ปิงปองโต้คลื่น

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Second Song

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.6k

ความคิดเห็น : 15

ปรับปรุงล่าสุด : 08 เม.ย. 2561 01:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Second Song
แบบอักษร


แสงแดดยามเช้าที่ลอดผ่านหน้าต่างบานเล็กเข้ามากระทบเปลือกตาทำให้คนขี้เซาเผลออดขมวดคิ้วยุ่งไม่ได้ ร่างเพรียวปะป่ายมือไปมาหวังหาไออุ่นจากอีกคนก่อนจะลืมตาขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์

หายไปไหน

“ลุง”

ไม่ว่าเปล่า ดวงตากลมยังสอดส่องหาอีกคนไปทั่วห้อง

ห้องน้ำก็ว่างเปล่า บนเตียงก็ว่างเปล่า

ว่างเปล่า

“ให้ตายสิ”

ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเองด้วยความหงุดหงิดเหลือใจ

ตาลุงนั่นเป็นแบบนี้ทุกที ตอนกลางคืนก็บอกอยากเป็นพ่อคน พอตกเช้าก็หายหัว เจอกันแค่ตอนกลางคืนจะทำให้เขาแน่ใจได้ยังไงว่าตาแก่นั่นพร้อมจะรับผิดชอบเขาจริงๆ

หากเขาท้องขึ้นมาแล้วโดนทิ้ง คงรู้สึกไม่ต่างกับตายทั้งเป็น

เขายังจำได้ดี ภาพในวันที่พี่สาวของเขาถูกพ่อจิกหัวขึ้นมาจากพื้นแล้วตบจนเลือดกบปาก แม้จะเป็นเหตุการณ์ที่ผ่านมาร่วมห้าปีแล้วแต่ไม่ว่ายังไงเขาก็ลืมภาพนั้นไม่ลงสักที

ภาพที่พี่พนมมือร้องขอความเมตตาจากบุพการีทั้งสอง แต่สิ่งที่ได้กลับมามีเพียงความเย็นชาและโหดร้าย

หลังจากคืนนั้น พี่สาวของเขาก็หายไปจากบ้านและไม่เคยหวนกลับมาอีกเลย

หลังจากคืนนั้น ความหวังทั้งหมดของตระกูลก็ตกมาที่เขาอย่างช่วยไม่ได้

เขารู้ตัวเองมานมนานแล้วว่าตัวเองไม่ได้ชอบผู้หญิง แต่เพราะครอบครัวอยากให้เขาเป็นเสาหลักของบ้านที่สืบทอดนามสกุลต่อไป ชีวิตของเขาเลยเจออุปสรรคนิดหน่อย

แต่ก็แค่นิดหน่อย

เพราะเทคโนโลยีในยุคปัจจุบันที่ทำให้ผู้ชายสามารถตั้งครรภ์ได้ไม่ต่างกับผู้หญิงนั่นล่ะที่ช่วยชีวิตเขาไว้

จำได้ว่าตอนนั้นเขามีแฟนหนุ่มที่รักกันมากและวาดหวังจะใช้ชีวิตร่วมกัน แต่สุดท้าย ผู้ชายเฮงซวยคนนั้นก็ทิ้งเขาไปหลังจากที่เขาตัดสินใจผ่าตัดไปแล้ว

ใช่ ผ่าตัด เป็นการผ่าตัดที่เจ็บปวดและทรมานที่สุดในชีวิต

การผ่าตัดปลูกถ่ายรังไข่และมดลูกเริ่มขึ้นเมื่อเกือบหกปีก่อน และมันก็ผ่านไปได้ด้วยดี มันผ่านไปด้วยดีจนกระทั่งไอ้เวรนั่นตัดสินใจทิ้งเขาไปแต่งงานกับลูกสาวเศรษฐีคนหนึ่ง

ตัดสินใจทิ้งเขาไว้กับมดลูกและรังไข่เฮงซวยนี่

ทุเรศสิ้นดี เป็นผู้ชายที่ท้องได้ไม่ต่างกับผู้หญิง ตัวเขาในตอนนั้นช่างโง่งม ไม่รู้ว่าตัดสินใจทำเรื่องพวกนี้ไปได้ยังไง

ในขณะที่ชีวิตกำลังดิ่งลงเหวนั่นล่ะ ตาลุงบ้านั่นก็เข้ามา

ตอนนั้น ตาลุงนั่นเป็นหนุ่มใหญ่วัยห้าสิบเจ็ดแต่กลับมีใบหน้าและเรือนร่างที่...

