หอหมื่นอักษร
facebook-icon Instagram-icon

เชิญพับกบ เอ้ย ! พบกับเรื่องราวชวนอมยิ้มระหว่างคุณชายสุดซึนและเย่ชีชีสุดแสบ ในนิยายเรื่อง 'คุณชาย...ท่านจะรักข้าหรือไม่เล่า' ได้เลยเจ้าค่า เก๋อเก๋อรับประกันในความน่ารัก 100 เปอร์เซ็นต์เต็มเลยยยย >///<

ตอนที่ 93 เจ้าห้ามลืมข้าเด็ดขาด (8) / ตอนที่ 94 เจ้าห้ามลืมข้าเด็ดขาด (9)

ชื่อตอน : ตอนที่ 93 เจ้าห้ามลืมข้าเด็ดขาด (8) / ตอนที่ 94 เจ้าห้ามลืมข้าเด็ดขาด (9)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 4k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ธ.ค. 2560 12:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 93 เจ้าห้ามลืมข้าเด็ดขาด (8) / ตอนที่ 94 เจ้าห้ามลืมข้าเด็ดขาด (9)
แบบอักษร


ตอนที่ 93  เจ้าห้ามลืมข้าเด็ดขาด (8)


ลำแสงสีแดงสว่างพร่างพรายลูกหนึ่งพุ่งสูงขึ้นไป จากนั้นก็ระเบิดออกบนท้องฟ้าที่ยังไม่ทันจะมืดสนิท


โม่หานชิงกับเย่ชีชีเงยหน้าขึ้นมองแสงสีแดงที่อยู่บนท้องฟ้านั้นพร้อมกัน รอจนเมื่อมันสลายหายลับตา จึงได้ละสายตากลับมา


“เช่นนี้...อีกไม่นานเหล่าองครักษ์ก็คงจะมาแล้ว” โม่หานชิงหันไปมองเย่ชีชี เอ่ยเสียงต่ำ

“อือ” เย่ชีชีพยักหน้าลง



สายลมยามค่ำคืนพัดผ่าน ผมยาวสีดำสนิทของนางปลิวไสวแผ่วเบาอยู่กลางสายลม กลิ่นหอมอ่อนๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของนาง ค่อยๆ ลอยฟุ้งไปในอากาศ ตามสายลมอันแผ่วเบา

หลังจากสงบเงียบไปชั่วขณะ จู่ๆ โม่หานชิง ก็อ้าปากเรียกชื่อของนางด้วยเสียงต่ำ “เย่ชีชี”

“หืม?” เย่ชีชีเงยหน้าขึ้นมา กะพริบดวงตาคู่สวยมองตรงมาหาเขา

“รอจนพวกเขามาแล้ว เจ้ารู้ว่าควรพูดอย่างไรใช่หรือไม่” นัยน์ตาของเขาเหลือบลงมองผู้หญิงตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างหน้าของตน เอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“เอ่อ...” หลังจากที่เย่ชีชีอึ้งไปเล็กน้อย ทันใดนั้นนางก็ตั้งสติกลับมาได้ พยักหน้าพลางเอ่ย “รู้ ก็บอกว่าพวกเราสองคน หลายวันมานี้หลงทางอยู่ภายในป่า”

“อืม” โม่หานชิงตอบรับคำหนึ่ง ไม่พูดอะไรออกมาอีก

พวกเขาทั้งสองคนยืนอยู่ตรงข้ามกันที่ตีนเขาของภูเขาเยว่ชิงเช่นนั้น ไม่มีใครพูดอะไรต่อไปชั่วขณะ

เมื่อเวลาผ่านไปประมาณหนึ่งก้านธูป

เงาร่างสีดำทั้งเจ็ด ก็ลอยลงมาจากท้องฟ้าโดยพร้อมเพรียงกัน

เย่ชีชีคว้าหมับเข้าไปที่แขนเสื้อของโม่หานชิง เอ่ยออกมาอย่างตื่นเต้น “มาแล้ว!”

เงาร่างที่ตามมาด้านหลังของเงาดำทั้งเจ็ดติดๆ นั้น เป็นเงาร่างของคนในชุดสีเทาอ่อน

เงาร่างของคนในชุดสีเทาอ่อน ยังไม่ได้มาถึงด้านหน้าของเย่ชีชี แต่ก็มีเสียงดังลอยมาก่อนเสียแล้ว “ชีชี!”

เมื่อเย่ชีชีได้ยินเสียงนี้ที่คุ้นเคยนี้ ก็อดที่จะรู้สึกแสบจมูกไม่ได้ นางพุ่งเข้าไปหาเงาร่างนั้นโดยที่ดวงตาแดงก่ำ เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอัดอั้นตันใจ “ท่านปู่!”

