สูญองศา
facebook-icon Twitter-icon

ทักทายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ทุกคนค่ะ

บทที่ 3 ชอบทำตัวมีอะไร 100 %

ชื่อตอน : บทที่ 3 ชอบทำตัวมีอะไร 100 %

คำค้น : นิยายโรมานส์ นิยายรัก นิยายโรเมนติก

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ม.ค. 2561 19:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3 ชอบทำตัวมีอะไร 100 %
แบบอักษร

ชายหนุ่มกระพือผ้าขนหนูออกจากกายเดินเข้าห้องน้ำไปอุ่นเครื่องอีกครั้ง ร่างกำยำเปลือยเปล่ามองเห็นมัดกล้ามแน่นขนัดบิดเป็นลอนเฉกเช่นชายชาตรี เชิงกรานสอบกระชับเนินเนื้อบุ๋มบุบลงไปได้ทรง เขาหันกลับมามองร่องอะพอลโล เป็นที่น่าภูมิใจในการสำเร็จรักได้หลายครั้ง พลางสาดส่องสายตาเข้าหาเจ้าโลกที่ตั้งผงาดท้าทายกระจกสลักเสลา

แม้อยากหาคนมากำราบมันให้ลดขนาด ทอนความเป่งปวดลง แต่ทุกคนล้วนไม่คู่ควรจนกว่าเธอคนนั้นจะยอมจำนน อยากมองใบหน้าแสนรอบรู้หอบหายใจเมื่อเขาสอดนิ้วหนาเข้าจาบจ้วง อยากทวงถามว่าชอบมันไหม น้ำหวานในร่องอร่างฉ่างจะหวานหอมอบอวลเพียงใดหากได้ดื่มกิน เนื้อนมนั้นจะน่าบีบเคล้นแค่ไหนถ้าเขาลงมือ ความหนาอาจกำขย้ำ เธอจะครางระงมและบิดเร้าจวนขาดใจ แค่จินตนาการก็รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก

ชายหนุ่มยืนอยู่กลางฝักบัว เขาปล่อยน้ำอุ่นราดรดลำกาย มือหนาจับแท่งแข็งนั้นแล้วขยับมันอย่างแรงจนได้ยินเสียงมือกระทบน้ำดังจวบจาบ น้ำกระเซ็นไปมา มือหนาชักเข้าออกตามจังหวะเหมาะสมและเร่งความเร็วจนน้ำความขุ่นคลั่กทะลักออก มันเหนียวข้นคงเพราะอึดอัดมานาน เขานำสบู่เหลวล้างชำระรวดเร็ว

สี่โมงเช้าของวันใหม่เมษามองตัวเองในกระจกเธอหาชุดที่เป็นทางการไม่ได้มากไปกว่านี้แล้ว หญิงสาวแสดงสีหน้าอาลัยเพื่อนที่ยิ้มแหยอยู่ข้างๆ ช่วงนี้ปาลิตาทำแบบนี้บ่อย

“นา...นะ...ไปแทนหน่อยอย่าทำหน้าแบบนั้น เราเชื่อว่านักเจรจาอย่างเมย์ต้องทำได้” ปาลิตาขยิบตาให้เธอ ไม่อยากเผชิญหน้ากับคู่ปรับสาดโคลนอย่างเลขาของผู้ชายตัวโตนั่น เธอเป็นคนปากหนักไม่อยากขอโทษทั้งที่ตัวเองผิดเต็มประตู

“แบบนี้ก็ได้เหรอ” เมษาหรี่ตามองเพื่อนสาวที่ทำทีบิดข้อมือไปมา

“เมย์...” อิดออดเล็กน้อยก่อนเดินมาเกล้าผมให้ วันนี้สาวน้อยอิปสเตอร์แลดูเป็นทางการในฐานะเลขาผู้ใหญ่สิน เอาละการทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนนั้นดีกว่าการถูกจับหมั้นเป็นไหนๆ ทำไมเธอจะไม่เลือกทางนี้ละ

“ปาโทรศัพท์เราแบทใกล้หมดแล้วทำไงดี” เธอรีบหาที่ชาร์ตมาเสียบปลั๊ค สักพักแบทเตอรี่ก็ขึ้นสีเขียวทว่าจะให้เต็มก็ต้องรออีกนาน