“เซ็กซี่”

“ใช่ ยั่วมาก ถ้าเธอรู้ตัว”

ชายหนุ่มหัวเราะคิกคักให้กับเสียงเอ่ยแซ็วที่คุ้นหูที่ดังขึ้นมาไม่ให้สุ้มให้เสียง

เพราะคุ้นหูนั่นล่ะ เลยไม่คิดจะหันไปมอง

ร่างเปลือยเปล่าของเขากำลังแช่อยู่ในน้ำอุณหภูมิพอเหมาะ ฟองสบู่ที่ลอยอยู่บนผิวน้ำช่วยปกปิดเรือนร่างได้พอสมควร

ก็พอสมควรน่ะนะ

ฝ่ามือสวยแกล้งวาดมือแหวกฟองสบู่บริเวณขาอ่อนออกเล็กน้อย

“โอ๊ะโอ่ มือเผลอไปโดนซะได้”

เขาได้ยินเสียงหัวเราะแผ่วๆ จากคนด้านหลังที่กำลังเดินเข้ามาใกล้

ร่างกำยำเปลือยท่อนบนให้เห็นมัดกล้ามเนื้อที่เรียงตัวสวย

สวยจนอดเอามือไปลูบไม่ได้

“ลูบแบบนี้ระวังจะไม่ได้ออกจากห้องน้ำ”

“ไม่ใช่ว่านกเขาไม่ขันไปแล้วเหรอลุง”

ใบหน้าของคนอายุมากกว่ากระตุกยิ้ม

“ถ้าไม่ขัน ไอ้ที่ร้องเสียงหลงเมื่อคืนคืออะไร”

คนถูกถามหัวเราะเบาๆ พลางขยับตัวเล็กน้อยเพื่อให้อ่างน้ำกว้างๆ มีพื้นที่ว่างเพิ่มขึ้นอีกหน่อย

ว่างพอให้ยัดร่างคนตัวโตลงมาได้อีกคน

เสียงผิวหนังกระทบกับน้ำดังขึ้นเมื่อร่างเปลือยเปล่าของอีกฝ่ายก้าวลงมาอยู่ร่วมอ่างเดียวกัน ท่อนแขนแกร่งเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อสวยนั้นยึดขอบอ่างเพื่อส่งตัวเองเข้าหาอีกคนที่เอนหลังมองอย่างสบายอารมณ์

ทันทีที่ร่างโดนเงาของอีกฝ่ายทาบทับ เด็กหนุ่มพลันกระตุกยิ้มมุมปากแล้วยกมือขึ้นมาระดับใบหน้า

นิ้วชี้เรียวสวยกระตุกเรียกให้อีกคนเข้ามาหา

ใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอยตามวัยยกยิ้มกว้างอย่างอดไม่ได้

ดูพ่อแมวน้อยของเขาสิ เข้าใจหากลวิธีใหม่ๆ มายั่วเขาไม่หยุดหย่อน ตัวเขาเองก็ใช่จะเป็นเด็กหนุ่มวัยขบเผาะเสียเมื่อไหร่ มารยาร้อยแปดพันเก้าของทั้งหญิงและชายก็เจอมาเยอะ แต่พอมาเจอเจ้าเด็กนี่ ไม่รู้ทำไมถึงห้ามใจตัวเองไม่ได้สักที

