ปิงปองโต้คลื่น

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Fourth Song

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.1k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ธ.ค. 2560 17:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Fourth Song
แบบอักษร


โลกใบนี้ยังรักเขาอยู่บ้างไหมนะ

‘เดี๋ยวเรื่องร้ายๆ มันก็ผ่านไป เหมือนควันเหนือถ้วยชาไง’

ใช่ เดี๋ยวมันก็ผ่านไป

‘ผ่านคืนมืดนี้ไปได้ เดี๋ยวก็เช้าแล้วนะ’

เดี๋ยวก็เช้าแล้ว อีกนิดเดียวก็จะเช้าแล้ว อดทนไว้

อดทนไว้เหมือนกับที่พี่ดาอดทนมาตลอด

“ดิม”

ใครเรียกเขากันนะ

“ดิม”

ความอบอุ่นที่โอบล้อมรอบตัวนี้คืออะไรกันนะ

อุ่นจัง สบายใจจัง

“ไม่ร้องแล้วนะเด็กดี ฉันอยู่ตรงนี้แล้ว”

ใครร้องกัน ไม่ใช่เขาแน่ๆ

‘ดิมของพี่เป็นคนเก่ง เพราะฉะนั้นห้ามร้องนะครับ ฮึบไว้เร็ว’

ใช่ ต้องฮึบไว้ เขาเป็นน้องดิมคนเก่งของพี่ดาเชียวนะ

“ตื่นเถอะนะคนดี ตื่นจากฝันร้ายสักที”

ตื่นเหรอ...ฝันเหรอ...

มิน่าล่ะถึงได้เจอกับพี่

...เพราะเป็นฝันนี่เอง...

ภาพแรกที่เห็นหลังจากลืมตาขึ้นมาคือเพดานห้องสีขาวคุ้นตา

คุ้นตาแต่กลับพร่าเลือนกว่าทุกวัน

คงเพราะน้ำเหนอะหนะที่ดวงตานี่ล่ะมั้ง

น้ำที่อยู่ในตาเรียกเหนอะหนะ แต่ลุงที่กอดเขาแน่นนี่น่ะเรียกหนัก

“ลุง ถอยไปเร็ว หนักจะแย่”

อ้อมแขนแกร่งยอมปล่อยตัวเขาให้เป็นอิสระ แต่เจ้าของใบหน้าคมคายยังเคล้าคลออยู่ไม่ห่างจากปลายจมูกเขาเท่าไหร่

“ฝันอะไร บอกได้ไหม”

นัยน์ตาคู่คมสบเข้ากับดวงตากลมโตของเด็กหนุ่มหวังถ่ายทอดความเป็นห่วงทั้งหมดให้อีกฝ่ายรับรู้ แต่สิ่งที่คนอายุน้อยกว่าเลือกจะทำคือการแสร้งหัวเราะ

ใบหน้าและเสียงหัวเราะนั้นฟังดูปกติ แต่แววตาเจ็บปวดของคนหัวเราะนั่นล่ะที่ทำให้เขารู้ว่าอีกคนกำลัง ‘ไม่ปกติ’

“ฝันว่าผมลุงกลายเป็นสีขาวทั้งหัวไงล่ะ”

ตัวเขาเองก็อยู่มาจนป่านนี้มีหรือจะดูไม่ออกว่าอีกฝ่ายกำลังมีเรื่องในใจ

ไม่ใช่แค่กำลัง แต่มีมาตลอดตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน

“ปากคอเราะร้ายนักนะ”

คนถูกเอ็ดฉีกยิ้มบาง

นิ้วมือเรียวสวยไล้ไปตามใบหน้าของสูงวัยกว่า

“ลุงจะอยู่กับผมไปได้อีกนานแค่ไหนกันนะ”

ผ่านดวงตาคมมีเสน่ห์

“โลกนี้ใจร้ายกับผมจะตาย”

ผ่านจมูกโด่งๆ ได้รูป

“มันจะเหวี่ยงลุงออกจากชีวิตผมตอนไหนก็ไม่รู้”

นิ้วสวยหยุดเอาไว้ที่ริมฝีปากหนาของอีกฝ่ายแล้วหยุดพูดไปเสียเฉยๆ

“ฉันไม่ไปเสียอย่าง ใครก็เหวี่ยงฉันไปไม่ได้”

ใบหน้าคมคายกึ่งหวานของเด็กหนุ่มฉีกยิ้มร่า

“คนแก่หัวดื้อ”

“ไม่เท่าเด็กคนนี้หรอก”

ไม่พูดเปล่า ฝ่ามือใหญ่บีบปลายจมูกของอีกคนอย่างหมั่นเขี้ยว

พวกเขาสบตากันเงียบๆ ก่อนที่คนด้านบนจะโน้มตัวลงมาประทับจูบที่หน้าผากของเด็กใต้ร่าง

