ปนิตา / มุมลับ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

คนป่วยดื้อ (ต่อ)

ชื่อตอน : คนป่วยดื้อ (ต่อ)

คำค้น : ปราบพยศบงการรัก, ผู้ปกครอง, เด็กในอุปการะ, ปนิตา

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 431

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ธ.ค. 2560 12:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
คนป่วยดื้อ (ต่อ)
แบบอักษร

            วัชมนมีนัดที่ร้านกาแฟ แต่ว่าเธอออกมาก่อนเวลาเล็กน้อยจึงได้สั่งกาแฟมาดื่มรอไปพลาง ๆ  ระหว่างนั้นมีโทรศัพท์จากพ่อของเธอที่อยู่จังหวัดน่านโทรเข้ามา หญิงสาวจึงได้รีบกดรับ

            “สวัสดีค่ะพ่อ วันนี้โทรหาลูกสาวได้ สงสัยฝนจะตกหนัก”

            (เอ็งก็พูดเกินไป คิดว่าพ่อจะคิดถึงลูกสาวไม่เป็นหรือไง)

            “งั้นแสดงว่าคิดถึงอย่างเดียว ไม่ได้มีเรื่องอื่นใช่ไหมคะ?”

            (ไม่ใช่! มนช่วยโอนเงินให้พ่อสักห้าหมื่นสิ พ่อมีไม่พอ เขาจะเอาสองแสน พ่อเหลือแค่แสนห้าตอนนี้)

            “พ่อจะปล่อยกู้ทำไมเยอะแยะ ถ้าเก็บคืนไม่ได้ขึ้นมาเงินก็สูญหมด ได้ไม่คุ้มเสียนะพ่อ”

            (ไม่สูญหรอกน่ะ รายนี้มีโฉนดมาค้ำด้วย ที่ดินมันสวยน่ะพ่ออยากได้ ถ้าเขาไม่มีส่งเราก็ได้ที่ดินไง ถ้าซื้อที่ตรงนั้น ราคาแค่นี้ถือว่าถูกมากนะ)

            “อะ ๆ ก็แล้วแต่พ่อแล้วกันค่ะ แต่ดูให้มันดี ๆ นะพ่อ ระวังจะชวดทั้งเงิน ชวดทั้งที่ดินล่ะ รายอื่น ๆ ก็ด้วย”

            (เออน่า เอ็งนี่มันเป็นลูกหรือว่าเป็นแม่กันแน่วะ)

            “เดี๋ยวบ่าย ๆ ฉันโอนให้นะพ่อ ตอนนี้ยังไม่ว่าง ฉันมีนัด แค่นี้ก่อนนะพ่อ”

            (เอ็งนัดกะใครวะ มันสำคัญกว่าพ่ออีกหรือไง) ผู้เป็นพ่อพยายามส่งเสียงเรียก แต่ก็ไม่ได้รับความสนใจจากวัชมนเสียแล้ว เธอตัดสายไปเพราะคนที่นัดให้เธอออกมานั้นกำลังเดินตรงเข้ามาหาเธอ



            ช่วงบ่ายที่คฤหาสน์โคนเซอร์ หลังจากที่พักรับประทานอาหารเที่ยงกันเสร็จแล้ว มหรรณพและนิลุบลก็กลับเข้าไปในห้องทำงานอีกครั้ง โดยที่ชายหนุ่มไม่ได้สนใจจะกินยาที่คุณแม่บ้านวางเอาไว้ให้บนโต๊ะอาหาร จนกระทั่งป้าแจ่มเดินเข้ามาเจอตอนที่มาเก็บโต๊ะอาหาร

            “นี่คุณหนูไม่ได้กินยาเหรอเนี่ย ทำไมดื้ออย่างนี้นะ” เสียงบ่นออกมาจากคุณแม่บ้านอาวุโส พร้อมกับอาการส่ายหัวให้กับเจ้านายคนเดียวที่เหลือ

            “ใครดื้อกันคะป้าแจ่ม?” ดารินเดินเข้ามาในบ้าน มองไม่เห็นใคร จึงเดินหาและได้ยินเสียงบ่นแว่ว ๆ จึงได้เดินเข้ามาถาม

            “ก็คุณหนูน่ะสิคะ ไม่สบายก็ไม่ยอมกินยา ป้าอุตส่าห์วางยาหลังอาหารไว้ให้ที่โต๊ะนี่”

            “แล้วตอนนี้ลูก้าร์อยู่ที่ไหนคะ เดี๋ยวดาเอาไปให้เขากินเองค่ะ”

            “อยู่ในห้องทำงานค่ะ ป้ารบกวนหน่อยนะคะ” ป้าแจ่มเดินถือถาดแก้วยาและน้ำมาส่งให้ดาริน พร้อมทั้งบอกพิกัดเรียบร้อย