“เอาของเราไปแทนก็ได้เมมเบอร์เขาไว้ด้วย” พูดจบก็เดินไปกดเบอร์คริสโตเฟอร์ แล้วให้เพื่อนสาวเมมเบอร์นั้นเอาไว้ในเครื่อง “เจรจาเสร็จอย่าลืมโทรบอกเราด้วยละ”

“ได้ๆ จะเต็มที่เลยค่ะ คุณปาลิตา” เธอรับมันมาถือครองไว้ในมือถ้าแล้วทำท่าราวรับคำสั่ง

“เมย์ทำแบบนั้นเราก็เศร้าใจ” รู้สึกผิดเมื่อต้องให้เพื่อนเป็นคนรับภาระ แทนที่จะเป็นเธอต้องรับผลของการกระทำ แต่ตอนนี้ไม่กล้าสู้หน้าจริงๆ

“ไม่ต้องหรอกน่า ถือว่าทดลองงาน” เธอเดินมาตบไหล่เพื่อนปลอบใจ “ไม่ต้องคิดมากนะเรื่องเล็กน้อย” คนหนีร้อนมาพึ่งเย็นทำตัวแช่มชื่นไร้กังวล เธอควรตอบแทนค่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปบ้าง

ซีดานสี่ประตูจอดรออยู่หน้าบ้าน ผู้ใหญ่สินในชุดผ้าไหมเต็มยศเดินไปข้างหน้าอย่างองอาจส่วนเธอก็ตามด้วยความนอบน้อม พอสิ่งมีชีวิตบนรถถูกเติมเต็มล้อจึงหมุนออกไปในทันที

สามสิบนาทีต่อมาซูปเปอร์คาร์สุดหรูของใครบางคนจอดอยู่หน้าบ้าน ปาลิตาลงจากเรือนเพื่อมาสำรวจ ช่วงนี้มีคนเข้านอกออกในบ่อยหรือเกิน หัวกระไดไม่แห้งเลยทีเดียว 

หรือคิดอีกแง่เขาอาจหลงมาถามทางหรือเปล่า เสียงสุนัขยังเห่าสาละวนกันอยู่ ดูเหมือนเจ้าของรถจะไม่ได้ต้องการอะไรมากกว่านั่งแน่นิ่ง เธอจึงจดจ้องแล้วกำลังจะขึ้นบ้านไป

“ขอโทษนะครับ” ในที่สุดเขาก็ลงมา ตะโกนโหวกเหวกเมื่อทำใจได้

หญิงสาวเดินไปที่ประตูพร้อมลูกสมุนตัวจ้อยอีกครั้ง

“ค่ะ” เธอมองเขาที่เอามือเกาะรั้วอยู่ “มีอะไรรึเปล่าค่ะ”

“ผมมาตามหาคน” เขาบอก พร้อมยกมือถือขึ้นมาจ่อ “ที่นี่แน่ๆ”

“อะไรนะคะ”

“ผมมาตามหาคู่หมั้นผม เมษา พิชิตพงษ์” ไม่พูดพร่ำทำเพลง บอกความต้องการเสียสิ้น “เธออยู่ไหน”

“เธอไม่อยู่ค่ะ” ปาลิตาปฏิเสธในเมื่อเขามีพิกัดแล้วคงไม่ต้องโกหกให้มากความ แต่เธอควรถามเพื่อนเธอก่อนว่าจะเอาอย่างไร ไม่กล้าผลีผลามจัดการอะไรโดยพลการ

“แต่จีพีเอสในโทรศัพท์บอกว่าเธออยู่ที่นี่” ตายแล้วไง งานเข้าของจริง พระเจ้าทำไมต้องหาเรื่องป่วนชีวิตของเธอให้ยุ่งยากขนาดนี้ แก้ตัวว่าอะไรดีสมองยิ่งช้ายืดเวลานานไม่ได้อีก

“เธอไปทำธุระข้างนอก ยังไม่กลับ เธอลืมโทรศัพท์ไว้ที่บ้านฉันละมั๊งค่ะ” ไม่คิดจะโป้ปดมดเท็จ อย่าให้ลูกช้างบาปเลยสาธุ

“งั้นผมขอเข้าไปรอในบ้านจะได้ไหม”

“ก็...น่าจะได้นะคะ” สาวน้อยหน้าใสครุ่นคิด เวลานี้ต้องหาทางส่งข่าวให้เมษารู้ ไม่งั้นความซวยจะต้องมาเยือนของแท้และแน่นอน

