หอหมื่นอักษร
facebook-icon Instagram-icon

เชิญพับกบ เอ้ย ! พบกับเรื่องราวชวนอมยิ้มระหว่างคุณชายสุดซึนและเย่ชีชีสุดแสบ ในนิยายเรื่อง 'คุณชาย...ท่านจะรักข้าหรือไม่เล่า' ได้เลยเจ้าค่า เก๋อเก๋อรับประกันในความน่ารัก 100 เปอร์เซ็นต์เต็มเลยยยย >///<

ตอนที่ 99 เจ้าห้ามลืมข้าเด็ดขาด (14) / ตอนที่ 100 เจ้าห้ามลืมข้าเด็ดขาด (15)

ชื่อตอน : ตอนที่ 99 เจ้าห้ามลืมข้าเด็ดขาด (14) / ตอนที่ 100 เจ้าห้ามลืมข้าเด็ดขาด (15)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.1k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ธ.ค. 2560 15:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 99 เจ้าห้ามลืมข้าเด็ดขาด (14) / ตอนที่ 100 เจ้าห้ามลืมข้าเด็ดขาด (15)
แบบอักษร



ตอนที่ 99  เจ้าห้ามลืมข้าเด็ดขาด (14)


เย่ชีชีมองโม่หานชิงที่ปิดผ้าม่านลง ในใจเกิดความผิดหวังเล็กๆ อย่างมิอาจหลีกเลี่ยง

“คลุก คลุก” ล้อของรถม้าเคลื่อนไปด้านหน้า เหล่าทหารที่อยู่โดยรอบ ต่างมีกระบี่ติดไว้ที่เอว ตามไปข้างหน้าด้วยท่าทางพร้อมเพรียง

สายตามองรถม้ากำลังจะเข้าสู่ถนนหลัก เย่ชีชีสูดลมหายใจลึก มองไปยังรถม้าที่ใกล้จะหายลับไปจากสายตา ตะโกนขึ้นเสียงดัง “กงจื่อ เจ้าห้ามลืมข้าเด็ดขาดนะ!”

โม่หานชิงที่นั่งอยู่ด้านในของรถม้าปิดตาลงทั้งสองข้าง ร่างกายขยับไปมาช้าๆ ตามการเคลื่อนไหวของรถม้า

น้ำเสียงก้องกังวานของเย่ชีชีดังลอยมาจากที่ไกลๆ ประโยคที่เขาได้ยินอย่างเลือนรางนั้น ภายในเจือปนไปด้วยเสียงสะอื้นที่ยากจะสังเกต

สือเอ้อร์นั่งอยู่ภายในรถม้ากับโม่หานชิง ห่างกันอยู่มาก เขาเองก็ได้ยินเสียงตะโกนของเย่ชีชีเช่นกัน เขาลังเลอยู่เล็กน้อย แล้วถึงได้เปิดปากเอ่ยกับนายน้อยของตน “นายน้อยพ่ะย่ะค่ะ คุณหนูชีชีบอกให้ท่านห้ามลืมนางเด็ดขาดนะพ่ะย่ะค่ะ”

“อืม ได้ยินแล้ว” โม่หานชิงกำลังปิดตาทั้งสองข้าง ตอบรับเขาอย่างเย็นชา

“คือ...ท่านจะไม่ตอบนางสักประโยคหรือพ่ะย่ะค่ะ” สือเอ้อร์มองไปยังใบหน้าเรียบเฉยของโม่หานชิง ปากมากออกไปประโยคหนึ่งอย่างเสียไม่ได้

“จะให้ตอบอย่างไร” โม่หานชิงลืมตาขึ้น ดวงตาสีนิลลึกล้ำมองตรงมายังสือเอ้อร์ เอ่ยถามออกไป

“ตัวอย่างเช่น ชีชี ข้าจะไม่ลืมเจ้าเด็ดขาด เจ้าจงวางใจ” สือเอ้อร์คิดไปคิดมา จากนั้นจึงเอ่ยกับนายน้อยของตนอย่างตั้งใจ “หรือว่า ชีชี รอจนข้าโตแล้วข้าจะกลับมาสู่ขอเจ้าน่ะพ่ะย่ะค่ะ”

“……” โม่หานชิงเมื่อได้ฟังคำพูดของเขา ดวงตาสีนิลคู่นั้นก็หรี่ลงอย่างอดไม่ได้ นัยน์ตาเปล่งประกายอำมหิตออกมา

“แค่กๆ...คือว่า...” สือเอ้อร์กระแอมไอออกมาอย่างเก้อเขิน แล้วจึงมองไปยังแม่กุญแจหยกฉางมิ่งที่นายน้อยของตนกุมไว้ในมือ ยืนมือชี้ออกไปเบาๆ “คือ...คุณหนูชีชีให้สิ่งของแทนใจกับท่าน....ท่านจะไม่ให้อะไรนางกลับสักอย่างหรือพ่ะย่ะค่ะ”

