สูญองศา
facebook-icon Twitter-icon

ทักทายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ทุกคนค่ะ

บทที่ 4 บอสสุดหล่อ 50 %

ชื่อตอน : บทที่ 4 บอสสุดหล่อ 50 %

คำค้น : นิยายโรมานส์ นิยายรัก นิยายโรเมนติก

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ม.ค. 2561 19:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4 บอสสุดหล่อ 50 %
แบบอักษร

บทที่ 4

ชายหนุ่มมองหญิงสาวที่กำลังเหม่อลอยเหมือนไม่ใช่เธอยังไงอย่างงั้น โทรศัพท์เขายังอยู่ในมือบางแต่ถูกบีบแน่นจนเห็นเส้นเลือด คริสโตเฟอร์ยืนล้วงกระเป๋ามองอย่างฉงนสงสัยต่อไป เนื่องด้วยตอนนี้เธอเริ่มเดินไปเดินมาและสั่นมือเป็นจังหวะคล้ายคนใช้ความคิดอย่างหนัก

“ทำยังไงดี ทำยังไงดี ทำยังไงดี ๆ” เธอรำพันคำนี้ต่อไปเรื่อยๆ

“คุณจะ ทำยังไงดีแบบ...นี้อีกนานไหม”

“เอิม..คือว่า...นี่คะ” ยื่นสิ่งที่ถือครองให้เขาไป เสียงรองเท้าส้นสูงยังดังเธอมองลิฟต์แล้วชี้ไปที่มัน แล้วกลับมาอยู่ในสภาพกึ่งบ่นกึ่งใช้ความคิดอีกเช่นเดิม จากนั้นก็จ้องมองหน้าเขาแล้วส่งยิ้มหวานละลายให้

“คุณมีปัญหาอะไรหรือมิส”

“ไม่มีค่ะ” เธอยังเดินต่อไปเรื่อยๆ ชายหนุ่มมองตามไหล่บอบบางคำว่าไม่มีอะไรแฝงไปด้วยนัยเสมอ ดูกระสับกระส่ายวุ่นวายใจเกินปกติขนาดนี้ ยังกล้าบอกว่าไม่มีอะไรอีกหรือ

“ถ้าผมพอช่วยได้ละก็”

“ช่วยรับฉันทำงานที่นี่ได้ไหมคะ” ทันทีที่เสนอเธอก็สนอง

น้ำเสียงที่ทำคนกำลังหันหลังกลับใจเต้นตูมตาม ความพยายามจะยื้อให้เธออยู่เป็นผลแล้ว ไม่ว่าสายนั้นจะเป็นใครก็ตาม เขาอยากขอบคุณอย่างสุดซึ้งที่ทำให้เมษาอยู่ต่อและของานทำ 

ชายหนุ่มหุบยิ้มแล้วเดินวนกลับมาหาคนตัวเล็ก ถ้าเผลอบังเอิญชนตัวเธอคงกระดอนไปตกอีกฟาก อยากลองเอามือลูบหัวมนๆ สักครั้ง

“คุณไปตกลงกับผู้ใหญ่สินก่อนดีกว่าไหม” กฎข้อแรกในการจีบหญิงจะต้องหยั่งเชิงอีกฝ่ายให้ถึงแก่น

“ค่ะ” เธอรีบเร่งกดลิฟต์ เขาคงคิดว่าผู้ใหญ่สินเป็นผู้ปกครองประเภทหนึ่งของเธอกระมัง ความจริงคือคนรู้จักเท่านั้นแต่ก็มีความเคารพกันอยู่ไม่น้อย

โดยรวมแล้วการตัดสินใจทุกอย่างยังเป็นของเธอ อย่างน้อยทำในสิ่งที่เขาพูดจะได้ทำตัวให้กลมกลืน ไม่อยากให้ใครสืบสาวราวเรื่องว่าเธอเป็นใครมาจากไหน

