ปนิตา / มุมลับ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ผู้ช่วยด่วน ๆ

ชื่อตอน : ผู้ช่วยด่วน ๆ

คำค้น : ปราบพยศบงการรัก, ผู้ปกครอง, เด็กในอุปการะ, ปนิตา

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 284

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ธ.ค. 2560 13:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ผู้ช่วยด่วน ๆ
แบบอักษร

            “ฮัลโหลดา ว่ายังไงครับ?”

            (ลูก้าร์อยู่ไหนคะ ดาเหงาจังเลยค่ะ เดี๋ยวนี้คุณเอาแต่ทำงาน ไม่มีเวลาให้ดาเลยอ่ะ วันนี้เราไปดินเนอร์ด้วยกันน้า)

            “ผมไม่ค่อยสะดวกน่ะดา เอาไว้หลังจากจบงานประกวดราคานี่ก่อนได้ไหม”

            (แต่นี่มันหลายวันแล้วนะคะ ที่เราไม่ได้เจอกันเลย คุณไม่คิดถึงดาบ้างเหรอ ใจร้ายจังเลย ดาอุตส่าห์คิดถึงคุณนะ)

            “คือผม...” มหรรณพพยายามคิดหาคำพูดที่จะปฎิเสธหญิงสาวอย่างบัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น ณรงค์ฤทธิ์รับรู้ได้ถึงความลำบากใจของชายหนุ่มตรงหน้า จึงได้ส่งสัญญาณมือขอโทรศัพท์ของเขามาพูดกับลูกสาวเสียเอง

            “ยัยดา ไม่งอแงนะ แล้วก็ไม่กวนลูก้าร์ด้วย เขากำลังทำงานใหญ่และก็งานสำคัญมาก ถ้าเราว่างมาก ไม่รู้จะทำอะไรก็ไปหาแม่ที่ร้านเค้ก ไปช่วยแม่เราทำงานบ้าง เขาจะได้ดีใจที่ลูกสาวไปช่วยงาน”

            (ก็ได้ค่ะ คุณพ่อ) ดารินเสียงอ่อย ตอบกลับพ่อของตนเองก่อนที่จะวางสายไป

            “ต้องขอโทษหลานชายด้วยนะ ที่ยัยดาคอยมากวนอยู่เรื่อย แต่อาอยากให้หลานพูดตรง ๆ รู้สึกอะไรยังไงก็พูดออกไป บางครั้งการรักษาน้ำใจกันมากเกินไป สุดท้ายจะลำบากใจด้วยกันทั้งคู่” ณรงค์ฤทธิ์ถือโอกาสสอนคนรุ่นหลัง อีกใจก็รู้สึกเป็นห่วงลูกสาวของตัวเองด้วย

            “ครับ คุณอา”

            สิบชั่วโมงกับการเดินทางด้วยรถประจำทางจากน่านถึงกรุงเทพฯ นิลุบลออกจากน่านหนึ่งทุ่มครึ่งของวันจันทร์มาถึงกรุงเทพฯ วันอังคารเวลาตีห้าครึ่ง เดินทางต่อด้วยรถโดยสารกลับมาถึงหอพักของตัวเองเป็นที่เรียบร้อย หญิงสาวกำลังเดินเข้ามาในหอ ก็ได้ยินเสียงเรียกดังขึ้นจากเจ้าหน้าที่ที่อยู่กะดึก

            “น้องบัว กลับมาแล้วเหรอครับ รอบนี้กลับต่างจังหวัดนานเลยนะ”

            “ค่ะ แต่ยังไม่หายคิดถึงบ้านเลยนะคะ ก็ต้องกลับมาแล้วเนี่ย”

            “กลับมาก็ดีครับ มาให้คนทางนี้หายคิดถึงบ้าง นี่ครับ มีคนฝากข้อความไว้ให้น้องบัว พี่เห็นกะเช้าจดไว้ให้น้องหลายวันแล้ว” เจ้าหน้าที่หอยื่นกระดาษโน้ตแผ่นเล็ก ๆ ให้กับนิลุบล

            “อ้อ! ขอบคุณมากค่ะพี่ นี่ค่ะของฝากจากเมืองน่าน” นิลุบลหยิบถุงไส้อั่วที่อยู่ในเป้ออกมาให้เจ้าหน้าที่หอที่รู้จักกัน “ไส้อั่วนี่ฝีมือบัวกับน้อง ๆ ทำกันเองนะคะ ติได้แต่ไม่รับ รับแต่คำชมอย่างเดียวค่ะ ฮ่าฮ่า ล้อเล่นค่ะ อร่อยหรือไม่อร่อยบอกกันด้วยนะคะ ถ้าอร่อยบัวจะได้ปักหลักทำเป็นอาชีพซะเลย”

