สูญองศา
facebook-icon Twitter-icon

ทักทายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ทุกคนค่ะ

บทที่ 3 ชอบทำตัวมีอะไร 50 %

ชื่อตอน : บทที่ 3 ชอบทำตัวมีอะไร 50 %

คำค้น : นิยายโรมานส์ นิยายรัก นิยายโรเมนติก

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ม.ค. 2561 19:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3 ชอบทำตัวมีอะไร 50 %
แบบอักษร

บทที่ 3

หญิงสาวนั่งกอดเข่ามองเบอร์ที่เมมไว้เนิ่นนาน ตอนนี้ผู้ใหญ่สินกลับมาบ้านแล้ว เธอควรโทรไปบอกเขาหรือไม่ ทว่ามืดค่ำขนาดนี้ จะให้เขานั่งรถเอาหัวถ่อลมมาคงไม่ดีกระมัง อย่างไรเสียเขาอาจจะไม่ได้มีธุระกับที่นี่เพียงที่เดียว ว่าแล้วเธอก็ลองเชื่อมต่อเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเสิร์จชื่อเขาดู

ทันทีที่พิมพ์ตัวอักษรไม่กี่ตัวระบบก็เด้งขึ้นมา เธอเอานิ้วจิ้มแล้วผลการค้นหาก็ปรากฏ เป็นอย่างที่คาดการผู้ชายคนนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ ด้วย เรื่องของเขาถูกเขียนทั้งภาษาไทยแลภาษาอังกฤษ มีทั้งข่าวดีและข่าวร้ายปะปนกันเต็มไปหมด ยากแยกระหว่างความจริงกับเรื่องที่กุขึ้น 

เธอไม่มีสิทธิ์ตัดสินเขาจากข่าวพวกนั้น อีกทั้งเขาและเธอไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกันแม้แต่น้อย จะไปสนใจทำไมกะอิแค่เขาควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า เศรษฐีเพลย์บอยลอบจัด ซาตานในคราบผู้ดีสวมสูทราคาแพงเธอไม่ได้ให้ความสนใจเขาไปกว่าการเป็นนายทุนอยู่แล้ว

หญิงสาวกดปิดหน้าต่างที่แสดงรูปเขา แล้วเข้าไปในโซเชียลแทน ข้อความจากทุกคนที่เธอรู้จักส่งมาไม่ขาดสายนับได้ร้อยกว่าข้อความ 

พวกเขาคงรอให้ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงจะได้แจ้งความได้กระมัง คิดอีกทีครอบครัวเธอค่อนข้างมีชื่อเสียง เท่านั้นก็ยิ้มแป้นพ่อกับแม่ไม่กล้าพบตำรวจหรอกถ้าเผื่อมีข่าวขึ้นมาแย่เลย อีกอย่างเธอเขียนจดหมายกับวิดีโอลาพักร้อนไว้นี่คิดแล้วก็สะใจ งานนี้ต้องมีคนหน้าแหกกันบ้างละ

“อยากจับหมั้นดีนัก เจอสวนกลับไปเป็นไงละ” เธอคุยจ้อคนเดียว เพียงเปิดอ่านข้อความไม่ได้ตอบคำถามของใครทั้งนั้น

“เป็นไงบ้างพออยู่ได้ไหม” ปาลิตาเข้ามาในห้องพร้อมกับทำหน้ามุ่ย

“อยู่ได้...แต่คุณลุงว่าไงบ้าง” ถามด้วยใบหน้าอยากรู้อยากเห็น เพราะจากที่ดูลาดเลามาผู้ใหญ่สินมีท่าทีคิดเรื่องที่เล่าอย่างหนัก เมื่อช่วงค่ำเธอได้พูดคุยกับบิดาของเพื่อนในหัวข้อที่ได้สนทนากับหนุ่มอิตาลีหน้าโหดเธอเป็นเพียงผู้ส่งสารเท่านั้น จะอย่างไรต่อไปก็สุดแต่ใจจะไขว่คว้าก็แล้วกัน ขออย่างเดียวอย่ามีการเลือดตกยางออก

“พ่ออยากคุยกับเขา” เพื่อนสาวเอ่ยปาก เธอเริ่มรู้สึกผิดที่ทำอะไรเกินกว่าเหตุขาดความรอบคอบ ถ้าไม่มีเมษาอยู่ด้วย ไม่รู้ว่าจะได้ความอะไรไหม หญิงสาวก้มหน้างุดเบื่ออารมณ์หุนหันพลันแล่นของตัวเองเหลือเกิน ทั้งที่คิดว่ากำจัดมันได้แล้ว

