Mogami Aki

ขอฝากติดตามผลงานด้วยครับ วันละ 1 Like 1 Comment เป็นกำลังใจด้วยครับ ^^

ตอนที่ 32 การพ่ายแพ้แบบทันท่วงที

ชื่อตอน : ตอนที่ 32 การพ่ายแพ้แบบทันท่วงที

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.3k

ความคิดเห็น : 20

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ธ.ค. 2560 00:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 32 การพ่ายแพ้แบบทันท่วงที
แบบอักษร

ฟูมมมมม!

สิ่งมีชีวิตปริศนาที่โผล่ออกมาจากประตูมิติสีดำ ดวงตาสีแดงทั้งสามกระพริบไปมาอย่างรวดเร็ว เสียงที่ไม่รู้มาจากส่วนไหนดังออกมาจากร่างกายของมัน

‘หนีเหรอ?’

เสียงเตือนจากระบบทำให้ผมได้สติกลับคืนมา เป็นครั้งแรกที่มันได้แจ้งเตือนแบบนี้ ตั้งแต่ที่เข้ามาที่นี่ระบบก็เกิดอาการแปลกๆแล้ว...เกิดอะไรขึ้นกันแน่?

“เจ้านั่นมัน.....”

เสียงของหญิงสาวปริศนาอุทานออกมาเสียงเบา ดูจากปฏิกิริยาของเธอแล้ว เธอน่าจะรู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับมัน ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะต้องสนใจเรื่องเล็กๆน้อยๆแบบนี้ก่อน

กรึกกก

คอของมันหมุนมาในทิศทางที่พวกผมยืนอยู่เหมือนกับมันได้ยินเสียงของเธอ สายตาที่มันจ้องมานั้นทำให้วิญญาณของผมหลุดออกจากร่าง แววตาของมันกระพริบถี่ๆ

‘ม ไม่จริงน่า...ค แค่มันมองนะ’

ทุกคนอาจจะมีสิ่งที่กลัวที่ไม่เหมือนกันอยู่ แต่ผมสามารถพูดได้เต็มปากเต็มคำว่าเมื่อทุกคนมาเห็นสิ่งนี้ตัวของพวกเขาจะสั่นแบบหยุดไม่ได้ ไม่เว้นแม้แต่หญิงสาวปริศนา

ไม่ใช่ขนาดที่ใหญ่โตของมัน ไม่ใช่ประสาทสัมผัสที่เหนือมากจนกระทั่งได้ยินเสียงกระซิบที่อยู่ในระยะ 200 เมตรของมัน แต่มันเหนือกว่านั้น..........

[จ เจ้านั่น....]

แม้แต่คุรามะเองก็เช่นกัน เสียงของเธอดูสั่นๆ ราวกับเกรงกลัวเจ้านั่น สัตว์หางที่ทะนงตนเองยังเกรงกลัวกับสิ่งนี้

‘!? ซูซาโนโอะ!’

ร่างยักษ์สีส้มได้ผุดขึ้นมาครอบคลุมร่างของผมกับหญิงสาวปริศนาไว้อย่างรวดเร็ว มีบางอย่างไม่ถูกต้อง...... ฮาคิสังเกต โหมดเซียน และเน็นของผมกรีดร้องออกมาอย่างบ้าคลั่ง ประสาทสัมผัสของผมแจ้งเตือนออกมาแบบถี่ยิบ

ชวิ้ง

เป็นแค่เสียงของการสะบัดของมีคมเบาๆเท่านั้น แต่เสียงนั้นมันก้องในจิตใจของผม

อยู่ๆตัวของมันก็โผล่อยู่ข้างหลังของพวกเรา แขนที่เป็นดาบของมันวาดผ่านการป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดของผมราวกับตัดเนย ร่างอวตารซูซาโนโอะของผมหายไปทันทีหลังจากที่มันปรากฏออกมา ผมคว้าตัวหญิงสาวปริศนาไว้พร้อมกับพุ่งหลบไปอย่างรวดเร็ว

“หยุดเวลาเหรอ!?”

“!?”

