เตี๋ยหลาน

ไรท์เตอร์เตี๋ยหลานขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเจ้าค่ะ

30 ยามเปลี่ยนแผนการ

ชื่อตอน : 30 ยามเปลี่ยนแผนการ

คำค้น : Yaoi BL วาย วายจีน จีนโบราณ ท่านอ๋องวิปลาส

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.2k

ความคิดเห็น : 18

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ต.ค. 2561 14:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
30 ยามเปลี่ยนแผนการ
แบบอักษร

ตอนที่ 30 

ยามเปลี่ยนแผนการ

ใดๆ ในโลกหล้าล้วนหาความยั่งยืนได้ไม่ ทุกสรรพสิ่งแม้นวางแผนรัดกุมเพียงใด ย่อมมีสิ่งหนึ่งที่เรียกว่า ‘ความบังเอิญ’ เกิดขึ้นได้ และองค์ชายโม่หลางก็คือหนึ่งในความบังเอิญเกินความคาดหมายนั้น

.

เดิมทีองค์ชายใหญ่ฮุ่ยหรงมีจิตใจมักใหญ่ใฝ่สูง เพื่อส่งตัวเองก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งฮ่องเต้ถึงได้กระทำการลักลอบซ่องสุมกำลังคนเอาไว้อย่างลับๆ ก่อตั้งหน่วยเร้นเงาขึ้นมาเพื่อจัดการเรื่องราวตามความต้องการของตนเอง อย่างเช่นการลอบสังหารเหล่าขุนนางที่มีทีท่าว่าจะเป็นปรปักษ์ หรือแม้กระทั่งเหล่าองค์หญิงองค์ชายที่สิ้นพระชนม์จากไปอย่างมีเงื่อนงัน ทั้งหมดล้วนเป็นฝีมือของหน่วยเร้นเงาทั้งสิ้น

.

ไม่เพียงแค่หน่วยเร้นเงาเท่านั้นที่นับว่าเป็นมือเท้าให้องค์ชายใหญ่ก้าวเข้าสู่ตำแหน่งฮ่องเต้ในอนาคตได้อย่างมั่นคง ยังมีกลุ่มขุนนางของฝ่ายพระมารดาผู้เป็นถึงฮองเฮาแห่งแคว้นผู่โจวให้การสนับสนุนทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นกำลังทรัพย์มากมายมหาศาลจากกลุ่มการค้าในแคว้น หรือกระทั่งเสียงสนับสนุนในกลุ่มทางการเมืองที่กลืนกินไปเกินกว่าครึ่งราชสำนัก

.

ดังนั้นหากองค์ชายใหญ่จะชี้ไม้แล้วเอ่ยเรียกว่านก ทุกคนก็ล้วนคล้อยตามเรียกว่านกเช่นเดียวกัน

.

ในเมื่อทุกอย่างล้วนง่ายดายภายใต้ฝ่ามือกำหนด องค์ชายใหญ่ฮุ่ยหรงที่วาดหวังในตำแหน่งฮ่องเต้มาตลอดหลายปีก็เริ่มหมดความอดทนรออีกต่อไป...

.

ข่าวเรื่องการวางแผนก่อกบฏหลังวันเทศกาลสักการะเทพเจ้าประจำแคว้นผู่โจวถูกจวินเสี่ยวชี ท่านรองแม่ทัพที่ถูกท่านแม่ทัพใหญ่เซียนปู้เซียวส่งเข้าไปแฝงตัวอยู่ในหน่วยเร้นเงาหลายปีได้ส่งข้อมูลมาให้อย่างรีบร้อน

.

เซียนปู้เซียวที่ประจำการอยู่เขตชายแดนเมื่อได้รับข้อมูลข่าวเรื่องการเตรียมแผนก่อกบฏขององค์ชายใหญ่นั้น เขาก็ไม่รั้งรอชักช้า เร่งรุดเดินทางมายังเมืองหลวงเพื่อร่วมพิธีสักการะเทพเจ้าประจำแคว้นผู่โจวทันที

.

