สูญองศา
facebook-icon Twitter-icon

ทักทายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ทุกคนค่ะ

บทที่ 4 บอสสุดหล่อ 100 %

ชื่อตอน : บทที่ 4 บอสสุดหล่อ 100 %

คำค้น : นิยายโรมานส์ นิยายรัก นิยายโรเมนติก

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ม.ค. 2561 19:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4 บอสสุดหล่อ 100 %
แบบอักษร

“จะเอายังไงละคราวนี้” เขาปล่อยเธอให้เป็นอิสระแล้วนั่งลงกับพื้นแทน

“ก็คุณบังคับเพื่อนฉันแต่งงานเขาก็ต้องเตลิดเป็นธรรมดา” เธอรูดตัวลงกับเสานั่งยองยอง มองหาทางหนีทีไล่เผื่อเขาเปลี่ยนใจ กระทั่งแน่ใจว่าไม่มีการคุกคามจากฝ่ายนั้น จึงวางใจ

 นึกโล่งอกที่เขาไม่ทำอะไรไปมากกว่านั้น กลัวเป็นละครตบจูบในจอแก้ว แต่อย่างว่าเขาเป็นสุภาพบุรุษมากกว่าที่เธอคิดเสียอีก

“คุณรู้ไหมว่าทุกอย่างมันหาทางยกเลิกได้ อีกอย่างนะยังไม่แต่งครับ แค่หมั้นไปก่อนค่อยหาทางออกทีหลัง ผมไม่ได้บังคับให้เธอมีอะไรกับผมซะหน่อย งานจะเริ่มในอีกสามวันทุกอย่างเตรียมไว้แล้ว จะทำยังไงละทีนี้”

“เดี๋ยวฉันโทรกลับไปบอกเมย์ใหม่ก็ได้”

“เธอคงเชื่อหรอก ยัยนั่นจินตนาการสูงจะตาย มีหวังหาว่าผมเป่าหูคุณอีก”

“เสียหายมาเลยเหรอ”

“หุ้นตก เป็นขี้ปากชาวบ้าน ออกข่าว โดนสมน้ำหน้า คุณคิดว่าไงละ”

“แย่เนอะ ว่าไหม”

“มากเลยละ” ไม่รู้จะทำยังไงดี เหมือนกัน “คุณจะรับผิดชอบยังไง”

เมื่อความคิดชั่วร้ายผุดขึ้นกลางสมอง เขามองหน้าสาวข้างกาย เธอดูเสียใจกับการกระทำของตัวเองไม่น้อย รูปร่างหน้าตาใช้ได้เขาจ้างเธอให้มาทำหน้าที่คู่หมั้นกำมะลอคงไม่มีปัญหา อีกอย่างหุ่นแบบนี้ไม่ใช่เสปค เขาไม่เลยเถิดแน่นอน

“คุณต้องทำหน้าที่แทนเพื่อนคุณ”

“อะไรนะ” ตกใจยิ่งกว่าเพื่อนหลอกผี 

“ตามนั้น เก็บเสื้อผ้าซะ”

“ไม่ได้นะ”

“ไม่ได้แล้วจะทำยังไง คุณเป็นคนทำให้เมษาหนีไปอีก ชอบรายงานดีนัก จะไปตามเธอมาหมั้นกับผมไหมล่ะ”

“ได้...เดี๋ยวฉันไปตามให้”

“รู้เหรอว่าเธออยู่ไหน”

“น่าจะ”

“แต่ถ้าเธอไม่กลับมาคุณต้องทำหน้าที่แทนตกลงไหม”

“ตกลง” มั่นใจพอสมควรถ้าอธิบายให้เมษาฟังเธอจะต้องรับได้และกลับมาแน่นอน “แต่ต้องรอให้พ่อฉันกลับมาก่อนถึงจะรู้ที่อยู่ของเมย์”

“ผมรอได้ แต่อย่านาน”

ไม่นานผู้ใหญ่สินก็เดินลงจากรถและต้องแปลกใจเมื่อมีสปอร์ตคาร์จอดอยู่หน้าบ้าน ช่วงนี้คนมากหน้าลายตาผ่านมาบ่อยเหลือเกิน ชีวิตสงบสุขเริ่มวุ่นวายขึ้นเรื่อยๆ จนน่ารำคาญ

“พ่อ...” ปาลิตาวิ่งลงจากเรือนอย่างรีบเร่ง “เมย์อยู่ไหนพ่อ”