            “ได้ค่ะ เดี๋ยวดาจัดการให้เอง”

            หญิงสาวส่งยิ้มสดใสให้ผู้อาวุโส รับถาดยามาแล้วเดินไปทางห้องทำงานของมหรรณพอย่างไม่คิดจะรั้งรอ



            ก๊อก...ก๊อก... เสียงเคาะประตูดังขึ้นและเปิดออกทันที โดยไม่ต้องรอคำอนุญาตใด ๆ ทำให้คนที่อยู่ในห้องทั้งสองคนละสายตาจากงานตรงหน้า หันไปมองที่สาวสวยกันเป็นตาเดียว

            “ลูก้าร์ขา คุณยังไม่ได้ทานยาหลังอาหารเลยนะคะ เดี๋ยวจะไม่หายนะคะคนดี” ดารินเดินถือถาดยาตรงเข้าไปหามหรรณพ โดยไม่ได้สนใจว่าจะมีคนอื่นนั่งอยู่ในห้องด้วยหรือไม่ พร้อมกับส่งเสียงใสสวีตหวาน จนนิลุบลที่นั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะเล็กตรงโซฟาถึงกับแอบเหลือบตามองบน ก่อนจะกลับมาสนใจงานตรงหน้าของตัวเอง

            “ดามาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ”

            “เมื่อกี้ค่ะ มาถึงก็ได้ยินเสียงป้าแจ่มบ่นว่าคุณไม่ยอมทานยา ดาก็เลยถือเอามาให้นี่ละค่ะ” ดารินหาที่ว่างบนโต๊ะทำงานของชายหนุ่มวางถาดยาเล็ก ๆ ไว้จนได้ เสร็จแล้วก็เดินเข้าไปนั่งอิงอยู่ที่พนักวางแขนเก้าอี้ตัวใหญ่ที่ชายหนุ่มนั่งอยู่ สองแขนยื่นไปโอบไหล่กว้าง

            “ผมไม่ได้เป็นอะไรแล้วครับ หายแล้ว ทำงานได้แล้วด้วยเห็นไหมล่ะ ว่าแต่คุณเถอะ มาถึงนี่อย่าบอกนะว่าจะชวนผมออกไปเที่ยว”

            “ก็คุณไม่ให้บอกแล้วนี่คะ” ดารินทำหน้างอ เหมือนเซ็งที่ถูกดักคอเอาไว้

            “หึหึ คุณก็เห็นว่างานผมยุ่งแค่ไหน” มหรรณพใช้สายตาส่ายไปที่แฟ้มงานและกระดาษแบบแปลนที่วางกอง ๆ เอาไว้ในห้อง เป็นการยืนยันด้วยหลักฐานอีกครั้ง “เอาไว้หลังจบโปรเจคนี้ก่อนนะครับ แล้วเราค่อยไปเที่ยวกัน”

            “ก็ได้ค่ะ แล้วคุณมีงานอะไรให้ดาช่วยไหมคะ ดาอยู่เฉย ๆ ดาก็เบื่ออ่ะ”

            “งานของผมมันคนละสายกับที่คุณเรียนมาน่ะสิ งานก่อสร้างมันไม่ค่อยจะไปกันได้กับงานแฟชั่นเท่าไหร่นะผมว่า ไหน ๆ คุณก็เรียนออกแบบเสื้อผ้ามา ไม่คิดที่จะทำแบรนด์ของตัวเองบ้างเหรอ เปิดร้านขายเสื้อผ้าอย่างที่คุณชอบไง”

            “ดาก็คิดอยู่เหมือนกันนะ แต่ไม่รู้จะเริ่มด้วยอะไรก่อนดีค่ะ กลัวทำแล้วแป้กพ่อกับแม่จะว่าเอาน่ะสิคะ หาว่าดาเอาเงินของท่านมาละลายหมดอีก”

            “ผมว่าคุณอาทั้งสองไม่คิดอย่างนั้นหรอกนะ แค่ดาคิดที่จะทำงานท่านก็ดีใจแล้วละผมว่านะ แต่ถ้าดายังไม่อยากเปิดร้านเพราะกลัวว่าจะไม่รอด ก็ออกแบบมาแล้วขายทางเน็ตดูก่อนไหมล่ะ เริ่มจากเล็ก ๆ ก่อนก็ได้นี่ ถ้ามันดีมีลูกค้าเยอะก็ค่อยเปิดหน้าร้านก็ได้”