ที่ผ่านมา...ท่านแม่ทัพใหญ่เซียนปู้เซียวได้รับพระราชทานอนุญาตจากฮ่องเต้ให้สามารถไม่เข้าร่วมงามพระราชพิธีนี้ได้เป็นกรณีพิเศษ ด้วยเหตุเพราะชายแดนนั้นอยู่ห่างไกลต้องใช้เวลาในการเดินทางหลายวัน ประกอบกับเขตชายแดนแค้วนผู่โจวมีปัญหาเรื่องโจรสลัดที่ก่อความวุ่นวายในเขตน่านน้ำและยังมีโจรภูเขาที่ลับลอบใช้เขตชายแดนในการก่อความผิดแล้วหลบหนี ทำให้เซียนปู้เซียวต้องอยู่รั้งเขตชายแดนเพื่อจัดการความสงบมาหลายปี ครั้งเมื่อเขาไปปรากฏตัวในวันสักการะเทพเจ้าประจำแคว้น ส่งผลให้องค์ชายใหญ่เกิดความสงสัยระคนหวาดระแวง แผนการก่อกบฏก็เลื่อนชะลอออกไปในทันที

.

แต่นั้นไม่ใช่สิ่งที่หยุดยั้งแผนการขององค์ชายใหญ่ได้เลย

.

องค์ชายฮุ่ยหรงปรับเปลี่ยนแผนการขึ้นมาใหม่อีกครั้ง โดยเขาจะลงมือลอบสังหารฮ่องเต้แล้วใส่ร้ายป้ายสีด้วยหลักฐานปลอมว่าองค์ชายโม่หลางเป็นผู้ทำกระทำการปิตุฆาต สังหารพระราชบิดาเพื่อมุ่งหวังช่วงชิงบัลลังก์ จากนั้นองค์ชายใหญ่ฮุ่ยหรงก็ใช้ข้ออ้างเหล่านี้ในกำจัดองค์ชายโม่หลาง สังหารคนทิ้งแล้วสถาปนาตัวเองขึ้นสู่บัลลังก์มังกรอย่างสง่าผ่าเผย

.

แผนการใหม่ขององค์ชายฮุ่ยหรงถูกจวินเสี่ยวชีส่งข่าวมาให้ท่านแม่ทัพใหญ่ในทันทีที่องค์ชายฮุ่ยหรงเริ่มเคลื่อนไหว

.

เซียนปู้เซียวได้นำข่าวนี้ไปกราบทูลฮ่องเต้เป็นการส่วนตัวอย่างลับๆ จากนั้นพระองค์กับเซียนปู้เซียวได้ร่วมมือกันวางแผนซ้อนแผน ใช้วิธีการตลบหลังแล้วเปิดโปงความชั่วขององค์ชายใหญ่

.

ทุกจังหวะในแผนการของทั้งสองฝ่ายล้วนรอบครอบ รัดกุม และเตรียมการมาอย่างดีไร้ซึ่งข้อผิดพลาด

.

ทว่า...น่าเสียดายที่ตัวแปรสำคัญในแผนการอย่างองค์ชายโม่หลาง กลับบังเอิญหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย อีกทั้งองค์ชายใหญ่ยังสืบทราบว่าองค์ชายสิบสองเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการหายตัวไปขององค์ชายโม่หลาง เขาถึงได้เร่งรุดมายังตำหนักสงบฟ้าอย่างกะทันหัน จากนั้นก็ใช้อำนาจบากใหญ่จับคนไปสอบสวน อีกทั้งยังส่งคนของหน่วยเร้นเงาสังหารข้ารับใช้ในตำหนักสงบฟ้าเพื่อปิดปากทุกคนไม่ให้สอดแทรกยามป้ายความผิดองค์ชายเฉินอวี่หลี

.

