ปนิตา / มุมลับ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ดูแลคนป่วย (ต่อ)

ชื่อตอน : ดูแลคนป่วย (ต่อ)

คำค้น : ปราบพยศบงการรัก, ผู้ปกครอง, เด็กในอุปการะ, ปนิตา

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 436

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ธ.ค. 2560 12:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ดูแลคนป่วย (ต่อ)
แบบอักษร

            ด้วยเพราะเข้าใจว่านิลุบลคงอยู่เฝ้ามหรรณพทั้งคืนจนเผลอหลับไป ก็ไม่อยากรบกวนให้เธอตื่น จึงได้ปล่อยให้นอนอยู่เช่นนั้น แล้วตัวเองก็เดินหาผู้เป็นนายแทน ดูในห้องน้ำ นอกระเบียงก็ไม่พบ จึงได้เดินลงมาข้างล่าง

            “ป้าซื้อหวยไม่ยักถูกรางวัล เหมือนกับทายว่าคุณหนูอยู่ที่ไหนเลยนะคะ” เสียงป้าแจ่มดังขึ้น เมื่อเปิดประตูห้องทำงานเข้ามาแล้วเห็นเจ้านายของเธอนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะตัวใหญ่

            “ตื่นแล้วเหรอครับ” มหรรณพเงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มให้คุณแม่บ้านอาวุโส ก่อนจะก้มลงทำงานของเขาต่อ

            “ตื่นแล้วละค่ะ ได้เวลาตื่นของป้าแล้วนี่ เมื่อคืนว่าจะช่วยกันกับหนูบลเฝ้าดูอาการของคุณหนู แต่ก็เผลอหลับไปตั้งแต่หัวค่ำเลย แก่แล้วก็ฝืนร่างกายไม่ไหว แล้วนี่คุณหนูหายดีแล้วหรือไงคะ ถึงได้มีแรงลุกขึ้นมาทำงานแต่เช้าขนาดนี้ ไหนขอป้าดูหน่อยนะคะ ว่ายังมีไข้อยู่อีกหรือเปล่า”

            ป้าแจ่มเดินเข้ามาใช้หลังมืออังหน้าผากของชายหนุ่ม ซึ่งมหรรณพก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี นั่งหลังพิงพนักเก้าอี้ ยอมให้ผู้อาวุโสเข้ามาสัมผัสวัดอุณหภูมิในร่างกายตามสะดวก

            “ดีจังเลยค่ะ ไม่มีไข้แล้ว แต่ยังไงก็ต้องพักต่อสักหน่อยนะคะ ลุกขึ้นมาทำงานแต่เช้าขนาดนี้ ถ้าไข้กลับมาอีกรอบ ก็ไม่มีคนดูแลจริง ๆ แล้วล่ะค่ะ เพราะคุณบัวเธอก็คงไม่ไหวแล้ว อยู่ดูคุณมาทั้งคืนขนาดนั้น”

            “ขนาดนั้นเลยเหรอครับ ป้าแจ่มรู้ได้ยังไง ก็ไหนว่าหลับตั้งแต่หัวค่ำ”

            “ทำไมจะไม่รู้ละค่ะ ก็ตั้งแต่คุณหมอมาฉีดยาให้คุณหนูตั้งแต่เมื่อเย็นวาน อาการไข้ของคุณหนูก็ขึ้น ๆ ลง ๆ ตลอดเวลา แถมเพ้อไปคว้ามือของคุณบัวเอามากอดไว้ เพราะคิดว่าเธอเป็นคุณนายอีกด้วยละค่ะ ป้ากับคุณบัวนะช่วยกันเช็ดตัวให้คุณหนู เอายาให้กินทุกสี่ชั่วโมงตามที่คุณหมอสั่งตลอด ไม่อย่างนั้น คุณหนูจะลุกขึ้นมานั่งทำงานอยู่อย่างนี้ได้เหรอคะ ป่านนี้ต้องเอาไปส่งที่โรงพยาบาล ตามที่คุณหมอบอกแล้วมั้ง เพราะคุณหมอเธอบอกไว้ว่า ถ้าเช้านี้อาการคุณหนูไม่ดีขึ้นต้องพาไปโรงพยาบาลแล้วค่ะ”

