ปนิตา / มุมลับ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ผู้ช่วยด่วน ๆ (ต่อ)

ชื่อตอน : ผู้ช่วยด่วน ๆ (ต่อ)

คำค้น : ปราบพยศบงการรัก, ผู้ปกครอง, เด็กในอุปการะ, ปนิตา

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 335

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ธ.ค. 2560 11:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ผู้ช่วยด่วน ๆ (ต่อ)
แบบอักษร

            “อ้าว! จะลงทะเบียนเรียนแล้วเหรอ รอบนี้ไม่เห็นส่งข้อความมาแจ้งลุงเลยว่าเท่าไหร่ ถ้าอย่างนั้นหนูสำรองจ่ายไปก่อนก็ได้ แล้วเอาใบเสร็จมาเบิกที่ลุงแล้วกันนะ”

            (ค่ะ!) นิลุบลไม่อยากต่อความยาว จึงได้แต่ตอบรับและวางสายไป

            ทนายความประจำบ้าน เก็บโทรศัพท์มือถือลงกระเป๋ากางเกงเสร็จก็เดินต่อไปยังชั้นบนเพื่อดูอาการของเจ้านายหนุ่ม

            “คุณมหรรณพ เป็นยังไงบ้างครับ” สุรยุทธ์ส่งเสียงถามคนที่กำลังอยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียง

            “ผมไม่เป็นไรครับ แต่ป้าแจ่มนี่ล่ะ ไม่ยอมให้ผมลงไปทำงาน” น้ำเสียงที่ค่อนข้างแหบพร่าอย่างคนเป็นหวัดตอบกลับมา

            “คุณยุทธ์ก็ดูเอาเองเถอะค่ะ เสียงจนแหบขนาดนี้แล้วยังบอกไม่เป็นอะไร แล้วตอนที่แจ่มเข้ามาก็ตัวร้อนด้วยค่ะ นี่แจ่มเพิ่งจะเช็ดตัวให้นะคะไข้ถึงได้ลดลงมา” ป้าแจ่มถึงกับมองค้อนคุณหนูของเธอ เหนื่อยใจกับความหัวดื้อไม่เคยเปลี่ยน

            “ถ้าไม่ไหวก็พักสักวันเถอะครับ ไม่ต้องกลัวว่างานจะไม่ทัน เพราะว่าผมได้คนมาช่วยงานคุณแล้ว”

            “ใครเหรอครับ คุณอา”

            “หนูบัวครับ เธอกลับมาจากน่านแล้ว ผมบอกให้เธอมาเริ่มงานวันนี้เลย เพราะคุณกำลังต้องการคนช่วยงานด่วน แล้วตอนเย็นคุณณรงค์ฤทธิ์ก็จะเข้ามาช่วยด้วยอีกคน ยังไงก็เสร็จทันวันยื่นซองเสนอราคาแน่นอนครับ”

            “แล้วคุณหนูบัวของคุณอา เขายอมง่าย ๆ ขนาดนั้นเลยเหรอครับ”

            “ครับ ก็ไม่เห็นเธอจะว่าอะไรนะ”

            “หนูบัว คนที่คุณจิตตรารับอุปการะมาตั้งแต่เด็ก ๆ นะเหรอคะ” ป้าแจ่มเอ่ยถามขึ้นเพื่อคลายความสงสัย

            “ใช่ครับ คุณแจ่ม”

            “ดีจังเลยค่ะ เธอจะมาที่นี่ใช่ไหมคะ แจ่มกำลังคิดถึงเธออยู่เลย ช่วงที่คุณนายเสียเธอก็มาช่วยงานทุกวันเลยนะคะ เป็นเด็กดีมีน้ำใจ แล้วก็ขยันมากเลยค่ะ”

            “เธอมางานคุณแม่ด้วยเหรอครับ ทำไมผมไม่เห็นเลย” มหรรณพทำหน้าแปลกใจ เพราะเขาเองก็อยู่ที่งานทุกวันเช่นกัน แต่ก็ไม่เคยเห็นหญิงสาวมาก่อน

            “จะเห็นได้ยังไงละคะ ก็เธอมาช่วยงานแจ่มอยู่ที่ด้านหลังศาลา ส่วนคุณหนูน่ะไปต้อนรับแขกอยู่ที่หน้าศาลาโน่นค่ะ”

            “ใช่ครับ ผมก็เห็นอยู่ หนูบัวนี่เป็นเด็กดีจริง ๆ นะ เห็นมาตั้งแต่เล็ก ๆ น่ารักยังไงโตมาก็อย่างนั้น”