หญิงสาวเปิดประตูให้เขาเข้ามา ชายหนุ่มเมียงมองสำรวจตรวจตราไปทั่ว ในใจคิดว่าที่นี่ช่างร่มรื่นเหมือนได้ออกมาสูดอากาศ พึ่งรู้ว่ารอบนอกเมืองใหญ่ยังมีที่แบบนี้อยู่ด้วย นึกว่าจะมีตึกแถวขึ้นเต็มไปหมดเสียอีก

“เมื่อไหร่เธอจะกลับ” จะว่าใจร้อนก็เป็นได้ เพราะงานจะเริ่มอีกเจ็ดสิบสองชั่วโมง ถ้าไม่เจอตัวว่าที่คู่หมั้นนั่นคือโชคไม่ดีและเขาคงปั้นหน้าเย็นไม่ไหว

“เดี๋ยวงานเสร็จก็คงมาคะ คุณจะรออยู่ที่นี่หรือจะกลับก่อนก็ได้”

“ผมจะรออยู่ที่นี่” ในเมื่อมีทางให้เลือกก็น่าจะเป็นทางนี้สิ ชัวร์กว่า “ผมทศวรรษ เทวาอภิเชษฐ์ คู่หมั้นของเมษา เรียกสั้นๆ ว่าวรรษก็ได้ครับ” เขาไม่เคยแบ่งชนชั้นวรรณะจึงไม่จำเป็นต้องพิธีรีตองอะไรให้มากความ ชายหนุ่มถอดรองเท้าแล้วนั่งขัดสมาตบนแคร่ราวกับนี่เป็นบ้านของตน

“ฉันปาลิตาค่ะ เพื่อนเมย์” เธอไม่ได้กระมิดกระเมี้ยนเอียงอาย เลือกวางน้ำเย็นพร้อมแก้วให้เขาบริการตัวเอง “ไม่มีอะไรแล้วฉันขอตัวนะคะ เชิญคุณตามสบาย”

“เดี๋ยวสิ คุยเป็นเพื่อนกันก่อนสิคุณ”

“อ้อ...ค่ะ”

“บรรยากาศดีจังเลยนะครับ”

นี่เขายังไม่เห็นน้ำเน่าหลังบ้านกระมังถึงพูดแบบนี้ “ค่ะ ก็น่าจะ”

“ที่นี่เลี้ยงสัตว์ไว้หลากหลายดีนะครับ” เขาพยายามรั้งทั้งที่ไม่รู้จะพูดคำใด ไม่แน่ใจว่าเมษาออกไปข้างนอกจริงอย่างที่เธอรับหน้าหรือไม่ มือถือเธอยู่บนบ้านแน่เขาลอบมองคนที่กระวนกระวายจนแทบนั่งไม่ติด ส่อพิรุธชัดเจนขนาดนี้อ่านไม่ออกก็บ้าแล้ว ชายหนุ่มกดหน้ายิ้ม

“เราก็เลี้ยงตามประสาชาวบ้าน” ถามอะไรนักหนา ไม่เคยเห็นบ้านนอกหรือไงหึ 

เมษายังตามติดผู้ใหญ่สินมาจนถึงชั้นที่คนรถพามา ลิฟต์ตัวใหญ่ยังทำงานเมื่อมันหยุดตึงอยู่ที่ชั้นสูงสุด เธอสะดุ้งนิดหน่อยแค่พื้นที่ในนี้ก็ข่มขวัญคนได้ มันใหญ่โตโอ่อ่าจนทำตัวไม่ถูกเมื่ออยู่ท่ามกลางพื้นที่ว่างเปล่า ใจเราจะถูความประหม่าโจมตีทันที เธอเริ่มระแวดระวังไม่ชอบเลยความรู้สึกนี้

ชายหนุ่มนั่งรออยู่ เขาทำท่าทาสบายใจมองเรือนร่างที่วันนี้แต่งตัวเป็นทางการ ดูมีสง่าราศีกว่าที่เคยเห็นราวกับเลขากิตติมศักดิ์ ถ้าแหวกกระโปรงเธอขึ้นจะเจออะไรนะแค่ความคิดนั้นก็ตกไป และแทนที่ด้วยการทำหน้านิ่งไม่แสดงอารมณ์