            “ขอบคุณมากนะครับ แล้วนี่คุณบัวของป้าเขายังไม่ตื่นเหรอครับ”

            “ยังค่ะ ไม่รู้ว่าได้นอนตอนไหน นี่ก็ยังเช้าอยู่ด้วย ป้าเลยไม่อยากจะปลุกเธอน่ะค่ะ ให้เธอนอนพักอีกหน่อย”

            วลาล่วงเลยมาจนแปดโมงเช้า มหรรณพกลับขึ้นมาที่ห้องนอนเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ก็ยังคงเห็นนิลุบลนอนนิ่ง แต่เขายังไม่คิดที่จะปลุก จนเมื่อจัดการตัวเองเสร็จแล้ว จะกลับลงไปข้างล่างอีกครั้ง ก็รู้สึกผิดสังเกตที่หญิงสาวยังคงนอนนิ่ง ทั้ง ๆ ที่มีเสียงดังเกิดขึ้น ทั้งเสียงเปิดปิดประตูห้องน้ำ ประตูตู้ เสียงฝีเท้าอีก มหรรณพจึงได้ลองเข้าไปเรียกใกล้ ๆ

            “นี่เธอ...ที่นอนฉันมันนอนสบายจนไม่อยากจะตื่นเลยหรือไง”

            “..........” ไม่มีเสียงตอบกลับและไม่มีการขยับเขยื้อนใด ๆ จากหญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียง จนมหรรณพทนไม่ไหวเข้าไปเขย่าร่างคนนอนนิ่ง จึงได้รู้ว่าเธอไม่สบายตัวร้อนนอนไม่ได้สติ และไม่ได้ยินเสียงใด ๆ

            “เห้ย! ตัวร้อนขนาดนี้เลยเหรอ?” มหรรณพตกใจกับสิ่งที่เพิ่งรับรู้ รีบเรียกสาวใช้ขึ้นมาสั่งให้ไปทำข้าวต้มและเอายาลดไข้ขึ้นมาให้ทันที ต่อด้วยการหาผ้าชุบน้ำมาเช็ดตัวลดความร้อนให้กับนิลุบลอีกด้วย

            น้อยได้รับคำสั่งเสร็จก็รีบลงไปบอกป้าสายแม่ครัวทันที ป้าแจ่มเข้ามาเห็นว่ามีการเปลี่ยนรายการอาหารที่กำลังทำ จึงได้ถามว่าเกิดอะไรขึ้น

            “แม่สายไหนบอกว่าวันนี้ไม่มีข้าวต้มไง”

            “คุณลูก้าร์สั่งด่วนมาค่ะคุณแม่บ้าน คุณบัวเธอไม่สบาย คุณลูก้าร์เธอก็เลยให้ทำข้าวต้มกับเอายาลดไข้ขึ้นไปให้ค่ะ” เป็นน้อยที่ชิงตอบคำถามของคุณแม่บ้านอาวุโสแทนแม่ครัวมืออาชีพ

            “อ้าว! นี่คุณบัวไม่สบายเหรอเนี่ย โถ..คงจะติดจากคุณหนูละสิ น่าสงสารจริง ๆ เชียว แล้วนั่นใกล้เสร็จหรือยังล่ะ ข้าวต้มน่ะ”

            “ใกล้แล้วค่ะคุณแม่บ้าน รอเดือดอีกแป๊บเดียว” ป้าสายตอบ

            “อืมดี เดี๋ยวฉันเอาขึ้นไปเอง น้อยไปหยิบยามาที” คุณแม่บ้านอาวุโสหันไปบอกน้อยในท้ายประโยค

            ข้าวต้มเสร็จ ยาพร้อม ป้าแจ่มก็ยกขึ้นมาให้บนห้องของเจ้านายหนุ่มด้วยตัวเอง เพราะอยากจะขึ้นมาดูอาการของนิลุบลเองด้วย

