หอหมื่นอักษร
facebook-icon Instagram-icon

เชิญพับกบ เอ้ย ! พบกับเรื่องราวชวนอมยิ้มระหว่างคุณชายสุดซึนและเย่ชีชีสุดแสบ ในนิยายเรื่อง 'คุณชาย...ท่านจะรักข้าหรือไม่เล่า' ได้เลยเจ้าค่า เก๋อเก๋อรับประกันในความน่ารัก 100 เปอร์เซ็นต์เต็มเลยยยย >///<

ตอนที่ 91 เจ้าห้ามลืมข้าเด็ดขาด (6) / ตอนที่ 92 เจ้าห้ามลืมข้าเด็ดขาด (7)

ชื่อตอน : ตอนที่ 91 เจ้าห้ามลืมข้าเด็ดขาด (6) / ตอนที่ 92 เจ้าห้ามลืมข้าเด็ดขาด (7)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.5k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ธ.ค. 2560 13:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 91 เจ้าห้ามลืมข้าเด็ดขาด (6) / ตอนที่ 92 เจ้าห้ามลืมข้าเด็ดขาด (7)
แบบอักษร




ตอนที่ 91  เจ้าห้ามลืมข้าเด็ดขาด (6)


“เสี่ยวเฮย?” เมื่อสายตาของเย่ชีชีกวาดมองไปยังหมีดำตัวนั้น ดวงตาก็พลันเป็นประกาย นางกระโจนตัวลงมา กระโดดไปที่ด้านหน้าของหมีดำตัวนั้น ดวงตาดำโตที่มองมันเต็มไปด้วยความหวัง ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “เจ้ารู้ว่าบ้านข้าไปทางไหนใช่หรือไม่”

ชั่วพริบตาที่เย่ชีชีกระโดดลงมา หมีดำตัวนั้นก็พลันตกใจ หมุนตัวแล้วคิดหนี

“อย่าหนีนะ” เย่ชีชีคว้าหมับเข้าที่ขนซึ่งติดกับผิวหนังบนคอของหมีดำ ทั้งร่างกระโจนไปหามัน ใช้ทั้งมือและเท้ากอดมันเอาไว้

“โอ๊ก” หมีดำเมื่อมองเห็นเย่ชีชีกระโดดมาบนหลัง มันก็พลันนึกถึงเรื่องที่ครั้งก่อนนางกระโดดขึ้นมาบนร่างของมันทำให้มันฟันร่วงไปหนึ่งซี่ ดังนั้นทั้งร่างของมัน จึงนอนราบลงไปบนพื้น อุ้งมือหมีปุกปุยคู่นั้นกุมไว้บนหัวของตัวเอง ราวกับเป็นตะแกรงร่อนน้ำตาลก็มิปาน ตัวสั่นเทาไม่หยุด

โม่หานชิงมองภาพตรงหน้าอย่างไร้คำพูดจะบรรยาย ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาเยื้องกรายไปข้างๆ เย่ชีชี ยื่นมือออกไปจับคอเสื้อของนางไว้ ดึงนางขึ้นมาจากร่างของหมีดำ แล้วกล่าวว่า “เจ้าไม่เห็นหรือว่ามันกำลังกลัวเจ้าอยู่”

“เอ๊?” เย่ชีชีก้มหน้าลง มองไปยังหมีดำที่นอนราบอยู่บนพื้นสั่นเทาไม่หยุด จากนั้นก็ก้มหน้างุด แลบลิ้นออกมาอย่างเก้อเขิน แล้วขยับไปยืนอยู่อีกด้านอย่างว่าง่าย


หมีดำตัวนั้นนอนราบบนพื้นอยู่นาน ยังไม่รู้สึกตัวว่าเย่ชีชีเอาหมัดลงไปแล้ว แอบมองผ่านอุ้งมือหมีออกมาอย่างระแวดระวัง


ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อใด ตรงหน้าของมันก็มีมนุษย์วัยหนุ่มยืนอยู่หนึ่งคน ส่วนเย่ชีชีที่ยำเกรงมาโดยตลอดนั้น กลับยืนอยู่ข้างเด็กหนุ่มอย่างว่านอนสอนง่าย ก้มศีรษะลง ไม่พูดอะไร

หมีดำลังเลใจอยู่เล็กๆ มันใช้อุ้งมือดันตัวขึ้นจากพื้น จากนั้นจึงหย่อนก้นนั่งลงตรงหน้าของพวกเขาทั้งคู่

“เสี่ยวเฮย” เย่ชีชีเมื่อเห็นว่าในที่สุดมันก็ไม่กลัวจนตัวสั่นอีกต่อไปแล้ว ก็รีบเงยหน้าขึ้นมา เผยรอยยิ้มที่เป็นมิตรและสดใสให้มัน