มือถือเขามีสายเข้าทว่าชายหนุ่มเลือกที่จะคว่ำหน้ามันลงกับพื้นโต๊ะ เวลานี้เขามีอะไรให้สนใจมากกว่าสายโทรศัพท์นี่ ดวงตาคมเข้มเริ่มสำรวจเรียวขาขาวไล่ลงมาถึงตาตุ่ม มือเรียวบางเปิดเอกสาร เรียวปากที่ขยับขึ้นลงเวลาคุยชวนเคลิ้ม หางตาที่มองเขาทำให้ชายหนุ่มยิ้มมุมปากพอใจ

“เอามันเข้ามาสิ” เสียงทุ้มดังขึ้น

ผู้ใหญ่สินแทบนั่งไม่ติดเมื่อ มีชายร่างยักษ์สองคนกำลังคุมตัว ภาคภูมิ กำราบชัย เข้ามาภายใน ด้วยสืบรู้ว่าคนปั้นน้ำเป็นตัวนั้นคือเขา

“สารภาพไปสิ” ล่ามหนุ่มกล่าวเป็นทางการ

“ผู้ใหญ่ผมขอโทษ” ชายผิวสียกมือไหว้ “ผมผิดไปแล้วที่หลอกผู้ใหญ่ เสี่ยสมชัยบอกให้ผมทำ ผมติดหนี้พนันเขาอยู่ ที่ผืนนั้นเสี่ยสมชัยหมายมั่นไว้จะซื้อเก็งกำไร เขาจึงออกอุบายให้ผมมาบอกผู้ใหญ่แบบนั้น ผมไม่ตั้งใจผมขอโทษ” ร่างผอมกะหร่องทำทีร่ำไห้ อยากรักษาชีวิตโสมมทั้งที่ชอบการพนันขันต่อยิ่งกว่าสิ่งใด

“ไม่ตั้งใจรึ ฉันละอยากขำ เป็นตุเป็นตะขนาดนั้น” ผู้ใหญ่สินหน้าม่าน อับอายเหลือเกินที่เชื่อคนผิด

“ลุงให้อภัยฉันนะ” การนับญาติในรอบสองปีได้เริ่มต้นขึ้น ไม่มีใครรู้ว่าความสัมพันธ์ของชายสองวัยเป็นอะไรกัน

“เสี่ยสมชัยจ้างแกเท่าไหร่ แกถึงได้ทำลายโอกาสสุดท้ายที่ฉันให้” ผู้ใหญ่สินมองหลานชายอย่างเวทนา ผีพนันเข้าสิงจนไม่ลืมหูลืมตาหลอกลวงได้กระทั่งคนที่ไว้ใจ

“ห้าหมื่น”

“ความเชื่อใจฉันมีค่าแค่นั้นหรือ” แววตาเหี่ยวย่นอับแสง หน่ายพฤติกรรมคนไม่จดจำ หลักฐานตรงหน้าประกอบคำปลิ้นปล้อนบอกเล่า ชายชราถึงกับพูดไม่ออก “ผมขอโทษ” พูดพลางน้ำตาปริ่มหน่วย เมษาแปลให้อีกฝ่ายฟังอย่างใจเย็นสงสารผู้ใหญ่จับจิตที่โดนหักหลัง โดยลูกหลานที่ตนแสนไว้เนื้อเชื่อใจ ท่าทีเจ็บปวดจากการถูกเป่าลมสกปรกเข้าหูทำผู้ใหญ่ก้มหน้า

“ลุงผมขอโทษ” คำคร่ำครวญทวนกระแสลมมา แต่ตอนนี้ผู้สูงวัยไม่อาจรับได้ เหมือนโดนเล่นหัวอย่างไรอย่างนั้น

“ผมจะไม่เอาเรื่องถ้าพวกคุณแก้ข่าวให้มันถูก” หญิงสาวมองหน้าเขา ไม่เห็นหรือไงว่านี่มันซีนอารมณ์จะสวนขึ้นทำไม แถมคำพูดชวนใจแป้วนั่นอีก แต่เธอยังทำหน้าที่ล่ามให้ตามเคย พยายามคัดสรรค์คำที่ละมุนที่สุดเท่าที่จะทำได้