“ท่านแม่ทัพเซียน เจ้ามีความเห็นเช่นใด” ฮ่องเต้แห่งแคว้นผู่โจวรับสั่งสุรเสียงเคร่งเครียด พระพักตร์แม้นล่วงเลยเวลามาถึงครึ่งร้อยพระชันษาแต่ยังคงเค้าความหล่อเหลาคมคายนั้น ฉายฉาบทับด้วยรอยกังวนอย่างเห็นได้ชัดเจน สายพระเนตรคมดั่งศาสตราวุธจ้องมองไปยังร่างเหล่าข้ารับใช้ในตำหนักสงบฟ้าที่คุกเข่าอยู่บนพื้นห้องทรงพระอักษร แรงกดดันแห่งพระราชอำนาจแผ่กำจายออกมาจากเรือนร่างในชุดทรงลวดลายมังกรทอง

.

“องค์ชายใหญ่ฮุ่ยหรงไม่เห็นแก่พระราชอำนาจแห่งองค์ฮ่องเต้ กลับใช้อำนาจส่วนตัวจับกุมองค์ชายเฉินอวี่หลีไปสอบสวนในคุกหลวง เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่า อีกฝ่ายมีหลักฐานที่สามารถเอาผิดกับองค์ชายเฉินอวี่หลีได้อย่างแน่นอน จะเหลือก็แค่...ใช้วิธีบีบบังคับให้องค์ชายเฉินอวี่หลีลงชื่อยินยอมรับความผิดเท่านั้น” 

.

เซียนปู้เซียวกราบทูลเสียงเครียด ภายในใจปวดร้าวเมื่อคิดจินตนาการไปถึงภาพของเจ้าหมาน้อยยามถูกองค์ชายใหญ่ใช้ทัณฑ์ทรมานอย่างโหดเหี้ยม เพียงแค่นึกถึงภาพนี้ ฝ่ามือของเซียนปู้เซียวก็พลันกำหมัดแน่นเพื่อระงับโทสะที่ลุกโชติช่วงดุจเพลิงผลาญในอเวจี

.

“ด้วยนิสัยของฮุ่ยหรง...เรามั่นใจว่าฮุ่ยหรงต้องลงมือบีบบังคับอวี่หลีทันทีแน่นอน และทำทุกอย่างให้สำเร็จผลโดยไร้ซึ่งความปราณี” ฮ่องเต้รับสั่งสุรเสียงเคร่งเครียดไม่แพ้กัน พระพักตร์ที่ผ่านเลยวัยกลางคนมาแล้วฉายแววอ่อนล้าจากการตรากตรำงานราชกิจแห่งแผ่นดินโดยไม่หยุดพัก มาในยามนี้ดูเหนื่อยหนักราวกับชายชราที่จวนละทิ้งสังขารอยู่ทุกเสี้ยวลมหายใจ ดวงพระเนตรที่เคยคมประกายกล้าทรงพระราชอำนาจวูบไหวอ่อนแสงลงริบหรี่ ถ้อยกระแสรับสั่งในท้ายประโยคดุจราวกับลมหายใจเฮือกสุดท้ายก่อนจะจมลงในห้วงธาราแห่งความสิ้นหวัง

.

“อวี่หลี...เจ้าเด็กคนนี้เป็นคนจิตใจดี ร่าเริงแจ่มใส แต่ก็มีส่วนหนึ่งที่ขลาดกลัวและดื้อรั้น ดังนั้นเจ้าเด็กคนนี้จะต้องดื้อดึงไม่ยินยอมรับความผิดที่ตัวเองไม่ได้ก่อแน่ๆ หากปล่อยเวลาทิ้งไว้นานเท่าใด ก็จะยิ่งถูกทรมานหนักหน่วงยิ่งขึ้น ดังนั้นท่านแม่ทัพใหญ่...พวกเรามีเวลาเหลือไม่มากแล้ว เจ้าต้องการสิ่งใด ข้าจะสนับสนุนเจ้าเต็มที่”

.

