อัศวินสามสี

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตลาดมืด 2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.7k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ธ.ค. 2560 17:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตลาดมืด 2
แบบอักษร

     "ข้าชื่อฮว่านไป๋ฝู ส่วนนี่พี่ชายข้าชื่อฮว่านชางฮุ่ย แล้วเจ้าล่ะ" นางกล่าวแนะนำตนเองและพี่ชายอย่างกระตือรือร้นและห้าวหาญหาได้ยากนักในยุคที่หญิงเป็นรองชายเยี่ยงนี้

ซิ่นหนี่ว์มองด้วยรอยยิ้มหวนให้นึกถึงชาติภพก่อน นิสัยและท่าทางห้าวเกินหญิงแบบนี้หากเป็นในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดที่ทุกคนมีสิทธิและเสรีภาพเท่าเทียมกันคงกลายเป็นเจ้าแม่ตัวแสบประจำรุ่นแน่นอน

"ตระกูลฮว่านหรือ"

ตระกูลฮว่านในอดีตนั้นเป็นเพียงขุนนางชั้นผู้น้อยที่ไม่มีอำนาจทางการเมือง การทหารหรือได้รับความสนใจมากนักเนื่องจากในตระกูลไม่มีผู้ฝึกยุทธ์ที่แข็งแกร่ง กระทั่งผู้นำตระกูลฮว่านคนปัจจุบัน 'ฮว่านจือหรง' ผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคนซื่อตรง ไม่ป้อนคำหวานเพื่อเอาใจคนและจงรักภักดีรวมกับพลังยุทธ์ระดับเจ็ดขั้นกลางจนไต่เต้าขึ้นมาเป็นขุนนางขั้นสี่ทำให้พลิกสถานะตระกูลฮว่านให้มาแข็งแกร่งได้ในที่สุด

"ฮว่านจือหรง อ่า ข้าได้ยินมาว่าเขาเป็นผู้นำตระกูลที่เก่งกาจและแข็งแกร่งผู้หนึ่ง แต่ทำไมลูกหลายตระกูลฮว่านอย่างพวกท่านถึงมายืนต่อรองดาบเหล็กธรรมดาที่ตลาดมืดนี่ได้ล่ะ" นางกล่าวขึ้น สายตาเหลือบมองอาการของสองพี่น้อง

"แน่นอนว่าท่านพ่อของข้าเก่งที่สุดใช่ไหมเจ้าคะพี่ใหญ่ แล้วเราก็ไม่ได้ต่อรองเพียงแต่ระหว่างทางเจอของถูกใจเยอะจนมาเจอดาบนี่พอเปิดถุงดูอีกที... เงินก็เหลือไม่ถึงสิบตำลึงเงินไปแล้ว" ไป๋ฝูกล่าวตอบเสียงอ่อยคล้ายสำนึกผิดในตอนท้าย

รอยยิ้มบนใบหน้าและดวงตากลมโตสื่อถึงความภาคภูมิใจยามเอ่ยถึงบิดาในคราแรกหลุบมองลงต่ำไม่นานก็ตะหวัดกลับมาจ้องนางเขม่ง "แต่เจ้ายังไม่บอกชื่อเสียงเรียงนามตนเองเลยนะ""จางซิ่นหนี่ว์"

"เอ๋! งั้นเจ้าก็คือบุตรสาวท่านแม่ทัพจางเพ่ยจวินที่เขาล่ำลือกันว่าอัปลัก...อุ๊ป--" ไป๋ฝูอุทานออกมาเสียงดังด้วยความแปลกใจจนชางฮุ่ยต้องเอามือมาปิดปากน้องสาวตัวดีของตนเองไว้เพราะเกรงว่าจะเป็นการเสียมารยาทและทำให้ตกเป็นเป้าสายตาผู้อื่น

"ทั้งใช่และไม่ใช่" ใช่ที่วิญญาณของนางคือจางซิ่นหนี่ว์ที่จากศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด ไม่ใช่คือวิญญาณของนางไม่ใช่จางซิ่นหนี่ว์ที่เป็นบุตรสาวท่านแม่ทัพจางผู้นั้น

"ทั้งใช่และไม่ใช่หมายความว่ายังไงกัน" ริมฝีปากบางพึมพำขบคิดตามที่นางกล่าว "แล้วเอ่อคือ... ข้าขอถามอะไรบางอย่างได้หรือไม่"

"ว่ามาสิ"