“……” โม่หานชิงได้ฟังดังนั้น ก็ก้มหน้าลงมองแม่กุญแจหยกฉางมิ่งบนฝ่ามือของตน


แม่กุญแจหยกฉางมิ่งวางราบอยู่บนฝ่ามือของเขานิ่งๆ ทอประกายแสงอย่างน่าหลงไหล


เขาจ้องไปที่แม่กุญแจหยกในมือชั่วขณะ จากนั้นจึงพลิกแม่กุญแจหยกไปด้านหลัง

“เจ็ดเดือนเจ็ดหอสราญ ยามวิกาลไร้ผู้ใดใคร่ครวญหา” เขาอ่านตัวอักษรที่สลักอยู่บนนั้นออกมาเบาๆ แล้วจึงเงยหน้าขึ้น มองไปที่สือเอ้อร์ด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึก เอ่ยเสียงเย็นยะเยือก “อย่ามาล้อกันเล่นเลย เด็กผู้หญิงที่โหดเหี้ยมปานนั้น ยากนักกว่าที่จะสะบัดนางหลุดไปได้ ข้านั้นดีใจจนแทบจะรอไม่ไหว”

“หา?” เมื่อสือเอ้อร์ได้ยินประโยคนี้ ก็อึ้งไปน้อยๆ อย่างเสียไม่ได้

โม่หานชิงกวาดตามองเขาครู่หนึ่ง จากนั้นจึงเปิดผ้าม่านหน้าต่างออก โยนแม่กุญแจหยกออกไปนอกหน้าต่างอย่างไม่สนใจ “สิ่งของแบบนี้ ข้าไม่ต้องการ”

“คุณชาย...” สือเอ้อร์มองไปยังเขาถลึงตาโตอ้าปากค้าง


ภายในรถม้าพลันกลับไปเงียบสงบดังเดิม


โม่หานชิงปิดตาลงอีกครั้ง ท่าทางเหมือนกับว่าไม่อยากจะสนทนาหัวข้อนี้ต่อ

ทว่าไม่รู้เพราะเหตุใด เมื่อเขาปิดตาลง เบื้องหน้าก็กลับปรากฏเงาร่างบางเล็กน่ารักอย่างควบคุมไม่อยู่

นางยืนอยู่ด้านนอกหน้าต่างของรถม้า บนใบหน้าอิ่มเอิบขาวอมชมพูนั้น เป็นใบหน้าที่ใกล้จะร้องไห้เต็มที ตรงกลางของนัยน์ตาปราดเปรียว ราวกับมีไอน้ำบางๆ รื้นขึ้นอีกชั้นอยู่รำไร

นางนั่งอยู่ในมุมห้องภายในบ้านไม้หลังเล็ก มองเขาด้วยดวงตาเป็นประกาย เอ่ยอย่างดีอกดีใจ กงจื่อ เจ้าจะเป็นสามีของข้าในอนาคต

นางอยู่ในค่ายพักแรมของรังโจร ใบหน้าเล็กมอมแมมเลอะฝุ่น ทว่ากลับกล่าวต่อคนทั้งหลายอย่างกล้าหาญว่า เขาเป็นฮูหยินพรรคของนาง


---------------​---------------​---------------​-----



ตอนที่ 100  เจ้าห้ามลืมข้าเด็ดขาด (15)

โม่หานชิงขมวดคิ้วแน่น เปิดตาขึ้นช้าๆ

ภายในรถม้ายังคงเงียบสงัด สือเอ้อร์กำลังนั่งก้มหน้าอยู่ตรงหน้าเขา ไม่รู้ว่าคิดสิ่งใดอยู่เช่นกัน

โม่หานชิงหันหน้ามองไปนอกหน้าต่างแวบหนึ่ง ผ้าม่านขวางกั้นแสงอาทิตย์ยามเช้าเอาไว้ ทำให้ภายในรถม้าเกิดเป็นบรรยากาศเยียบเย็น


ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ภายในใจของเขาจึงรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุ


เมื่อปิดตาลงอีกครั้ง เงาร่างสีชมพูอ่อนนั้นก็ยังคงอยู่ตรงหน้าโดยที่สะบัดอย่างไรก็ไม่หลุด

นางตกลงมาจากต้นไม้ ทับอยู่บนร่างของเขา นัยน์ตาสุกใสจ้องมองมายังเขา

นางใช้งูตัวเล็กสีเขียวมรกตที่ออกมาจากแขนเสื้อ ข่มขู่เขา ให้เขาเรียกนางว่าอาจารย์

นางดึงข้อมือเขาไว้ ลากเขาไปอาบน้ำอย่างไร้คำอธิบายล่วงหน้า ทั้งยัง....ถอดเสื้อผ้าเขาออกจนหมด.......


