สูญองศา
facebook-icon Twitter-icon

ทักทายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ทุกคนค่ะ

บทที่ 2 เลอะเทอะ 60 %

ชื่อตอน : บทที่ 2 เลอะเทอะ 60 %

คำค้น : นิยายโรมานส์ นิยายรัก นิยายโรเมนติก

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ม.ค. 2561 19:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 2 เลอะเทอะ 60 %
แบบอักษร

‘พวกคิงคองนี่มาเพื่อต้องการอะไรกันแน่’

​ “คุณฟังที่ผมพูดรู้เรื่องใช่ไหมคุณผู้หญิง” คริสโตเฟอร์เดินหน้ามาหนึ่งก้าว เพราะเธอดูมีเหตุผลมากกว่าเจ้าของบ้านเสียอีก ในตอนนี้ขอสักคนที่ยอมรับฟังความจริง เรื่องราวจะได้จบสักที “พวกเราขออธิบายในมุมของพวกเราบ้างจะได้ไหม เพียงใช้เวลาไม่นาน”

“ดิฉันหวังว่าคุณน่าจะให้เหตุผลที่ฟังขึ้นนะคะ” เมษาต่อตากับคนตัวใหญ่อย่างไม่ลดละสาวรัฐศาสตร์ เอกความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างเธอ ไม่เกรงกลัวอำนาจมืดอยู่แล้ว ดูสิว่าจะมาไม้ไหน แต่ถ้ามีเจตนาร้ายจริง คงไม่ปล่อยให้เพื่อนเธอมีโอกาสเถียงได้ขนาดนั้น อีกอย่างพวกเธอก็อยู่กันแค่สองคนถ้าจะอุ้มฆ่าละก็ คงไม่พิรี้พิไรเดินเรื่อยเปื่อย พากันยืนสำรวจราวกับมาเที่ยวพักผ่อนแบบนี้

“เรื่องโครงการของเรา มันไม่ได้เลวร้ายอย่างที่ทุกคนคิด” พื้นที่ในโครงการเป็นบริเวณเสื่อมโทรมและไม่มีผู้ใช้ประโยชน์หลายปี ทว่าทำเลดีจนน่าจับจอง ในความคิดอยากสร้างคอนโดเพื่อเก็งกำไร ถ้าเป็นแถวนั้นอย่างไรก็ขายได้ “เราซื้อที่จากชาวบ้านในราคาสูง เป็นที่เพียงสิบห้าไร่ ไม่ได้กินเนื้อที่ทั้งหมดหมู่บ้าน”

จากที่ฟังเขาเล่ามายังมองไม่เห็นปัญหาเลยสักนิด เรื่องนี้คงฟังความข้างเดียวไม่ได้ แม้ชายหนุ่มจะเป็นชาวต่างชาติดูจากสีหน้าและแววตา มนุษย์คอเคซอยด์พวกนี้ฉลาดเลือก และมองหาผลกำไรได้ทุกที่ อีกอย่างเธอพึ่งมาจึงทำได้เพียงรับฟังเท่านั้น

“แล้วปัญหามันเริ่มมาจากพวกคุณปลุกระดมชาวบ้านรอบนอกให้คัดค้านโครงการของเรา แจ้งไปที่กระทรวงต่างๆจนมีหนังสือระงับโครงการเป็นสิบฉบับ บอกว่าเราเป็นพวกนายทุนขูดรีดประชาชน ความจริงคือไม่ใช่ ถ้าไม่เชื่อผมมีหลักฐาน” ชายหนุ่มพยักหน้าให้พอลที่กำลังเกาผิวเหมือนลิงจ๋อหาเห็บ

เลขาหนุ่มชี้ไปที่กระเป๋า และเดินออกไปนอกวงเนื่องจากทุกคนบีบจมูกเพราะเขาสงกลิ่นรบกวนอย่างแรง ลูกน้องเขาจัดการนำเอกสารทั้งสองภาษาออกมา เป็นสัญญาซื้อขายและระเบียบการสั่งจ่ายเช็ค นอกจากนั้นยังมีภาพพยานบุคคลอีกสองสามราย

หลักฐานแน่นเวอร์!