“ขอบพระทัยฝ่าบาทที่สนับสนุน สิ่งแรกที่ข้าพระองค์ขอกราบทูลแนะนำคือการถ่วงเวลาพระเจ้าค่ะ”

.

“ถึงแม้ว่าองค์ชายใหญ่จะมีอิทธิพลมากมายเพียงใด แต่ก็ยังเป็นแค่องค์ชายผู้หนึ่งเท่านั้น ไม่อาจเทียบกับพระราชอำนาจแห่งพระองค์ได้ ดังนั้นขอแค่ฝ่าบาทเข้าไปขัดขวางการสอบสวนขององค์ชายใหญ่ จากนั้นก็ประกาศรับเป็นผู้สอบสวนเรื่องราวทั้งหมดนี้ด้วยพระองค์เองพระเจ้าค่ะ วิธีการนี้เท่านั้นที่จะทำให้องค์ชายเฉินอวี่หลีไม่ต้องตกอยู่ในอันตราย”

.

“ขัดขวาง...ถึงแม้ว่าในยามนี้ ฮุ่ยหรงจะมีอำนาจมากกว่าข้าผู้เป็นฮ่องเต้น่ะหรือ เกรงก็แต่วิธีนี้ไม่อาจรั้งเวลาได้นานนัก ขุนนางที่อยู่ฝ่ายเดียวกับฮุ่ยหรงต้องออกมาคัดค้าน กล่าวหาว่าข้าไร้ซึ่งความยุติธรรม ส่วนฮุ่ยหรงก็อาจใช้วิกฤติครั้งนี้ร่วงกันกล่าวหาและลงชื่อถอดถอนเราออกจากตำแหน่งฮ่องเต้ได้อย่างง่ายดาย”

.

“ฝ่าบาทอย่าทรงกังวลพระทัยไปนักเลยพระเจ้าค่ะ เพราะนับตั้งแต่ที่ข้าพระองค์รู้ว่าองค์ชายใหญ่เสด็จไปจับกุมตัวองค์ชายสิบสอง ข้าพระองค์ก็ได้สั่งให้คนปล่อยข่าวเรื่ององค์ชายใหญ่สืบคดีองค์ชายโม่หลางที่หายตัวเพราะองค์ชายวิปลาสไปทันที ในขณะเดียวกันก็เริ่มติดตามหาตัวองค์ชายโม่หลางอย่างไม่หยุดพัก...รวมทั้งเบาะแสที่ได้จากเหล่าข้ารับใช้ในตำหนักสงบฟ้า ข้าพระองค์มั่นใจว่าจะสามารถเชิญเสด็จองค์ชายโม่หลางกลับมาโดยเร็วที่สุดพระเจ้าค่ะ”

.

“ท่านแม่ทัพใหญ่ช่างมองการณ์ไกลยิ่งนัก แต่เรายังข้องใจอยู่ข้อหนึ่ง เหตุใดเจ้าถึงปล่อยข่าวเรื่องนี้ออกไปเล่า หรือว่าท่านแม่ทัพใหญ่มีแผนการใดอยู่ในใจ...”

.

“การปล่อยข่าวเรื่องนี้ออกไปจะทำให้สายตาทุกคู่จากทุกชนชั้นในแคว้นผู่โจวมองมาที่เรื่องนี้ด้วยความสนใจ ซึ่งนั่นจะทำให้องค์ชายใหญ่ไม่กล้าทำสิ่งใดรุนแรงต่อองค์ชายสิบสองมากนัก...ระหว่างนี้ก็เหลือแค่ฝ่าบาททรงยื่นมือเข้าไปช่วยถ่วงเวลาให้องค์ชายโม่หลางกลับมาเท่านั้นพระเจ้าค่ะ”

.