ในใจของโม่หานชิงรู้สึกหนาวเหน็บ เขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง บนใบหน้าขาวบริสุทธิ์กลับมีรอยแดงบางๆ ปรากฏขึ้น

“สือเอ้อร์”

หลังจากนิ่งเงียบไปชั่วขณะ เขาก็เอ่ยปากร้องเรียกด้วยเสียงทุ้มต่ำ

“พ่ะย่ะค่ะนายน้อย” สือเอ้อร์รีบเงยหน้าขึ้นมองไปที่เขา ขานรับด้วยความเคารพ

“ไปเก็บแม่กุญแจหยกนั้นกลับมาให้ข้า” สีหน้าของโม่หานชิงดูราวกับไม่เป็นตัวของตัวเองเล็กน้อย เขาเอ่ยปากสั่งการอย่างเย็นชา

“หา?” สือเอ้อร์ตะลึงไปเล็กๆ มองเขาด้วยสายตาฉงน

“ไป” โม่หานชิงถลึงตาใส่เขาแวบหนึ่ง แล้วจึงปิดตาลงอีกครั้ง ทว่ารอยแดงบนใบหน้ากลับชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ

“พ่ะย่ะค่ะ” สือเอ้อร์รีบลุกขึ้น แทรกตัวออกไปทางหน้าต่าง ไม่สนใจสายตาสงสัยของเหลิ่งลิ่วที่กำลังขับรถม้าอยู่ แล้วพุ่งทะยานไปทางด้านหลังของรถม้าในทันที


ผ่านไปไม่นาน

ในมือของสือเอ้อร์กำหยกขาวไขมันแพะอันนั้นเอาไว้ แทรกตัวกลับเข้ามาทางหน้าต่างรถอีกครั้ง

เขาคุกเข่าลงข้างหนึ่งตรงหน้าของโม่หานชิง ชูหยกขาวไขมันแพะรูปกุญแจฉางมิ่งในมือไปตรงหน้าเขา แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคารพ “นายน้อย เก็บกลับมาเรียบร้อยแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

“อื้อ” โม่หานชิงก้มหน้าลง นัยน์ตาลึกล้ำเหลือบลงน้อยๆ มองหยกแม่กุญแจฉางมิ่งในมือของเขา ใช้นิ้วคีบขึ้นมาอย่างเบามือ

แม่กุญแจหยกให้ความรู้สึกเย็นวาบอยู่ในอุ้งมือ ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด กลับทำให้ความรู้สึกหงุดหงิดในจิตใจส่วนลึกของเขาค่อยๆ จางหาย

“นายน้อย” สือเอ้อร์ลุกขึ้นยืน กลับไปนั่งลงบนที่นั่งของตนเอง มองไปยังโม่หานชิงที่อยู่ตรงหน้าด้วยสายตาซับซ้อน พอเขาอ้าปากโดยที่ยังไม่ทันได้พูดอะไรออกมา ก็ถูกโม่หานชิงถลึงตาอำมหิตกลับมา

“ของที่ผู้อื่นให้มา โยนทิ้งไปง่ายๆ เป็นการกระทำที่ไร้มารยาท” โม่หานชิงกุมแม่กุญแจหยกไว้ในมือ มองสือเอ้อร์ด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึก เอ่ยเสียงเรียบเย็น “เปิ่นหวัง....ไม่ใช่คนไม่รู้จักมารยาทเช่นนั้น”

“เอ่อ...คือ...นายน้อยพูดถูกยิ่งนักพ่ะย่ะค่ะ” สือเอ้อร์พยักหน้าเร็วติดๆ กัน หันกลับไป ไม่กล้าที่จะมองหน้าโม่หานชิงอีก

ไม่รู้ว่าใคร เมื่อเจอหน้าก็สั่งให้คนจัดการเด็กหญิงอายุห้าขวบ

เรื่องเช่นนี้นั้น คงถือได้ว่ารู้จักการกระทำที่มีมารยาทกระมัง.....


แน่นอนว่าคำพูดเหล่านี้ สือเอ้อร์กล้าแค่เพียงพึมพำในใจเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนกับโม่หานชิงนั้น เขาไม่กล้าพูดออกไปอย่างแน่นอน


แสงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณค่อยๆ สูงขึ้น รถม้าหรูหราโอ่อ่าคันนั้น ภายใต้แสงที่สาดส่องระยิบระยับลงมา ทอเป็นประกายบางเบา

สายลมในฤดูใบไม้ผลิอันแผ่วเบาพาดผ่าน กลิ่นหอมหวานของดอกไม้และกลิ่มหอมสดชื่นของต้นไม้พัดผ่านไป กลีบดอกไม้ลอยร่วงหล่นหมุนวนไปทั่วท้องฟ้า

นิ้วเรียวยาวขาวบริสุทธิ์ของโม่หานชิงกุมหยกขาวไขมันแพะในมือไว้แน่น นิ่งเงียบไปเนิ่นนาน จากนั้นจึงค่อยๆ นำหยกขาวนั้นแขวนไว้บนคอของตน





แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น