หอหมื่นอักษร
facebook-icon Instagram-icon

เชิญพับกบ เอ้ย ! พบกับเรื่องราวชวนอมยิ้มระหว่างคุณชายสุดซึนและเย่ชีชีสุดแสบ ในนิยายเรื่อง 'คุณชาย...ท่านจะรักข้าหรือไม่เล่า' ได้เลยเจ้าค่า เก๋อเก๋อรับประกันในความน่ารัก 100 เปอร์เซ็นต์เต็มเลยยยย >///<

ตอนที่ 89 เจ้าห้ามลืมข้าเด็ดขาด (4) / ตอนที่ 90 เจ้าห้ามลืมข้าเด็ดขาด (5)

ชื่อตอน : ตอนที่ 89 เจ้าห้ามลืมข้าเด็ดขาด (4) / ตอนที่ 90 เจ้าห้ามลืมข้าเด็ดขาด (5)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.9k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ธ.ค. 2560 08:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 89 เจ้าห้ามลืมข้าเด็ดขาด (4) / ตอนที่ 90 เจ้าห้ามลืมข้าเด็ดขาด (5)
แบบอักษร


ตอนที่ 89  เจ้าห้ามลืมข้าเด็ดขาด (4)


“ทำไมเจ้ายังร้องไห้อยู่อีก?” โม่หานชิงขมวดคิ้วคู่งาม น้ำเสียงแฝงด้วยความรำคาญใจบางๆ เอ่ยถามนางขึ้น

“ข้าก็แค่...เสียใจน่ะ...” เย่ชีชีมองสีหน้าเย็นประดุจน้ำแข็งขั้วโลกของเขา พลันก็รู้สึกน้อยใจขึ้นมา เดิมทีน้ำตาที่หยุดไหลไปไม่ง่ายนัก ก็พรั่งพรูลงมาในพริบตา

“……” โม่หานชิงมองน้ำตาที่ไหลลงมาอย่างไม่ขาดสายของนาง เขาก็อดที่จะปวดหัวขึ้นมาไม่ได้


เขาถามไปแค่ประโยคเดียวเท่านั้น ตอนนี้ทำไมกลับร้องไห้ไปเสียได้....


“เจ้าหยุดร้องเถอะ” เขาขมวดคิ้ว มองร่างบางเล็กน่ารักตรงหน้า รู้สึกเพียงว่าหัวของตนนั้นปวดตุบๆ

นางร้องไห้งอแงเช่นนี้ ยังไม่น่ารักเท่ากับตอนที่ทำท่าเหี้ยมโหดนั้นเสียอีก

“ข้า...ข้าก็ไม่อยากร้อง....แต่ว่ามันหยุดไม่ได้......”  เย่ชีชียกแขนเสื้อขึ้นเช็ดน้ำตาของตน พลางเอ่ยตอบด้วยเสียงสะอื้นเล็กๆ “ยิ่งกว่านั้น...เดิมทีข้าก็เสียใจอยู่แล้ว เจ้ายังมาทำรุนแรงกับข้าอีก.....”

“……” นัยน์ตาดำสนิทลึกล้ำของโม่หานชิงจ้องตรงไปหานาง


เขารุนแรง?

เขารุนแรงตรงไหนกัน


หลังจากที่พวกเขาทั้งสองออกมาจากค่ายกลเขาวงกต ประโยคที่เขาพูดทั้งหมดมีเพียงแค่สองประโยคเท่านั้น

โม่หานชิงถอนหายใจออกมาอย่างหมดความอดทน เบ้ปากหน่อยๆ จากนั้นก็ยื่นมือออกไป ลูบที่ศีรษะของนางเบาๆ เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนขึ้นมาหน่อย “ไม่เป็นไรแล้ว อย่าร้องนะ”

“อื้อ” เย่ชีชีเงยหน้าขึ้น มองใบหน้าหล่อเหลาของเขา แม้ว่าเวลานี้สีหน้าของเขาจะมองดูแปลกพิกล แต่อย่างไรเสียก็ไม่ได้เย็นยะเยือกดังแต่ก่อน

“อย่าร้องเลยนะ...” โม่หานชิงไม่รู้ว่าจะปลอบโยนผู้อื่นอย่างไรเลยจริงๆ เขาลังเลอยู่เล็กน้อย แล้วยื่นมือออกไปดึงข้อมือของเย่ชีชีเอาไว้ ออกแรงเล็กน้อย แล้วดึงนางทั้งร่างเข้าสู่อ้อมกอดของตน มืออีกข้างหนึ่งของเขาโอบร่างบางของนางไว้จากด้านหลัง ตบลงเบาๆ บนไหล่ของนาง

ศีรษะเล็กของเย่ชีชีแอบอิงอยู่ที่หน้าอกของเขา หลังจากที่สะดุ้งไปเล็กน้อย แล้วจึงเริ่มร้องไห้ออกมาสุดเสียง