            ายในห้องนอนชั้นบน มหรรณพยังคงเฝ้าเช็ดตัวให้หญิงสาวอยู่ด้วยความรู้สึกเป็นห่วง ใบหน้าที่ซีดเซียวของหญิงสาวในยามที่หลับไหลเหมือนเด็กดื้อที่สิ้นฤทธิ์ ดูแล้วช่างน่าทะนุถนอมหวงแหน ต่างกับตอนที่เธอสบายดีอย่างสิ้นเชิง เพราะในยามปกติเธอคือสาวปากกล้าและอวดดี ที่เขาอยากจะจับมาตีก้นวันละหลายรอบ

            นิ้วยาวเขี่ยปอยผมที่ตกลงมาบดบังใบหน้าสวยออก วางผ้าชุบน้ำบิดหมาดไว้ที่หน้าผากของคนป่วย แต่ก็อดไม่ได้ที่จะไล้เรียวนิ้วไล่สัมผัสสันจมูกโด่งจากหัวคิ้วลงมายังปลายจมูกรูปหยดน้ำ และเลยมาที่กลีบปากคู่สวย ที่เคยส่งเสียงเจื้อยแจ้วขัดหูเขา ซึ่งบัดนี้ได้เปลี่ยนไปจากกลีบปากคู่อวบอิ่มสีแดงระเรื่อ กลายเป็นแห้งแดงเพราะพิษไข้ดูน่าสงสาร

            ป้าแจ่มมองเข้ามาในห้องแล้วก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นความอ่อนโยนใส่ใจในตัวนิลุบลของเจ้านายหนุ่ม ถึงแม้จะรู้ว่าเจ้านายของตนนั้นเป็นคนจิตใจดี เพราะเลี้ยงมาเองตั้งแต่เล็ก แต่ก็ไม่ได้เห็นว่ามหรรณพจะแสดงออกกับใครง่าย ๆ คุณแม่บ้านอาวุโสจึงได้ยืนและอมยิ้มเฝ้ามองผ่านช่องประตูที่เปิดแง้มเอาไว้ด้วยความปลาบปลื้ม

            “ป้าแจ่ม ยืนดูอะไรครับ เข้ามาสิ” มหรรณพหันไปเห็นว่ามีคนแอบมองเขาอยู่ จึงได้เรียกให้เข้าไปในห้อง

            “ป้ามาก็ดีแล้วครับ ช่วยจัดการต่อให้ทีแล้วกัน ผมจะลงไปทำงาน ตัวเขาเย็นลงหน่อยแล้ว ป้าเรียกเขาขึ้นมากินข้าวกินยา แล้วให้นอนพักต่อแล้วกันนะ”

            “ค่ะ ได้ค่ะคุณหนู” ป้าแจ่มพูดไปก็ยิ้มไป

            “ยิ้มอะไรครับป้า”

            “ก็ดีใจที่ได้เห็นว่าคุณหนูของป้า ก็ยังเป็นคนใจดีอยู่เหมือนเดิม”

            “ใจดีอะไรกัน ผมก็แค่ไม่อยากให้ใครมาเป็นอะไรในบ้านก็เท่านั้น ป้ารีบ ๆ เรียกเขาให้ขึ้นมากินข้าวกินยาก่อนแล้วกัน ผมไปละ” มหรรณพพูดแก้เขิน ก่อนจะเดินออกจากห้องไป ก็ยังได้กำชับป้าแจ่มให้เรียกคนป่วยขึ้นมากินข้าวกินยา

            หรรณพหาเรื่องขึ้นมาดูคนป่วยอยู่เรื่อย จนได้มาเจอในขณะที่คนป่วยรู้สึกตัวและกำลังพยายามจะพยุงตัวเองลงจากเตียง

            “นั่นเธอจะลุกขึ้นทำไม ไม่สบายก็นอนพักไปสิ” เสียงที่ดังขึ้นทำให้คนป่วยหันไปมองที่หน้าประตู ก่อนจะหันกลับมาทำในสิ่งที่ตนพยายามทำอยู่ต่อไป

