เมาหนักหลับคาบ้าน / เตี๋ยหลาน
email-icon

ไรท์เตอร์เตี๋ยหลานขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเจ้าค่ะ

30 ยามเปลี่ยนแผนการ (รีไรท์แล้ว)

ชื่อตอน : 30 ยามเปลี่ยนแผนการ (รีไรท์แล้ว)

คำค้น : Yaoi BL วาย วายจีน จีนโบราณ ท่านอ๋องวิปลาส

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.6k

ความคิดเห็น : 18

ปรับปรุงล่าสุด : 23 มิ.ย. 2563 13:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
30 ยามเปลี่ยนแผนการ (รีไรท์แล้ว)
แบบอักษร

ตอนที่ 30 ยามเปลี่ยนแผนการ 

 

ใดๆ ในโลกหล้าล้วนหาความยั่งยืนได้ไม่ ทุกสรรพสิ่งแม้นวางแผนรัดกุมเพียงใด ย่อมมีสิ่งหนึ่งที่เรียกว่า ‘ความบังเอิญ’ เกิดขึ้นได้เสมอ และองค์ชายโม่หลางก็คือหนึ่งในความบังเอิญเกินความคาดหมายนั้น

เดิมทีองค์ชายใหญ่ฮุ่ยหรงมีจิตใจมักใหญ่ใฝ่สูง เพื่อส่งตัวเองก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งฮ่องเต้ถึงได้กระทำการลักลอบซ่องสุมกำลังคนเอาไว้อย่างลับๆ ก่อตั้งหน่วยเร้นเงาขึ้นมาเพื่อจัดการเรื่องราวตามความต้องการของตนเอง

อย่างเช่น การลอบสังหารเหล่าขุนนางที่มีทีท่าว่าจะเป็นปรปักษ์ หรือแม้กระทั่งเหล่าองค์หญิงองค์ชายที่สิ้นพระชนม์จากไปอย่างมีเงื่อนงำ ทั้งหมดนั้นล้วนเป็นฝีมือของหน่วยเร้นเงาทั้งสิ้น

ไม่เพียงแค่หน่วยเร้นเงาเท่านั้น ที่นับว่าเป็นมือเท้าให้องค์ชายใหญ่ก้าวเข้าสู่ตำแหน่งว่าที่ฮ่องเต้ในอนาคตได้อย่างมั่นคง ยังมีกลุ่มขุนนางของฝ่ายพระมารดาผู้เป็นถึงฮองเฮาแห่งแคว้นผู่โจวให้การสนับสนุนทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นกำลังทรัพย์มากมายมหาศาลจากกลุ่มการค้าในแว่นแคว้น หรือกระทั่งเสียงสนับสนุนในกลุ่มทางการเมืองที่กลืนกินไปเกินกว่าครึ่งราชสำนัก

ดังนั้นหากองค์ชายใหญ่จะชี้ไม้แล้วเอ่ยเรียกว่านก ทุกคนก็ล้วนคล้อยตามเรียกว่านกเช่นเดียวกันไม่ผันแปร

ในเมื่อทุกอย่างล้วนง่ายดายภายใต้ฝ่ามือกำหนด องค์ชายใหญ่ฮุ่ยหรงที่วาดหวังในตำแหน่งฮ่องเต้มาตลอดหลายปีก็เริ่มหมดความอดทนรออีกต่อไป...

เมื่อหลายเดือนก่อน...ข่าวเรื่องการวางแผนก่อกบฏหลังวันเทศกาลสักการะเทพเจ้าประจำแคว้นได้ถูกจวินเสี่ยวชี ท่านรองแม่ทัพที่ถูกส่งเข้าไปแฝงตัวอยู่ในหน่วยเร้นเงาจัดการส่งข้อมูลมาให้ผู้เป็นแม่ทัพใหญ่อย่างรีบร้อน

เซียนปู้เซียวที่ประจำการอยู่เขตชายแดนเมื่อได้รับข่าวเรื่องการเตรียมแผนก่อกบฏขององค์ชายใหญ่ เขาก็ไม่รั้งรอชักช้า เร่งรุดเดินทางมายังเมืองหลวงเพื่อร่วมพิธีสักการะเทพเจ้าประจำแคว้นผู่โจวอย่างไม่หยุดพัก