“ดี! เราจะไปขัดขวางการสอบสวนเสียเดี๋ยวนี้ ที่เหลือ...เราของฝากความหวังไว้ที่เจ้าก็แล้วกัน”

.

สิ้นรับสั่งฮ่องเต้แห่งแคว้นผู่โจวก็เสด็จตรงไปยังคุกหลวงทันทีอย่างไม่รอช้า สองพระบาทก้าวเดินรีบร้อนและรวดเร็วปานพายุ ในขณะที่ทหารราชองครักษ์ ขันทีและนางกำนัลล้วนวิ่งตามองค์ฮ่องเต้จนขาแทบพันกัน หวิดหกล้มก็อยู่หลายครั้ง ท่าทีทุลักทุเลหาความสง่างามไม่ได้แม้แต่น้อย ส่วนเหล่าข้าราชสำนักและนางสนมที่บังเอิญอยู่ระหว่างทางเสด็จ เมื่อพานพบเข้ากับขบวนแห่งองค์ฮ่องเต้ก็พากันถอยหลบแทบไม่ทัน บางคนยังไม่ทันก้มลงถวายบังคมร่างวรองค์ทรงชุดลายมังกรก็ดำเนินเลยริบลิ่วไปไกลแล้ว

.

จากพระราชตำหนักใหญ่ไปถึงคุกหลวงในกรมอาญามีระยะทางไม่ใกล้ไม่ไกล แต่เพราะไม่ได้เสด็จก้าวพระบาทดำเนินเร็วๆ เช่นนี้มานานปีก็ทำเอาถึงกับทรงหอบหนักด้วยความเหน็ดเหนื่อย ประกอบกับพระพักตร์ซีดขาวสลับเขียวคล้ำด้วยรอยพระกริ้วทำให้คนในกรมอาญาทั้งหลายเมื่อได้เห็นพระพักตร์ฮ่องเต้ถึงกับร่างกายสะท้าน ขนอ่อนตามเรือนร่างลุกชันด้วยความหวั่นเกรงพระอาญาและพระราชอำนาจ

.

“ถวายพระพรฝ่าบาท”

.

“องค์ชายใหญ่อยู่ไหน” องค์ฮ่องเต้ไม่สนใจไยดีร่างข้าหลวงที่ก้มลงถวายบังคมกันอย่างตระหนกตื่น สายพระเนตรกวาดมองไปทั่วห้องโถงรับรองแขกเพื่อมองหาร่างขององค์ชายฮุ่ยหรง รับสั่งเค้นถามออกไปอย่างดุดันราวพยัคฆ์คำราม พระอาการหอบหนักเพราะเสด็จดำเนินมาไกลส่งผลให้พระวรกายไหวขยับ แต่กลับทำให้คนของกรมอาญาเข้าใจผิวว่าเป็นเหตุเพราะทรงกริ้วหนัก ความหวั่นกลัวจึงทำให้ทุกคนระแวงระวังตัวขึ้นมาหลายส่วน ล้วนแล้วไม่มีผู้ใดกล้าเงยหน้าหรือแม้แต่หายใจแรงให้เกิดการระคายเคืองพระทัย

.

ในเมื่อไม่มีผู้ใดกล้าทูลตอบ ฝ่าพระหัตถ์ก็คว้าคอเสื้อเจ้าหน้าที่กรมอาญาผู้หนึ่งที่อยู่ใกล้ๆ ขึ้นมาตะคอกถาม

.

“เราถามว่าองค์ชายใหญ่อยู่ไหน!”

.

“ทูลฝ่าบาท องค์ชายใหญ่...องค์ชาย...”

.

“ถวายพระพรเสด็จพ่อ” ถ้อยสำเนียงเหยียบเย็นเอ่ยขึ้นมาขัดจังหวะการสนทนา พร้อมกับร่างสูงในอาภรณ์ไหมสีดำปักลายกิเลนเงินสืบเท้าก้าวมาออกมาจากภายในจวน ดวงพักตร์หล่อเหลาคมคายไร้รอยอบอุ่น ดวงเนตรคมไร้อารมณ์ดูเหน็บหนาวดั่งสายฝนโปรยร่วงกลางธารหิมะขาวโพลน

.

