เขียน'สือ

ยินดีต้อนรับ 'ซือซือ' ที่น่ารักของเราทุกคน #ขอบคุณสำหรับการสนับสนุนทุกรูปแบบนะคะ #ด้วยรัก

เขยช่างไฟสะใภ้ช่างยนต์ #16

ชื่อตอน : เขยช่างไฟสะใภ้ช่างยนต์ #16

คำค้น : พอร์ชโซ่ #วายเด็กช่าง

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 26k

ความคิดเห็น : 41

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ธ.ค. 2560 19:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เขยช่างไฟสะใภ้ช่างยนต์ #16
แบบอักษร

เขยช่างไฟสะใภ้ช่างยนต์

{16}



            เพล้ง!


            ‘ฉันบอกให้แกระวังไงไอ้โซ่! ของฉันเสียหายหมดแล้ว…ไอ้เด็กเวรนี่!’ เสียงเอ็ดตะโรที่ดังตามเสียงแก้วไวน์ในมือตกแตกทำเอาเด็กชายหวาดกลัวหัวหด เกรงว่าตนเองจะเจ็บตัวในอีกไม่ช้านี้…เหมือนอย่างทุกที


            เด็กชายนั่งลงเก็บเศษแก้วอย่างระวัง เท่าที่วัยห้าขวบปีของตนจะเอื้ออำนวย


            ‘เก็บเศษแก้วให้หมดนะไอ้โซ่! ถ้ายังเหลือให้บาดเท้าลูกสาวฉันแกโดนแน่’


            สองมือน้อยสั่นเทาเพราะไม่อาจควบคุมได้ เช่นเดียวกับหยาดน้ำตาที่หลั่งรดกระทบพื้น ความหวาดกลัวเข้าครอบคลุมจิตใจ เหมือนโดนคำสาปแม่มดร้ายในยามที่ได้ยินเสียงตวาดแว้ดขอมารดาผู้ให้กำเนิด


            ‘พี่จ๋า…ป๊ะป๋า…มารับน้องโซ่หน่อย’ ในยามที่หัวใจอ่อนแอและเต็มไปด้วยความทุกข์เฉกเช่นนี้ เด็กน้อยก็ได้แต่พร่ำเพ้อหาที่พึ่งทางใจทั้งสอง คนที่เคยให้สัญญาไว้ว่าจะกลับมารับ แต่นับจากวันที่ทั้งสองจากไป ก็ไม่มีใครหวนคืนกลับมาหาเขาดั่งคำสัญญาที่ว่าไว้แม้แต่คนเดียว


            ‘น้องโซ่อยากกินไข่พะโล้บ้าง’ ก้มลงมองในจานข้าวของตัวเองที่มีเจิ่งนองไปด้วยน้ำพะโล้กับเต้าหู้ทอดชิ้นเล็กๆ แล้วลองพูดบอกความต้องการออกไปบ้าง เผื่อจะได้อย่างที่ขอ


            ‘มีให้กินก็กินเข้าไปอย่าเรื่องมาก! ก่อนที่จะอด!’ ได้ยินคำตอบแล้วก็ต้องหัวหด หวนคิดถึงวันวาน ก่อนที่จะเป็นอย่างวันนี้ ครั้งหนึ่งเขาก็เคยเป็นคนนั้น คนที่เธอเคยให้ความสำคัญ คนที่เคยคอยป้อนข้าวเอาใจ


            เหลือบตามองจานข้าวเป็ดน้อยของน้องสาวที่เต็มไปด้วยไข่พะโล้กับหมูปิ้งแล้วได้แต่อิจฉา ว่าทำไมของที่ตนอยากทานถึงได้ไปถมอยู่ในจานใบเล็กนั้นเสียหมด ทั้งที่สุดท้ายแล้วเด็กผมเปียคนนั้นก็ทานไม่เคยหมดสักที แล้วก็เป็นเขาเสียทุกครั้งที่ต้องแอบเก็บกินเพราะเสียดาย


            เพล้ง!