ที่ผ่านมา...ถึงแม้ว่าเซียนปู้เซียวได้รับพระราชทานอนุญาตจากฮ่องเต้ ให้สามารถยกเว้นการเข้าร่วมงามพระราชพิธีนี้ได้เป็นกรณีพิเศษ ด้วยเหตุเพราะที่ว่าชายแดนนั้นอยู่ห่างไกลต้องใช้เวลาในการเดินทางหลายวัน ประกอบกับเขตชายแดนแค้วนผู่โจวมีปัญหาเรื่องโจรสลัดที่ก่อความวุ่นวายในเขตน่านน้ำรวม ทั้งยังมีโจรภูเขาที่ลักลอบใช้เขตชายแดนในการก่อความผิดแล้วหลบหนี ทำให้เขาในฐานะท่านแม่ทัพใหญ่ต้องอยู่รั้งที่เขตชายแดนมาหลายปีเพื่อจัดการความสงบเรียบร้อย

ดังนั้นเมื่อท่านแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นผู่โจวไปปรากฏตัวในวันสักการะเทพเจ้าประจำแคว้น ส่งผลให้องค์ชายใหญ่เกิดความสงสัยระคนหวาดระแวง แผนการก่อกบฏจึงถูกเลื่อนชะลอออกไปอย่างไม่มีกำหนด

แต่นั้นไม่ใช่สิ่งที่สามารถหยุดยั้งแผนการขององค์ชายใหญ่ได้เลย

องค์ชายใหญ่ฮุ่ยหรงปรับเปลี่ยนแผนการขึ้นมาใหม่อีกครั้ง โดยเขาวางแผนจะลงมือลอบสังหารฮ่องเต้ แล้วใส่ร้ายป้ายสีด้วยหลักฐานปลอมว่าองค์ชายโม่หลางเป็นผู้ทำกระทำการปิตุฆาต สังหารพระราชบิดาเพื่อมุ่งหวังช่วงชิงพระราชบัลลังก์ จากนั้นองค์ชายใหญ่ฮุ่ยหรงก็จะใช้ข้ออ้างเหล่านี้ในกำจัดองค์ชายโม่หลาง สังหารคนทิ้งแล้วสถาปนาตัวเองขึ้นสู่บัลลังก์มังกรอย่างสง่าผ่าเผย 

แผนการใหม่ขององค์ชายฮุ่ยหรงถูกจวินเสี่ยวชีส่งข่าวมาให้ท่านแม่ทัพใหญ่อีกครั้ง แทบจะในทันทีที่องค์ชายฮุ่ยหรงเริ่มเคลื่อนไหวลงมือ 

เซียนปู้เซียวได้นำข่าวนี้ไปกราบทูลฮ่องเต้เป็นการส่วนตัวอย่างลับๆ จากนั้นพระองค์กับเซียนปู้เซียวได้ร่วมมือกันวางแผนซ้อนแผน ใช้วิธีการตลบหลังแล้วเปิดโปงความชั่วขององค์ชายใหญ่ 

ทุกจังหวะในแผนการของทั้งสองฝ่ายล้วนรอบคอบ รัดกุม และเตรียมการมาอย่างดีไร้ซึ่งข้อผิดพลาด 

ทว่า...น่าเสียดายที่ตัวแปรสำคัญในแผนการอย่างองค์ชายโม่หลาง กลับบังเอิญหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย อีกทั้งองค์ชายใหญ่ยังสืบทราบว่า องค์ชายสิบสองเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการหายตัวไปขององค์ชายโม่หลาง ฮุ่ยหรงถึงได้เร่งรุดมายังตำหนักสงบฟ้าอย่างกะทันหัน จากนั้นก็ใช้อำนาจบากใหญ่จับคนไปสอบสวน อีกทั้งยังส่งคนของหน่วยเร้นเงาจัดการสังหารข้ารับใช้ในตำหนักสงบฟ้า ปิดปากทุกคนไม่ให้สอดแทรกยามที่องค์ชายฮุ่ยหรงเอ่ยวาจาป้ายความผิดองค์ชายเฉินอวี่หลีต่อหน้าขุนนางทั้งราชสำนัก