หมีดำเมื่อมองเห็นรอยยิ้มของเย่ชีชีนั้นก็ตัวสั่นขึ้นมาด้วยสัญชาตญาณ

“เสี่ยวเฮย เจ้าอย่ากลัวไปเลยนะ ครั้งนี้ข้าไม่ทำร้ายเจ้าหรอก” เย่ชีชีรีบเอ่ยปากปลอบโยนหมีดำตัวนั้น แล้วเอ่ยว่า “คือว่า...เสี่ยวเฮย เจ้ารู้ทางจากที่นี่กลับไปยังบ้านของข้าใช่หรือไม่”

หมีดำถลึงตาสีดำขลับของมันมองมาที่นาง เมื่อผ่านไปครู่หนึ่ง มันก็แลบลิ้นเลียอุ้งมือหมีของตนเอง แล้วพงกหัวไปมา

“ดีจังเลย เสี่ยวเฮย” เย่ชีชีพลันดีใจขึ้นมาในทันที “ถ้าเจ้าพาพวกเรากลับไปได้ ต่อไปข้าจะหนุนหลังเจ้าเอง ใครกล้ามาทำร้ายเจ้า ข้าจะไปสู้กับมันให้เจ้า ดีหรือไม่”


“……” สมองของโม่หานชิงมืดมนไปชั่วขณะ

เขามองเย่ชีชีที่กำลังสนทนากับหมีดำตัวหนึ่งตรงหน้า รู้เพียงว่าโลกใบนี้ช่าง....เหนือธรรมชาติยิ่งนัก


หมีดำลังเลเล็กๆ แล้วพลิกตัวให้แขนขาทั้งสี่ราบลงไปบนพื้น ยืนอยู่ตรงที่นั้นแล้วหันหน้ามามองเย่ชีชี

“ขึ้นไป เร็ว” เมื่อเย่ชีชีเห็นท่าทีของมัน นางก็รีบถกชายกระโปรง แล้วปีนขึ้นไปบนหลังของหมีดำ

“……” โม่หานชิงมองนางที่ปีนขึ้นไปบนหลังหมีดำด้วยท่าทีปราดเปรียว จากนั้นก็นั่งอยู่ด้านบน โบกมือมาให้ตนอย่างร่าเริงมีความสุข แล้วจึงหันไปมองหน้าเศร้าสลดของหมีดำครู่หนึ่ง เบ้ปากไปมาอย่างเสียไม่ได้ แล้วส่ายหัวพลางเอ่ยว่า “เจ้าให้มันนำทางอยู่ด้านหน้า ข้าเดินตามด้านหลังของพวกเจ้าไปก็พอ”

หมีดำตัวนั้นมองเขาด้วยสีหน้าขอบคุณในทันที

เย่ชีชีอึ้งไปเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก พยักหน้าลง ยื่นมือออกไปตบลงไปบนหัวของหมีดำเอ่ยว่า “เสี่ยวเฮย ไปกันเถอะ พาพวกเราไปส่งที่บ้าน”


--------------------​----------​----------​



ตอนที่ 92  เจ้าห้ามลืมข้าเด็ดขาด (7)

เสี่ยวเฮยสะบัดหัวไปมา ยกอุ้งเท้าขึ้น เดินลัดเลาะไปด้านหน้า

โม่หานชิงเดินตามหลังของพวกเขาไปอย่างไม่ช้าไม่เร็ว


แสงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณ อบอุ่นอ่อนโยน ใบไม้ในป่าที่เดินลอดผ่าน ร่วงลงมาทีละใบ...ทีละใบ

หลังจากที่โม่หานชิงเดินตามหลังหมีดำตัวนั้นไปได้ระยะหนึ่ง ในที่สุดเขาก็ทนไม่ไหวเปิดปากถามกับเย่ชีชี “เย่ชีชี”

“หา?” เย่ชีชีหันหน้ากลับมามองโม่หานชิงที่ตามอยู่ข้างหลังของหมีดำ แล้วส่งเสียงตอบรับอย่างฉงน

“เหตุใดพอเจ้าเป่าปาก สัตว์พวกนั้นจะต้องตามมากันทั้งหมดด้วยเล่า” โม่หานชิงลังเลอยู่น้อยๆ แต่ในที่สุดก็ยังคงเอ่ยถามคำถามที่ตนเองนั้นติดใจมาสักระยะออกไป


เมื่อก่อนตอนอยู่ในวังหลวง เขาเคยพบครูฝึกสัตว์อยู่หลายคน

มีคนหนึ่งเมื่อเป่านกหวีด อินทรีย์เฒ่าก็บินเข้ามาหา และมีอีกคนที่เมื่อเป่าขลุ่ย งูพิษก็จะส่ายไปส่ายมาตามเพลง