“อ้อ อึม นี่เบอร์” เธอยื่นโทรศัพท์ให้ ปาลิตาส่ายหน้าหวือ พร้อมกับทำทีเหมือนจะร้องไห้

“เราสร้างวีรกรรมเยอะเลย ไม่กล้าสู้หน้าหรอก” เธออายจนอยากเอาหัวมุดโอ่งดินได้อยู่แล้ว จากที่ฟังเมษาอธิบายทั้งเธอและบิดาต่างอึ้ง มองตากันไปมา รู้กลายเป็นคนไร้เหตุผลอย่างที่สุดมิได้

“เราถามหน่อยสิ ทำไมปากับพ่อถึงเกลียดเขานัก” ต่อมสงสัยเธอกระเพื่อม ก็การที่คนเราประทุษร้ายอีกฝ่ายแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยมันน่าจะมีสาเหตุบ้างไม่มากก็น้อย

“ก็พี่ภาคนะเป็นคนมาคุยกับพ่อเรื่องนี้” เธอทำหน้าลำบากใจ “เหมือนเขาจะเคยทำงานกับนายทุนนั่นและก็ถอยออกมา เขาบอกว่าพวกนั้นเป็นพวก มาเฟียค้าของผิดกฎหมาย ทำร้ายเจ้าของที่เพื่อบังคับซื้อ นอกจากนั้นเขาก็มาร้องห่มร้องไห้ให้พ่อฟัง แบบเอาแผลที่เขาโดนทำร้ายมาให้ดูด้วย โน้มน้าวต่างๆ นานา ว่าเข้าไปช่วยเจ้าของที่แล้วก็โดนกระทืบ มาตอนนี้เรายังไม่แน่ใจว่าเรื่องไหนเรื่องจริงเรื่องไหนเรื่องเท็จ เพราะฟังความข้างเดียวมาตลอด” ฉุกคิดขึ้นได้ไม่กี่ชั่วโมงที่แล้วว่ายังไม่ได้ฟังฝั่งนายทุนสักคำ ก็ตัดสินพวกเขาเสียแล้วน่าอายเสียจริง ทำไมคิดน้อยแบบนี้ แม้จะเป็นต่างชาติแต่เราจะตัดสินเขาจากเชื้อสายไม่ได้ มันคนละอย่างกับการกระทำ

“อ้อ อย่างนั้นเอง” ฝ่ายใดผิดกันแน่ ดูเหมือนเรื่องนี้จะยุ่งยากเข้าไปใหญ่เสียแล้ว มีการทำร้ายร่างกายด้วยสิ “มิน่าปาถึงได้โกรธขนาดนั้น”

“ไม่หรอกเราไม่มีสติเอง เราควรทำตัวให้เป็นผู้ใหญ่กว่านี้”

“คิดมากนา” เธอนั่งลงกับพื้นไม้ขัดมัน “เดี๋ยวเราโทรนัดเขาให้ก็แล้วกัน”

ชายหนุ่มนั่งโคลงแก้วบรั่นดีอยู่หน้าเคาร์เตอร์ส่วนตัวภายในคฤหาสน์ใหญ่โต มือหนาเหม่อมองโทรศัพท์ยี่ห้อดังพร้อมกับดีดนิ้วเปาะแปะ เจ้าของบ้านผู้สันโดษเอามือผสานกันเยือกเย็น เขาไม่เคยพบเจอการปฏิเสธมาทั้งชีวิต งานหมั้นกำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วัน เธอกลับหนีออกจากบ้าน 

เขาจะไม่มีทางรู้ได้เลยถ้าวันนั้นไม่บังเอิญอยากเห็นหน้าคู่หมั้นสาวแล้วบังเอิญ พานพบสิ่งผิดปกติบางอย่างจากบิดามารดาของเธอ ถ้าข่าวนี้แพร่ออกไปหุ้นคงร่วงระนาวแค่คิดก็บันเทิงเกินห้ามใจ