“ท่านแม่ทัพใหญ่ เรื่องนี้เจ้ามีความเห็นเช่นใด”

ฮ่องเต้แห่งแคว้นผู่โจวรับสั่งสุรเสียงเคร่งเครียด พระพักตร์แม้นล่วงเลยเวลามาถึงครึ่งร้อยพระชันษาแต่ยังคงเค้าความหล่อเหลาคมคาย สีพระพักตร์ฉายฉาบทับด้วยรอยกังวนอย่างเห็นได้ชัดเจน สายพระเนตรคมดั่งศาสตราวุธจ้องมองไปยังร่างเหล่าข้ารับใช้ในตำหนักสงบฟ้าที่คุกเข่าอยู่บนพื้นห้องทรงพระอักษร แรงกดดันแห่งพระราชอำนาจแผ่กำจายออกมาจากวรองค์สง่าในชุดอาภรณ์ทรงปักลวดลายมังกรทอง

“องค์ชายใหญ่ฮุ่ยหรงไม่เห็นแก่พระราชอำนาจแห่งองค์ฮ่องเต้ กลับใช้อำนาจส่วนตัวจับกุมองค์ชายเฉินอวี่หลีไปสอบสวนในคุกหลวง เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่า อีกฝ่ายมีหลักฐานที่สามารถเอาผิดกับองค์ชายเฉินอวี่หลีได้อย่างแน่นอน จะเหลือก็แค่...ใช้วิธีบีบบังคับให้องค์ชายเฉินอวี่หลีลงชื่อยินยอมรับความผิดเท่านั้นพระเจ้าค่ะ”

เซียนปู้เซียวกราบทูลเสียงเครียด ภายในใจปวดร้าวเมื่อคิดจินตนาการไปถึงภาพของเจ้าหมาน้อย ยามถูกองค์ชายใหญ่ใช้ทัณฑ์ทรมานอย่างโหดเหี้ยม เพียงแค่นึกถึงภาพนี้ ฝ่ามือของเซียนปู้เซียวก็พลันกำหมัดแน่นเพื่อระงับโทสะที่ลุกโชติช่วงดุจเพลิงผลาญในอเวจี

“ด้วยนิสัยของฮุ่ยหรง...เรามั่นใจว่าฮุ่ยหรงจะต้องลงมือบีบบังคับอวี่หลีอย่างแน่นอน และทำทุกอย่างให้สำเร็จผลโดยไร้ซึ่งความปรานี”

ฮ่องเต้ทรงรับสั่งสุรเสียงเคร่งเครียดไม่แพ้กัน พระพักตร์ที่ผ่านเลยวัยกลางคนมาแล้วฉายแววอ่อนล้าจากการตรากตรำงานราชกิจแห่งแผ่นดินโดยไม่หยุดพัก มาในยามนี้ดูเหนื่อยหนักราวกับชายชราที่จวนละทิ้งสังขารอยู่ทุกเสี้ยวลมหายใจ ดวงพระเนตรที่เคยคมประกายกล้าทรงพระราชอำนาจวูบไหวอ่อนแสงลงริบหรี่ ถ้อยกระแสรับสั่งในท้ายประโยคดุจราวกับลมหายใจเฮือกสุดท้ายก่อนจะจมลงในห้วงธาราแห่งความสิ้นหวัง

“อวี่หลี...เจ้าเด็กคนนี้เป็นคนจิตใจดี ร่าเริงแจ่มใส แต่ก็มีส่วนหนึ่งที่ขลาดกลัวและดื้อรั้น ดังนั้นเจ้าเด็กคนนี้จะต้องดื้อดึงไม่ยินยอมรับความผิดที่ตัวเองไม่ได้เป็นคนก่อแน่ๆ และหากปล่อยเวลาทิ้งไว้นานเท่าใด ก็จะยิ่งถูกทรมานหนักหน่วงยิ่งขึ้น ดังนั้นท่านแม่ทัพใหญ่...พวกเรามีเวลาเหลือไม่มากแล้ว เจ้าต้องการสิ่งใด เราจะสนับสนุนเจ้าเต็มที่”