รู้ทั้งรู้ว่าเขายั่ว แต่ก็ชอบอยู่ดี

ริมฝีปากของคนสองคนประทับเข้าหากัน แรกเริ่มด้วยจังหวะแผ่วหวานชวนให้ใจเต้น ก่อนทุกอย่างจะเริ่มเปลี่ยนไปเมื่อมือซุกซนของเด็กน้อยลากไล้ไปตามลำตัวของคนมีอายุกว่า

นิ้วเรียวสวยลูบไล้ส่วนสำคัญของอีกฝ่ายเพียงปลายนิ้วก็ทำให้เสียงครางต่ำอย่างสัตว์บาดเจ็บหลุดออกมาจากปากของอีกคนได้

เด็กหนุ่มหัวเราะ

“ร้ายนักนะเจ้าเหมียว”

ริมฝีปากที่ขบลงบนติ่งหูทำให้เด็กหนุ่มเสียวซ่านแต่สัมผัสแค่นั้นยังไม่พอหรอก

สัมผัสแค่นั้นไม่พอจะทำให้คนอย่าง ‘ดิม’ วาบหวามจนไร้สติได้หรอก

“พอก่อนเถอะลุง วันนี้ผมมีงานเช้า”

“แคนเซิลไปซะ ฉันจ่ายให้เอง”

เสียงอู้อี้ของอีกคนที่ซุกซอกคอเขาอย่างหลงใหลทำให้เด็กหนุ่มเผลอหัวเราะร่วน

“ไม่เอาน่ะลุง แก่ป่านนี้แล้ว ทำตัวเป็นพวกอารมณ์ทางเพศสูงเหมือนหนุ่มๆ ไปได้”

คนถูกเรียกว่า ‘ลุง’ ยันตัวเองขึ้นมาเพื่อมองหน้าทะเล้นของอีกคนให้ถนัดตา

ดูเจ้าแมวน้อยนี่สิ ปากร้ายนักเชียว คำก็ลุง สองคำก็ลุง แล้วใครที่ไหนล่ะที่เป็นสามีของมัน ก็ลุงคนนี้นี่ไง

“ฉันเป็นพวกมีอารมณ์ทางเพศสูง เผื่ออยากจะรู้”

ไม่ว่าเปล่า ริมฝีปากแกร่งยังจ้วงลงมาฉกชิงลมหายใจของอีกฝ่ายจนได้รับการประท้วงเป็นกำปั้นน้อยๆ ที่ทุบลงบนหน้าอก

“โอเค ผมยอมแล้วคุณปราณ”

ใบหน้าคมนั้นขึ้นสีแดงจัด

“แต่วันนี้ผมมีงานเช้าจริงๆ คิดดูนะว่าถ้าผมไม่ไปเข้าร้านวันนี้ จะมีลูกค้าอีกกี่คนที่โอดครวญแล้วชื่อเสียงของร้านผมจะป่นปี้แค่ไหนถามใจดูสิ”

ใช่ คงยับเยินไม่เหลือชิ้นดีเชียวล่ะ

ในตอนนี้มีใครบ้างที่ไม่อยากใช้บริการทำผมกับช่างตัดผมฝีมือเยี่ยมอย่าง ‘ดิม ดนัย ไวยสมุทร’ ช่างตัดผมดีกรีแชมป์จากการแข่งขันชื่อดังหลายรายการในต่างประเทศ

เพราะชื่อเสียงนั่นล่ะที่ทำให้ร้านของเขาจึงมีแต่คนมีหน้ามีตาในสังคมและคนกระเป๋าหนักมาใช้บริการทั้งนั้น ขืนผิดนัดขึ้นมา ไม่ใช่แค่จะชวดเงินอย่างเดียว แต่ชื่อเสียงร้านของเขาคงพลอยยับเยินไปด้วย

แล้วตาลุงตรงหน้านี่ก็ใช่ย่อยซะที่ไหน

‘ปราณ บุญสรนพ’ ลูกชายคนเดียวของตระกูลบุญสรนพ เจ้าของธุรกิจอสังหาที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งในกรุงเทพ