“ต่อให้โลกไม่รักเธอ รู้ไว้ว่าฉันรัก”

หัวใจเผลอเต้นผิดจังหวะไปกับคำพูดหนักแน่นของอีกฝ่าย ก่อนมันจะกลับมาสงบนิ่งตามเดิม

‘เชื่อได้แค่ไหนกัน’ นั่นเป็นคำถามที่วนเวียนอยู่ในหัวเขาทุกครั้งที่ได้ยินคำรักจากอีกฝ่าย

คุณปราณเป็นผู้ชายที่สมบูรณ์แบบ เป็นคนรวย เป็นคนหล่อ เป็นคนที่ใครต่อใครก็ต้องการ

เป็นคนที่ดีกว่าเขาทุกอย่าง เป็นคนที่เขาไม่คู่ควรด้วยเลยสักทาง

ความรักของพวกเขาดูไปทางไหนก็มีแต่อุปสรรค นอกจากช่องว่างระหว่างวัยที่ห่างกันสุดๆ จนดูเหมือนพ่อลูกแล้ว ยังมีอีกสิ่งที่แย่ยิ่งกว่า...

“วันนี้คุณจะไปงานเปิดตัวคอนโดของคุณธงชัยไหมครับ”

ใบหน้าสูงวัยเลิกคิ้วใส่เขา

“ถามทำไม”

“ก็พ่อบอกว่าวันนี้มีเลี้ยงรุ่นเพื่อนสมัยมัธยมนี่นา”

ใบหน้ามีเสน่ห์ยกยิ้มยั่วเย้า

“อยากรู้จังว่าระหว่างธุรกิจกับเพื่อน คุณปราณของผมจะเลือกอะไร”

ปราณ บุญสรนพเป็นเพื่อนของพ่อ...เป็นเพื่อนสมัยมัธยมของพ่อนายดนัย ไวยสมุทร

มีสามีเป็นเพื่อนของพ่อ

ไม่ต้องคิดถึงเรื่องที่ว่าจะอยู่ด้วยกันได้นานแค่ไหน เอาแค่เรื่องที่ว่าพ่อจะรับได้ไหมก็จบแล้ว

ตาแก่นั่นเป็นคนห่วงหน้าตาและชื่อเสียงมากกว่าสิ่งใดในโลก ขนาดพี่ดาท้องกับคนไม่มีชาติตระกูลยังโกรธขนาดนั้น แล้วนี่เขา...ลูกชายคนเดียวของตระกูลมามีอะไรกับเพื่อนสมัยมัธยมของตัวเอง

...ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าสถานการณ์จะจบลงแบบไหน...

“ฉันไม่ไปงานเลี้ยงรุ่นมานานแล้ว”

เด็กหนุ่มยิ้มล้อเลียน

“ไม่ไปเพราะไม่ชอบงานเลี้ยงรุ่นหรือไม่ไปเพราะกลัวความแตกว่าแอบรักกับลูกชายเพื่อนตัวเองเหรอครับ”

“ดิม”

เสียงเรียกชื่อดุๆ ทำให้เด็กหนุ่มยอมจำนนในที่สุด

“โอเค ยอมแพ้ไม่ล้อแล้วก็ได้ ไปอาบน้ำดีกว่า”

พอพูดจบก็กลิ้งตัวหนีลงจากเตียงไปอย่างรวดเร็วราวกับแมวตัวน้อยๆ ทิ้งให้คนอายุมากหัวเราะร่วนอยู่บนเตียงตามลำพัง

ร่างกำยำของชายสูงวัยทิ้งตัวลงกับที่นอนแล้วปล่อยให้ความเงียบลากเขาด่ำดิ่งลงสู่ห้วงความคิดบางอย่าง

ภาพของเด็กหนุ่มที่เขาเจอเมื่อสามปีก่อนยังตรึงตา ยิ่งได้มาอยู่ด้วยกันยิ่งตรึงใจ

โลกส่วนตัวสูง สง่างาม และปราดเปรียว นั่นคือนิยามของเด็กคนนั้นทั้งหมด

ใบหน้ามีเสน่ห์คมคายไม่ได้เค้าของพ่อมาเลยสักนิด ถ้าให้เดาก็คงได้รูปหน้าแม่มา

ไม่รู้สิ เขาเองก็จำหน้าแม่ของเด็กคนนี้ไม่ได้แล้ว คลับคล้ายคลับคลาว่าจะเป็นลูกคุณหนูจากตระกูลอะไรสักอย่าง แต่เขาก็ไม่ใคร่ใส่ใจนัก