ทศวรรษ เทวาอภิเชษฐ์ รับปากที่จะแต่งงานกับเมษา พิชิตพงษ์ ด้วยการสั่งเสียจากบิดาบังเกิดเกล้าก่อนท่านเสียชีวิต แต่ไหนละเจ้าตัวแค่หมั้นเธอยังหลบหลีก แล้ววันแต่งงานไม่ขาดใจตายก่อนวัยอันควรเลยหรือ 

ไม่มีปัญหาหรอกถ้าเธอจะปฏิเสธอาจจะรู้สึกเสียหน้านิดๆ แต่ธุรกิจคือธุรกิจมันจะพังไม่ได้ ไปไม่ปรึกษาสักคำเลย ทำไมคิดน้อยขนาดนี้ถ้าไม่อยาก เขาก็ไม่ขัดข้องจะหาทางยกเลิกให้ในแบบละมุนละม่อมไม่ใช่หักดิบ จนเขาเสียหน้าอย่างที่เป็น

“ถ้าเจอนะ จะจับมาฟาดด้วยไม้เรียวให้เข็ด” ชายหนุ่มกระดกครั้งเดียวหมดแก้ว ไม่อยากก็ไม่บังคับแต่ยังไงก็ต้องหมั้นในเมื่องานมันกำลังจะจัด แขกก็เชิญมาแล้วไม่มีทางหรอกที่จะปล่อยให้ทุกอย่างเป็นเช่นนี้

เสียงจีพีเอสแจ้งเตือน เขามองมันแล้วยกยิ้มมุมปากขึ้นเล็กน้อย ก็เธอไงจะใครละ ว่าที่คู่หมั้นสาวแก่นแก้วแสนซน กลับมาเมื่อไหร่จะเทศนาให้ยับเยินเลยทีเดียว เขาไม่ใช่คนปากร้ายแต่ก็เข้าใกล้คำนั้นเต็มที หรือนิยามตรงๆ ก็คือปากหมา แต่มันก็จริงใจแม้จะผสมความรุนแรงมากหน่อยก็ตามที

“นี่เธอมั่นใจจริงๆ เหรอว่าจะหนีฉันพ้นเมษา” ชายหนุ่มดวงตาเชื่อมหวานไม่ใช่เพราะเสน่หาแต่เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ ที่ดื่มผสมกันจนมันตีกันไปหมด ความเหงาของการอยู่บนกองเงินกองทองมันเป็นเช่นนี้นี่เอง เวลาผ่านไปความอ้างว้างยิ่งเพิ่มพูนแม้อยากหาสิ่งมาเติมเต็มทว่าเพียงชั่วคราวก็เบื่อหน่าย

เมษาตัดสินใจกดเบอร์เขาค้างไว้แล้วเธอก็เดินไปเดินมาอยู่นั่นแหละไม่ยอมโทรสักที ขอท่องบทสนทนาก่อนเถอะเธอทำปากขมุบขมิบอยู่อย่างนั้น ไม่อยากตะกุกตะกักให้เขาจับทางได้ว่าเธอประหม่า

จังหวะนั้นโทรศัพท์ในมือก็สั่นขึ้น เป็นชื่อเขาที่โชว์หรา มันยังดังครึนๆ เธอตกใจแทบขว้างมันทิ้ง เอาไงดีละ ยังไม่พร้อม เธอเริ่มใจเต้นตึกตัก ตื่นนิดๆจนปากเกือบขยับไม่ได้

“ฮะ ฮะ ฮัลโหลค่ะ”

“ไฮ...มิส” น้ำเสียงเขาผ่อนคลายไม่ตึกเครียดเหมือนเธอ “เรื่องที่ผมไว้วานเป็นยังไงบ้างครับ”

“ผู้ใหญ่กลับมาแล้วค่ะ ดูเหมือนคุณอยากคุยกับท่าน”

“คุณสามารถนัดผู้ใหญ่ให้ผมได้วันไหน”

“เอิ่ม...” เธอช่างใจ เหมือนเธอเป็นเลขาเลยเนอะทำแบบนี้

“พรุ่งนี้ได้ไหม ผมอยากเคลียร์ให้จบเพราะผมมีงานที่อิตาลีต่อ” ความจริงคือขอเลื่อนการเดินทางด้วยความเต็มใจ

“เดี๋ยวฉันจะลองถามผู้ใหญ่ให้ค่ะ แต่ฉันยังไม่รับปากคุณนะคะ”

“ตามนั้น”

“ค่ะ แค่นี้นะคะ”

“เออ เดี๋ยวสิ”