            “ได้เลยครับ เดี๋ยวพี่จะพลีท้องชิมฝีมือของน้องบัวเองเลย จะไม่ให้เหลือสักนิด ว่าแต่มียาแก้ท้องเสียมาไหมครับ”

            “พี่ป่านอ่ะ...” คนทำถึงกับโอดครวญ

            “ฮ่าฮ่าฮ่า พี่ล้อเล่น เดี๋ยวพี่ชิมแล้วจะกลับมาคอมเม้นต์นะ”

            “โอเคค่ะ บัวขอตัวขึ้นห้องก่อนนะคะ”

            นิลุบลขึ้นมาถึงห้อง ก็วางสัมภาระทุกอย่าง แล้วเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าล้างตัว  ก่อนจะเดินมานั่งลงบนเตียงหยิบกระดาษโน้ตที่วางไว้ที่โต๊ะเล็ก ๆ ข้างเตียงขึ้นมาอ่าน ‘มาถึงแล้วติดต่อกลับด้วย’ ลงชื่อสุรยุทธ์           

            “คุณลุงยุทธ์มีเรื่องอะไรน้า” หญิงสาวส่งเสียงพึมพำ ก่อนจะแหงนหน้ามองนาฬิกาที่ตั้งไว้บนโต๊ะ ซึ่งบอกเวลาหกโมงเช้า “เอาไว้สาย ๆ ค่อยโทรก็แล้วกัน”

            หญิงสาววางกระดาษโน้ตกลับไว้บนโต๊ะเช่นเดิม แล้วหยิบแผนการเรียนออกมาดูวิชาที่จะลงในเทอมแรกของปีสี่พร้อมกับคำนวณราคาค่าหน่วยกิต เมื่อทราบจำนวนเงินที่ต้องใช้ นิลุบลก็ไปเปิดดูสมุดบัญชีธนาคาร จำนวนเงินที่เก็บสะสมเอาไว้เพียงพอที่จะจ่ายค่าหน่วยกิตของเทอมนี้ และยังมีเหลืออีกนิดหน่อย

            “ต้องหาเงินเพิ่มสำหรับเทอมหน้า ไอ้บัวแกจะแยกร่างเลยได้ไหมเนี่ย เฮ้อ! จะมีที่ฝึกงานที่ไหนที่ได้ตังค์เหมือนจ้างทำงานธรรมดาบ้างวะ จะรีบไปให้ไวเลย” นิลุบลบ่นพึมพำ ก่อนจะล้มตัวลงนอน ตั้งใจว่าขอหลับสักงีบ ก่อนจะเข้าไปลงทะเบียนเรียนในมหาวิทยาลัย

            ที่คฤหาสน์โคนเซอร์ แม่บ้านอาวุโสอย่างป้าแจ่ม กำลังสั่งการให้สาวใช้ในบ้าน ทำโจ๊กขึ้นมาให้เจ้านายคนเดียวที่เหลืออยู่ เนื่องจากเห็นว่าสายแล้วเจ้านายของเธอยังไม่ลงไปรับประทานอาหารเช้า เหมือนวันก่อน ๆ ป้าแจ่มจึงได้ขึ้นมาดูในห้องนอน และพบว่าเจ้านายหนุ่มนั้นนอนไข้ขึ้นอยู่

            “น้อย ๆ” ป้าแจ่มส่งเสียงเรียกน้อยสาวใช้ในบ้าน อยู่ที่หน้าประตูห้องของมหรรณพ

            “ขา คุณแม่บ้าน”

            “เธอไปบอกให้สายทำโจ๊กไก่ให้คุณลูก้าร์หน่อย คุณลูก้าร์เธอไม่สบาย กินโจ๊กรองท้องแล้วจะได้กินยา” ป้าแจ่มสั่งเสร็จก็กำลังจะเดินกลับเข้าห้อง แต่ก็เหมือนนึกได้ จึงได้หันกลับไปบอกกับน้อยอีกครั้ง “อ้อ! ฉันว่าเธอไปโทรตามหมอกฤษให้มาดูอาการเลยดีกว่า”

            “ได้ค่ะ คุณแม่บ้าน”

            ชั้นล่างของบ้าน สุรยุทธ์เดินเข้ามาแล้วไม่เห็นใครก็นึกแปลกใจ จนเห็นน้อยเดินลงมาจากชั้นสอง จึงได้สอบถาม