            “จะไปเข้าห้องน้ำค่ะ” นิลุบลพูดพร้อมกับพยายามยืนทรงตัวตั้งตรงให้มั่นคงเสียก่อนจะเริ่มก้าวเดินต่อไป

            ท่าทางโงนเงนของหญิงสาว ทำให้มหรรณพตัดสินใจ เข้าไปช้อนร่างของเธอขึ้นมาแนบอกเพื่อจะพาไปห้องน้ำเสียเอง

            “เฮ้ย! ปล่อยฉัน ฉันเดินเองได้ ปล่อยสิ..” นิลุบลร้องอุทานด้วยความตกใจ ที่จู่ ๆ ร่างของเธอก็ลอยขึ้นจากพื้น เสียงบอกให้ชายหนุ่มปล่อยได้ผลก็เมื่อเธอเข้ามาอยู่ในห้องน้ำแล้วนั่นเอง มหรรณพวางร่างของเธอลง แล้วเดินออกไปยืนอยู่ตรงประตูห้องน้ำส่งเสียงบอกหญิงสาว

            “เชิญตามสบาย เสร็จแล้วเรียกฉัน จะรออยู่ข้างนอกนี่”

            “ขอบคุณค่ะ แต่ไม่เป็นไร ฉันเดินเองได้ คุณจะไปทำอะไรก็เชิญเถอะค่ะ”

            นิลุบลพูดเสร็จก็ปิดประตู ล้างหน้าล้างตา จัดการธุระของตนเองจนเรียบร้อย เปิดประตูออกมาอีกทีก็เจอหน้าของชายหนุ่มเจ้าของห้องทันที ทำเอาหญิงสาวถึงกับตกใจ

            “ตกใจอะไร ฉันไม่ใช่ผีนะ เสร็จแล้วใช่ไหม”

            “ค่ะ” สิ้นคำตอบของหญิงสาว มหรรณพก็ขยับเข้ามาใกล้เตรียมจะช้อนร่างของนิลุบลขึ้นอีกครั้ง หากแต่ครั้งนี้ หญิงสาวรู้ตัวแล้ว จึงได้ขยับหลบแล้วรีบออกตัว “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันดีขึ้นแล้ว เมื่อกี้คงจะเพิ่งลุกขึ้น เลยมึน ๆ ไปหน่อยค่ะ”

            “ก็ตามใจ แล้วหิวหรือเปล่า ยังปวดหัวอยู่ไหม”

            “ไม่หิวค่ะ ไม่ค่อยปวดหัวแล้วด้วยค่ะ ฉันว่าจะขอตัวกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่หอก่อน แล้วช่วงบ่ายค่อยกลับมาช่วยงานคุณต่อนะคะ”

            “ก็ไปสิ”

            นิลุบลเดินออกจากห้องลงไปเอากระเป๋าใบเก่งของเธอที่ห้องทำงาน ระหว่างนั้นได้ยินเสียงดังจากข้างนอก สั่งให้นายชัยเอารถออกมาเตรียม

            หญิงสาวเดินออกมาจากห้องทำงานตั้งใจจะมาบอกนายชัยว่าไม่ต้องไปส่ง เธอจะกลับเอง แต่ก็ต้องผิดคาดเมื่อคนที่นั่งประจำที่คนขับกลับไม่ใช่นายชัย หากแต่เป็นเจ้านายของนายชัยต่างหาก

            “ขึ้นรถสิ”

            “ฉันไปเองได้ค่ะ ไม่ต้องเดือดร้อนคุณหรอก”

            “ฉันบอกให้ขึ้นรถ ไม่ได้ให้เธอมาต่อปากต่อคำ”

            “เอ่อ...คือ...”

            “จะขึ้นเอง หรือว่าจะต้องให้ฉันไปอุ้ม” เจอประโยคนี้เข้าไป ทำให้นิลุบลต้องจำใจเดินไปขึ้นรถ นั่งหน้าคู่กับเขา

ความคิดเห็น