ปรมาจารย์เย่เจวี่ยตามหลังของเหลิ่งลิ่วและพวกมา เขาติดตามระเบิดส่งสัญญาณที่เมื่อครู่จุดไปบนท้องฟ้ามายังที่แห่งนี้ ดวงใจที่ร้อนรนมานับครึ่งเดือน เมื่อมองเห็นเงาร่างบอบบางสีชมพูอ่อน ในที่สุดก็ปล่อยวางลงได้

“ฮือๆ...ท่านปู่” เย่ชีชีอ้าแขนทั้งสองข้างออก โถมตัวเข้าสู่อ้อมกอดของปรมาจารย์เย่เจวี่ยทันที

“เจ้าเด็กโง่!” ดวงตาของปรมาจารย์เย่เจวี่ยแดงก่ำอย่างอดไม่ได้ วินาทีต่อมา กลับดึงร่างของเย่ชีชีออกมาจากอ้อมกอดของตน แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงเข้มงวด “ครึ่งเดือนมานี้เจ้าหนีไปอยู่ที่ไหนมา หือ? เจ้ารู้บ้างหรือไม่ว่ามีคนมากเท่าไรที่ตามหาพวกเจ้าไปทั่วเทือกเขาไกลสุดลูกหูลูกตานี้บ้าง”

เขาพูดไปพลาง มืออีกข้างหนึ่งก็ตีลงไปบนก้นของเย่ชีชี

“ป้าบ ป้าบ” เสียงดังกึกก้องอยู่สองครั้ง

เย่ชีชีที่แต่เดิมตาแดงก่ำอยู่แล้ว ก็เบิกตาโตในทันใด

เมื่อผ่านไปครู่หนึ่ง นางถึงสูดลมหายใจไปมา ร้องไห้โฮอย่างหนักออกมาสุดเสียง

“ฮือ ท่านปู่ ท่านตีข้าได้อย่างไรเล่า”

“ข้าตีเจ้านั้นถือว่ายังเบานัก! เจ้ากลับไปทบทวนความผิดของตัวเองต่อหน้าผนังให้ข้าเจ็ดวัน” ปรมาจารย์เย่เจวี่ยที่โกรธเสียจนหนวดนั้นสั่นเทา ตะคอกใส่เย่ชีชี

“ดูสิว่ารอบหน้าเจ้ายังจะกล้าหนีไปไหนตามอำเภอใจอีกหรือไม่”

“ครั้งที่แล้วไปซ่อนอยู่ในรังโจร ปู่ทำโทษเจ้าเบาไปใช่หรือไม่  หืม? หลาบจำสักนิดก็ไม่มี”

“หากเจ้าเกิดเป็นอะไรขึ้นมา ข้าจะบอกพ่อแม่ของเจ้าได้อย่างไร”

น้ำเสียงของปรมาจารย์เย่เจวี่ยตะคอกรุนแรงมากขึ้นทุกขณะ

เย่ชีชีก้มหน้างุด ปิดปากเล็กที่กำลังส่งเสียงร้องไห้โฮอย่างหนักในชั่วพริบตา กระตุกไหล่ขึ้นลงไปมาครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างน่าสงสาร




--------------------------------------------------


ตอนที่ 94  เจ้าห้ามลืมข้าเด็ดขาด (9)


มือที่กำลังสั่นเทาของปรมาจารย์เย่เจวี่ยชี้ไปยังจมูกของเย่ชีชี ขยับปากไปมา เดิมทีเขายังคิดว่าจะดุอะไรนางต่อ แต่เมื่อมองเห็นท่าทางที่น่าสงสารเช่นนี้ของนาง ท้ายที่สุดก็ไม่ได้ดุออกไปแม้แต่คำเดียว

เขาถลึงตาใส่เย่ชีชีอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดก็ถอนหายใจยาวออกมา ย่อตัวลง ยื่นมือออกไปนำร่างเล็กบางของเย่ชีชีโอบเข้ามาในอ้อมกอด เอ่ยขึ้นด้วยเสียงสั่น “ครั้งต่อไปห้ามเที่ยวเล่นตามอำเภอใจแล้วนะ ได้ยินหรือไม่”

“อื้อ...” เย่ชีชีเอาศีรษะเล็กๆ ของตนพาดไปบนบ่าของปรมาจารย์เย่เจวี่ย เอ่ยตอบรับอย่างว่าง่าย

ด้านนี้ปรมาจารย์เย่เจวี่ยกำลังสั่งสอนเย่ชีชีเสียจนบรรยากาศมาคุ

ส่วนอีกด้าน เหลิ่งลิ่ว เหลิ่งชีไปจนถึงสือเอ้อร์ ทั้งเจ็ดคนต่างรายล้อมรอบตัวของโม่หานชิงเอาไว้ ดวงตาทั้งสิบสี่คู่สังเกตเขาหัวจรดเท้า เอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความห่วงใย

“นายน้อย ท่านไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”

“นายน้อย ครึ่งเดือนที่ผ่านมานี้ท่านหายไปไหนมา เหตุใดไม่ส่งสัญญาณเรียกพวกเราไปหาเล่าพ่ะย่ะค่ะ”