"เจ้าเคยอัปลักษณ์จริงๆหรือ เพราะดูจากตอนนี้ไม่เหมือนคนเคยอัปลักษณ์ราวอสูรกายอย่างในข่าวลือสักนิด""ข้าเคยอัปลักษณ์จริง บังเอิญระหว่างเดินทางไปแคว้นจูเชว่เจอผู้ปรุงโอสถที่เก่งกาจและใจบุญท่านหนึ่งช่วยรักษาจนหายแต่ก็ เฮ้อ... ใบหน้านี้ไม่สามารถกลับมางดงามได้อีกแล้ว" มือบางยกขึ้นมาลูบไล้ใบหน้าด้วยความเสียดาย

"เจ้าไม่ต้องเสียใจไป คนเราจะงามใช่งามที่ใบหน้าเพียงอย่างเดียว เนื้อแท้ภายในต่างหากที่จะวัดว่าใครงามที่สุด เอาล่ะ เรารีบนำโอสถไปขายดีกว่าจะได้มีเวลาพาเจ้าเดินชมตลาดมืดแห่งนี้นานขึ้น" ชางฮุ่ยกล่าวปลอบใจ

เมื่อก่อนที่จะอัปลักษณ์นั้นเขาเคยได้ยินมาว่านางงดงามดุจเทพธิดาตัวน้อยๆ บอบบางราวกับกลีบบุปผาชาติใครเห็นเป็นอันได้รักใคร่เอ็นดู พอเรื่องราวกลับกลายเป็นแบบนี้คงยากที่จะทำใจ"ตอนนี้ข้าเริ่มทำใจได้แล้วล่ะ"..**.******************

ซิ่นหนี่ว์สนทนากับสองพี่น้องตระกูลฮว่านเพลินจนเดินมาถึงหน้าหอสูงแห่งหนึ่ง การก่อสร้างดูมั่นคงแข็งแรงคล้ายหอสังเกตการณ์ตามชายแดนแต่กว้างขวางมากกว่า มีผู้คุ้มกันของตลาดมืดที่เจ้าของสถานที่แห่งนี้จ้างมาเพื่อคุ้มกันโดยเฉพาะคอยยืนคุมอยู่รอบๆป้ายด้านหน้าเขียนบ่งบอกว่าสถานที่แห่งนี้คือ 'หอประมูลเป่าชาง' ด้วยลายเส้นอักษรที่ทรงพลังทว่าแฝงไปด้วยความอ่อนช้อยงดงามคาดว่าผู้ที่เขียนสลักอักษรป้ายนี้ต้องมีพลังยุทธ์ขั้นเจ็ดขึ้นไป********

"ต้องนำโอสถไปขายมิใช่หรือ ทำไมมาที่หอประมูลล่ะ" ซิ่นหนี่ว์เอ่ยถามขึ้นมาด้วยความสงสัย

"ถ้าเป็นเพียงโอสถหาง่ายระดับต่ำจนถึงระดับกลางก็คงขายที่ร้ายโอสถธรรมดาภายนอกได้ แต่ถ้าเป็นระดับสูงขึ้นไปการนำออกประมูลนั้นจะทำให้ได้ราคาดียิ่งกว่า เพราะต่อให้โอสถขั้นเดียวกันแต่ระดับต่างกันนิดเดียวก็มีมูลค่าต่างกันมหาศาลเลยล่ะ" ชางฮุ่ยอธิบายให้ซิ่นหนี่ว์ฟังอย่างรวบรัด

"แสดงว่าถ้าโอสถนั้นหายากมากถึงแม้ระดับต่ำก็มีราคาสูงถึงขนาดต้องนำมาประมูลสินะ"

"ใช่ โอสถระดับกลางต้องหลอมโดยผู้ปรุงโอสถขั้นกลางขึ้นไปเท่านั้น แล้วถึงในแคว้นชิงหลงแห่งนี้จะมีผู้ปรุงโอสถขั้นกลางอยู่ค่อนข้างมากแต่ส่วนใหญ่ก็เป็นคนในสำนักศึกษาหลวงที่หยิ่งทระนงทั้งนั้น อีกอย่างใช่ว่าจะหลอมโอสถระดับกลางออกมาได้อย่าพร่ำเพื่อเสียเมื่อไหร่"

"อ้าว ก็ไหนบอกว่าผู้ปรุงโอสถขั้นกลางขึ้นไปสามารถหลอมได้แล้วไง" ตอนที่อยู่หมู่บ้านแสงจันทร์ที่นางเลื่อนระดับเข้าขั้นกลางครั้งแรกยังปรุงออกมาได้ครั้งละห้าเม็ดภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งเค่อด้วยซ้ำ ก็ไม่เห็นว่ามันจะยุ่งยากตรงไหน?