“ไม่ได้กลับมาด้วยนะ ยังอยู่ที่บริษัทอะไรนะเนี๊ย” ชายชราเอาโบชัวร์ในมือขึ้นมาดู ทว่าเขาอ่านภาษาอังกฤษไม่ออกจึงตอบไม่ได้

“ขอบคุณค่ะพ่อ” เธอดึงมันมาไว้ในมือและรีบวิ่งไปที่แคร่ใต้ร่มไม้ทันที

“พ่อคะนี่คุณวรรษแฟ...” ยังไม่จบประโยค ชายหนุ่มก็สวนขึ้น

“ผมเป็นเพื่อนเมย์ครับ ผมมาดูว่าเธอสบายดีรึเปล่าพ่อกับแม่เธอฝากมานะครับ”

“อ้อยัยหนูเมย์ ยังอยู่ที่บริษัทนั่นแหละ เห็นว่าแบบนั้นนะ”

“รบกวนคุณลุงแล้วครับ”

“พ่อหนูจะพาคุณวรรษไปหาเมย์นะ ไม่ต้องเป็นห่วง”

“อ้อ...ได้สิ” แม้จะเป็นห่วงบุตรสาวทว่าปาลิตามักเป็นธุระให้ใครต่อใครราวกับเป็นบุคคลสาธารณะไปแล้ว ชายชราจึงไม่ก้าวก่ายการตัดสินใจลูก อีกทั้งเชื่อใจและไว้ใจเพราะปาลิตาเองก็ทำให้เห็นว่าจะไม่มีทางแหวกม่านประเพณีตลอดมา กลับกันคือไม่มีผู้ชายหน้าไหนมาขอเลยด้วยซ้ำนั่นสิน่าเป็นห่วงยิ่งกว่า

หญิงสาวเดินตามเขามาอย่างเร่งรีบไม่ทันระวังตัวจึงชนเข้ากับหลังเขาอย่างแรงจนล้มลงไปกองกับพื้นไม่มีการรองรับเธอเลยสักนิดหมอนี่ไม่ใช่พระเอกในเรื่องของเธอแน่....เจ็บก้นกบชะมัด

เมื่อผู้โดยสารครบชายหนุ่มจึงออกตัวทันทีไม่ถงไม่ถามสุขภาพใครทั้งนั้น รีบ! นี่เขากำลังเล่นซ่อนหากับสาววัยกระเตาะอยู่หรือ มันใช่เรื่องไหมที่หนุ่มหล่อ รวยระเบิดระเบ๊ออย่างทศวรรษต้องมาทำอะไรแบบนี้ งานการไม่ต้องทำมันละ หรือช่วงนี้ดวงโดนราหูอม อย่างไรก็ช่างวันนี้มีเดือดดาล

ปาลิตายืนอยู่ข้างเสาขนาดใหญ่ นี่หรือบริษัทที่บิดาถือโบชัวร์มาเธอเมียงมอง ก่อนย่ำรองเท้าแตะเข้าไปภายในแค่การแต่งตัวก็ไม่น่าจะผ่าน เสื้อผ้าที่สวมใส่ดูไม่เข้ากับสถานที่เท่าไหร่ ก็เธอโดนคนข้างกายเร่งจนไม่ได้เตรียมตัวนี่

“ขอโทษนะคะ ฉันมาขอพบคุณคริสโตเฟอร์” เธอบอกพนักงานประชาสัมพันธ์ และเขามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าได้น่าหมั่นไส้ยิ่ง เบื่อการแบ่งแยกคนด้วยการแต่ตัว ถ้าเป็นสมัยก่อนละก็เธอเดินออกไปจากตรงนี้โดยไม่รอให้สายตาหยาบหยามนั่นดูแคลนได้ แต่วันนี้จำเป็นหรอกนะ

“ให้บอกว่าใครมาพบค่ะ”

“ลูกสาวผู้ใหญ่สินค่ะ”

“นัดไว้หรือเปล่าคะ”

“ไม่ค่ะ”

“เดี๋ยวรอสักครู่นะคะ”สาวสวยยกหูโทรศัพท์ขึ้น “ท่านบอกว่าให้คุณพบได้”

"ค่ะ"

แค่นั้นละทศวรรษถึงก้าวเข้ามาหยุดยืนข้างเธอ เขาไม่ได้หลบหลังผู้หญิงแต่อยากแกล้งให้สาสมที่รวมหัวกับเมษาดีนัก ไม่ชอบกิริยาของพนักงานที่นี่สักเท่าไหร่ แม้เธอจะแต่งตัวเหมือนยาจกจริงๆก็เถอะ แต่การใช้สายตาของพนักงานช่างไร้มารยาท ในเมื่อรับหน้าที่เป็นผู้บริการก็ไม่ควรดูถูกผู้รับบริการ