“……” มือของโม่หานชิงที่ประคองหัวไหล่ของนางชะงักไปในทันที เขาก้มศีรษะลง เหล่ตามองบางคนที่ร้องไห้อยู่ในอ้อมกอดของเขา ศีรษะพลันหนักขึ้นเป็นสองเท่าตัว

สายตามองเห็นเย่ชีชีที่ร้องไห้หนักขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดโม่หานชิงก็ทนไม่ไหว สูดลมหายใจลึก น้ำเสียงที่เปล่งออกมาราวกับเล็ดรอดมาจากไรฟันที่ขบกันอยู่ก็มิปาน ร้องเรียกขึ้นด้วยเสียงเย็นเฉียบ “เย่ชีชี”

“ฮือๆๆ” เย่ชีชีร้องไห้พลางตอบรับด้วยน้ำเสียงที่พร่าเลือน

“ห้ามร้องไห้!” น้ำเสียงของโม่หานชิงแฝงไปด้วยไอเย็นอันหนาวเหน็บ ตะคอกใส่นางเสียงต่ำ

“……” เย่ชีชีถูกเสียงตะคอกของเขาทำให้ชะงักงันไปทันใด

ร่างทั่งร่างหยุดสะอื้นไปทันที

นางเงยหน้าขึ้นมา ที่หางตายังมีน้ำตาเม็ดใสบริสุทธิ์ มองใบหน้าโกรธเกรี้ยวของโม่หานชิง จากนั้นจึงก้มหน้างุดอย่างรู้สึกตัว

“ยังจะร้องอีกไหม” โม่หานชิงหรี่ตาลงทั้งสองข้าง มองไปที่นางด้วยแววตาอันตราย

เย่ชีชีรีบส่ายหน้า ยื่นมือออกไปขยี้ตาตนเอง ก้มหน้าลง ไม่พูดอะไรอีก

“ตอนนี้พวกเราแม้ว่าจะออกมาจากสุสานได้แล้ว แต่ว่ายังคงติดอยู่ท่ามกลางเทือกเขาซึ่งทอดยาวหลดหลั่นไปไกลแห่งหนึ่ง” โม่หานชิงมองนางที่กำลังก้มหน้างุด เอ่ยขึ้นพลางกัดฟันกรอด “หากหาทางกลับไปที่หมู่บ้านเฟยเห่อไม่ได้ล่ะก็ พวกเราก็จะต้องอยู่ในผืนป่าบนภูเขาแห่งนี้ต่อไปอีก เจ้ารู้หรือไม่”

“อื้อ” เย่ชีชีรีบพงกศีรษะแรง ลังเลอยู่หน่อยๆ จากนั้นก็เอ่ยถามเขาอย่างระแวดระวัง “กงจื่อ...ระเบิดส่งสัญญาณของเจ้านั้น...ยังมีอีกหรือไม่....”



--------------------​----------​----------​----------​



ตอนที่ 90  เจ้าห้ามลืมข้าเด็ดขาด (5)

โม่หานชิงเลิกคิ้วขึ้นน้อยๆ ยื่นมือออกไปหยิบระเบิดส่งสัญญาณที่ยังไม่ได้ใช้จากในอกเสื้อออกมา วางไว้บนมือ แล้วเอ่ยด้วยเสียงเรียบเย็น “เหลืออยู่เพียงแค่ไม่กี่อันนี้เท่านั้น เพียงแต่ไม่รู้ว่าที่ที่พวกเราอยู่ตอนนี้ห่างจากหมู่บ้านเฟยเห่อไกลเท่าใด และไม่รู้ด้วยว่าเมื่อรอถึงเวลากลางคืน หลังจากพวกเราจุดระเบิดส่งสัญญาณออกไปแล้ว เหล่าองครักษ์จะสามารถติดตามทิศทางของระเบิดสัญญาณนี้มาได้หรือไม่”

“อืม...ถ้าเช่นนั้น...หากพวกเราอยู่ห่างจากหมู่บ้านเฟยเห่อมากเกินไป องครักษ์มองไม่เห็นจะทำอย่างไรเล่า” เย่ชีชีลังเลเล็กน้อย แต่ยังคงเอ่ยถามออกไปอย่างระมัดระวังอย่างอดไม่ได้

สีหน้าของโม่หานชิงเปลี่ยนไปเล็กน้อย จากนั้นจึงเก็บระเบิดส่งสัญญาณเหล่านั้นไป เอ่ยขึ้นอย่างช้าๆ “ไม่รู้”

“……”


ไม่รู้......


สมองของเย่ชีชีพลันมืดมิดไปชั่วขณะ

เพราะฉะนั้นหากดูจากสถาณการณ์เบื้องหน้าแล้ว องครักษ์มิน่าจะพึ่งพาได้สินะ......