            “ชื่นชมกันจังเลยนะครับ แต่ไม่รู้พอมาช่วยงานผมแล้วจะได้เรื่องได้ราวหรือเปล่าน่ะสิ”

            “อันนี้ก็ต้องดูกันไปครับ ผมพูดไปตอนนี้ ก็คงไม่ดีกว่าใช้ผลงานเป็นเครื่องพิสูจน์หรอก จริงไหมครับคุณแจ่ม”

            “จริงค่ะคุณยุทธ์ แจ่มเห็นด้วย”

            ผู้อาวุโสทั้งสองคนระบายยิ้มออกมาอย่างชื่นชมเด็กสาวที่เจ้านายอุปการะ ต่างกับรอยยิ้มของมหรรณพที่เป็นยิ้มแบบเจ้าเล่ห์ เพราะเขารอเวลาที่จะเอาคืนหญิงสาวปากกล้าที่บังอาจมาเล่นทีเผลอทำร้ายกล่องดวงใจของเขาในวันแรกที่ได้เจอกัน

            นิลุบลมาถึงคฤหาสน์โคนเซอร์ในเวลาสิบโมงกว่า มาถึงก็พบกับสุรยุทธ์ที่ลงมาส่งหมอกฤษอยู่ที่หน้าบ้าน

            “สวัสดีค่ะคุณลุงยุทธ์” เสียงใสทักทายพร้อมกับยกมือไหว้ทนายความอาวุโส

            “สวัสดีหนูบัว มาเร็วดีนี่” สุรยุทธ์หันมาตอบกลับนิลุบล แล้วหันไปแนะนำให้หญิงสาวและหมอประจำบ้านได้รู้จักกัน “นี่หมอกฤษนะหนูบัว เป็นหมอประจำของบ้านนี้ล่ะ ส่วนนี่ก็หนูบัว..เด็กที่คุณจิตตราอุปการะไว้”

            “สวัสดีค่ะ คุณหมอ”

            “สวัสดีครับ โตแล้วนี่ เคยได้ยินคุณจิตตราพูดถึง คิดว่ายังเป็นเด็ก ๆ อยู่ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ” คุณหมอยิ้มให้อย่างผู้ใหญ่ที่มีความเมตตา ก่อนจะขอตัวกลับ “หมอต้องกลับก่อนแล้ว หนีคนไข้ที่โรงพยาบาลออกมาได้ไม่นานครับ ยังไงก็ฝากดูแลคนป่วยด้วยนะ อย่าให้หักโหมงานมากนัก ต้องให้กินยาให้ครบ ดื่มน้ำมาก ๆ และนอนพักเยอะ ๆ ด้วยครับ”

            “......” นิลุบลไม่ได้ตอบกลับ ได้แต่ยิ้มแหย ๆ ไม่ได้คิดว่าหน้าที่ดูแลคนป่วยของคุณหมอจะตกมาเป็นหน้าที่ของเธอด้วย เพราะที่มานี่ก็ตั้งใจมาทำงานตามที่สุรยุทธ์บอก  

            “ผมกลับก่อนนะครับคุณยุทธ์ ขอบคุณมากที่เดินลงมาส่ง เอาไว้โอกาสหน้าเรานัดไปทานข้าวกันบ้างดีกว่านะครับ”

            “ได้เลยครับหมอ หมอสะดวกเมื่อไหร่ก็นัดมาได้เลย”

            สองหนุ่มใหญ่ร่ำลากันด้วยมิตรไมตรี สุรยุทธ์และนิลุบลยืนส่งหมอกฤษจนรถเคลื่อนออกจากตัวบ้าน ทนายความอาวุโสจึงได้ชวนหญิงสาวเข้าบ้านกัน

            “ไป! หนูบัว เข้าไปข้างในกัน”

            สุรยุทธ์พูดจบก็เดินนำเข้าไปในบ้าน โดยมีนิลุบลเดินตามเข้าไปติด ๆ

            “เอ้า! คุณมหรรณพลงมาทำไมครับเนี่ย ทำไมไม่นอนพัก พอคุณหมอคล้อยหลังออกมา คุณก็เดินตามลงมาเลยหรือไง”

            สุรยุทธ์ส่งเสียงขึ้นด้วยความตกใจ เมื่อเดินกลับเข้ามาในบ้านแล้วเห็นคนป่วยที่คุณหมอเพิ่งบอกให้นอนพักเมื่อครู่ ลงมายืนอยู่ที่ห้องโถงกลางบ้าน โดยมีคุณแม่บ้านอาวุโสยืนทำหน้าบึ้งอยู่ข้าง ๆ เสียแล้ว นิลุบลยกมือไหว้ทั้งเจ้าของบ้านและคุณแม่บ้านอาวุโสตามมารยาท ซึ่งทั้งสองท่านก็รับไหว้ตามมารยาทเช่นกัน