“นายน้อย ท่านกับแม่นางชีชีต้องลำบากกันมากใช่หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ เหตุใดเสื้อผ้าถึงได้ขาดวิ่นถึงเพียงนี้”

เมื่อปรมาจารย์เย่เจวี่ยได้ยินประโยคสุดท้าย เขาก็พลันตั้งสติขึ้นมาได้ในที่สุด ดึงร่างของเย่ชีชีออกมาจากอ้อมกอดของตน แล้วสังเกตตัวนางตั้งแต่หัวจรดเท้า


ที่เจ้าเด็กคนนี้สวมใส่นั้น ยังคงเป็นชุดเดียวกับที่เมื่อครึ่งเดือนก่อนนางได้หายตัวไป

เพียงแต่ชุดตรงหน้านั้น แทบจะไม่มีบริเวณไหนที่ไร้ซึ่งรอยขาด ทั้งรูเล็กรูน้อย เศษผ้าขาดเป็นวงถูกแขวนอยู่บนร่าง มีบางจุดที่มอมแมมเสียจนมองไม่ออกว่าเดิมทีนั้นเป็นสีอะไร

แต่ยังดีที่ใบหน้าของเจ้าเด็กคนนี้นั้นยังใสสะอาด ไร้ซึ่งรอยบาดแผลใดๆ กลับกันยังดูเหมือนว่ากลับกลมขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยเสียด้วย

“นี่มันเกิดอะไรกันขึ้น เวลาครึ่งเดือนที่ผ่านมานี้ พวกเจ้าสองคนไปอยู่ที่ไหนกันมา” ปรมาจารย์เย่เจวี่ยขมวดคิ้วคู่นั้น มองจ้องเย่ชีชีกับโม่หานชิงที่อยู่ตรงหน้า


ช่วงเวลาที่ผ่านมา องครักษ์ในหมู่บ้านเฟยเห่อและเหล่าองครักษ์ของโม่หานชิงแทบจะพลิกภูเขาที่รายรอบภูเขาเยว่ชิงค้นหากันแล้วหนึ่งรอบ ทว่าแม้แต่ปลายผมของพวกเขาทั้งคู่เพียงเส้นเดียวก็ยังหาไม่เจอ

“พวกเรา...” เย่ชีชีลังเลอยู่ในที หันหน้าไปมองโม่หานชิงแวบหนึ่ง จากนั้นก็ก้มหน้าลง เอ่ยตอบด้วยเสียงแผ่วเบา “พวกเราหลงทางในป่า...”

“หลงทาง?”

“เจ้าค่ะ...วันนั้นมีชายชุดดำกลุ่มหนึ่งต้องการจะสังหารโม่กงจื่อ หลังจากที่พวกเราจัดการพวกมันเรียบร้อย เดินไม่ระวัง...ก็เลยตกหน้าผาร่วงลงสู่ด้านล่าง...” เสียงแผ่วเบาของเย่ชีชียังคงพูดต่อไป “จากนั้น...จากนั้นก็หลงทางเสียแล้ว...”

“……” ปรมาจารย์เย่เจวี่ยมองพวกเขาทั้งคู่อย่างไร้คำพูดจะเอ่ย


ถูกลอบสังหารไม่เป็นอะไร แต่สุดท้ายกลับเดินตกไปเองเสียได้อย่างนั้นหรือ


พวกเขาอยากจะให้เขาโกรธจนกระอักเลือดเลยใช่ไหม!


นานอยู่ครู่หนึ่ง เขาสูดลมหายใจลึกเอ่ยว่า “เอาเถอะ เอาเถอะ ปลอดภัยกลับมาก็พอ ไปเถอะ กลับหมู่บ้านกัน”

“อื้อ...” เย่ชีชีก้มศีรษะลงพยักหน้าไปมา

โม่หานชิงชายมองเย่ชีชีครู่หนึ่ง ทันใดนั้นก็อ้าปากเบาๆ ร้องเรียก “สือเอ้อร์”

“พ่ะย่ะค่ะนายน้อย” สือเอ่อร์ย่อเข่าลงข้างหนึ่งอย่างทันที รับคำโม่หานชิงด้วยท่าทีเคารพ

“ไปแบกเย่ชีชี” หลังจากที่โม่หานชิงพูดประโยคนี้จบ ไม่แม้แต่จะมองมาที่เขาสักนิด กลับหมุนตัวเดินไปขึ้นไปบนทางขึ้นเขากลับไปหมู่บ้านเฟยเห่อ

“ห๊า?” สือเอ้อร์ตะลึงไปในทันใด ผ่านไปครู่หนึ่ง เมื่อตั้งสติได้ เขาจึงเดินไปตรงหน้าเย่ชีชีอย่างลังเลน้อยๆ หันหลังคุกเข่าลงตรงหน้าของนาง เอ่ยปากเรียกด้วยเสียงทุ้มต่ำ “คุณหนูชีชีขอรับ?”





แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น