            ‘ฉันบอกให้แกทำดีๆไม่ใช่รึไงไอ้โซ่ ของฉันเสียหายหมดแล้วไอ้เด็กเวรเอ้ย! อยากตายรึไง!’ คราวนี้ไม่ใช่แค่คำด่าทอ แต่ข้าวของที่อยู่ใกล้ฝ่ามือของหญิงสาวนั้นถูกหยิบขว้างใส่เด็กชายอย่างต่อเนื่อง โดนหน้าบ้างหัวบ้างไม่ว่ากัน ขอแค่ให้มันเจ็บสมกับที่ทำน้ำหอมฝรั่งเศษของเขาตกแตกก็พอ


            ปึก!


            ‘ฮึก! แง้!!!!!’ เด็กชายร้องจ้า เมื่อโดนแก้วเขี่ยบุหรี่กระแทกจังๆกลางหน้าผากจนได้เลือด แต่คำพูดเดียวที่ได้ยินจากปากคนเป็นแม่นั้นคือ…


            ‘สมน้ำหน้า’


            “เจ็บ…แม่จ๋าน้องโซ่เจ็บ...ฮึก!”


            “นิ่ง…โซ่…โซ่!” พอร์ชที่สะดุ้งตื่นเพราะเสียงร้องโวยวายของคนรัก พยายามเขย่าตัว เรียกให้โซ่รู้สึกตัว แต่ไม่ว่าจะเสียงดังแค่ไหน ก็เหมือนกับว่าเจ้าตัวจะไม่ได้ยินเขาเลย


            “พี่จ๋า~ ป๋าจ๋า~ ช่วยน้องโซ่…น้องโซ่เจ็บ” ยกมือขึ้นกุมหน้าผาก พร่ำบอกถึงความเจ็บปวดที่มีของตนเองให้ใครฟังก็ไม่รู้ แต่ทำเอาคนที่นอนข้างกันทุกคืนอย่างพอร์ชแทบบ้า เพราะหยาดน้ำตาที่รินไหลออกมาให้เห็นนั้นมันเป็นของจริง!


            เจ้าชายน้ำแข็งอย่างไอ้นิ่งคนรักของเขาเนี่ยนะร้องไห้? พูดไปใครเขาจะเชื่อ


            แต่ถ้า…คำ ‘เจ็บ’ ที่เจ้าตัวเอาแต่พูดซ้ำไปมานี้ ถ้าไม่ได้เกิดจากร่างกาย ก็คงเป็นที่…จิตใจ ซึ่งพอร์ชเองก็คิดว่าน่าจะเป็นอย่างหลังเสียมากกว่า หลังจากที่พยายามหารอยช้ำหรือบาดแผลจากร่างกายของคนรักแล้วก็ไม่เห็นเป็นอะไรที่ตรงไหน รวมถึงหน้าผากที่เจ้าใช้มือตัวกุมปิดไว้


            “โซ่…โซ่…ตื่นเถอะ…โซ่ตื่น!” ไม่ว่าพอร์ชจะเรียกด้วยน้ำเสียงแบบไหนก็ไม่เกิดผล เพราะโซ่ยังคงเอาแต่ร้องไห้ พูดอ้อนวอนซ้ำๆด้วยคำเดิม


            “ป๋าจ๋า…ช่วยโซ่…ช่วยน้องโซ่ด้วย  น้องโซ่เจ็บ…เจ็บมากเลย” ยกสองมือขึ้นไขว่คว้าอากาศ หวังว่าจะเจอคนที่ตนรอคอย ยิ่งได้ยินโซ่บอกว่าเจ็บด้วยสีหน้าและท่าทางที่ทรมานมากแค่ไหน พอร์ชก็ยิ่งรู้สึกสะเทือนใจมากขึ้นเท่านั้น


            “ชู่ว…โซ่…น้องโซ่ครับ ไม่ร้องน้า~ พี่พอร์ชอยู่ตรงนี้แล้ว”