ผมที่อุ้มตัวหญิงสาวปริศนาด้วยท่าเจ้าหญิงพร้อมกับวิ่งไปตามหลังคาบ้านนั้นหลุดปากออกมา ไม่ผิดแน่...

อาจจะเป็นเวลาสั้นๆ  แต่มันกลับแสดงให้เห็นถึงพลังที่ผมไม่ควรจะไปตอแยด้วย บางทีการหนีคงจะดีที่สุด

“นี่! พี่สาว อีกนานไหมกว่ากลุ่มของพี่สาวจะมาหน่ะ?”

ผมถามเธอโดยที่ไม่แม้แต่จะมองหน้า สมาธิของผมอยู่ที่การหลบหนีเจ้าสัตว์ประหลาดยักษ์ที่เริ่มตามมาแล้ว

“อ อีกไม่นาน.. พวกเขาต้องมาแน่ๆ”

ตัวของเธอที่พึ่งรอดตายมาอีกครั้งตอบผมด้วยน้ำเสียงที่ดูสั่นเล็กน้อย ก็แน่สิ เจอแบบนี้เป็นใครๆก็ช็อค

“ถึงจะมีหลายๆเรื่องอยากจะถามก็เถอะ แต่เอาไว้ทีหลังก็แล้วกัน”

ผมเร่งสปีดขึ้นมาอีกระดับ มากพอที่จะทำให้เกิดเสียงโซนิคบูมตามมาข้างหลัง

‘อึก’

อีกแล้ว... มันหยุดเวลาอีกแล้ว ร่างของมันเข้าใกล้มามากขึ้น จากตอนแรกที่ห่างประมาณเกือบกิโลเมตรกลับลดลงอย่างเห็นได้ชัด นอกจากความเร็วที่มากพอๆกับผมแล้วยังมีความสามารถในการหยุดเวลาอีก...

‘คาถายักษ์ไม้!’

ยักษ์ไม้สองตนได้โผล่ขึ้นมาจากถนนคอนกรีต ผมใช้คาถานี้เพื่อถ่วงเวลาเอาไว้ แน่นอนว่าสิ่งที่ผมทำนั้นมันไร้ประโยชน์

ฟูมมมมมมมมม

ยักษ์ไม้ทั้งสองตัวขาดครึ่งแบบไม่เหลือซากเมื่อมันตวัดแขนของมัน ยังไม่เพียงแค่นั้น พลังของเจ้าสัตว์ประหลาดนั่นยังเกิดเป็นลมกระแทกอันรุนแรงจนตัวของผมหยุดชะงักเล็กน้อย

“ขอโทษทีนะพี่สาว ดูเหมือนว่าจะต้องลากันตรงนี้”

“?”

เธอทำหน้าตาแปลกใจก่อนที่ผมจะใช้แขนอันทรงพลังของผมเหวี่ยงเธอออกไปให้ไกลที่สุด ตอนนี้ผมคงเคลื่อนตัวได้สะดวกกว่าแน่ๆ

‘คุรามะ ขอพลังหน่อย’

[อ โอ้]

เธอตอบรับด้วยน้ำเสียงสั้นๆ ก่อนที่โอเวอร์โค้ทและหน้ากากสีดำของผมจะเกิดประกายแสงสีทองออกมา  โอเวอร์โค้ทกลายเป็นผ้าคลุมที่มีตาสัญลักษณ์ลูกน้ำที่เรียงรายกัน หน้ากากของผมกลายเป็นหน้ากากจิ้งจอกพร้อมกับที่ร่างกายของผมทั้งตัวกลายเป็นสีเดียวกันไปหมดเหลือเพียงดวงตาที่ยังเป็นสีแดงก่ำเพียงเท่านั้น

สัตว์ประหลาดตัวนั้นไม่ได้สนใจรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนไปซักนิด ดวงตาของมันบนใบดาบได้หลับลงพร้อมกับร่างกายของมันที่กระชั้นชิดตัวของผมมากขึ้น

แน่นอนว่าร่างนี้ผมไม่ได้เอาไว้ต่อสู้แต่อย่างใด ในตอนนี้ผมต้องการแค่ความคล่องตัวเพียงเท่านั้น

ร่างกายของสัตว์ประหลาดตัวนั้นเกิดประกายสายฟ้าสีแดงขึ้นมาเคลือบใบดาบของมันไว้ มันอ้าแขนขึ้นด้วยความเร็วที่เห็นเป็นแค่ภาพติดตาเท่านั้น

‘ตอนนี้แหละ’

ผมเตรียมตัวที่จะหลบออกจากรัศมีการโจมตีนี้ทันที

‘!’