“ขอบพระทัยฝ่าบาทที่ทรงสนับสนุน สิ่งแรกที่ข้าพระองค์ขอกราบทูลแนะนำคือการถ่วงเวลาพระเจ้าค่ะ” เซียนปู้เซียวกราบทูล

“ถึงแม้ว่าองค์ชายใหญ่จะมีอิทธิพลมากมายเพียงใด แต่ก็ยังเป็นแค่องค์ชายคนหนึ่งเท่านั้น ไม่อาจเทียบกับพระราชอำนาจแห่งพระองค์ได้ ดังนั้นขอแค่ฝ่าบาทเข้าไปขัดขวางการสอบสวนขององค์ชายใหญ่ จากนั้นก็ประกาศรับเป็นผู้สอบสวนเรื่องราวทั้งหมดนี้ด้วยพระองค์เองพระเจ้าค่ะ วิธีการนี้เท่านั้น ที่จะทำให้องค์ชายเฉินอวี่หลีไม่ต้องตกอยู่ในอันตราย”

“ขัดขวาง...ถึงแม้ว่าในยามนี้ ฮุ่ยหรงจะมีอำนาจมากกว่าเราผู้เป็นฮ่องเต้เช่นนี้หรือ” ฮ่องเต้ทรงส่ายพระพักตร์อย่างไม่ทรงเห็นพ้อง

“เกรงก็แต่วิธีนี้ไม่อาจรั้งเวลาได้นานนัก ขุนนางที่อยู่ฝ่ายเดียวกับฮุ่ยหรงต้องออกมาคัดค้าน กล่าวหาว่าเราผู้เป็นฮ่องเต้ไร้ซึ่งความยุติธรรม ส่วนฮุ่ยหรงก็อาจใช้วิกฤติครั้งนี้ร่วงวงกับขุนนาง กล่าวหาและลงชื่อถอดถอนเราออกจากตำแหน่งฮ่องเต้ได้อย่างง่ายดาย”

“ฝ่าบาทอย่าทรงกังวลพระทัยไปนักเลยพระเจ้าค่ะ” เซียนปู้เซียวกราบทูลเกลี้ยกล่อมอีกครั้ง

“นับตั้งแต่ที่ข้าพระองค์รู้ว่าองค์ชายใหญ่เสด็จไปจับกุมตัวองค์ชายสิบสอง ข้าพระองค์ก็ได้สั่งให้คนปล่อยข่าวเรื่ององค์ชายใหญ่สืบคดีองค์ชายโม่หลาง ที่ได้หายตัวเพราะองค์ชายวิปลาสในทันที ขณะเดียวกันก็เริ่มติดตามหาตัวองค์ชายโม่หลางอย่างไม่หยุดพัก...เมื่อรวมกับเบาะแสที่ได้จากเหล่าข้ารับใช้ในตำหนักสงบฟ้า ข้าพระองค์มั่นใจว่าจะสามารถเชิญเสด็จองค์ชายโม่หลางกลับมาโดยเร็วที่สุดพระเจ้าค่ะ”

“ท่านแม่ทัพใหญ่ช่างมองการณ์ไกลยิ่งนัก” ฮ่องเต้ทรงแย้มพระสรวลออกมาได้ในที่สุด ความกังวลในพระทัยที่หนักหน่วงปานประหนึ่งแบกภูเขาอยู่บนบ่า พลันว่างเปล่าราวกับโยนทุกสิ่งทิ้งไป

“แต่เราก็ยังมีเรื่องข้องใจอยู่ข้อหนึ่ง เหตุใดเจ้าถึงปล่อยข่าวเรื่องนี้ออกไปเล่า หรือว่าท่านแม่ทัพใหญ่มีแผนการใดอยู่ในใจ...”