เมื่อถึงชั้นล่างเธอก็ออกวิ่งไม่เกรงใจส้นสูงสักนิด ร่างอรชรแทบปลิวลมมาทางผู้ใหญ่สิน “คุณลุงค่ะ คือหนูมีธุระต่อไม่ได้กลับไปกับคุณลุงนะคะ” เธอฉีกยิ้มจนแก้มป่อง

“อ้าวทำไมละหนูแล้วนี่บอกยัยปารึยัง”

“บอกแล้วค่ะ พึ่งคุยกันเมื่อกี้” เธอหัวเราะแหะๆ ถ้าปาลิตาไม่บอกเธอคงกลับไปติดกับดักคู่หมั้นบ้าบอนั่นแน่ วันหลังได้เจอกันเดี๋ยวจะเลี้ยงบิงซูเป็นการตอบแทน “หนูเสียดายจังเลยค่ะคุณลุง ส่วนกระเป๋าเดี๋ยวหนูกลับไปเอาทีหลังนะคะ”

“เอางั้นเหรอ”

“ค่ะ”

“งั้นลุงกลับก่อนนะ” เธอมองตามหลังผู้ใหญ่สินไปจนสุดทาง มือบางทาบอกผ่อนลมหายใจ นี่คือการสมัครงานใช่ไหมถามจริง อาจฉุกละหุกไปหน่อยสำหรับการเตรียมตัว ทำไมเขาใจดีกับเธอขนาดนี้นะไม่มีอะไรสักอย่างทั้งพอร์ตฟอลิโอหรือทรานสคิป 

ชีวิตตอนนี้บันเทิงมาก หนีการคลุมถุงชนหัวซุกหัวซุน อย่าให้เธอมีวุฒิภาวะพอนะจะกลับไปเฉ่งให้ยับเลย บ้าบอที่สุดทำไมผู้ใหญ่ชอบทำอะไรให้ยุ่งยาก

เธอกลับขึ้นมายืนหน้าห้องเขาอีกครั้ง คราวนี้เป็นคนละสถานะกับเมื่อครู่ หญิงสาวรวบรวมสูดลมหายใจแล้วเป่ามันออกแรงๆ ลดความกดดันที่ตนสร้างขึ้น เธอเคาะประตูสองสามครั้งเป็นสัญญาณ

“เข้ามาสิ” ชายหนุ่มหยิบเอกสารมาอ่านแล้วทำท่ายุ่ง ให้รู้เอาไว้ว่าการกระทำทุกอย่างเพื่อเพิ่มความน่าค้นหาในสายตาเธอ 

“ขอบคุณค่ะ” เธอยกมือไหว้ เมื่อกี้ยังไม่ได้แสดงความจริงใจต่อเขาเลย แต่นี่ก็ยังอุดมไปด้วยผลประโยชน์อยู่ดี

“คุณจบอะไรมา”

“รัฐศาสตร์ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศค่ะ” กลืนน้ำลาย กดดันกว่าไปฝึกงานอีกนะ จำเป็นต้องทำหน้าโหดแบบนั้นไหม แต่ก็เข้ากับลุคเขาละนะ ดวงตาคมเข้มมองเธอปราดเดียวเพื่อสำรวจอะไรสักอย่าง หญิงสาวทัดปอยผมที่ตกลงมากับใบหู พยายามทำตัวให้เป็นมิตรที่สุดเท่าที่จะทำได้

“คุณทำอะไรได้บ้าง”

“ฉันเป็นล่ามได้”

“ผมมีแล้ว”

“เลขา”

“ผมมีแล้ว”

เธอกะพริบตาปริบๆ อะไรดีละ ไม่รู้จะทำอะไรได้ งานนี้คงชวดอีกตามเคย ถ้าไม่อยากรับแล้วทำไมให้ลงไปบอกคนอื่นแล้วกลับขึ้นมาใหม่ด้วยฉีกหน้ากันหรือ ขอไฟท์สักตั้งเถอะไหนๆ ก็ไหนๆ