"ก็ใช่ แต่ผู้ปรุงโอสถขั้นกลางโอกาสสำเร็จมันแค่สามในสิบ ใช้พลังเยอะ ผลลัพธ์ยังได้แค่ครั้งละหนึ่งถึงสองเม็ดเท่านั้น เข้าใจหรือยัง" ชางฮุ่ยหันไปถามหญิงสาวด้านข้างด้วยความเอ็นดู ถึงจะพบกันเพียงไม่นานแต่เขารู้สึกเหมือนได้น้องสาวช่างสงสัยเพิ่มมาอีกหนึ่งคนเสียแล้ว

"อือ เข้าใจแล้ว" ซิ่นหนี่ว์พยักหน้าอย่างเข้าใจตามที่กล่าว

ถ้าปรุงโอสถระดับกลางขั้นสูงขึ้นไปแล้วนำมาประมูลยังที่แห่งนี้ก็สามารถหาเงินได้แล้วสินะ แต่ในเมื่อมันเป็นของหายากการนำออกมาทีละมากๆหรือบ่อยครั้งจะทำให้มูลค่าของมันด้อยลง คงต้องปรุงระดับกลางขั้นต่ำหน่อยแล้วกระจายออกขายตามร้านภายนอกด้วยทีนี้เราก็ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินอีกต่อไปแล้ว อิอิ

ซิ่นหนี่ว์วางแผนการขายโอสถเพื่อเพิ่มเงินทุนในหัวอย่างรวดเร็ว เนื่องจากชาติภพก่อนถึงจะเป็นเด็กกำพร้าที่ต้องทำอะไรด้วยตนเองแต่เพราะมรดกที่พ่อแม่ทิ้งไว้ทำให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างเรียบง่ายและสุขสบายมาโดยตลอดจนทำให้ติดนิสัยขี้เกีย... แค่กๆ เรียกว่าประหยัดพลังงานดีกว่า

อะไรที่ต้องใช้แรงเราจะไม่ทำมันเด็ดขาด!...********

ชางฮุ่ยยืนขวดกระเบื้องที่บรรจุโอสถให้เจ้าหน้าที่หอประมูลตรวจสอบ เพียงแค่เปิดฝากลิ่นยาลูกกลอนก็โชยออกมาบ่งบอกว่าเป็นโอสถจิตวิญญาณระดับกลางขั้นสูง ทางหอประมูลรับซื้อเม็ดละห้าสิบตำลึงทองและบอกว่าจะนำออกประมูลภายในวันนี้ทันทีเพราะมีลูกค้าหลายท่านต้องการ

"เราสามารถเข้าชมการประมูลได้หรือไม่?" ซิ่นหนี่ว์หันไปถามสองพี่น้องตระกูลฮว่าน

หอประมูลเป็นแหล่งรวบรวมของแปลกและหายากที่ผู้คนต้องการ นางก็แค่อยากรู้ว่าคนในโลกนี้นิยมชมชอบสิ่งใด เผื่อนางมีของแปลกหรืออยากได้ของแปลกจะได้มาถูก

"ย่อมได้เพียงแต่ต้องค่าเข้าคนละสามตำลึงทอง เจ้าอยากเข้าไปหรือ"

สามตำลึงทองก็ไม่ถือว่าเกินกว่าที่คิดไว้เท่าไหร่ ไว้นางปรุงโอสถระดับสูงหน่อยแล้วค่อยมาเอาทุนคืนก็ยังไม่สายซิ่นหนี่ว์พยักหน้าตอบ "ข้าไม่เคยเข้าหอประมูลมาก่อนจึงเพียงอยากเห็นว่าเป็นอย่างไร"********

"ในเมื่อโอสถก็ขายเสร็จแล้วงั้นข้ากับพี่ใหญ่จะเข้าไปกับเจ้าด้วย ถือเป็นการทำตามสัญญาที่จะพาชม"

“โอเค!” นางตอบและเดินนำหน้าเข้าไปทันทีโดยปล่อยให้สองพี่น้องได้แต่สงสัยว่าโอเคคือสิ่งใด

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น