“ไม่รู้ว่าที่นี่อบรมพนักงานยังไงให้เหยียดคน ถ้าเป็นผมคงไล่ออกตั้งแต่วันแรกที่เข้าทำงาน” ชายหนุ่มเดินตามหญิงสาวไปยังลิฟต์โดยไม่รอให้พนักงานคนนั้นพูดอะไร “ชูว์ เดี๋ยวโดนไล่ออก”

คำทิ้งท้ายแสนเจ็บแสบบอกกล่าวแก่สาวสวย เขาเป็นคนพูดตรงและเยื้องไปทางปากหมานิดหน่อย เธอคนนั้นหน้าเจือนไปสักครู่ก่อนนั่งลงปฏิบัติหน้าที่ตัวเองต่อไปหวังเล็กๆ ว่าคนทั้งสองจะไม่รายงานเจ้าของบริษัทให้เธอโดนเด้งออกจากที่นี่

“คุณทนได้ยังไง ดูเขามองคุณสิ”

“คนระดับฉันถ้าไม่ทนแล้วจะให้ทำยังไงละ พูดไปก็รังแต่จะหาเรื่องเข้าตัวเปล่าๆ”

“ทำไมคุณไม่ขัดขืนสักหน่อย”

“คุณค่ะ ฉันอยากขัดขืนเหมือนกันแต่เงินมันอยู่เหนือเหตุผล ข้อจำกัดของฉันมันอยู่ที่ธนบัตรในกระเป๋า คนเราก็มองกันแค่นั้นไม่ใช่หรือ ขนาดคุณยังต้องการหมั้นและแต่งงานกับคนฐานะแบบเดียวกันเลย แล้วจะถามเพื่อ?”

โดน....ไปชุดใหญ่

“นั่นสินะ” ฟังเธออธิบายแล้วมันเข้าเนื้อเขาเต็มๆ คำด่าที่สุภาพบาดลึกกว่าคำสบถรุนแรงเสียอีก

เขาและเธอยืนอยู่หน้าห้องทำงานของใครบางคน หญิงสาวเคาะประตูสองสามครั้งเพื่อขออนุญาตเจ้าของห้องพร้อมหันหน้ามองคนที่ยืนข้างๆ 

กลิ่นหอมของเขาโชยเข้าจมูกตั้งแต่นั่งรถมาสองต่อสอง ความหอมนั้นตราตรึงเธอสักพักมันทำให้ตาพร่า สมองเปิดเปิงไปถึงไหนต่อไหน 

เป็นอะไรที่ทำให้ผู้หญิงตัวเล็กอย่างเธอใจระรัวขึ้นมาโดยไร้สาเหตุ ทำไมถึงชอบและนั่นทำให้เธออยากอยู่ใกล้เขา สุดท้ายก็ต้องตัดใจเพราะสำเหนียกว่าชายคนนั้นเป็นคู่หมั้นเพื่อนเธอมิใช่หรือ การแทงข้างหลังไม่ใช่วิสัยของเพื่อนที่ดีอีกอย่างเธอไม่ได้สิ้นไร้ไม้ตอกจนต้องยื้อแย่งสักหน่อย

“ขอโทษนะคะมิสเตอร์” เธอถามเขาเป็นภาษาสากล นั่นยิ่งทำให้คริสโตเฟอร์ฉงน เธอพูดได้แต่ทำเป็นพูดไม่ได้

“คุณพูดได้” ปกติเขาไม่เคยอนุญาตให้ใครเข้าพบกะทันหันแต่นี่ถือว่าเป็นกรณีพิเศษในรอบหลายปี

“ฉันพูดได้ถ้าอยากจะพูด” นั่นไง!นิสัยเดิมเริ่มออกเธอควรอ่อนน้อมใช่หรือไม่ “ขอโทษค่ะ” เธอประณตมือขออภัย “คือฉันมาหาเพื่อนฉันค่ะ”

“มีธุระอะไรหรือ” หาเหตุผลกับใบหน้าหวานใส แต่เธอคงไม่อยากอธิบาย

“เธอเป็นคู่หมั้นผม ตอนนี้ผมขอมาทวงเธอคืน” ทศวรรษออกตัวแรงมากในสายตาเธอ หญิงสาวหันมาสบตา จะตรงไปไหนอ้อมก็ได้มั๊ง “เราจะหมั้นกันแต่เกิดความผิดพลาดทางการสื่อสารนิดหน่อย น้องเมย์เลยออกจากบ้านมา” เขาลงทุนเรียกเด็กนั่นว่าน้องเลยนะ