“การปล่อยข่าวเรื่องนี้ออกไปจะทำให้สายตาทุกคู่ จากทุกชนชั้นในแคว้นผู่โจวมองมาที่เรื่องนี้ด้วยความสนใจ ซึ่งนั่นจะทำให้องค์ชายใหญ่ไม่กล้าทำสิ่งใดรุนแรงต่อองค์ชายสิบสองมากนัก...ระหว่างนี้ก็เหลือแค่ฝ่าบาททรงยื่นมือเข้าไปช่วยถ่วงเวลา ให้พวกข้าพระองค์ได้เชิญเสด็จองค์ชายโม่หลางกลับมาเท่านั้นพระเจ้าค่ะ”

“ดี! เราเข้าใจแล้ว เราจะไปขัดขวางการสอบสวนเสียเดี๋ยวนี้ ที่เหลือ...เราของฝากความหวังไว้ที่เจ้าก็แล้วกัน”

สิ้นรับสั่งฮ่องเต้แห่งแคว้นผู่โจวก็เสด็จตรงไปยังคุกหลวงทันทีอย่างไม่รอช้า สองพระบาทก้าวเดินรีบร้อนและรวดเร็วปานพายุ ในขณะที่ทหารราชองครักษ์ ขันทีและนางกำนัลล้วนวิ่งตามเสด็จจนขาแทบพันกัน หวิดหกล้มก็อยู่หลายครั้ง ท่าทีทุลักทุเลหาความสง่างามไม่ได้แม้แต่น้อย

ส่วนเหล่าข้าราชสำนักและนางสนมที่บังเอิญอยู่ระหว่างทางเสด็จ เมื่อพานพบเข้ากับขบวนแห่งองค์ฮ่องเต้ก็พากันถอยหลบแทบไม่ทัน บางคนยังไม่ทันก้มลงถวายบังคมร่างวรองค์ทรงชุดลายมังกรก็ดำเนินเลยลิบลิ่วไปไกลแล้ว

จากพระราชตำหนักใหญ่ไปถึงคุกหลวงในกรมอาญามีระยะทางไม่ใกล้ไม่ไกลนัก แต่เพราะพระองค์ไม่ได้เสด็จก้าวพระบาทดำเนินเร็วๆ เช่นนี้มานานปี ก็ทำเอาถึงกับทรงหอบหนักด้วยความเหน็ดเหนื่อย ประกอบกับพระพักตร์ซีดขาวสลับเขียวคล้ำด้วยรอยพระกริ้ว ทำให้คนในกรมอาญาทั้งหลายเมื่อได้เห็นพระพักตร์ฮ่องเต้เข้าถึงกับร่างกายสะท้าน ขนอ่อนตามเรือนร่างลุกชันด้วยความหวั่นเกรงพระอาญา ภายในใจต่างก็วิเคราห์คาดเดากันว่าตัวเองจะรับเคราห์ครั้งนี้ด้วยหรือไม่

“ถวายพระพรฝ่าบาท...”

“องค์ชายใหญ่อยู่ไหน” องค์ฮ่องเต้ไม่สนใจไยดีร่างข้าหลวงที่ก้มลงถวายบังคมกันอย่างตระหนกตื่น สายพระเนตรกวาดมองไปทั่วห้องโถงรับรองแขกเพื่อมองหาร่างขององค์ชายฮุ่ยหรง รับสั่งเค้นถามออกไปอย่างดุดันราวพยัคฆ์คำราม พระอาการหอบหนักเพราะเสด็จดำเนินมาไกลส่งผลให้พระวรกายไหวขยับ แต่กลับทำให้คนของกรมอาญาเข้าใจผิดว่าเป็นเหตุเพราะทรงกริ้ว ความหวั่นกลัวจึงทำให้ทุกคนระแวดระวังตัวขึ้นมาหลายส่วน ล้วนแล้วไม่มีผู้ใดกล้าเงยหน้าขึ้นมาหรือแม้กระทั่งหายใจแรงให้เกิดการระคายเคืองพระทัย

ในเมื่อไม่มีผู้ใดกล้าทูลตอบ ฝ่าพระหัตถ์ก็คว้าคอเสื้อเจ้าหน้าที่กรมอาญาผู้หนึ่งที่อยู่ใกล้ๆ ขึ้นมาตะคอกถาม

“เราถามว่าองค์ชายใหญ่อยู่ไหน!”