เป็นอีกครั้งที่เหมือนกับวิญญาณของผมหลุดออกจากร่าง ดวงตาบนใบดาบที่หลับอยู่ก่อนหน้านี้ของมันเปิดขึ้นมา บรรยากาศทั่วบริเวณสั่นไหว ความรู้สึกที่ผมได้รับจากมันคือความรู้สึกของราชันย์แห่งโลกใบนี้ 

พลังที่มันปล่อยออกมาทำให้ผมนึกขึ้นได้ว่า การเผชิญหน้ากับมันนั้น.......

เป็นสิ่งที่ผิดมหันต์

เปรี้ยะๆๆๆ

ใบดาบของมันเริ่มเข้าใกล้ผมทุกขณะ ผมกัดฟันแน่นเพื่อไล่ความรู้สึกกดดันออกไป ซูซาโนโอะสีส้มปนทองของผมโผล่ออกมาอีกครั้ง คราวนี้ผมโฟกัสไปที่การใช้ซูซาโนโอะอย่างเดียว

ชวิ้ง

ถึงใบดาบของมันจะตัดผ่านเหมือนกับครั้งแรก แต่ซูซาโนโอะนั้นได้สร้างโอกาสให้ผมหลบออกจากวิถีดาบของมันได้อย่างทันท่วงที

“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!”

[ที!]

แม้จะหลบออกจากความตายได้ก็จริง แต่สายฟ้าที่เคลือบแขนดาบของมันไว้ยังสามารถเล่นงานผมได้ ตัวของผมชักกระตุกอยู่หลายครั้ง กลิ่นไหม้เหม็นสาบเริ่มส่งกลิ่นออกมาจากร่างกายของผมขนาดผมมีทักษะกันไฟฟ้าแล้วก็ตาม 

นี่เป็นแค่เศษเสี้ยวของสายฟ้าของมันเพียงเท่านั้น.......

“อ๊าก อ๊ะ อ๊ากกก อึก อ๊ากกกกก!”

[จ เจ้าเป็นอะไรไป ย อย่าพึ่งสิ]

ร่างกายอันเล็กจ้อยของผมสั่นกระตุกอยู่แทบเท้าของเจ้าปีศาจตัวนั้น ตอนแรกผมคิดว่าจะไม่รอดแล้วแต่ว่า

“………”

เจ้านั่นไม่ได้ทำอะไรผมเพิ่มเติมซักนิด มันกลับจ้องมองมาที่ผมด้วยสายตาเหมือนกับเด็กที่กำลังเล่นของเล่น ถึงแม้ว่าจะไม่มีปาก แต่ผมรู้สึกได้ว่ามันกำลัง ‘ยิ้ม’ อยู่

ประกายแสงสีทองเริ่มที่จะพล่ามัวลงทุกที ดวงตาของผมเริ่มกลับกลายเป็นสีดำอีกครั้ง จิตใจของผมสั่นไหวในทุกขณะ...

แข็งแกร่งเกินไป....เจ้านี่... มันคือตัวอะไรกันแน่...แค่เศษเสี้ยวการโจมตีของมัน....มันทำให้ผม.....

แพ้แบบราบคาบ........

........................................................................................







มาแล้วตอนใหม่ >< ดึกจริง 555555

ตอนนี้อาจจะมีใครหลายคนไม่ชอบ T-T แต่ก็เป็นเรื่องที่วางไว้แล้วนี่เนอะ ><

ถ้าชอบอย่าลืม Comment นะครับ บทนี้ยังอีกยาวไกล ><

ฝันดีครับ เหล่าผู้นอนดึก

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น