            “ฉันไม่รู้จะพูดยังไงแล้วล่ะค่ะคุณยุทธ์ สงสัยว่าจะเป็นแค่แม่บ้านแก่ ๆ คำพูดก็เลยไม่น่าเชื่อ” ป้าแจ่มพูดระคนน้อยใจ ส่งประโยคบอกทนายความ ซึ่งเป็นผู้ใหญ่อีกคนของบ้านตอนนี้

            “ไม่ใช่อย่างนั้นนะครับป้าแจ่ม แต่ว่าผมไม่ได้เป็นอะไรแล้ว ก็เลยอยากจะลงมาทำงานนี่ครับ”

            “ถ้าอย่างนั้นก็เชิญคุณหนูตามสบายเลยค่ะ แต่บอกไว้ก่อนนะคะถ้าป่วยหนักขึ้นมาอีก คนแก่คนนี้ก็ไม่มีแรงจะตามดูแลแล้วค่ะ ป้ามันแก่แล้ว” ป้าแจ่มพูดจบก็หันหลังเดินเข้าหลังบ้านไปทันที ไม่ฟังเสียงที่เจ้านายหนุ่มเรียกไว้ด้วยซ้ำ

            “คุณก็จริง ๆ เลยนะ คุณมหรรณพ จะพักให้หายดีเสียก่อนก็ไม่ได้ ผมบอกแล้วไงว่าไม่ต้องรีบ คนมาช่วยก็มาแล้วนี่ยังไงละครับ”

            สุรยุทธ์ชี้ไปที่นิลุบลที่ยืนทำหน้านิ่งอยู่ข้าง ๆ ซึ่งวันนี้มาดของเธอก็ยังเซอร์เหมือนเดิม เพราะหลังจากที่เข้าไปลงทะเบียนเรียนในมหาวิทยาลัยเสร็จ หญิงสาวก็กลับไปเปลี่ยนชุดนักศึกษาเป็นกางเกงยีนส์เสื้อยืดก่อนจะมาที่นี่ และยังมีกระเป๋ายีนส์ใบเก่งสะพายมาด้วยเช่นเดิม

            “ก็ไม่รู้ว่าจะช่วยได้จริงหรือเปล่าน่ะสิครับ” มหรรณพพูดกับสุรยุทธ์แต่หางตามองไปยังหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ แทน

            “เรื่องอย่างนี้มันก็ต้องให้ผลงานเป็นเครื่องพิสูจน์ครับ จริงไหมหนูบัว”

            “ค่ะ” นิลุบลตอบกลับผู้ใหญ่สั้น ๆ อย่างเสียมิได้

            “เอาละครับ เชิญทำงานกันตามสบาย ผมต้องกลับไปทำงานของผมบ้างแล้วเหมือนกัน ลุงไปก่อนนะหนูบัว”

            “อ้าว! คุณลุงไม่ได้ทำงานที่นี่ด้วยเหรอคะ?” นิลุบลหน้าเหวอทันที ไม่คิดว่าจะต้องทำงานอยู่กับชายหนุ่มแค่สองคน

            “ไม่หรอก ลุงต้องกลับไปทำงานที่ออฟฟิศโน่น งานรออยู่เป็นกองเลย ลุงไปก่อนนะ”

            “ค่ะ สวัสดีค่ะ”

            นิลุบลยกมือไหว้ลุงยุทธ์ของเธอ เสียงอ่อยหน้าเจื่อน มองทนายความเดินออกจากบ้านไป แล้วปล่อยให้เธออยู่ตามลำพังกับนายขี้เก๊ก นิลุบลคิดถึงสิ่งที่เธอกำลังเผชิญแล้วถึงกับทำหน้าเซ็งเลยทีเดียว

            “เป็นอะไร กลัวฉันหรือไง” คนป่วยเสียงแหบแห้ง แต่ยังคงปากดีได้อยู่เช่นเดิม

            นิลุบลถึงกับกรอกตามองบน สิ่งที่เธอเบื่อและรู้สึกรังเกียจก็เกิดขึ้นอีกจนได้ ทำไมเธอถึงได้หนีผู้ชายนิสัยไม่ดีคนนี้ไม่พ้นนะ

ความคิดเห็น