แต่ทว่าครูฝึกสัตว์เหล่านั้น ล้วนฝึกแต่สัตว์จำพวกเดียวกันทั้งหมด ที่ฝึกอินทรีย์ งูพิษก็ไม่มีวันเชื่อฟังเขา หากฝึกงูพิษ เสือก็ไม่มีวันเชื่อฟังเขา ดังนั้นสำหรับเย่ชีชีที่สามารถรวบรวมสัตว์มากมายหลายประเภทได้ครบถ้วน เขานั้นรู้สึกว่า...มันไม่น่าเชื่อเท่าใดนัก


“อ้อ...เรื่องนี้น่ะหรือ...” เย่ชีชียกมือขึ้นเกาศีรษะของตนเองไปมา มองเขาด้วยรอยยิ้มตาหยี เอ่ยว่า “เพราะเมื่อก่อนตอนที่ข้าเป่าปาก สัตว์ที่ไม่มานั้นล้วนโดนข้าจัดการเสียทั้งหมด......เพราะฉะนั้นตอนนี้....เมื่อพวกมันได้ยินเสียงเป่าปากดังขึ้น พวกมันก็จะรีบมา แต่ถ้าไม่มา ก็ต้องถูกข้าซ้อมน่ะ”

เมื่อนางพูดประโยคนี้จบ หมีดำที่แบกนางอยู่ซึ่งกำลังเดินอย่างเชื่องช้า พลันตัวสั่นเทาขึ้นมาด้วยจิตใต้สำนึกอีกครั้ง

“……” คำตอบเช่นนี้สำหรับโม่หานชิงแล้ว...รู้แค่เพียงว่าหมดคำพูดจะเอ่ย


วิธีการง่ายดายป่าเถื่อนเช่นนี้......


ก็คงมีแต่นางเท่านั้นที่ทำได้......


พวกเขาสองคนหนึ่งหมี ตลอดทางเดินเดินหยุดหยุด ตั้งแต่รุ่งเช้าจนถึงพลบค่ำ จวบจนไปถึงเวลาฟ้าใกล้มืด ถึงได้มาถึงที่ตีนเขาของภูเขาเยว่ชิง

หลังจากที่หมีดำตัวนั้นเดินมาถึงตีนภูเขา มันก็ส่งเสียง “โฮก” จากลำคอ แล้วจึงหย่อนก้นลงบนพื้น ไม่เดินหน้าต่อไปอีก

เย่ชีชีลงมาจากหลังของมัน เงยหน้าขึ้นไปมองไปยังหมู่บ้านเฟยเห่อที่ตั้งอยู่บนยอดเขาที่เห็นได้รำไรครู่หนึ่ง จากนั้นจึงหันมามองหมีดำอีกครั้ง ขณะที่กำลังจะเอ่ยปากถามว่าทำไมถึงไม่เดินต่อไปข้างหน้านั้น หมีดำตัวนั้นก็อาศัยจังหวะที่นางลงมา ยกก้นขึ้น หนีไปอย่างรวดเร็ว


นี่มัน......


เย่ชีชีมองด้านหลังของเงาร่างที่หายลับไปในป่าอย่างว่องไว ตะลึงไปเล็กน้อย แล้วหันหน้ากลับมาถามโม่หานชิง “มัน...มัน....ทำไมมันต้องหนีไปด้วยล่ะ”

โม่หานชิงหลุบตาลง มองนางแวบหนึ่ง จากนั้นจึงเงยหน้าขึ้นมา สายตามองตรงไปยังเบื้องหน้า เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้ลูกคลื่น “บางทีมันอาจจะมีปมในใจกับเจ้า”

“……” เย่ชีชีกะพริบตาไปมา พลันรู้สึกว่าหัวข้อสนทนานี้ เหมือนนางจะไปต่อไม่ถูกเสียแล้ว

“โอ้ ฟ้าใกล้มืดเสียแล้ว...เดินไม่ไหว กงจื่อ หรือเจ้าจะปล่อยระเบิดสัญญาณ ให้องครักษ์มารับพวกเราไปดีหรือไม่” เย่ชีชีเอียงศีรษะเล็ก มองไปยังโม่หานชิง กล่าวด้วยน้ำเสียงหวานออดอ้อน

เดินไม่ไหว?

ดวงตาสีนิลลึกล้ำของโม่หานชิงหรี่ตาลงมองไปที่นาง

แล้วใครกันที่นั่งอยู่บนหลังหมีดำนั้นมาทั้งวัน?

เป็นใครกันที่ตั้งแต่ทางออกสุสานจนถึงตีนเขาเย่วชิงยังไม่ได้เดินเลยสักก้าว?

ตอนนี้นางกลับบอกเขาว่า นางเดินไม่ไหว?

เย่ชีชีกะพริบตาโตสุกใสคู่นั้น มองโม่หานชิงด้วยใบหน้าไม่สะทกสะท้าน


ช่างเถอะ......


โม่หานชิงถอนหายใจออกมาเบาๆ หยิบระเบิดส่งสัญญาณออกมาจากชุดคลุมหนึ่งลูก แล้วจุดไฟ




แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น