“ฮุ่ยหรง” ฮ่องเต้ทรงรับสั่งเรียกนามองค์ชายใหญ่ด้วยความห่างเหิน “ข้าได้ข่าวว่าเจ้าจับองค์ชายสิบสองมาสอบสวน...เป็นความจริงหรือไม่”

.

“พระเจ้าค่ะ” ฮุ่ยหรงทูลตอบคำกระชับสั้นโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า หากเรียวคิ้วกลับขมวดเล็กน้อยด้วยรู้สึกถึงความยุ่งยากที่มาเยือนเหนือความคาดหมาย.

.

ข่าวลือเรื่องที่เขานำตัวเฉินอวี่หลีมาสอบสวนได้แพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่ชั่วยามเท่านั้น ไม่คิดว่าเขายังไม่ทันได้ลงฟาดแส้หรือหวดไม้เฆี่ยนทรมานเจ้าคนสติวิปลาสน่าชังผู้นั้นให้สาสมแก่ใจ ฮ่องเต้ถึงกับเสด็จมาขัดขวางเขาด้วยพระองค์เองถึงที่

.

ช่างยุ่งยาก เรื่องนี้ช่างยุ่งยากยิ่งนัก!   

.

“นำทางเราไปพบองค์ชายสิบสองเดี๋ยวนี้” ฮ่องเต้รับสั่งสุรเสียงตะหวาดหนักหน่วง ร่างข้าหลวงแห่งกรมอาญาพากันสะดุ้งโหยงกันถ้วนทั่ว ต่างลอบส่งสายตามองฮ่องเต้ที มององค์ชายใหญ่ที ความคิดภายในใจสับสนวุ่นวายเพราะลังเลว่าจะทำเช่นใด

.

ถ้าหากทำตามกระแสรับสั่งของฝ่าบาท องค์ชายใหญ่ก็อาจส่งคนมาลอบสังหารพวกเขาทิ้ง

.

แต่ถ้าไม่ทำตามรับสั่งฮ่องเต้ด้วยเกรงกลัวองค์ชายใหญ่ สุดท้ายพวกเขาก็ถูกลงพระอาญาประหารทิ้งเช่นกัน

.

อ่า...สวรรค์ไร้น้ำใจ!.

.

“ดีมาก! ในเมื่อไม่มีใครกล้านำทางฮ่องเต้เช่นเรา พวกเจ้าก็อย่าหวังว่าจะมีหัวอยู่ประดับบ่าเลยก็แล้วกัน”

.

“อ๊าฝ่าบาท! คุกหลวงเป็นสถานที่อัปมงคล พระวรกายของฝ่าบาทล้วนเป็นสิ่งล้ำค่าจากสวรรค์ย่อมไม่สมควรแปดเปื้อนกลิ่นไอในสถานที่อัปมงคลพระเจ้าค่ะ” หัวหน้ากรมอาญาถลาร่างลงคุกเข่าโขกหัวลงพื้นอย่างรักตัวกลัวตาย ส่งผลให้ข้าราชสำนักถลาร่างลงทำตาม เอ่ยวาจาดุจเดียวกันทันที

.

“ฝ่าบาท ขอทรงพิจารณาด้วยเถิดพระเจ้าค่ะ!”

.

“ฮึ!” ฮ่องเต้ไม่ทรงสดับฟังคำทูล ฝ่ามือสะบัดปัดชายแขนชุดฉลองพระองค์หนึ่งทีราวกับทรงโบกไล่แมลงน่ารำคาญให้หลบไปจากสายพระเนตร สองฝ่าพระบาทก็ก้าวไปยังเส้นทางที่เห็นองค์ชายใหญ่เดินออกมาก่อนหน้า เสด็จตรงไปยังคุกหลวงด้วยความมั่นพระทัย

.