            “จริงด้วยค่ะ ลูก้าร์นี่น่ารักที่สุดเลย ถ้าอย่างนั้นดากลับไปทำเว็บของดาเลยดีกว่าค่ะ” ดารินยิ้มร่าดีใจ มอบหนึ่งจุ๊บให้ชายหนุ่มเป็นของรางวัลสำหรับการแนะนำดี ๆ อีกด้วย นิลุบลที่ได้ยินคำแนะนำของชายหนุ่มไปด้วย ก็นึกชื่นชมด้วยเช่นกัน ไม่คิดว่าเขาจะคิดเล็กก็เป็น นึกว่าจะเป็นคนหน้าใหญ่ใจโต ทำอะไรต้องโชว์ต้องอวดและแสดงศักยภาพเต็มที่อย่างไม่ต้องคิดหน้าคิดหลังตามประสาลูกคนรวยเสียอีก



            ช่วงเย็นณรงค์ฤทธิ์มาหามหรรณพที่บ้านเพื่อเอาเอกสารเข้ามาให้ ชายหนุ่มเจ้าของบ้านเดินออกมาต้อนรับผู้อำนวยการบริษัทด้วยตนเองที่ห้องโถงใหญ่

            “นี่เป็นเอกสารอัพเดตราคาวัสดุก่อสร้าง อาให้จัดซื้อเขาทำขึ้นมาใหม่เพิ่งเสร็จวันนี้เลย” ณรงค์ฤทธิ์พูดพร้อมกับยื่นแฟ้มเอกสารให้มหรรณพรับไป

            “ขอบคุณมากครับคุณอา”

            “แล้วตอนนี้ไปถึงไหนแล้วล่ะ เสร็จไปกี่เปอร์เซ็นต์แล้ว”

            “เจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์แล้วครับ แบบเสร็จแล้ว คุณอาเอาราคาวัสดุมาให้ก็จะได้เริ่มคำนวณวัสดุแล้วก็ราคากันเลยครับ”

            “ให้อาช่วยไหมล่ะ”

            “ไม่เป็นไรครับ ผมอยากทำทุกอย่างด้วยตัวเองก่อน เสร็จแล้วผมจะให้คุณอาช่วยตรวจสอบให้อีกทีนะครับ”

            “ก็ได้หลานชาย ต้องการข้อมูลอะไรอีกก็บอกมาได้เลย อาช่วยเต็มที่ แล้วเห็นคุณยุทธ์บอกว่าหลานได้ผู้ช่วยแล้วด้วยใช่ไหม เป็นยังไงบ้าง ช่วยได้เยอะไหม?”

            “ก็ได้อยู่นะครับ ผ่อนงานผมไปหลายเรื่องเหมือนกัน” ชายหนุ่มพูดถึงผู้ช่วยของเขาด้วยแววตาชื่นชม ไม่คาดคิดมาก่อนเหมือนกันว่าเด็กฝึกงานปากกล้าอย่างนิลุบลจะสามารถช่วยงานเขาได้

            “ดีแล้ว เราจะได้พักบ้าง หน้าตาดูซีด ๆ นะ ไม่สบายก็กินยาแล้วไปนอนพักเถอะ ถ้าจะต้องไปนอนชื่นชมชัยชนะของตัวเองในโรงพยาบาล มันจะไม่สนุกเอา”

            “ขอบคุณครับคุณอา ที่เป็นห่วง” มหรรณพยกมือไหว้ผู้ใหญ่ด้วยความรู้สึกขอบคุณและซึ้งใจ

            ณรงค์ฤทธิ์อยู่คุยกับมหรรณพอีกแป๊บเดียวก็ขอตัวกลับ ชายหนุ่มเจ้าของบ้านจึงได้กลับเข้าห้องทำงานเช่นเดิม แต่คงเป็นเพราะการที่เขาไม่ยอมนอนพัก ยาก็ไม่ได้กิน จึงทำให้ไข้กลับมาอีกครั้ง

            ปึ้ง! เสียงร่างหนาเซกระแทกเข้ากับประตูห้อง จนนิลุบลที่นั่งทำงานอยู่ตกใจเงยหน้าขึ้นมาดู

            “คุณ!” เสียงอุทานเรียกชายหนุ่มด้วยความตกใจ ก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปประคองร่างใหญ่ไม่ให้ล้มลงไปเสียก่อน มหรรณพที่สติมีอยู่ริบหรี่พยายามพยุงตัวเองให้ยืนอยู่ด้วยเช่นกัน

            “คุณไปนั่งพักที่โซฟาก่อนนะ” นิลุบลพาชายหนุ่มเดินมาที่โซฟาด้วยความทุลักทุเล ทั้งนี้ก็เพราะน้ำหนักและความใหญ่โตของร่างกายเขานั่นเองที่เป็นอุปสรรค มหรรณพหมดแรงจะยั้งน้ำหนักตัวเอาไว้เมื่อพยายามก้าวขามาจนถึงโซฟา จึงได้ทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดลงบนโซฟาแถมยังทาบทับร่างบางของคนช่วยลงไปนอนอยู่ใต้ร่างของเขาอีกด้วย

            “โอ๊ย!” / “ว้าย! ตาเถร”

ความคิดเห็น