หอหมื่นอักษร

เชิญพับกบ เอ้ย ! พบกับเรื่องราวชวนอมยิ้มระหว่างคุณชายสุดซึนและเย่ชีชีสุดแสบ ในนิยายเรื่อง 'คุณชาย...ท่านจะรักข้าหรือไม่เล่า' ได้เลยเจ้าค่า เก๋อเก๋อรับประกันในความน่ารัก 100 เปอร์เซ็นต์เต็มเลยยยย >///<

ตอนที่ 97 เจ้าห้ามลืมข้าเด็ดขาด (12) / ตอนที่ 98 เจ้าห้ามลืมข้าเด็ดขาด (13)

ชื่อตอน : ตอนที่ 97 เจ้าห้ามลืมข้าเด็ดขาด (12) / ตอนที่ 98 เจ้าห้ามลืมข้าเด็ดขาด (13)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.8k

ความคิดเห็น : 17

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ธ.ค. 2560 15:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 97 เจ้าห้ามลืมข้าเด็ดขาด (12) / ตอนที่ 98 เจ้าห้ามลืมข้าเด็ดขาด (13)
แบบอักษร



ตอนที่ 97  เจ้าห้ามลืมข้าเด็ดขาด (12)

ทว่าเมื่อนางวิ่งไปยังที่พักของโม่หานชิง ก็พบว่าวันนี้ไม่เพียงแต่ด้านในว่างเปล่าไร้ผู้ใด แม้กระทั่งของตกแต่งเล็กน้อยด้านในที่เคยมี ก็ยังถูกจัดเก็บเรียบร้อยแล้วทั้งหมด

ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด จู่ๆ เย่ชีชีก็รู้สึกสันสนขึ้นในใจ นางรีบคว้าตัวองครักษ์ที่เดินผ่านไปอย่างไม่รอช้า ถามขึ้นอย่างรีบร้อน “โม่กงจื่อเล่า”

องครักษ์ที่แต่เดิมกำลังเดินลาดตระเวรอยู่นั้น จู่ๆ ก็ถูกคว้าเสื้อ ก้มหน้าลงมอง พบว่าเป็นคุณหนูเล็กของตน  จึงรีบทำท่าแสดงความเคารพเย่ชีชีพร้อมเอ่ยว่า “คุณหนูเล็ก!”

“ข้าถามว่าโม่กงจื่อล่ะ” ดวงตาดำโตของเย่ชีชีจ้องตรงไปที่เขา บนใบหน้าเต็มไปด้วยอาการร้อนใจ

“วันนี้คุณชายโม่เขาได้ลงจากเขาไปตั้งแต่เช้ามืดแล้วขอรับ” องครักษ์คนนั้นอึ้งไปเล็กน้อย จากนั้นจึงเอ่ยตอบเย่ชีชีด้วยท่าทางเคารพนบนอบ “เหล่าองครักษ์ที่มาด้วยกันกับเขา ไม่กี่วันมานี้ก็เริ่มเก็บของกันแล้วขอรับ”

“ลงเขาไปแล้ว?”

เย่ชีชีตะลึงงันไปทั่วร่าง

นางแค่คิดทบทวนความผิดอยู่ในที่พักเจ็ดวันเท่านั้น เหตุใดโม่กงจื่อไม่พูดอะไรสักคำก็ลงเขาจากไปได้เล่า

“พวกเขาเดินลงไปจากทางไหน”

“เรื่องนี้......” องครักษ์คนนั้นลังเลอยู่ชั่วขณะ อีกทั้งยังรู้เรื่องที่ว่านายท่านไม่อนุญาตให้คุณหนูชีชีลงเขาตามอำเภอใจ จึงมิรู้ว่าควรตอบนางเช่นไร

วินาทีต่อมา งูตัวเล็กสีเขียวมรกตก็ปีนขึ้นไปบนคอขององครักษ์ผู้นั้น ลิ้นสีแดงสดของมันแลบออกมาตรงผิวที่คอของเขา ส่งเสียง “ฟ่อ ฟ่อ”

“หากไม่พูด ก็ต้องตายอยู่ที่นี่เดี๋ยวนี้” แม้เย่ชีชีจะไม่สูงนัก ทว่าพลังงานที่ส่งออกมาขณะที่คว้าคอเสื้อขององครักษ์คนนั้นไว้ กลับยิ่งใหญ่เสียจนน่ากลัว นางหรี่ตากลมโตใสคู่นั้น ภายใดดวงตาเต็มไปด้วยรังสีอำมหิต

“ฟ่อฟ่อ” หลังจากได้ยินคำพูดของเย่ชีชี งูตัวเล็กสีเขียวมรกตก็อ้าปากกว้าง พลันเผยให้เห็นเขี้ยวพิษซึ่งทั้งยาวทั้งแหลมคมสองข้าง