“อันนี้คุณต้องถามเธอเอาเองนะว่าจะเอายังไง ถ้าเธอกลับไปกับคุณผมก็ไม่ขัดข้อง” 

“ขอบคุณ”

“เชิญคุณสองคนไปพักที่ห้องรับแขกด้านนอกก่อน” เขาเรียกผู้ชายสองคนเข้ามา

“ขอบคุณค่ะ” ปาลิตายิ้มหวานจ๋อย คริสโตเฟอร์เป็นคนว่าง่ายขนาดนี้ ต้องมองเขาใหม่ซะแล้ว พ่อพระชัดๆ

เธอและทศวรรษเดินตามชายสองคนมาที่ห้องรับแขกสักพักขนมและน้ำส้มก็ตามมา ปาลิตากรอกตาล็อกแล็ก พออยู่ในห้องติดแอร์เพียงสองต่อสองแล้วบรรยากาศมันเริ่มเปลี่ยนไปยังไงก็ไม่รู้สิ 

กลิ่นเธอมันชัดเจนขึ้นในห้วงสำนึก มันชวนปันป่วนในช่องท้องเวลาความเงียบงันนั้นเข้าจู่โจม มือหนาอยู่ไม่สุขลูบเข่าอยู่อย่างนั้น

ชายหนุ่มรับรู้ถึงสัมผัสที่กำซาบเข้าไปอย่างแรง ความเฉพาะตัวไม่ฉุนหรือหวานจนเลี่ยน มีเสน่ห์ในแบบที่ไม่เคยพานพบ

เธอดื่มน้ำส้มและทานขนมจนอิ่มเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นใจทั้งมวล ไม่รู้จะชวนคุยอะไรแต่ถ้ายังปล่อยให้เงียบกันอยู่แบบนี้ละก็ คงไม่ดีแน่

“คุณ/คุณ” เขาและเธอเอ่ยพร้อมกันและเกิดเดทแอร์ขึ้นชั่วขณะ

“คุณก่อนเลยค่ะ”

“เลดี้เฟิร์ส”

“ฉันก่อนนะ คือว่าทำไมคุณไม่กินอะ”

“ผมไม่ชอบขนมหวาน”

“คุณจะพูดอะไรคะ”

“ผมแค่อยากถามว่าคุณเป็นเพื่อนกับเมษามานานรึยัง”

“ค่ะก็เป็นเพื่อนกันตอนเรียนมหาลัย” เขาคงอยากรู้เรื่องคู่หมั้นตัวเองกระมัง ก็นะ แปลกตรงไหนแบบว่าไม่รู้สิอยู่ๆเธอก็น้อยใจ ทั้งที่ไม่ควรจะเป็นเลย ความรู้สึกนี้ “มีอะไรเกี่ยวกับเมย์ที่คุณอยากรู้ก็ถามฉันได้เลยนะ”

“พวกคุณสนิทกันมากเหรอ” ถามอะไรโง่ๆ ไม่สนิทเมษาจะหนีไม่พึ่งเธอคนนี้ได้หรือ ไม่คิดว่าตัวเองจะจนแต้มจนคิดอะไรไม่ออกขนาดนี้ ทว่าเรื่องของปาลิตาน่าสนใจกว่าคู่หมั้นหัวดื้อเป็นไหนๆ เอ๊ะไหนบอกว่าเธอไม่ใช่เสปคเขาไง ทำไมเกิดมีความคิดนี้ขึ้นมาได้

“ก็พอสมควรค่ะ”

“ผมขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ”

“มีใครห้ามเหรอค่ะ” เธอตอบกลับกวนๆ เขาได้แต่ชี้นิ้วคาดโทษแล้วออกจากห้องอย่างสงบ

คริสโตเฟอร์มองคนทั้งคู่ผ่านกล้องวงจรปิด ทั้งสองคงสปาร์ครักกันโดยไม่ได้ตั้งใจสินะ ชายหนุ่มยิ้มให้กับความรักที่กำลังจะเริ่มขึ้น อย่างนั้นเขาคงต้องสงเคราะห์อะไรสักอย่างเสียแล้วสิ ชอบที่จะเห็นหนุ่มสาวมีความรักแต่ตัวเขากลับไม่ขอรับมัน แค่เซ็กซ์ก็เพียงพอแล้วสำหรับชีวิตนี้

“กลับมาแล้วค่ะบอส” คนตัวเล็กเดินเข้ามาใหม่ในชุดเดรสรัดรูปสีมารูนพร้อมเรียวปากที่แต่งแต้มจัดจ้านจนเจ้านายหนุ่มไม่สามารถละสายตาจากเธอได้