การพูดคุยเป็นไปในทางที่ดีขึ้น จวนถึงเวลาที่ต้องกลับหญิงสาวมองการตกแต่งของห้องทำงานอันมีรสนิยม เธอพึ่งสังเกตตอนนี้เองเพราะช่วงที่ผ่านเอาแต่เกร็งไม่กล้าสำรวจพื้นที่ และเมื่อทุกอย่างลุล่วงตามเป้าประสงค์เธอจึงสอดส่ายสำรวจบ้าง

หญิงสาวลุกเดินตามผู้นำทางโดยมีผู้ใหญ่สินเดินนำหน้า ส่วนเธอยังเป็นผู้ตามที่ดีไม่ หืออืออย่างเดียวเสียงฝีเท้าต๊อกแตกออกจากห้อง เขาหมุนเก้าอี้ไปด้านหลัง เส้นใยในสมองบอกว่าอยากรั้งแต่จะหาวิธีใด ถึงไม่น่าเกลียดจนเกินงาม คนประเทศนี้มีวัฒนธรรมไม่เหมือนเขาเสียด้วย เอาไงดีละ 

เขาพลิกโทรศัพท์กลับขึ้นมาอีกครั้งถ่ายถอนลมหายใจอุ่นชื้น สายที่ต่อเข้ามาถึงคิวสะสร่างแล้ว ชายหนุ่มกดดูเป็นชื่อเธอที่ไม่ได้รับเป็นสิบสายได้ เขากดโทรออกเพื่อต้องการความแน่ใจ

“สวัสดีค่ะ เฮอ โล่งออกไปที เมย์อยู่ตรงนั้นไหมคะขอสายเธอหน่อย” เขาฟังเสียงเจื้อยแจ้วไม่รู้เรื่องได้อ้ำอึ้งอยู่อย่างนั้น จนมีเสียงโวยวายออกมา

ชายหนุ่มออกเดินไปหาเป้าหมายจำได้แต่คำว่าเมษา เขาคงต้องยกสายนี้ให้เธอคนนั้นเพราะเธออาจแก้ปัญหานี้ได้ดีกว่าเขา ชายหนุ่มสืบเท้าตามขณะที่ลิฟต์กำลังจะลง คริสโตเฟอร์ถลันตัวเข้าขวางไว้

“ขอโทษนะ นี่เบอร์คุณ” เขาบอกเธอพร้อมกับยื่นโทรศัพท์ในมือให้ มีสีหน้างุนงงอยู่พักหนึ่งก่อนรับไป

“ฮัลโหล ขออนุญาตนะคะ เดี๋ยวตามลงไป” เธอบอกปัดให้ผู้ใหญ่ลงไปก่อน ไม่อยากคุยเสียงดัง หญิงสาวเดินออกมาจากลิฟต์และแฉลบไปที่ข้างแจกันทรงสูง

“เมย์คู่หมั้นแกอยู่บ้านฉัน เอาไงดี” เมื่อได้ยินคำบอกเล่าเล่นเอาเมษาตาโตเท่าไข่ห่าน 

“มาได้ยังไง”

“มายังไงไม่รู้” ปาลิตากระทืบเท้าเบาๆ ลุ้นจนจะขาดใจอยู่แล้ว

“ตามจีพีเอสมา” เสียงหนึ่งลอดมาจากด้านหลัง 

“อยากพึ่งกลับมานะ” ปาลิตากดปิดโทรศัพท์รวดเร็ว แอบซ่อนมันไว้ด้านหลัง เอาแบบหน้าด้านๆอย่างนี้แหละ “คุณมีสิทธิ์อะไรขึ้นมาบนนี้ เสียมารยาท”

“อย่าเรียกหามันถ้าคุณบังอาจซ่อนคู่หมั้นผม”

“เมย์ไปไหนไม่รู้”

“เธอก็คงหนีไปอีกเพราะนกกระจิบคาบข่าวบอกละมั๊ง” ปาลิตาหน้าเจือนเขาจับได้เสียแล้วเถียงไม่ออกบอกไม่ถูก

“ความเสียหายนี้คุณจะรับผิดชอบยังไงไม่ทราบ” เขาจ้องเขม่ง แววตาเอาเรื่องจนน่าตกใจ

“จะแก้ตัวว่ายังไง พูดมาสิ” ชายหนุ่มเดินเข้ามาประชิด ส่วนเธอก็ตัวแข็งถูกบีบเข้ามุมอับจนถอยหนีไม่ได้ “ผมบอกให้พูด!” เขาทุบผนังอย่างแรงจนเธอตื่น 


ความคิดเห็น