“จากทางประตูใหญ่ขอรับ! ทางเดินเส้นที่ออกไปจากประตูใหญ่ เดินต่อไปเรื่อยๆ ครึ่งของแนวสันเขาจะมีจุดจอดพักแห่งหนึ่ง รถม้าที่แคว้นโม่กั๋วส่งมารับคุณชายโม่ จอดอยู่ที่นั่น”


เย่ชีชีอยู่ในหมู่บ้านก็ทำตามใจตัวเองมาโดยตลอด นอกเสียจากปรมาจารย์เย่เจวี่ยแล้ว นางก็ไม่กลัวฟ้าไม่เกรงดินอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นในเวลานี้ คำพูดที่นางบอกจะให้องครักษ์คนนั้นตายที่นี่เดี๋ยวนี้ เขากลับไม่มีความสงสัยเลยแม้แต่น้อย

เมื่อองครักษ์คนนั้นเอ่ยจบ ก็รู้สึกเพียงมีเงาร่างสีชมพูแวบผ่านไป งูพิษที่เมื่อครู่ยังเลื้อยอยู่บนคอของตน ก็ไม่เหลือแม้แต่เงา


เย่ชีชีใช้วิชาตัวเบาตลอดทาง ทะยานตัวลงเขามาอย่างรวดเร็ว ในที่สุดก็มองเห็นจุดพักที่ครึ่งสันเขาอยู่ไกลๆ รถม้าสวยตระการตาที่กำลังห้อมล้อมด้วยทหาร กำลังเตรียมตัวจะเคลื่อนลงเขาไปอย่างช้าๆ

“กงจื่อ...กงจื่อ...” ในใจของเย่ชีชีร้อนรน จึงพลันตะโกนขึ้นพร้อมกับพุ่งเข้าไปหารถม้าคันนั้น

คุณชายโม่ที่นั่งอยู่ในรถม้า ราวกับได้ยินเสียงหวานอ่อนร้องเรียกตนเองอยู่เลือนราง เขาขมวดคิ้วเข้าหากันน้อยๆ จากนั้นจึงเปิดผ้าม่านออกไป เอ่ยเสียงเรียบเย็นกับเหลิ่งลิ่วที่กำลังขับรถม้า “เหลิ่งลิ่ว รอก่อน”

“คุณชาย?” หลังจากที่เหลิ่งลิ่วได้ยินคำพูดของโม่หานชิง เขาก็รีบหยุดรถม้าเอาไว้ หันหน้ากลับไปมองเขาด้วยแววตาไม่แน่ใจ

ทว่าผ้าม่านของรถม้ากลับปิดลงไปเสียแล้ว


หลังจากผ่านไปชั่วขณะ


“กงจื่อ” น้ำเสียงใสกังวานที่เจือปนไปด้วยเสียงหอบหายใจ หยุดลงที่ด้านนอกของรถม้า

ในใจของโม่หานชิงพลันสั่นไหว มือขาวบริสุทธิ์ดุจหยกเนียนแหวกม่านของรถม้าออกอย่างแผ่วเบา มองออกไปด้านนอกหน้าต่าง

เห็นเงาร่างบางเล็กน่ารักยืนอยู่ที่นอกหน้าต่างนั่น


--------------------​----------​----------​----------​



ตอนที่ 98  เจ้าห้ามลืมข้าเด็ดขาด (13)

บนใบหน้าอิ่มเอิบขาวอมชมพู เนื่องจากเร่งรีบมาตลอดทาง ทำให้ดูแดงขึ้นอยู่จางๆ อย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่โตสีดำสนิท จ้องมองมาที่เขาอย่างไม่กะพริบตา ปากเล็กสีแดงชุ่มชื้นนั้นกำลังอ้ากว้างเพื่อหอบหายใจ

ดวงตาสีนิลลึกล้ำของโม่หานชิงจ้องมองไปที่นางอย่างนิ่งสงบอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดริมฝีปากบางก็ขยับไปมาเล็กๆ กล่าวขึ้นด้วยเสียงต่ำ “เย่ชีชี”

“กงจื่อ เจ้าจะไปแล้วหรือ” เย่ชีชีแหงนศีรษะเล็กปุกปุย มองร่างที่นั่งตัวตรงอยู่ด้านหลังของหน้าต่างรถม้า

บนใบหน้างดงามหล่อเหลา ไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกดั่งเช่นที่ผ่านมา ดวงตาลึกล้ำคู่นั้นเหลือบลงเล็กน้อยมองมาที่ตน กึ่งกลางของนัยน์ตาประดุจหยกนิลนั้นสะท้อนเป็นเงาร่างเล็กของนาง

“อืม” โม่หานชิงมองไปที่นาง พยักหน้าเบาๆ

“แต่เจ้าบอก...จะอยู่ที่นี่หนึ่งเดือนมิใช่หรือ...ทำไม...ทำไม....”


ทำไมถึงจะจากไปเร็วเพียงนี้......