            พูดไปใครจะเชื่อ ว่าคนห่ามโคตรเกรียนอย่างไอ้พอร์ช หัวโจกประจำแผนกช่างยนต์มันมีมุมอ่อนโยน วาดแขนโอบเอาร่างคนรักเข้ามากกกอด กระซิบเสียงอ่อนปลอบประโลม หวังว่าคนรักจะบรรเทา หายจากความหวาดกลัวต่ออะไรก็ตามที่เจ้าตัวกำลังเผชิญอยู่ในห้วงแห่งความฝัน เขาคนนี้จะปกป้องคนรักจากความเลวร้ายเหล่านั้นเอง


            ‘วันนี้ฉันจะตีแกให้ตายเลยไอ้โซ่! ให้ทำอะไรก็ไม่เคยได้เรื่อง…เลี้ยงเสียข้าวสุก!’


            “ไม่…ไม่เอา…ไม่ตีนะ…โซ่กลัว”


            ยิ่งเสียงในห้วงแห่งความทรงจำดังก้องมากเท่าใด ความบอบช้ำยิ่งทวีคูณ กัดกินจิตใจ ย้ำเตือนถึงความเดิมที่เคยพบ


            ‘คิดว่าจะหนีฉันพ้นหรอไอ้โซ่! ออกมานะ…ออกมา!’


            “อย่า…อย่าทำโซ่…แม่อย่าตีโซ่นะ…โซ่เจ็บ”


            ตัวสั่นงันงกเหมือนลูกนกไร้รัง ยกสองมือขึ้นไขว่คว้า หาที่พึ่ง

            “ชู่ว…นิ่งน้า~ ไม่ร้องน้า~ ซุปเปอร์พอร์ชอยู่นี่แล้ว ไม่มีใครทำอะไรน้องโซ่ได้อีกแล้วนะครับ” จะเรียกว่าบ้าก็ไม่ผิดที่มานอนคุยกับคนละเมอเป็นเรื่องเป็นราวยาวนานหลายนาทีขนาดนี้ แต่สำหรับพอร์ชแล้ว เขาถือว่าเป็น ‘สัญญา’ แม้ว่าเจ้าตัวจะไม่รู้เรื่องก็ตาม แต่นับจากนี้ไป เขาจะไม่ให้อะไรมาทำร้ายจิตใจ ทำให้คนรักต้องจมอยู่กับความทุกข์ทรมานอย่างนี้อีกต่อไปแล้ว


            จุ๊บ

            “ฝันดีครับน้องโซ่ของพี่พอร์ช” กดจูบเบาๆลงบนหน้าผากมน หวังว่าจะให้คนละเมอหลับสบาย ปราศจากสิ่งที่รบกวนเจ้าตัวมากว่าค่อนคืน ก่อนที่จะเข้านิทราไปอีกคน โดยที่ไม่ได้รู้เลยว่า คนที่ตนเฝ้าปลอบประโลมมาหลายชั่วโมง ได้รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาแล้ว หลังจากที่รับรู้ถึงสัมผัสบางเบาบนหน้าผากของตนเอง


            “ฝันดีครับ…พี่พอร์ช” คนที่เพิ่งผ่านฝันร้ายลืมตาตื่นขึ้นมาท่ามกลางความมืดมิด ฉีกยิ้มหวานส่งให้กับเงาเลือนรางตรงหน้า พลิกตัว โผเข้ากอดเจ้าของวงแขนอันอบอุ่นที่แม้จะมองไม่เห็นใบหน้ายามฝันหวานของเจ้าตัว แต่ก็ชัดเจนพอที่จะทำให้หัวใจพองโตได้ตลอดคืน


            ปึก…ตุบ!