“คุณเดินไปล้างตัวก่อนก็ได้เดี๋ยวผื่นขึ้น” เมษาผายมือไปที่โอ่งมังกรข้างบ้าน พอลรีบเดินไปใช้ขันตักน้ำล้างตัวหลายครั้ง กระนั้นยังรู้สึกคันยิบๆตามแขนอยู่ดี

หญิงสาวหันหน้ากลับมาคุยธุระกับชายหนุ่มต่อ เขาเป็นคนหน้าตายที่สั่นคลอนจุดยืนคนอื่นได้โดยไม่ต้องถือมีดมาข่มขู่ แค่ยืนนิ่งดวงตาก็เหมือนมีแสงเลเซอร์ออกมาแผดเผาฝั่งตรงข้ามให้ไร้ทางต่อสู้ มาดนิ่งลึกราวกับห้วงสมุทรอันมืดมิดชวนขยาด เขาคิดอะไรเธอไม่อาจหยังรากถึงได้เลย

“โปรดอธิบายต่อ” เธอนั่งลงแคร่แล้วเริ่มสำรวจเอกสารดังกล่าว กระดาษที่ใช้รวมถึงหมึกปากกา เป็นแบบพิเศษราคาแพง ที่รู้เพราะเคยอยากได้แต่คิดอีกทีปากกาธรรมดาก็ไม่เลว อันที่จริงคือเธอกำลังถังแตก“แต่พื้นที่ในประเทศเราคุณจะเป็นเจ้าของไม่ได้” เธอทักท้วงคนต่างชาติไม่มีสัญชาติไม่สามารถครอบครองที่ดินได้

“ผมมีสัญชาติประเทศคุณและอีกหลายประเทศ” ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปาก ทว่าบางเบาจนไม่มีใครทันเห็น

“ซื้อเหรอค่ะ” เธอหรี่ตา รู้ว่าเขาเย้ยนะแต่ไม่อยากต่อความ

“ใช่” เขามองร่างบางด้วยความทึ่ง ดวงตากลมโตยังไล่สำรวจเอกสาร ฟันขาวกัดริมฝีปากล่างขบคิด ทำไมคิดไปไกลว่าเธอยั่ววะ

 ทัศนคติช่างตรงข้ามกับหน้าตาท่าทาง สาวน้อยไว้ผมยาวหยิกเหมือนฮิปสเตอร์ข้างถนนหรือไม่ก็ชนเผ่ายิปซีเร่ร่อน สวมใส่เสื้อยืดกางเกงยีน รูปร่างสมส่วนดีตามสมัย หางตาเธอเฉียดมองเขาไม่กลัวเกรง เป็นคนที่หาได้ยากใน พ.ศ. นี้เลยทีเดียว

เมษาจับจ้องเอกสารทั้งภาษาอังกฤษและภาษาบ้านเกิด บุคคลกลุ่มนี้ทำงานได้รัดกุมพอสมควร ลืมช่องโหว่ไปได้เลย เก่งจนหาตัวจับยาก และอีกอย่างที่ดินผืนที่ว่า เธอเคยดูเอกสารประเมินที่ดินมาบ้าง แล้วคาดกาลจากสายตาเมื่อนั่งรถผ่าน พิกัดน่าสนใจทีเดียว ถ้าขายอย่างมากก็ไม่เกินสามสิบล้าน แต่เขาคนนี้ซื้อทั้งหมดในราคาเกินนั้นมากโข ทุ่มทุนสร้างหน้าดู

“ถ้าเป็นอย่างที่คุณพูดจริงทำไมชาวบ้านถึงรวมตัวกันละ ไม่มีมูลหมามันไม่ขี้หรอกนะ” เธอลองหยั่งเชิงเขาดู ทุกอย่างยังตั้งอยู่ในความเป็นจริง เธอไม่อาจตัดสินทั้งสองฝ่ายจากคำบอกเล่า เพราะลมปากคนแต่งแต้มได้ทว่าหลักฐานในมือก็หนักแน่นเช่นกัน

ใครผิดใครถูกละเนี๊ย ปวดประสาท

“แล้วทางคุณจะให้พวกเราทำอย่างไร ความจริงก็อยู่นี่แล้ว”