น้ำเสียงของเย่ชีชีนั้นแฝงด้วยอาการหอบอยู่น้อยๆ นางมองเงาร่างงามสง่าของเขา ไม่รู้เพราะเหตุใดคำพูดประโยคหลังนั่นจึงเอ่ยถามไม่ออก

โม่หานชิงนิ่งเงียบไปชั่วขณะ จากนั้นจึงเอ่ยตอบเสียงเรียบ “เรื่องราวทางนั้นจัดการเรียบร้อยพอสมควรแล้ว ข้าจึงต้องกลับไป”

“อ่อ...”

นัยน์ตาปราดเปรียวของเย่ชีชีมีความผิดหวังที่ปิดไว้ไม่มิด

โม่หานชิงมองมาที่นาง นางไม่พูด เขาก็ไม่พูด

หลังจากที่คนทั้งคู่จ้องหน้ากันไปมาอย่างเงียบเฉียบอยู่เนิ่นนาน เย่ชีชีก็แค่นยิ้มที่มุมปากขึ้นด้วยความยากลำบาก น้ำเสียงอ่อนหวานเอ่ยกับเขา “ถ้าเช่นนั้นตลอดทางนี้ กงจื่อดูแลตัวเองให้ดี”

“ได้” โม่หานชิงตอบรับอย่างราบเรียบหนึ่งคำ

เย่ชีชีกัดริมฝีปากของตนเองไปมา เหมือนกับลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจู่ๆ ก็ยื่นมือออกไป ดึงหยกแม่กุญแจฉางมิ่งเส้นนั้นออกมาจากลำคอของตน

นางกำหยกนั้นไว้ในมือ ยกขึ้นไปด้านหน้าของหน้าต่าง เอ่ยกับโม่หานชิงเสียงอ่อน “กงจื่อ อันนี้ข้าให้เจ้า”

สายตาของโม่หานชิงตกลงไปบนหยกขาวไขมันแพะในมือนาง

ภายใต้แสงอาทิตย์ที่เจิดจ้า หยกขาวที่สลักอย่างวิจิตรบรรจงสลับซับซ้อนนั้น ทอประกายแสงอันนุ่มนวล

“ให้ข้า?” เขาอึ้งไปเล็กน้อย มองไปที่นางราวกับไม่เข้าใจอยู่เล็กน้อย

“ใช่” เย่ชีชีพงกศีรษะแรง แหงนใบหน้าเล็กขึ้นมองไปยังดวงตาของเขาอย่างตั้งใจ “สิ่งนี้มีไว้คุ้มครองให้ปลอดภัย ข้าให้เจ้า อย่างไรเสียข้าอยู่ในหมู่บ้านเฟยเห่อนั้นปลอดภัยเป็นที่สุด แต่ว่ากงจื่อ เจ้า......”

น้ำเสียงของนางชะงักไปเล็กๆ แล้วเอ่ยขึ้นต่อ “ท่านปู่บอกว่า โลกที่ข้างล่างภูเขานั้นโหดร้ายอันตราย ทั้งยังมีคนตามสังหารกงจื่อด้วย... เพราะฉะนั้น สิ่งนี้ข้าให้เจ้าก็แล้วกัน”

โม่หานชิงมองไปที่นาง นิ่งอยู่ชั่วครู่ จากนั้นจึงยื่นมือออกมาจากหน้าต่างรถ หยิบหยกแม่กุญแจฉางมิ่งไปจากฝ่ามือของนางอย่างแผ่วเบา “ขอบคุณ”


เย่ชีชีเผยรอยยิ้มเจิดจ้าให้กับเขา


“เวลาไม่รอใคร ข้าควรจะไปได้แล้ว” อุ้งมือของโม่หานชิงกุมหยกแม่กุญแจฉางมิ่งนั้นไว้ สายตานิ่งเฉยมองไปยังเย่ชีชี เอ่ยด้วยเสียงเรียบเย็น

“อื้อ...” เย่ชีชีกะพริบตาไปมา มือเล็กคู่นั้นจับชุดของตนไว้แน่น เอ่ยกับเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน “กงจื่อ เจ้า....เจ้าห้ามลืมข้าเด็ดขาดนะ”

“……” โม่หานชิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ไม่ตอบคำถามนาง เพียงแต่ละสายตาที่มองออกไปนอกหน้าต่างรถ มองไปยังเหลิ่งลิ่วที่กำลังขับรถอยู่ด้านหน้า เอ่ยขึ้นเสียงเรียบ “เหลิ่งลิ่ว ไปเถอะ”

“พ่ะย่ะค่ะ” หลังจากเหลิ่งลิ่วรับคำ ก็สะบัดแส้ยาวในมือ ตะโกนเสียงดัง “ไป!” รถม้าก็พลันเคลื่อนตัวออกไปอย่างช้าๆ

เย่ชีชีมองโม่หานชิงที่ปิดผ้าม่านลง ในใจเกิดความผิดหวังเล็กๆ อย่างมิอาจหลีกเลี่ยง






แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น