เย่ชีชีกะพริบดวงตาโตที่สีขาวและดำแบ่งออกชัดเจนไปมา ลังเลในใจน้อยๆ จากนั้นก็กวาดมองไปรอบด้านอยู่ชั่วขณะ แล้วใช้วิชาตัวเบาลอยตัวตรงขึ้นไปบนต้นไม้ใหญ่ด้านข้าง

“เจ้าจะทำอะไรน่ะ” โม่หานชิงเงยหน้าขึ้น มองเย่ชีชีที่กระโดดขึ้นไปบนต้นไม้ในทันที แหงนหน้าขึ้นไป มองเงาร่างบางสีชมพูอ่อนที่อยู่ระหว่างกิ่งไม้ เอ่ยออกมาด้วยเสียงทุ่มต่ำ

“ข้า...ข้าจะหาคนมาช่วยเสียหน่อย” เย่ชีชียืนอยู่บนกิ่งไม้ ก้มหน้าลงมามองโม่หานชิงที่ยังยืนอยู่ใต้ต้น แล้วยกมือข้างหนึ่งวางไว้บนริมฝีปาก เป่าปากออกไปเป็นเสียงแหลมยาว

โม่หานชิงเลิกคิ้วขึ้น ไม่เข้าใจเท่าไรนักว่าเจ้าเด็กคนนี้กำลังทำอะไรอยู่


หลังจากนั้นไม่นาน ผืนป่ารอบกายก็มีเสียงสวบสาบดังลอยมาเป็นระยะ

พุ่มไม้หนาทึบถูกแหวกออก สัตว์ตัวแล้วตัวเล่า ค่อยๆ เดินมายังบริเวณต้นไม้ที่พวกเขาอยู่

โม่หานชิงตะลึงไปเล็กน้อย มองกระต่ายและกวางตัวน้อยที่ปรากฏตัวให้ตนเห็นเป็นอันดับแรก ลังเลใจอยู่ชั่วขณะ จากนั้นจึงเงยหน้าขึ้นมองไปยังเย่ชีชีที่อยู่บนต้นไม้

เย่ชีชีที่ยืนอยู่บนต้นไม้ นางกำลังส่งยิ้มอย่างเบิกบานมาให้เขา กล่าวด้วยเสียงอ่อนหวาน “รออีกสักหน่อยนะ ยังมากันไม่ครบเลย”

เสียงที่มาพร้อมกับคำพูดของนาง เหล่าลิง กระรอก และยังมีนกอีกหลากหลายชนิดต่างก็กำลังรุดมายังที่ที่พวกเขาอยู่


ลำดับที่มาท้ายที่สุดนั้นเป็นสัตว์ใหญ่จำพวกเสือ หมีดำ หมาป่า และสุนัขจิ้งจอก พวกมันนั่งอยู่บริเวณรอบนอกสุด แหงนหน้าขึ้น มองไปที่เย่ชีชีซึ่งอยู่บนต้นไม้

“แฮ่ๆ มากันครบพอสมควรและสินะ” เย่ชีชีมองสัตว์ทั้งหลายที่อยู่ใต้ต้นไม้ มือเล็กโบกสะบัด เอ่ยถามกับพวกมัน “พวกเจ้ามีใครรู้บ้างว่าบ้านของข้าอยู่ที่ใด”


……


โม่หานชิงเกิดความรู้สึกที่อยากจะเข้าไปชนต้นไม้ให้รู้แล้วรู้รอด


นี่นางสมองเสื่อมใช่หรือไม่ หรือว่าสมองมีปัญหาอะไรกันแน่?


ถึงกับกล้าเอ่ยถามกับสัตว์ทั้งหลายว่าบ้านของตนอยู่ไหน......

เสียทีที่เมื่อครู่เขาเผลอคิดว่านางจะมีวิธีการดีๆ อะไรเสียอีก.....

สัตว์ทั้งหลายที่ล้อมรอบกันอยู่ใต้ต้นไม้ ต่างมองหน้ากันไปมา จากนั้นจึงยกก้นขึ้น หมุนตัวจากไปทีละตัว...ทีละตัว...

“เฮ้อ...ทำไมหนีไปกันหมดเลยนะ...เพราะไม่รู้ว่าบ้านข้าอยู่ที่ไหนอย่างนั้นน่ะหรือ.........” เย่ชีชียืนอยู่บนต้นไม้ สายตามองไปยังสัตว์ทั้งหลายที่เมื่อครู่ยังล้อมใต้ต้นอยู่อย่างเนืองแน่นเสียจนไม่มีอากาศถ่ายเท ค่อยๆ จากไปทีละตัว ประกายระยิบระยับภายในดวงตาดำโตก็พลันมืดมนลง

ท้ายที่สุด เหลือเพียงหมีดำตัวเดียวที่ยังนั่งอยู่ข้างพุ่มไม้รอบนอกสุด นัยน์ตาดำขลับจ้องมองเย่ชีชีอย่างลังเลใจ มันดูเหมือนจะกลัวเย่ชีชีอยู่เล็กน้อย แต่ก็ยังยำเกรงในความเหี้ยมโหดของเย่ชีชี มิกล้าจะหันหลังจากไปโดยง่าย

“เสี่ยวเฮย?” เมื่อสายตาของเย่ชีชีกวาดมองไปถึงหมีดำตัวนั้น ก็พลันส่องประกาย






แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น