“ทูลฝ่าบาท องค์ชายใหญ่...องค์ชาย...”

“ถวายพระพรเสด็จพ่อ” ถ้อยสำเนียงเหยียบเย็นเอ่ยขึ้นมาขัดจังหวะการสนทนา พร้อมกับร่างสูงในอาภรณ์ไหมสีดำปักลายกิเลนเงินสืบเท้าก้าวมาออกมาจากภายในจวน ดวงพักตร์หล่อเหลาคมคายไร้รอยอบอุ่น ดวงเนตรคมไร้อารมณ์ดูเหน็บหนาวดั่งสายฝนโปรยร่วงกลางธารหิมะขาวโพลน

“ฮุ่ยหรง” ฮ่องเต้ทรงรับสั่งเรียกนามองค์ชายใหญ่ด้วยความห่างเหิน “ข้าได้ข่าวว่าเจ้าจับองค์ชายสิบสองมาสอบสวน...เป็นความจริงหรือไม่”

“พระเจ้าค่ะ” ฮุ่ยหรงทูลตอบคำกระชับสั้นโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า หากเรียวคิ้วกลับขมวดเล็กน้อยด้วยรู้สึกถึงความยุ่งยากที่มาเยือนเหนือความคาดหมาย

ข่าวลือเรื่องที่เขานำตัวเฉินอวี่หลีมาสอบสวน ได้แพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่ชั่วยามเท่านั้น ไม่คิดว่าเขายังไม่ทันได้ลงฟาดแส้หรือหวดไม้เฆี่ยนทรมานเจ้าคนสติวิปลาสน่าชังผู้นั้นให้สาแก่ใจ ฮ่องเต้ถึงกับเสด็จมาขัดขวางเขาด้วยพระองค์เองถึงที่

ช่างยุ่งยาก เรื่องนี้ช่างยุ่งยากยิ่งนัก!

“นำทางเราไปพบองค์ชายสิบสองเดี๋ยวนี้” ฮ่องเต้รับสั่งสุรเสียงตวาดหนักหน่วง ร่างข้าหลวงแห่งกรมอาญาพากันสะดุ้งโหยงกันถ้วนทั่ว ต่างลอบส่งสายตามองฮ่องเต้ที มององค์ชายใหญ่ที ความคิดภายในใจสับสนวุ่นวายเพราะลังเลว่าจะทำเช่นใด

ถ้าหากทำตามกระแสรับสั่งของฝ่าบาท องค์ชายใหญ่ก็อาจส่งคนมาลอบสังหารพวกเขาทิ้ง

แต่ถ้าไม่ทำตามรับสั่งฮ่องเต้ด้วยเกรงกลัวองค์ชายใหญ่ สุดท้ายพวกเขาก็ถูกลงพระอาญาประหารทิ้งเช่นกัน

อ่า...สวรรค์ไร้น้ำใจ!

“ดีมาก! ในเมื่อไม่มีใครกล้านำทางฮ่องเต้เช่นเรา พวกเจ้าก็อย่าหวังว่าจะมีหัวอยู่ประดับบ่าเลยก็แล้วกัน”

“อ๊าฝ่าบาท! คุกหลวงเป็นสถานที่อัปมงคล พระวรกายของฝ่าบาทล้วนเป็นสิ่งล้ำค่าจากสวรรค์ ย่อมไม่สมควรแปดเปื้อนกลิ่นอายในสถานที่อัปมงคลพระเจ้าค่ะ” หัวหน้ากรมอาญาถลาร่างลงคุกเข่า พลางโขกหัวลงพื้นอย่างรักตัวกลัวตาย ส่งผลให้ข้าราชสำนักคนอื่นๆ ต่างก็ถลาร่างลงคุกเข่าทำตาม และเอ่ยวาจาดุจเดียวกันทันที

“ฝ่าบาท ขอทรงพิจารณาด้วยเถิดพระเจ้าค่ะ!”