“ผมมีอะไรเซอร์ไพรท์คุณ” เขาหมุนแล็ปทอปให้เธอดู

เมษาตาโตขึ้นทันได สองคนที่ปรากฏในหน้าจอคือเพื่อนเธอส่วนอีกคนคือนายทศวรรษว่าที่การผูกมัดตลอดชีวิต เอาอย่างไรดี เธอไม่พร้อมเผชิญหน้าเขาในตอนนี้ถ้าทำอย่างนั้นมีหวังได้โดนมรสุมไม่สิ เขาคือพายุทอนาโดต่างหาก ใจเริ่มแกว่งด้วยร้อนรน

“ช่วยฉันหน่อยได้ไหมคะบอส ฉันยังไม่พร้อมจะพบพวกเขา”

“เอาอย่างนั้นหรือ” 

“ค่ะ”

“ผมคงต้องรู้เหตุผลก่อน” เขาไม่อยากเสียหมาในภายหลัง ขอความมั่นใจสักนิดก่อนปฏิบัติการก็ยังดี

“ผู้ชายเขาเป็นคู่หมั้นฉัน ซึ่งฉันไม่ต้องการจะผูกพันกับเขาไม่ว่าจะสถานะใด ส่วนอีกคนก็ปาลิตาเธอคงโดนบังคับมา”

“แต่ผมว่าเธอไม่เห็นโดนบังคับแบบคุณว่าเลย”

“ใครจะมานั่งบอกคนอื่นว่าโดนบังคับมาละ คุณก็พูดบ้าๆ”

“อ้องั้นหรือ”

“ค่ะ ช่วยฉันหน่อยครั้งนี้ครั้งเดียวฉันจะตอบแทนทุกอย่างที่คุณต้องการ”

“จริงหรือ”

“ค่ะ”

“แน่นะ”

“ค่ะ”

“อึม...น่าสนใจดี”

“ถ้าอย่างนั้นเครื่องบินอยู่ชั้นดาดฟ้า คุณโดยสารมันล่วงหน้าไปก่อน พบกินที่อิตาลี”

“อะไรน่ะค่ะ”

“หรือจะรอให้สองคนนั้นเดินกลับมาห้องนี้...เลือกเอา”

“ขอบคุณค่ะบอส คุณนี่โคตรเท่เลย” เธอแทบอยากพุ่งข้ามโต๊ะไปกอดเขาแต่ต้องหยุดอยู่ตรงนั้นเพราะสำนึกได้ว่าไม่เหมาะไม่ควร

เขาอาจดูเซ่อในสายตาลูกน้องหลายสิบชีวิตถ้าพวกมันรู้ว่าเขาปล่อยเธอผู้นี้ให้รอดเงื้อมมือเป็นรอบที่สอง ทั้งที่ตระหนักดีว่าร่างกายต้องการเธอเพียงไร แต่การเดินช้าทว่ามั่นคงก็ยังเป็นกุศโลบายหนึ่งของวิถีทางที่ดำเนินมาจนถึงปัจจุบัน

“ขอโทษนะครับ” คริสโตเฟอร์เปิดประตูแล้วนำร่างสูงโปร่งของตัวเองผ่านเข้ามา ทำทีเซื่องซึมแล้วนั่งลงโซฟา “คือต้องขออภัยเป็นอย่างยิ่งเราไม่พบมิสเมษาเลยครับ”

เป็นกลุ่มคำที่ทำเอาปาลิตาถึงกับนิ่งสนิท ไม่กล้าโวยวายตอบ ทบทวนสถานการณ์กลับไปกลับมา สงสัยเมษาพบเธอตอนขึ้นลิฟต์กระมัง หรือไม่ก็ที่ไหนสักแห่ง รู้แบบนี้เอาผ้าปิดปากมาด้วยก็ดี ทำอย่างไรดีเล่า เธอต้องเป็นตัวตายตัวแทนเพื่อนรักหรือนี่ ส่วนเขาที่นั่งข้างก็เอาแต่ผิวปากสบายใจแต่เธอมองว่ามันโคตรเสียมารยาท

“เอาไงละครับ...คุณปาลิตา” เขาผสานมือเข้าหากัน นี่มันทวงถามสัญญาในรูปแบบกดดันกันชัดๆ หมดจากที่นี่แล้วก็ไม่รู้ว่าเมษาจะไปอยู่ไหนได้อีก เธอจะได้หมั้นแทนจริงหรือ กับเขาเนี๊ยนะ


ความคิดเห็น