            ไม่ว่าเมื่อคืนพวกเขาจะหวานใส่กันมากเท่าใดก็ตาม แต่ตื่นเช้ามาพอร์ชก็จะโดนคนรักปลุกด้วยฝ่าเท้าจนตกเตียงเหมือนอย่างทุกวัน…ไม่มีการเปลี่ยนแปลง


            “โอ้ย…มึงถีบกูทำไมเนี่ยน้องโซ่คิตตี้!” ใช้มือนวดตูดตรงจุดที่เจ็บ เสร็จแล้วก็ใช้มือข้างเดียวกันนั้นเองลูบหน้า จัดแต่งทรงผมรังนกของตัวเองให้เข้าที่เข้าทาง


            “รีบจัดการก่อนที่กูจะหักคอมันทิ้ง…เดี๋ยวนี้” ชี้นิ้วไปตรงกลางเป้ากางเกงนอนของคนรัก กัดฟันพูดสั่งเสียงเข้ม


            “อะโด่ว…นึกว่าอะไรที่แท้ก็กลัวหัวเรือรบขนาดพิเศษรุ่นซุปเปอร์พอร์ชตีประตูเมืองแตกนี่เอง” นอกจากจะไม่สลดแล้ว เจ้าตัวยังจะแอ่นเป้า เอามือเท้าสะเอว ร่อน ‘เจ้าสิ่งนั้น’ อวดให้โซ่ดูต่ออีกต่างหาก


            “ถ้าไม่อยากนั่งเยี่ยวเพราะ…ขาด มึงรีบเข้าไปจัดการตัวเองต่อในห้องน้ำเลยไอ้พอร์ช!” สุดแล้วที่จะทน หยิบมีดคัตเตอร์เล่มใหญ่ที่เจ้าตัวมันเอามาทำงานประดิษฐ์เมื่อคืนก่อนขึ้นมาชี้หน้าขู่เสียงแข็ง ไม่รู้จะเขินอาย หรือจะโมโหดีที่ต้องรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาพร้อมกับแรงเสียดสีบริเวณบั้นท้ายที่เต็มไปด้วยความกำนัดของคนรักยามในเช้า

..

..

..

            “อารมณ์ไม่ดีหรอครับ” บุญล้อมเอ่ยถาม เมื่อเห็นสีหน้าบึ้งตึงของเพื่อนรักที่แสดงอาการออกมาให้เห็นได้อย่างชัดเจน


            “คนมัน ‘ค้าง’ ก็งี้ บอกให้เอาออกก็ไม่เชื่อ…ทำเป็นเล่นตัว” แต่เป็นพอร์ชบอกด้วยน้ำเสียงและท่าทางกวนบาทา ก่อนที่ขวดน้ำในมือโซ่จะลอยละลิ่วมาลงตรงกลางหัว สุดท้ายก็เจ็บไปตามระเบียบ


            เฟี้ยว…ปึก!


            “ค้างพ่องมึงสิไอ้หมาพอร์ช หุบปากไปเลยนะ!” ยิ่งคิดยิ่งโมโหไอ้คนตรงหน้าที่มันทำเอาเขาแทบบ้า กว่าจะมาวิ’ลัยได้


            ย้อนไปเมื่อสองชั่วโมงที่แล้ว…


            พออีกฝ่ายขู่ฆ่าลูกรักกลางลำตัว พอร์ชก็จำต้องเดินคอตกเข้าห้องน้ำไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะกลัวว่าโซ่จะบ้าจี้ ‘ตัด’ หัวเรือรบขนาดพิเศษรุ่นซุปเปอร์พอร์ชของตัวเองไปจริงๆ


            “เฮ้อ…” โซ่ถอนหายใจ ทิ้งตัวนั่งลงบนปลายเตียง รอที่จะอาบน้ำต่อ


            แต่พอร์ชก็คือพอร์ช ทำสลดให้โซ่วางใจได้ไม่นาน ก็กลับมาเกรียนต่อ


            “โซ่!” เสียงเรียกจากคนรักทำให้โซ่ที่กำลังสนใจข่าวฆาตกรรมในโทรทัศน์หันกลับไปมอง เพราะคิดว่าเจ้าตัวจะไหว้วานให้หยิบผ้าเช็ดตัวให้อย่างทุกทีที่ลืมเอาเข้าไป