“ฮึ!” ฮ่องเต้ไม่ทรงสดับฟังคำกราบทูล ฝ่ามือสะบัดปัดชายแขนชุดฉลองพระองค์หนึ่งที ราวกับทรงโบกไล่แมลงน่ารำคาญให้หลบไปจากสายพระเนตร สองฝ่าพระบาทก็ก้าวไปยังเส้นทางที่เห็นองค์ชายใหญ่เดินออกมาก่อนหน้า เสด็จตรงไปยังคุกหลวงด้วยความมั่นพระทัย

“เสด็จพ่อ เรื่องนี้...” ฮุ่ยหรงเอ่ยวาจากราบทูลไม่ถึงครึ่งคำ ฮ่องเต้แห่งแค้วนผู่โจวก็เสด็จไปถึงปากทางเข้า และมุ่งตรงไปยังส่วนของคุกหลวงในกรมอาญาแล้ว อีกทั้งยังรับสั่งทิ้งท้ายเอาไว้ว่า

“ฮุ่ยหรง เจ้าก็รู้ดีว่าการที่องค์ชายคนหนึ่งหายตัวไปเพราะฝีมือพี่น้องของตนเอง นับว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันถึงชื่อเสียงของราชวงศ์ผู่โจว ดังนั้นเราในฐานะที่เป็นพระราชบิดาและฮ่องเต้จะเป็นผู้สอบปากคำองค์ชายสิบสองด้วยตัวเอง”

“หากเสด็จพ่อรับสั่งถึงขั้นนี้แล้ว ลูกก็ไม่อาจดื้อรั้นได้...” ฮุ่ยหรงรู้ดีแก่ใจว่ายามนี้ฮ่องเต้ทรงดั่งน้ำป่าที่ไหลเชี่ยวด้วยโทสะ หากเรือเช่นเขาต่อให้ลำใหญ่ด้วยอำนาจแค่ไหน เมื่อลอยเข้าไปขวางก็รั้งแต่จะพานพบหายนะ

อีกทั้งฮ่องเต้ยังทรงแสดงพระประสงค์ต่อหน้าทุกคนออกไปอย่างโจ่งแจ้ง เขาในฐานะองค์ชายผู้หนึ่งหากไปขัดขวางก็จะกลายเป็นที่ครหา ถูกตราหน้าว่าไม่เห็นพระราชอำนาจฮ่องเต้อยู่ในสายตา ดังนั้นเพื่อความสง่างามยามยึดครองบัลลังก์ในภายภาคหน้า รวมทั้งสกัดการถูกขุนนางฝ่ายศัตรูเอาจุดนี้มาเล่นงานในภายหลัง เขาจึงต้องแสร้งเป็นต้นหญ้าลู่ลมหลบแรงพายุไปก่อน

“เชิญเสด็จทางนี้พระเจ้าค่ะ” องค์ชายใหญ่แห่งแคว้นผู่โจวรีบขยับฝ่าเท้าก้าวขึ้นหน้า จัดการนำเสด็จองค์ฮ่องเต้อย่างไม่รอช้า ในขณะที่สีหน้ายังคงเย็นชาและเต็มไปด้วยความหยิ่งผยองเช่นเดิม

หลักฐานที่ฮุ่ยหรงหามานั้น มีทั้งพยานบุคคลและของกลาง ที่นางกำนัลแห่งตำหนักสงบฟ้าใช้เป็นค่าสินบนยามแล้วแอบหลบหนีออกจากทางประตูผี รวมทั้งหลักฐานสำคัญอื่นๆ ที่มีทั้งของจริงและสิ่งที่สร้างขึ้นมาอย่างแนบเนียนไร้พิรุธ

ทั้งหมดล้วนยืนยันความผิดขององค์ชายวิปลาสได้อย่างไร้ช่องโหว่ ถึงแม้ว่าฮ่องเต้จะสอบสวนเรื่องนี้ด้วยพระองค์เองอย่างไร สุดท้ายก็ไม่อาจอาศัยความลำเอียงส่วนพระองค์ช่วยเหลือคนให้พ้นภัยไปได้