            “ทำไมบ้านเงียบจังน้อย คุณมหรรณพไปไหนล่ะ”

            “คุณลูก้าร์ไม่สบายค่ะคุณทนาย นอนอยู่บนห้อง คุณแม่บ้านให้หนูลงมาโทรตามคุณหมอกฤษอยู่นี่ละค่ะ” น้อยตอบคำถามทนายความ คนคุ้นเคยของบ้านนี้

            “เหรอ อย่างนั้นก็รีบไปโทรไป เดี๋ยวฉันจะขึ้นไปดูหน่อย”

            ตื๊ดดด...ตื๊ดดด... เสียงโทรศัพท์มือถือของสุรยุทธ์ดังขึ้นพอดี ในขณะที่กำลังเดินขึ้นบันได

            “สวัสดีหนูบัว กลับมาถึงกรุงเทพฯ แล้วเหรอ?”

            (ค่ะ มาถึงเมื่อเช้ามืดค่ะ เห็นโน้ตที่คุณลุงฝากไว้ คุณลุงมีอะไรจะใช้หนูหรือเปล่าคะ?”

            “พอดีลุงติดต่อหนูไม่ได้ก็เลยโทรไปฝากข้อความไว้ที่หอนั่นละ ลุงอยากให้หนูเข้ามาเริ่มงานเลยน่ะ พอดีว่าคุณมหรรณพเธอกำลังขาดผู้ช่วย”

            (ฮ้า! เอ่อ คือ คุณลุงจะให้หนูไปฝึกงานเป็นผู้ช่วยของคุณมหรรณพเหรอคะ?) แค่จับใจความได้ว่าจะให้เธอไปเป็นผู้ช่วยของผู้ชายที่เธอเหม็นขี้หน้า หญิงสาวก็เกิดอาการเอ่ออ่าอ้ำอึ้งขึ้นมาทันที

            “ใช่จ้ะ ตอนนี้เธอกำลังต้องการคนช่วยงานด่วนเลย ลุงว่านี่ก็เป็นโอกาสดีที่หนูจะได้ตอบแทนบุญคุณของคุณวิลลี่กับคุณจิตตราแล้วนะ”

            (........) นิลุบลนิ่งไปสามวินาที ด้วยเธอกำลังจะอ้าปากปฏิเสธ แต่ยังไม่ทันได้ส่งเสียงก็ต้องปิดปากลงเช่นเดิม เมื่อได้ยินคำว่าตอบแทนบุญคุณ

            “คุณมหรรณพ เธอกำลังทำโปรเจคใหญ่พิสูจน์ตัวเองให้ทุกคนยอมรับ ว่าเธอจะสามารถนำพาบริษัทที่พ่อเธอสร้างมากับมือให้เจริญก้าวหน้าไปได้ หนูมาช่วยเธอหน่อยนะ ทั้งคุณวิลลี่และคุณจิตตราคงจะสุขใจมาก หากว่าลูกชายท่านประสบความสำเร็จและยืนอยู่ในตำแหน่งที่ท่านทั้งสองเคยยืนอยู่ได้อย่างสง่าผ่าเผย”

            (ค่ะ แล้วจะให้หนูไปเริ่มงานเมื่อไหร่คะ)

            “วันนี้เลย ถ้าหนูเสร็จธุระอย่างอื่นแล้ว ก็มาที่บ้านโคนเซอร์เลยนะ หนูเคยมาแล้วนี่ จำทางได้ใช่ไหม”

            (ค่ะ จำได้ค่ะ แต่ว่าทำงานนี่ไม่ได้ไปทำที่บริษัทเหรอคะ?)

            “ทำที่บ้านจ้ะ ข้อแรกเพราะตอนนี้คุณมหรรณพเธอไม่สบาย ข้อสองงานที่เธอกำลังทำมีข้อมูลที่เป็นความลับนะ การเอางานมาทำที่บ้าน มันก็จะปลอดภัยกว่าทำอยู่ที่บริษัทน่ะ”

            (คือถ้ามันเป็นความลับ แล้วหนูไปรับรู้ มันจะดีเหรอคะคุณลุง)

            “ลุงไว้ใจหนูนะ ลุงเห็นหนูมาตั้งแต่เด็ก ลุงรู้ว่าหนูบัวเป็นคนยังไง”

            (ขอบคุณคุณลุงมากนะคะ ที่ไว้ใจหนู เดี๋ยวหนูลงทะเบียนเรียนเสร็จแล้วจะรีบไปค่ะ)

ความคิดเห็น