“ฉันทำงานอะไรก็ได้ค่ะถ้าคุณจะรับ แต่ถ้าคุณไม่รับก็บอกมาคำเดียวฉันจะไปทันที มานั่งให้ฉันเลือกอยู่นั่นละ วันนี้ก็คงไม่จบ จะเอาตำแหน่งมาวางเป็นแคทตาล็อก ถ้าฉันบอกว่าอยากทำแล้วคุณบอกว่ามีแล้วฉันก็แห้วอยู่ดี” นกน้อยช่างเจรจาใส่เขาแว้ดๆ ไม่พักหายใจเลยสักนิด

“เป็นผู้ติดตามไหม” เขาเสนอพร้อมกับกลั้นยิ้มขบขัน แต่ในที่สุดก็อดใจไม่ไหว หัวเราะออกมาซะเสียงดัง

“หัวเราะอะไรไม่ทราบค่ะ”

“ก็แค่นึกตลกว่าคุณหายใจบ้างไหมก็เท่านั้น”

“...” เธอไม่สามารถอธิบายความในใจได้ มัน-อึด-อัด อยากสบถ และอื่นๆ อีกมากมาย ขว้างแจกันใส่หน้าเขาได้โดยไม่ติดคุกเธอทำไปแล้ว กวนโอ๊ย...ดีนัก

“ผมเส้นตื้นนะ...ขอโทษที่เสียมารยาท” เขากลับมาสู่โหมดปกติ แต่ยังมีรอยยิ้มพร่างพราย เธอช่างเป็นตุ๊กตาน่าหม่ำไม่พอ ยังช่วยให้อารมณ์เขาดีขึ้นได้ในไม่กี่นาที

“แล้วงานดิฉันต้องทำอะไรบ้างคะ” อยากรู้เหมือนกันไอ้ตำแหน่งผู้ติดตามนี่มันเป็นแบบไหน

“ทำตามที่ผมสั่งทุกอย่าง”

“อ้อคล้ายเลขา”

“ใช่คล้ายแต่รวมถึงการตรวจดูเรื่องส่วนตัวในแบบที่ส่วนตัวจริงๆ”

“อาทิ” อาจดูกล้าเกินไปที่จะตั้งคำถามห้วนขนาดนี้ แต่นี่แหละเธอของแท้ กล้าได้กล้าเสีย ท้าความเสี่ยง

“คุณจะต้องรู้จักผมทุกกระเบียดนิ้ว ทำในสิ่งที่ผมต้องการ อำนวยความสะดวกในเรื่องส่วนตัว ส่วนเรื่องงานมีพอลทำแล้ว”

“เท่าที่ฉันจะสามารถทำได้”

“ก็ตามนั้น” เขามองเธอที่ไม่เว้นช่องให้แทะโลมได้ง่ายๆ แมวน้อยข่วนเจ็บน่าดูถ้าเผลอเข้าใกล้โดยไม่ได้รับอนุญาต

“แล้วหลักฐานการสมัครงาน” เธอเอียงหัวกระแท่แร่ ก็เขาไม่ถามถึงหลักฐานอะไรสักอย่างแต่จะรับทำงานแล้วไม่แปลกไปหน่อยหรือ

“เดี๋ยวถ้าคุณ อยากได้เงินคุณก็เอามาเอง” เขาร้ายมากอย่างที่เธอคิดเอาไว้เลย

“เงินเดือนละคะ” นี่เป็นเฟิร์สอิมเพรสชันที่แย่มากสำหรับเอชอาร์ เธอเคยอ่านเจอว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่ควรถามอย่างยิ่งสำหรับนักศึกษาจบใหม่ แต่เธอซะอย่างฉีกกฎสิค่ะรออะไร

“ตามวุฒิตกลงไหมถ้าทำงานเป็นที่พึงพอใจผมจะมีทิปให้”

“ค่ะ”