ดิมเป็นเด็กผู้ชายที่ไม่หล่อ ไม่หวาน ไม่ได้โดดเด่นจนเกินหน้าเกินตาใครแต่ดูรวมๆ แล้วมีเสน่ห์ยากจะละสายตา กริยามารยาทสง่างามสมเป็นคนที่ถูกฝึกสอนมาตั้งแต่เด็ก ความรู้ มันสมองก็เป็นเลิศ เกิดมาบนกองเงินกองทองแถมยังหาเงินเก่งกว่าใคร

หล่อ รวย ฉลาด เป็นคุณสมบัติของผู้ชายที่ผู้หญิงทุกคนต้องการ แต่เขาไม่ได้ต้องการเด็กคนนั้นเพราะเขามีลักษณะแบบนั้น

เขาต้องการแค่เด็กคนนั้น ต้องเป็นเด็กคนนั้นเท่านั้น

ต้องเป็นดิมเท่านั้นที่เขาจะรัก

ชายสูงวัยหลับตาลงช้าๆ

เขาไม่รู้ว่าเบื้องลึกเบื้องหลังของดิมเป็นมายังไง เพราะเจ้าตัวไม่เคยปริปากบอก ยิ่งเพื่อนของเขายิ่งแล้วใหญ่ ‘ดลนธี ไวยสมุทร’ เป็นผู้ชายที่เขาไม่ค่อยอยากจะสุงสิงด้วยสักเท่าไหร่ ไอ้เรื่องจะให้มานั่งคุยถึงชีวิตที่ผ่านมากันคงเป็นไปไม่ได้

“ทำไมต้องดลนธีนะ”

เจ้าของเสียงทุ้มต่ำพึมพำกับตัวเองไปพลางฟังเสียงน้ำจากฝักบัวที่ไหลกระทบร่างอีกคนในห้องน้ำไปพลาง

ดลนธี หัวโจกประจำรุ่น ก่อคดีทำร้ายร่างกายคนอื่นอยู่แทบตลอดเวลา แต่อาศัยความมีอิทธิพลของครอบครัวกลบข่าวฉาวมาได้ตลอด ตอนอยู่มศ.5 ก็ขับรถชนคนตายไปคนหนึ่ง แล้วก็ยัดเงินจนรอดคุกมาได้

ไม่อยากจะดองกับคนแบบนั้นเลยสักนิด

“ลุง ลุกจากเตียงแล้วไปอาบน้ำได้แล้ว”

ทันทีที่เปิดเปลือกตาขึ้น สิ่งแรกที่โฟกัสคือรอยยิ้มกว้างที่ส่งมาให้เขา ส่วนสิ่งถัดมาก็...

“คิดดีแล้วใช่ไหมที่ออกจากห้องน้ำมาด้วยสภาพนี้”

เด็กหนุ่มเลิกคิ้วเล็กน้อย

เลิกคิ้วในสภาพเปลือยท่อนบนและมีหยาดน้ำเกาะพรางพราว

ผิวขาวๆ มีหยดน้ำเกาะเป็นหย่อมๆ เหมือนคนไม่ตั้งใจเช็ดตัว กล้ามเนื้อสวยสมส่วนรับกับกระดูกที่โผล่ขึ้นมาถูกที่ถูกตำแหน่ง

ไม่บางเกินไป ไม่หนาเกินไป

...เย้ายวนกำลังดี...

ขนาดเขาอายุปูนนี้ยังหายใจหายคอไม่คล่อง ถ้าคนอื่นมาเห็นจะรู้สึกยังไงกัน

แต่ถึงแม้จะมีความรู้สึกอยากจับเจ้าแมวน้อยขังไว้ในบ้านมากแค่ไหนก็คงทำไม่ได้

“ลุง เลิกทำหน้าหื่นแล้วไปอาบน้ำได้แล้ว”

เพราะแมวน่ะ ทั้งเย่อหยิ่งและรักอิสระ

“ถ้าจะไม่อาบน้ำก็ลุกมาทำข้าวเช้าให้ผมสักทีสิ”

แถมยังเอาแต่ใจเป็นที่สุด

มนุษย์เราก็แปลก รู้ทั้งรู้ว่าแมวเป็นสิ่งมีชีวิตนิสัยเสีย แต่ไม่รู้ทำไมถึงยอมกลายเป็นทาสแมวอยู่ทุกที

เป็นคุณลุงที่มาชอบแมวเอาตอนนี้...ทำอะไรไม่เหมาะกับอายุเลยจริงๆ









ชั้นบนสุดของร้านอาหารกึ่งบาร์ที่คุณปราณเป็นเจ้าของเดิมคือห้องรับรองสุดพรีเมี่ยมสำหรับแขกที่จ่ายหนักและสนิทสนมกับเจ้าของร้านเท่านั้น ในห้องรับรองนี้แบ่งออกเป็นสองโซนหลักๆ หนึ่งคืนโซนห้องพักผ่อนซึ่งด้านในมีเตียงนอนและห้องน้ำครบครัน และสองคืนโซนด้านนอกซึ่งเป็นโซนสำหรับรับประทานอาหาร ซึ่งจะมีส่วนครัวเล็กๆ ให้สำหรับทำอาหารง่ายๆ

