ปิงปองโต้คลื่น

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

First Song - รีไรท์แล้ว

ชื่อตอน : First Song - รีไรท์แล้ว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 17.5k

ความคิดเห็น : 20

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ส.ค. 2561 21:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
First Song - รีไรท์แล้ว
แบบอักษร


วันนี้เป็นวันศุกร์

ศุกร์สิ้นเดือนนั้นขึ้นชื่อเรื่องความวุ่นวาย จำนวนเงินที่งอกเงยขึ้นมาในบัญชีหลังวันเงินเดือนออกประกอบกับการได้รู้ว่าวันรุ่งขึ้นเป็นวันหยุดพักผ่อนกระตุ้นให้ผู้คนมากมายต่างพากันหลั่งไหลออกมาจากที่พักอาศัยเพื่อเฉลิมฉลองให้กับความเหนื่อยยากตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ท้องฟ้าสีดำที่ควรมีหมู่ดาวส่องประกายกลับถูกแต่งแต้มด้วยแสงไฟสว่างจ้าจนตาพร่า ผู้คนมากหน้าหลายตาเดินขวักไขว่ไปมาเสียจนไม่สามารถบอกได้ว่าใครเป็นใคร สถานที่ที่เคยเงียบสงบในวันวาน จู่ๆ ก็พลันวุ่นวายขึ้นมาอย่างน่าตกใจ

เสียงช้อนกระทบกับจาน เสียงปาก้อนหินลงในแม่น้ำกว้างที่อยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว เสียงหัวเราะของผู้คนมากมายประสานเคล้าคลอไปกับเสียงดนตรีจากร้านอาหารริมแม่น้ำ สิ่งเหล่านั้นคือสัญญาณของความมีชีวิตชีวาของที่นี่ เสียงที่ได้ยินพวกนั้นคือสัญญาณของความร่าเริงที่ผ่านมาเยือนยังสถานที่ที่เคยเงียบเหงาแห่งนี้

ย่านการค้าริมแม่น้ำเจ้าพระยาคึกคักเสมอในคืนวันศุกร์สิ้นเดือน

คู่รัก แอลกอฮอล์และเพลงแจ๊สคือสัญลักษณ์แห่งการพักผ่อนใจ

เสียงเพลงทุ้มนุ่มเคล้าไปกับกลิ่นแอลกอฮอล์และควันบุหรี่ในร้านอาหารหรูสไตล์กึ่งบาร์ชวนให้คู่รักหลายคู่เผลอไผล ริมฝีปากที่แตะกันแผ่วเบาก่อนจะผละออกชวนให้ต่างฝ่ายต่างใจเต้น ระเบียงเปิดกว้างชวนให้เอนกายซบลงบนไหล่ของอีกฝ่ายแล้วทอดมองไปยังแม่น้ำเจ้าพระยาตรงหน้า ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับเพลงแจ๊สคลาสสิคที่ขับกล่อมให้ห้วงความคิดจมดิ่งลงสู่ความเย้ายวน

แม้จะน่าหลงใหลสักแค่ไหน แต่เขาก็พูดได้เต็มปากว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นเพียงความยั่วเย้าที่ไร้เดียงสา

บรรยากาศความรักที่อบอวลไปทั่วร้านด้านล่างไม่มีผลต่อ ‘แขกพิเศษ’ ในห้องรับรองด้านบนแต่อย่างใด เพลงแจ๊สรื่นหูที่ดึงคนให้เผยเสน่ห์น่ามองออกมานั้นเมื่อเอามาเทียบกับเสียงหอบหายใจข้างหูนี้แล้ว...

 “อา ดี ดีจริงๆ”

มันเทียบกันแทบไม่ติด

ท่ามกลางห้องที่มืดสนิท แสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาจากทางหน้าต่างเผยให้เห็นร่างเปลือยเปล่าของชายสองคนบนเตียงนอนสีขาวยับย่นไม่น่าดู พวกเขาประทับรอยจูบเข้าหากันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ร่างกายกำยำล่ำสันของชายอายุมากกว่าด้านบนโถมใส่คนด้านล่างเนิบช้าก่อนจะค่อยๆ เร่งจังหวะขึ้นตามลำดับ

เสียงครางหวานหูของคนรองรับดังประสานไปกับเสียงหอบหายใจหนักๆ ของคนควบคุมเกม ขับให้บรรยากาศในห้องที่เคยเย็นยะเยือกอุ่นร้อนขึ้นในชั่วภายในเวลาอันรวดเร็ว การเคลื่อนไหวที่รุนแรงและดุดันส่งผลให้เตียงนอนเขยื้อนกระทบผนังเกิดเป็นเสียงไม่เบานัก แต่เหมือนว่าจะไม่มีใครใส่ใจ

ความรักที่โอบล้อมร่างพวกเขาอยู่รุนแรงเสียจนประสาทรับรู้แทบจะหยุดทำงาน นอกจากเสียงกระเส่าตอบรับจากคนตรงหน้าแล้ว เสียงอื่นใดมันก็พาลไม่รับรู้ไปเสียหมด

ร่างเปรียวสมส่วนของคนที่นอนหอบหายใจหนักๆ เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ ใบหน้าเสี้ยวหนึ่งที่โผล่พ้นความมืดออกมาดูคมคายเกินกว่าจะเรียกว่าน่ารักหรือสวย

ใช่ เขาไม่สวย ไม่สวยและไม่น่ารักด้วย

“อ๊า ช้าหน่อยลุง”

เสียงหัวเราะแกนๆ ดังขึ้นท่ามกลางความมืด

“ใครลุง หืม”

