ออกเมื่อสิ่งที่อีกคนพูดมาตรงใจเขาอย่างน่าใจหาย

...เขาดีใจ...

เขาดีใจที่อีกฝ่ายไม่ได้ตั้งใจทำร้ายเขา เขาดีใจที่พวกเขารักษาคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้แก่กัน

เขาดีใจ

จะว่าไป เขาเองก็จำเรื่องเมื่อคืนแทบไม่ได้เลยเหมือนกัน เท่าที่คลับคล้ายคลับคลาคือลุงนี่เข้ามาหาเขา จากนั้นก็...

นั่นสิ เขาเองก็จำอะไรต่อจากนั้นไม่ได้เลย

...บ้าชะมัด...

เขานี่มัน...บ้าชะมัด

ริมฝีปากบางพ่นลมหายใจหนักๆ ออกมา

“ผมเองก็ต้องขอโทษ”

เขาสบลึกเข้าไปในดวงตาสีดำสนิทของอีกฝ่าย

“ถ้าจะหาคนผิด ก็คงเป็นเราทั้งสองคน ทั้งผม ทั้งคุณ”

ฝ่ามือเรียวทาบลงบนใบหน้าคมสันที่ห่างออกไปไม่กี่คืบ

“มันเป็นความผิดของเราทั้งคู่ แต่ผมผิดมากกว่าเพราะผมเอาแต่โทษคุณ”

หัวทุยซุกเข้ากับหน้าอกแกร่งตรงหน้า

“ขอโทษนะครับ”

ความอบอุ่นของฝ่ามือใหญ่ไล้ผ่านเส้นผมของเขาครั้งแล้วครั้งเล่า

“ไม่เป็นไร ฉันเองก็ผิดจริงๆ”

สิ้นประโยคนั้น ต่างฝ่ายก็ต่างเงียบไป

เขากลัว...เขายอมรับว่าเขากลัว

นายดนัย ไวยสมุทรกำลังกลัว

การท้องไม่พร้อมเป็นอะไรที่เขาไม่อยากให้เกิดขึ้นมากที่สุดในชีวิต ตัวอย่างของพี่ดาก็มีให้เห็นอยู่ทนโท่ พ่อเขาไม่ได้เดือดร้อนเรื่องท้องก่อนแต่งก็จริง แต่นั่นคือกรณีที่พ่อของเขาโอเคกับพ่อของเด็กในท้อง ไม่อย่างนั้นเด็กคนนั้นก็ต้องตาย ในคราวพี่ดา พ่อเลือกให้เด็กคนนั้นตาย

แล้วคราวนี้ล่ะ?

ถ้าเขาท้องขึ้นมา พ่อจะเลือกชะตาชีวิตแบบไหนให้กับลูกของเขากัน...

“คุณปราณ”

น้ำเสียงของเขาอ่อนแรงกว่าทุกที

“คุณเคยต่อยกับพ่อไหม”

“หมายความว่ายังไง”

เขาเงยหน้ามองอีกฝ่ายด้วยความไม่มั่นใจ

“ถ้าคุณกับพ่อเคยมีปัญหากัน ลูกเราตายแน่”

แทนที่อีกฝ่ายจะวิตก ใบหน้าสูงวัยกลับคลี่ยิ้มบาง ท่อนแขนใหญ่กระชับเขาเข้าไปใกล้ขึ้นจนแทบนั่งตักอีกฝ่าย

“ฉันไม่เคยมีปัญหากับดลนธี แต่ถึงมี...”

ใบหน้านั้นเคลื่อนเข้ามาใกล้จนปลายจมูกของพวกเขาแตะกัน

“ฉันก็ไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายลูกเมียฉันแน่”

น้ำเสียงทุ้มเอ่ยออกมาเรียบๆ แต่หนักแน่น

แล้วริมฝีปากของพวกเขาก็แตะกัน

หากคำพูดคือการบอกกล่าว รอยจูบที่ประทับลงมาก็คงเป็นคำมั่นสัญญา






*********************************************************************** 

สั้นมากๆ เลย ฮือออออ

********จริงๆ ตอนนี้ควรจะมีอีกฉากนึง แต่เนื่องจากเราได้ไปสัญยิงสัญญากับนักอ่านที่น่ารักในทวิตไว้ว่าจะอัพวันนี้ แต่ดันมีงานประชุมด่วนที่เราต้องไปจัดการ จะรอให้ถึงตอนเย็นก็ไม่รู้ว่าจะได้อัพรึเปล่า เราก็เลยมาอัพให้ก่อน แต่ขออัพเป็นตอนที่ 10 พาร์ท 1 นะคะ เดี๋ยวพาร์ท 2 จะตามมาพรุ่งนี้เด้อ(หรืออาจจะเป็นวันนี้เย็นๆ ถ้าประชุมเสร็จเร็ว)


พาร์ท 2 ไม่มีอะไรมากนอกจากฉากหวง ห่วงเมียของลุงค่ะ รับรองความขี้หึงขี้หวงของลุงไว้ ณ ที่นี้เลย********

ขอโทษมากๆ ที่มาได้ไม่เต็มตอนเหมือนทุกที ไม่คิดว่าจะมีงานด่วนเข้ามาจริงๆ เสร็จงานแล้วจะรีบกลับมาแต่งพาร์ท 2 ให้เด้อ


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น