ไอ้ตอนแรกก็ตั้งใจจะเอาไว้ให้ลูกค้าที่อยากได้ห้องสำหรับโอกาสพิเศษอะไรทำนองนั้น แต่ไปๆ มาๆ ห้องก็ต้องปิดการจองลงเพราะถูกเด็กหนุ่มที่ไม่ยอมกลับบ้านกลับช่องเทคโอเวอร์ไป

“พักนี้ไม่กลับบ้านเลยเหรอ”

“อย่าทำให้ผมหงุดหงิดแต่เช้าสิลุง”

น้ำเสียงเซ็งๆ ของอีกฝ่ายทำให้คนที่ยืนหั่นผักต้องหัวเราะร่วน

“เบื่อบ้านอะไรขนาดนั้น”

“ไม่ได้เบื่อบ้านครับ”

มือเรียวสวยหยิบแครอทจากเขียงไปหนึ่งชิ้น

“ผมเบื่อคนในบ้านต่างหาก”

คำพูดนั้นทำให้คนกำลังหั่นผักเผลอชะงักไปอึดใจก่อนจะทำตัวเหมือนปกติ

น้อยครั้งที่เด็กคนนี้จะพูดถึงเรื่องตัวเอง ทุกครั้งที่เขาถาม เจ้าตัวกลับพยายามเบี่ยงประเด็นด้วยซ้ำไป แล้ววันนี้จู่ๆ ดัน...

“ที่ผมพูดเพราะผมเห็นว่าเราคบกันมานานแล้วนะคุณปราณ ถ้าผมไม่บอกอะไรคุณเลยมันก็ไม่แฟร์ใช่ไหมล่ะ”

เขาเงยหน้าขึ้นเพื่อมองหน้าอีกคน แล้วก็ต้องพบกับความจริงว่าอีกคนไม่ได้สนใจจะมองหน้าเขาแม้แต่น้อย

นิ้วเรียวสวยปาดน้ำสลัดที่เลอะตรงปากขวดแล้วใช้ลิ้นละเลียดชิมช้าๆ

“สามปีแล้วนะคุณปราณ นานเอาเรื่องเลย ไม่คิดงั้นเหรอ”

พอจบประโยคสุดท้ายจึงยอมหันกลับมาสบตากัน

สามปีที่คบกัน...นานจริงๆ

“คบมาสามปีแล้ว อยากจะดองไหมล่ะ”

“ดองเหรอ”

เด็กหนุ่มหัวเราะร่วน

“ใช้ศัพท์สมวัยจังเลยนะครับ”

“ปากดี”

“จริงเหรอครับ”

ไม่ว่าเปล่ายังเขย่งเท้าป้อนจูบให้เขาด้วย

ปลายลิ้นของอีกฝ่ายที่ลากไล้ไปริมฝีปากของเขาทำเอาแทบคลั่ง แต่ก็ต้องพยายามสะกดตัวเองไว้ก่อน วันนี้พวกเขามีงานบ่ายทั้งคู่ ถ้าเริ่มตอนนี้น่ากลัวจะต้องเบี้ยวงาน ชีวิตคงพินาศกันไปหมด

“ไม่เห็นจะดีเลยเห็นไหม ถ้าดีจริงลุงต้องสติหลุดไปแล้ว”

รอยยิ้มเจ้าเล่ห์นั้นทำให้ความอดทนขาดผึง

“วันนี้มีงานกี่โมง”

รอยยิ้มรู้ทันปรากฏบนใบหน้าของอีกฝ่าย

“อีกสามชั่วโมงครับ”

เจ้าแมวน้อยเลื่อนเครื่องครัวทั้งหมดไปไว้สุดปลายเคาน์เตอร์ก่อนจะดันตัวเองขึ้นไปนั่งไขว้ห้างด้วยท่าทางสง่างาม มือสองข้างค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้ออย่างเชื่องช้า

“แต่ผมว่ารีบหน่อยก็ดีนะ...”

ไหปลาร้าสวยที่ค่อยๆ ปรากฏสู่สายตาทำเอาเขาหายใจไม่ทั่วท้อง

“เผื่อรถติด”

แมวเป็นสิ่งมีชีวิตที่โลกส่วนตัวสูง สง่างาม และปราดเปรียว

...แถมเย้ายวนยิ่งกว่าใคร...

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}