“คุณรอคุยกับผู้ใหญ่สินอีกทีนะคะ ถึงตอนนั้นคงรู้ว่าใครผิดใครถูก”

“แล้วผู้ใหญ่ที่ว่า อยู่ไหน” เวลาเขาเป็นเงินเป็นทอง จะใช้พร่ำเพื่อไม่ได้ กระนั้นยังฉลาดใช้คำพูดมากกว่าจะเหยียดคนด้วยชนชั้น

“คุณลุงแกไม่อยู่ พวกคุณกรุณากลับไปก่อน” ชายหนุ่มมีทาทีสุภาพ ไม่หวั่นไหวกับคำพูดยึกยักเลยสักนิด สมาธิชั้นเลิศนี้อยากถามเหลือเกินว่าท่านได้แต่ใดมา ช่างเถอะสิ่งที่น่าสนใจของมากกว่านั้นคือการกระทำไม่ใช่หน้าตาหรือผิวพรรณ

“แล้วเมื่อไหร่เขาจะกลับ วันนี้จะมาไหม” ในความเงียบมีลาวาไหลวนอยู่ข้างใต้ เพราะวันนี้เขาต้องกลับอิตาลีไปชำระความงานที่คั่งค้าง หรือไม่อาจต้องเลื่อนไฟลท์บินออกไปอีก

 “อันนี้ดิฉันก็ไม่ทราบค่ะ  แต่คิดว่าไม่ช้าก็เร็วอย่างไรเสียคุณก็ต้องมาที่นี่อีกแน่นอน”

“ถ้าอย่างนั้นผมขอเบอร์คุณได้ไหม เผื่อเขากลับมาหรือไม่อย่างไร ผมจะได้โทรมาถาม” ถ้ามีอีโมติคอนขึ้นบนหน้ามันจะบอกว่า กำลังมีแผนการ

เธอลังเลใจสักครู่ บอดิการ์ดข้างกายเขามองหน้ากันเลิ่กลั่ก ทำท่าเหมือนเจอสิ่งมหัศจรรย์ลำดับที่แปดของโลกอย่างนั้นแหละ ต่างจากผู้เป็นนายที่ยืนนิ่งล้วงกระเป๋า ไร้ปฏิสัมพันธ์กับผู้ใดนอกจากเธอ

ชายหนุ่มยกมือถือตัวเองขึ้นเมียงมอง ปลดรหัสแล้วส่งให้เธอเฉกเช่นปกติ เมษาจ้องหน้าจอสีฟ้าสักครู่ ก่อนตัดสินใจกดเบอร์แล้วส่งมันคืนเขาไป

“จะให้ผมเมมชื่อคุณว่าอะไร” เขาเหมือนเฟอร์เฟคแมนและความเกรงขามนั้นทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อดวงตาแข็งจัดประกายดุดันทอแสงชนิดหนึ่ง ทุกกิริยาบอกฝ่ายตรงข้ามแจ้งใจโดยไม่ต้องบอกกล่าว คนจริงไม่จำเป็นข่มใคร

“เมย์ค่ะ แบบนั้นก็ได้” เขาพิมพ์แล้วส่งมันให้เธอดู “หมดธุระแล้วพวกคุณกลับไปก่อนเถอะ” ไม่รู้ว่าเธอคิดไปเองหรือไม่ว่าเขาเป็นตัวอันตรายในรูปแบบสุภาพบุรุษ “อ้อขอโทษนะคะมิสเตอร์ ฉันยังไม่ทราบชื่อคุณเลย” ถ้าไม่ถามแล้วจะเอาความไปบอกคนอื่นอย่างไร

“คริสโตเฟอร์ มาติน เอมมานูเอล” คนล้วงกระเป๋าหันกลับมาสบตา

“อ้อค่ะ ขอบคุณ” เธอเป็นฝ่ายหันกลับเข้าบ้านแทน เหมือนลมหายใจติดหล่มไปไม่เป็น รู้สึกหวาดหวั่นชอบกลเมื่อเขามองมา แม้จะไม่หยาบคายทว่าให้ความรู้สึกที่บอกไม่ถูก


ความคิดเห็น