“มีอะไรรึเปล่าค่ะ”

“ไม่มี”

“ถ้าอย่างนั้นแค่นี้ก่อนนะคะ ฉันจะรีบไปขอคำตอบจากผู้ใหญ่แล้วจะโทรไปบอกคุณอีกครั้ง”

“ตามนั้น” ไม่เคยยื้อใคร จึงสรรค์หาประโยคชวนคุยไม่เป็น บรรลัยฉิบ

เธอกดตัดสายไป รู้สึกคาใจกับคำว่าเดี๋ยวสิของเขา ทำไมชอบพูดให้มีอะไร ทั้งที่มันก็เป็นคำพูดแสนธรรมดาที่เคยได้ยินยามมีคนแก่หัวงูป้อสาววัยทีน ออกแนวรั้งเพื่ออยากคุยให้นานที่สุด ซึ่งเขาไม่น่าจะเป็นประเภทนั้นอาจจะอยากสอบถามข้อมูลอะไรเธอหรือเปล่าแต่คิดไม่ออก ช่างเหอะ ถ้าเขาสงสัยคงถามออกมาเองนั่นแหละ หรือจะเสนอเงินปิดปากผู้ใหญ่ เธอหยุดนวดขมับตัวเองสักพักรู้สึกความคิดโลดแล่นเหลือเกินนะช่วงนี้

เขานั่งจ้องมือถือเหมือนคนบ้ามาเป็นสามสิบนาทีแล้ว ปกติหน้าที่ติดต่อประสานงานจะเป็นของพอลดูตารางนัดต่างๆ แต่สำหรับคนนี้เขาจะจัดการเอง ระทึกใจดี ชายหนุ่มรู้สึกกรึ่มๆ ได้ที่เมื่อรัมสีเข้มถูกกระดกลงคอรวดเดียว นี่เขาดื่มไปกี่ยี่ห้อแล้วนะ ไม่สิกี่ชนิดแล้วนะจำไม่ได้

“ว่าไงสาวน้อย” ในความที่ใจเริ่มถูกปลดปล่อย คารมเริ่มมา

“คือว่าฉันโทรมาคอนเฟิร์มนัดคะ พรุ่งนี้ก็ได้กี่โมงดีค่ะ”

“สี่โมงเช้า ผมจะให้คนไปรับที่บ้าน”

“ขอบคุณค่ะ”

“ว่าแต่คุณจะมาด้วยไหม”

“ไม่ค่ะ”

“คิดก่อนก็ได้ไม่เห็นต้องตอบเร็วขนาดนั้นเลย” ชายหนุ่มชิดคิ้ว

“คิดค่ะ คิดดีแล้วด้วย”

“ทำไมเถียงคำไม่ตกฟาก” จอมบงการเริ่มไม่พอใจ

“นี่คือพูดปกติค่ะ”

“เถียงนะผมว่า”

“ฉันว่าคุณน่าจะเมา” จากน้ำเสียงแล้ว แน่นอนฟันธงได้เลย “แค่นี้นะคะฉันมีธุระ” เธอตัดสายรวดเร็วไม่รอให้เขาบอกลาด้วยซ้ำไป

ชายหนุ่มละเลียดลิ้นกับริมฝีปากหนา จินตนาการเปิดเปิงไปถึงใบหน้าหวานที่พานพบ รสชาติของแม่หมอยิปซีจะเป็นอย่างไรหวานเหมือนเคียร์ กลมกล่อมเหมือนไวน์ หรือทำให้ใจเต้นแรงเหมือนวอดก้าไหม อ๊า...คิดถึงชุดเมดแสนเซ็กซี่ที่อยากให้เธอสวมใส่ 

งานนี้ไม่ง่ายเป็นแน่ แต่ก็ไม่น่าจะยากเกินกำลัง เขาวางแก้วในมือกับโต๊ะ ควรจัดการกับแท่งหนาที่ตื่นตึงขึ้นอีกครั้ง สงสัยนางบำเรอที่จ้างมายังไม่สาสม เธอผู้นั้นทำให้ใจเขาเต้นถี่ยิบยิ่งกว่าร่วมรักกับดาราหน้าใหม่ในวงการบันเทิงเสียอีก

“ทำไมเธอถึงได้มีบั้นท้ายน่ากระแทกขนาดนั้น” เขาพึมพำ


ความคิดเห็น