องค์ชายใหญ่ฮุ่ยหรงเปิดประตูห้องลับที่อยู่ด้านในส่วนลึกของคุกหลวงด้วยความมั่นใจ ภายในห้องลับซึ่งซ่อนเร้นมาหลายชั่วยามถูกเปิดเผยออกมาอย่างรวดเร็ว

“เสด็จพ่ออออออออออ”

เฉินอวี่หลีที่ถูกมัดสองมือสองเท้าตรึงอยู่บนผนังท่ามกลางเครื่องลงทัณฑ์มากมาย ทันทีที่ประตูห้องลับถูกเปิดออกแล้วเห็นหน้าว่าใครปรากฏตัวขึ้น เขาถึงกับร้องไห้ออกมารุนแรงยิ่งกว่าสายน้ำป่าที่ไหลหลากในฤดูฝน สองแก้มเจิ่งนองเปียกชื้นจนยากจะคาดเดาว่าส่วนไหนน้ำตาหรือน้ำมูกกันแน่

ดวงพักตร์พิลาสล้ำดั่งสตรีสะคราญโฉมเต็มไปด้วยรอยเปื้อนมอมแมมกระดำกระด่าง ที่ไม่ทราบว่าเป็นรอยเปื้อนจากสิ่งใดกันแน่ ชุดอาภรณ์บนร่างเหลือเพียงแค่เสื้อกับกางเกงส่วนชั้นในอันเป็นชุดนักโทษที่เป็นผ้าเนื้อหยาบบาดผิว เส้นผมสีดำเงางามดั่งม่านไหมที่เคยเกล้ามวยสวย ยามนี้กลับหลุดลุ่ยกระเซิงยุ่งเหยิงไม่น่ามอง

นับได้ว่า...องค์ชายวิปลาสผู้แสนงดงามปานนางสวรรค์ ในยามนี้กลับมีท่าทีชวนน่าเวทนาสงสารอย่างยิ่ง

“งือๆ พี่ใหญ่รังแกข้า งือๆ เสด็จพ่อมาช่วยอวี่หลีแล้วใช่ไหมพระเจ้าค่ะ อวี่หลีรักเสด็จพ่อที่สุด งือๆ” เฉินอวี่หลีร่ำไห้พลางสะบัดร่างให้หลุดพ้นจากเครื่องพันธนาการทั่วร่าง ทุกเสี้ยวลมหายใจไม่คิดอยากจะอยู่ที่นี่แม้แต่นิดเดียว

น่าเสียดาย...เจ้าหมาน้อยของท่านแม่ทัพเซียนกลับคิดเห็นผิดพลาดไปเสียแล้ว ความดีใจที่จะได้รับการช่วยเหลือล้วนเกิดขึ้นมาอย่างสูญเปล่า

“อวี่หลี...” ผู้เป็นพระราชบิดาอดกลั้นพระทัยไหวสะท้านต่อความจริงที่ทรงพานพบ สายพระเนตรไม่อาจทนทอดมองสีหน้าขององค์ชายสิบสองได้อย่างใจแข็ง

ทว่า...ละครบทนี้ย่อมไม่อาจไม่แสดงต่อได้ ทรงทำได้เพียงแค่ข่มพระอารมณ์แล้วรับสั่งออกไปอย่างดุดัน

“ทหาร...เอาแส้มาให้เราเดี๋ยวนี้ เราจะสอบสวนองค์ชายสิบสองด้วยตัวเอง และนอกจากทหารราชองครักษ์ของเราแล้ว พวกเจ้าทุกคนจงออกไปจากห้องนี้ให้หมด ไม่มีคำสั่งจากเรา ห้ามใครหน้าไหนเข้ามาแม้แต่ก้าวเดียว!”

ขอบพระคุณเจ้าค่ะ 

蝶兰 

เตี๋ยหลาน 

17/ธ.ค./2560 

สามารถตามหา ตามทวง ติดตามความเคลื่อนไหว หรือ ติดต่อไรท์ได้ที่ 

เฟซบุคเพจ เตี๋ยหลาน-นักเขียน-蝶兰 (https://www.facebook.com/DielanWriter) 

ความคิดเห็น