            “มีอะ…ไอ้เหี้ยพอร์ช!” คำรามเสียงสั่น ดังไปทั่วชั้นสี่ที่เป็นอาณาจักรส่วนตัวของพอร์ช เมื่อหันไปเห็นคนรักอยู่ในสภาพชีเปลือย ยืนแอ่นโชว์ความเป็นชายของตัวเองที่กำลังขยายเต็มอัตราส่วน เต้นเพลงไก่ย่างถูกเผา เย้ยฟ้าท้าดินอยู่กลางอากาศแบบที่ไม่กลัวฟ้าผ่ากันเลยทีเดียว


            “น้องโซ่ถูกเผา น้องโซ่ถูกเผา...มันจะถูกพี่พอร์ชเสียบ อ๊า~ มันจะถูกพี่พอร์ชเสียบ…เสียบตูดซ้าย อ๊า~ เสียบตูดขวา อ๊า~ ร้อนจริง ๆ ร้อนจริงๆ ร้อนจริงๆ” ดูเหมือนว่า(ไอ้)พี่พอร์ชเขาจะอินมาก หลังจากที่ได้เห็นท่าเต้นของหลีดสีชมพูของตัวเองที่ใช้ริมสนามฟุตบอลเป็นที่ซ้อมเต้นเชียร์ ถึงได้จำขึ้นใจขนาดนี้ เรื่องท่าทางไม่ต้องห่วง ดูจากเสียงร้อง ‘อ๊า~’ ที่มาพร้อมกับท่าเต้นเด้งหน้า เด้งหลัง ควงเอวโชว์เนื้อแบบเน้นๆ ก็รู้แล้วว่าพี่พอร์ชคนนี้…เป๊ะทุกท่วงท่า

..

..

..

            “เย็นนี้มึงว่างไหมล้อม?” โซ่เลิกสนใจพอร์ชที่ยังคงกวนไม่เลิก แล้วหันมาคุยกับเพื่อนของตนเองที่นั่งอยู่ข้างๆ


            “ทำไมหรอครับ” บุญล้อมถาม


            “ไปไล่ ‘เปรต’ ให้กูที เมื่อเช้ากูเจอ…เปรต!” หันไปสะบัดเสียง เน้นคำพูดสุดท้ายใส่พอร์ช เป็นการเฉลยให้คนอื่นๆที่นั่งล้อมวงอยู่ด้วยได้รับรู้ไปพร้อมกันว่า เปรตที่ว่านั้นไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นไอ้คนที่นั่งเสนอหน้าอยู่ตรงข้ามเขานี่เอง


            “ถ้าเปรตตัวที่ว่านี้คือตัวเดียวกันกับที่ผมเข้าใจ ผมว่าไล่ธรรมดามันคงไม่ไปหรอกครับ มันต้องใช้มีดแร่เนื้อเอาเกลือทาเสร็จแล้วก็เอาไปตากแห้งไว้ให้หมากิน ได้บุญดีนะครับ” บุญล้อมเสนอความคิดกำจัดเปรต เพื่อต่อบุญให้เพื่อน แต่โซ่ส่ายหน้าเพราะไม่เห็นด้วย พอร์ชเลยอดที่จะยิ้มไม่ได้ เมื่อคิดว่าคนรักเข้าข้าง แต่ดีใจได้ไม่นานเจ้าตัวก็สะดุ้งสุดตัว เมื่อโซ่พูดต่อว่า…


            “แต่กูว่า ‘สับ’ ให้ ‘เละ’ โดนให้เป็ดกินไปเลยดีกว่า ‘มัน’ จะได้คืนร่างไม่ได้อีก…ชอบร่อนดีนัก!” พอร์ชถึงกลับใจหายแว๊บ เมื่อได้ยินคำพูดของคนรัก แจงวิธีการทารุณกรรมหัวรบซุปเปอร์พอร์ชของตนเองออกมาเป็นฉากๆ ก็รีบยกสองมือขึ้นกุมเป้า ปิดไว้อย่างแน่นหนา ทำเหมือนว่ามันจะหายไปในอีกไม่ช้า