ตาลุงเคยแต่งงานมาหนึ่งครั้งแต่ก็มีอันต้องเลิกรากันไปกับภรรยาเก่าเนื่องจากสาเหตุว่าหล่อนแต่งงานกับเขาเพราะหวังฮุบเอาสมบัติ พอพ่อคุณรู้ความจริงเข้าเลยใจสลายจนต้องขอหย่า ชายหนุ่มในวันนั้นเลยครองตัวโสดมาจนเป็นชายสูงวัยเจ้าของร้านอาหารกึ่งบาร์สุดหรูบนที่ดินราคาหลายร้อยล้านริมแม่น้ำเจ้าพระยาในวันนี้

นอกจากที่ดินที่แพงระยับที่มีอยู่ในครอบครองแล้วแล้ว สไตล์การใช้ชีวิต หน้าตาและความคิดของตาลุงนี่ก็ดูมีค่ามีราคาไปหมด

หน้าตาหล่อเหลาผิดที่ผิดเวลา ทั้งๆ ที่อายุอานามก็ปาไปหกสิบแล้ว ริ้วรอย ตีนกาก็ขึ้นเต็มหน้า แต่หน้าย่นๆ นี่ล่ะที่เร้าใจ ไรหนวดครึ้มๆ บริเวณคางชวนให้จั๊กจี้ทุกครั้งที่ถูกซุกไซ้เข้าหา ไหนจะร่างกายกำยำเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อสวยนั่นอีก

เป็นคนที่ทำตัวไม่เหมาะกับอายุเอาเสียเลย

“ไหนว่ารีบ แล้วจ้องอะไรอยู่หืม”

เด็กหนุ่มยักไหล่

“ไอ้รีบน่ะรีบ แต่มันดันติดปัญหาอยู่นิดหน่อย”

เด็กหนุ่มยันตัวเองขึ้นจากขอบอ่างแล้วเปลี่ยนไปนั่งคุกเข่าใกล้ๆ กับอีกคน

“ถ้าผมลุกออกจากอ่างตอนนี้ คุณจะทนไม่จับผมมากดไว้ใต้ร่างไหวเหรอครับ”

น้ำเสียงกระเส่ายั่วยวนที่กระซิบอยู่ข้างหูทำให้หนุ่มใหญ่ยิ้มเยาะตัวเอง

ไม่รู้วันนั้นหน้ามืดหรือยังไงถึงได้คว้าเจ้าแมวขี้ยั่วนี่มาซะได้

“ฉันให้เวลาแค่สามวิ”

นัยน์ตาคมกริบหันไปสบกับนัยน์ตากลมโตแฝงแววทะเล้นของอีกฝ่าย

“ถ้านับหนึ่งถึงสามแล้วยังไม่ไป”

ใบหน้าหล่อเหลาแนบแก้มของตัวเองเข้ากับแก้มนุ่มของอีกฝ่าย

“วันนี้จะไม่ได้ลุกจากเตียงอีกเลย”

สิ้นคำพูด เจ้าแมวตัวน้อยก็กระโดดแผล็วออกจากอ่างน้ำแล้ววิ่งหนีหายไปอย่างรวดเร็ว

ท่าทางนั้นทำให้ชายหนุ่มหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี

แมวน้อยของเขาเป็นแบบนี้เสมอ บางครั้งก็ยั่วยวน บางครั้งก็น่ารักน่าเอ็นดู เพราะแบบนั้นล่ะ เขาเลยตกเป็นทาสของดวงตากลมโตนั้นทุกที

เพราะแบบนั้น เขาจึงอยากให้อีกฝ่ายยอมตกลงปลงใจกับเขาสักที

ภาพครอบครัวแสนสุขที่มีเขา มีเจ้าแมวน้อย และลูกแมวตัวเล็กๆ ที่เป็นสมาชิกใหม่ของบ้านอยู่ร่วมเฟรมเดียวกัน

...จะมีความสุขขนาดไหนกันนะ...

เขาเองก็อยากรู้เหมือนกัน

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น