เหมือนจงใจลงโทษเด็กพูดไม่คิด สะโพกสอบกระโจนเข้าหาคนใต้ร่างอย่างเอาเป็นเอาตายจนอีกคนร้องเสียงหลง ไม่มีจังหวะพักให้เตรียมใจ ไม่มีแม้แต่จังหวะที่คิดจะผ่อนแรง ทุกการถาโถมเข้ามาใส่นั้นหนักหน่วง อัดแน่นและเน้นย้ำจนถึงปลายส่วนลึกสุดในร่าง

ไม่ไหว เขาจะไม่ไหวอยู่แล้ว

ยังไม่ทันจะสิ้นความคิด เสียงหอบหายใจเหมือนคนออกกำลังกายอย่างหนักของตัวเองก็พลันถูกหยุดลงด้วยริมฝีปากที่โจนจ้วงลงประทับ

ครั้งแล้ว ครั้งเล่า ซ้ำไปซ้ำมาจนหายใจแทบไม่ทัน

แต่เขาไม่ยอมแพ้หรอกนะ ไม่เคยคิดจะยอมแพ้ด้วย

เด็กหนุ่มโน้มคอของอีกฝ่ายให้ลงมารับจูบ

จูบของพวกเขาก็คล้ายกับจังหวะเพลง บางครั้งก็เผ็ดร้อนเหมือนเพลงร็อค บางคราวก็นิ่มนวลอ่อนหวานเหมือนเพลงบอสซ่า แต่ถึงจะแตกต่างกันไปตามวาระโอกาส แต่โดยแก่นแท้แล้ว รสสัมผัสอันเป็นเอกลักษณ์นั้นไม่เคยเปลี่ยน

เป็นเหมือนเดิมตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ลิ้มลอง

“ผมว่าจูบคุณเหมือนเพลงแจ๊ส”

เสียงหัวเราะทุ้มต่ำมาพร้อมกับการกระแทกกระทั้นที่แรงขึ้น

“ผิดแล้วเด็กน้อย”

ร่างกำยำที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อเร่งความเร็วขึ้นจนเขารับไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว

“ยะ อย่า ขะ ข้างในไม่ได้”

สิ้นคำพูดของเขา จังหวะรักรุนแรงนั่นก็พลันแผ่วลงเล็กน้อย

“ทำไม”

คำถามนี้อีกแล้วสินะ

เขาเสหลบตาอีกคนอย่างจงใจพลางหอบหายใจถี่รัว

“ผมยังไม่พร้อมจะรับผิดชอบชีวิตใคร”

“ฉันรับผิดชอบเอง”

น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ตอบกลับมาทันทีโดยไม่เสียเวลาลังเลนั้นหนักแน่นเสียจนหัวใจของเขาเผลอสั่นไหวไปวูบหนึ่งจนเกือบพลั้งปากอนุญาตออกไป โชคดีที่สมองร้องเตือนขึ้นมาเสียก่อน

ไม่ได้ ยังไงก็ไม่ได้ ห้ามใจอ่อนเด็ดขาด

เด็กหนุ่มรวบรวมกำลังใจก่อนจะเบนสายตากลับมามองคนด้านบน ฝ่ามือเรียวผละจากผ้าปูที่นอนที่ยับยู่ยี่แล้วแตะลงบนสันกรามของอีกฝ่าย

“ไม่เอาน่าคุณปราณ”

ฝ่ามือหยาบไล้ไปตามโครงหน้าคมสันของคนเหนือร่าง รู้สึกได้ว่าใบหน้าคมคายของตัวเองกำลังฉีกยิ้มอ่อนใจ

“ผมยังไม่พร้อม”

ยังไม่ทันจะสิ้นคำพูดของเขาดี คิ้วคมของคนด้านบนก็พลันขมวดเข้าหากันและไม่มีทีท่าจะคลายลงง่ายๆ เหนื่อยเขาเสียอีกที่ต้องไปช่วยนวดให้มันคลายออก

“ไม่เอาสิครับ ผมเพิ่งอายุยี่สิบสามเอง ให้มาท้องตั้งแต่ตอนนี้น่ะไม่ไหวหรอกนะ”

คู่สนทนาของเขาดูไม่สบอารมณ์เท่าไหร่ ไม่สบอารมณ์มากเสียจนแขนเรียวของเขาต้องดึงร่างหนาลงมาจูบปลอบใจ

เสียงดูดดึงชื้นแฉะของริมฝีปากฟังแล้วหยาบโลนน่าเกลียด

ใจจริงก็ใช่ว่าอยากจะพูดอออกไปแบบนั้น แต่พอมาคิดตริตรองแล้ว อย่างไรเสียก็ยอมให้ไม่ได้

“ถ้าผมท้อง คุณก็จะกลายเป็นตาลุงวัยหกสิบที่ทำเด็กอายุยี่สิบสามท้องนะ”

เขาขยับเข้าไปใกล้หูของอีกคนมากขึ้นหน่อย

“เป็นคุณพ่อตอนนี้ ไม่แก่ไปหน่อยเหรอ”

สิ้นคำพูด ร่างทั้งร่างของคนช่างกวนอารมณ์ก็ถูกตรึงไว้กับเตียง ใบหน้าคมสันของคนด้านบนดูมึนตึงเหมือนปกติ

...เหมือนทุกครั้งเวลาที่เขาพูดว่ายังไม่พร้อมจะมีลูก...

“ฉันใส่ถุงยางมาแต่แรกอยู่แล้ว”

พอได้ยินคำพูดที่น่าพอใจ ริมฝีปากมันก็กระตุกไปเอง

“ก็แค่นั้นล่ะครับคุณลุงของผม”

แล้วค่ำคืนนั้นก็อบอวลไปด้วยความเร่าร้อนสีเทาของเพลงแจ๊สเหมือนอย่างเคย

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}