            “พวกมึงเป็นฆาตกรโรคจิตยกแก๊งเลยใช่ไหม…ฮึ่ย!” ว่าแค่นั้นก่อนที่จะวิ่งกุมเป้าออกหนีจากไปจากตรงนี้ด้วยความเร็วแสง โดยมีคู่ซี้เป้กับแวนวิ่งตามเข้าไปหัวเราะเยาะอยู่ไม่ห่างกาย


            “มึงนั่นแหละที่โรคจิต…ไอ้เปรตพอร์ช!” โซ่เองก็ลุกเดินออกไปอีกทาง เมื่อเห็นเวลาบนหน้าปัดนาฬิกาข้อมือของบุญล้อมมันบอกว่าถึงเวลาที่ตนควรจะเข้าเรียนวิชาแรกของวันได้แล้ว

..

..

..

            “เอาไง…จะออกไปหาอะไรเข้ามานั่งกินรองท้องก่อนหรือแวะซื้อขากลับทีเดียว?” พอร์ชถามคนรักในขณะที่กำลังจะเดินผ่านโรงจอดรถ เพราะเดี๋ยวเขาจะต้องซ้อมบอลต่อ ส่วนคนที่ได้รับเลือกให้เป็นนักมวยประจำสีฟ้าอย่างโซ่ไม่เคยคิดที่จะซ้อมมือ ไม่ใช่เพราะว่าเก่งหรือมั่นใจในฝีมือของตัวเองหรอกนะ เพียงแต่เจ้าตัวไม่ชอบที่จะฝึกซ้อมมวยภายใต้การควบคุมของใครที่ไม่คุณตาทวดของตนเองก็เท่านั้น


            “ยังไม่หิว” โซ่บอกแค่นั้น…เป็นอันรู้กันสองคนว่าเจ้าตัวจะรอให้เขาซ้อมบอลเสร็จก่อนแล้วค่อยแวะซื้อของกินตอนกลับบ้านทีเดียวเลย จะได้ไม่ต้องขับรถย้อนไปย้อนมาให้เสียเวลา


            “โซ่!” ในขณะที่คู่รักฮาร์ดคอร์กำลังเดินลัดเลาะข้างสนามฟุตบอลเพื่อไปยังที่นั่งประจำของโซ่ตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็มีเสียงแหลมเล็กที่น่าจะเป็นเพศชายของใครบางคนตะโกนแหวกอากาศเรียกหาโซ่ พอหันไปมองก็เห็นร่างเล็กผิวขาว(มาก)ในชุดนักเรียนมัธยมปลาย เสื้อขาวกางเกงดำขาสั้น(แค่คืบ)โบกมือหวอยๆอยู่อีกฝั่งหนึ่งของสนาม


            “ใครวะ?” พอร์ชหันมาถามหาคำตอบจากคนรักที่ยืนอยู่ข้างกัน


            แต่…


            “ซี” โซ่ไม่ได้ตอบพอร์ช…เขาขยับตัว ก้าวขา ออกเดิน ซึ่งจุดหมายปลายทางก็ไม่ใช่ที่ไหนไกล แต่เป็นจุดเดียวกันกับที่คนแปลกหน้า แต่ชื่อ(โคตร)คุ้นหูสำหรับพอร์ชยืนอยู่นั้นเอง





TBC.

        รอนานเลยใช่ม้ะ? ถ้าใครติดตามรับข่าวสารจากเพจของเราอยู่ก็จะรู้ว่าความจริงแล้ว คนเขียนตั้งใจจะหยุดอัพนิยายทั้งสัปดาห์เลย แต่ติดตรงที่ว่านอกจากจะกลัวคนอ่านลืมแล้ว คนเขียนเองก็หงุดหงิดตัวเองเหมือนกันที่ไม่ได้ลงนิยาย ไม่ได้อ่านคอมเม้นจากคนอ่าน มันเหมือนเสพติดไปแล้ว ยังไงก็ขอให้อ่านให้สนุก มีความสุขไปกับนิยายของเรานะคะ #ด้วยรัก

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}