“เริ่มงานได้วันไหน”

“วันนี้คะ ขอเบิกก่อนล่วงหน้าห้าพันค่ะ” เขาชะงักสักครู่ เธอไม่สามารถใช้บัตรเครดิตหรืออะไรทั้งนั้น เดี๋ยวพ่อกับแม่รู้ที่อยู่มีหวังซวยมหาศาลกว่าเดิมหลายเท่า

เขาหยิบเช็คมาแล้วเขียนจำนวนเงินลงไป

“ฉันขอแค่ห้าพันแต่นี่มันห้าแสน” หวังอะไรจากเธอหรือเปล่า

“ขนหน้าแข้งผมไม่ร่วงหรอก ไปซื้อโทรศัพท์ใหม่ด้วยไป ผมทนไม่ได้ที่ผู้ติดตามจะแต่งตัวไม่มีรสนิยม” เขาไล่เธออย่างแรง แมวน้อยย่นจมูกน่าเอ็นดูใส่ จบด้วยส่งจูบกับเช็คพอเป็นพิธี นี่เธอแสดงตัวตนที่แท้จริงมากไปหรือเปล่า ช่างเถอะ เจอเจ้านายสายเปย์แบบนี้ความสุขคูณสิบไปเลย

“เดี๋ยวเอกสารหลักฐานจะตามมาทีหลังนะคะบอส” เธอเปลี่ยนสีทันที เคยได้ยินลูกน้องเขาเรียกแบบนี้นี่นา ได้งานคือเรื่องดีของวันนี้ 

เสียงเรียกจากอินเตอร์คอมดัง พอลเข้ามาในห้องของเจ้านายหนุ่ม แววตาทรงอำนาจสาดส่ายสายตามาหาเขาและหยุดอยู่ที่เธอ ล่ามสาวจำเป็น

“ดูแลเธอด้วย” ประกาศิตทำลายกำแพงกั้น พอลยืดอกรับทั้งที่ไม่ค่อยพอใจ เพราะเธอคนนี้เป็นเพื่อนกับหญิงสาวผู้สาดโคลนใส่เขา ให้ชื่นชมยินดีคงยากหน่อย

“ครับบอส”

“คุณตามพอลไป เขาจะอำนวยความสะดวกให้” ชายหนุ่มผายมือ

“ขอบคุณค่ะ...บอสสุดหล่อ” เธอลุกตามเลขาผู้เงียบขรึม ปล่อยผู้ชายหน้าโหดนั่งอมยิ้มอยู่คนเดียว

นี่เธอจะรู้ไหมว่าการชมผู้อื่นโดยที่คนคนนั้นมีใจให้อยู่แล้ว เขาอาจเผลอปล้ำเธอได้โดยที่ไม่ทันตั้งตัว ให้เดาเธอคงไม่รู้สินะ ถึงได้กล้าพูดคำนั้นออกมา 

ปาลิตาเม้มปากแน่นหลุบตาต่ำ ถือครองโทรศัพท์เอาไว้แน่นกว่าเดิม ลืมไปว่าเธอใช้เบอร์ใหม่เมษาไม่มีเบอร์เธอ ด้วยความจำใจและไม่มีทางเลือกจึงต่อสายหาคริสโตเฟอร์นี่คงเป็นการรบกวนและเสียมารยาทสุดขีด เป็นครั้งแรกที่ยอมให้คนอื่นลบหลู่ ก็มันเป็นเรื่องช่วยไม่ได้จริงๆ

 ทศวรรษยังยืนค้ำหัวเธออยู่ท่าเดิม ชายหนุ่มขยับเข้ามาใกล้เกินไป ร่างชิดจนลมหายใจเขารินรดต้นคอ เธอไม่กล้าสบตา เขาในตอนนี้ ชายหนุ่มน่ากลัวเหลือเกินไม่เหลือคราบคนอยู่ง่ายเหมือนเมื่อตอนแรกสักนิด

ความคิดเห็น