“เสด็จพ่อ เรื่องนี้...” ฮุ่ยหรงเอ่ยวาจากราบทูลไม่ถึงครึ่งคำ ฮ่องเต้แห่งแค้วนผู่โจวก็เสด็จไปถึงปากทางเข้าส่วนของคุกหลวงในกรมอาญาแล้ว  

.

“ฮุ่ยหรง เจ้าก็รู้ดีว่าการที่องค์ชายคนหนึ่งหายตัวไปเพราะฝีมือพี่น้องของตนเอง นับว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันถึงชื่อเสียงของราชวงศ์ผู่โจว ดังนั้นเราในฐานะที่เป็นพระราชบิดาและฮ่องเต้จะเป็นผู้สอบปากคำองค์ชายสิบสองด้วยตัวเอง”

.

“หากเสด็จพ่อรับสั่งถึงขั้นนี้แล้ว ลูกก็ไม่อาจดื้อรั้นได้ เชิญเสด็จทางนี้พระเจ้าค่ะ” องค์ชายฮุ่ยหรงขยับฝ่าเท้าก้าวขึ้นนำเสด็จอย่างไม่รอช้า สีหน้ายังคงนิ่งเฉยและเต็มไปด้วยความมั่นใจ

.

หลักฐานที่เขาหามามีทั้งพยานบุคคลและของกลางที่นางกำนัลแห่งตำหนักสงบฟ้าใช้เป็นค่าสินบนยามแอบหลบหนีออกจากทางประตูผี รวมทั้งหลักฐานสำคัญอื่นๆ ที่มีทั้งของจริงและสิ่งที่สร้างขึ้นมาอย่างแนบเนียนไร้พิรุธ

.

ทั้งหมดล้วนยืนยันความผิดขององค์ชายวิปลาสได้อย่างไร้ช่องโหว่ ถึงแม้ว่าฮ่องเต้จะสอบสวนเรื่องนี้ด้วยตัวเองอย่างไร สุดท้ายก็ไม่อาจอาศัยความลำเอียงส่วนพระองค์ช่วยคนไปได้แน่นอน

.

องค์ชายใหญ่ฮุ่ยหรงเปิดประตูห้องลับที่อยู่ด้านในส่วนลึกของคุกหลวงด้วยความมั่นใจที่สุด ภายภายในห้องลับซึ่งซ่อนเร้นมาหลายชั่วยามถูกเปิดเผยออกมาอย่างรวดเร็ว

.

“เสด็จพ่ออออออออออ” เฉินอวี่หลีที่ถูกมัดสองมือสองเท้าตรึงอยู่บนผนังท่ามกลางเครื่องลงทัณฑ์มากมายร้องไห้ออกมายิ่งกว่าสายน้ำหลาก สองแก้มเจิ่งนองเปียกชื้นจนยากจะคาดเดาว่าส่วนไหนนำตาหรือน้ำมูกกันแน่ ดวงพักตร์พิลาสล้ำดั่งสตรีสะคราญโฉมเต็มไปด้วยรอยเปื้อนมอมแมมกระดำกระด่างที่ไม่ทราบว่าเป็นรอยเปื้อนจากคราบใด ชุดอาภรณ์เหลือเพียงแค่ส่วนชุดนักโทษที่เป็นผ้าเนื้อหยาบบาดผิว เส้นผมสีดำเงางามดั่งม่านไหมที่เคยเกล้ามวยสวยกลับหลุดลุ่ยกระเซิงยุ่งเหยิง  

.

องค์ชายวิปลาสผู้แสนงดงามปานนางสวรรค์ ในยามนี้กลับมีท่าทีช่างน่าเวทนาสงสารยิ่งนัก  

.

“งือๆ พี่ใหญ่รังแกข้า งือๆ เสด็จพ่อมาช่วยอวี่หลีแล้วใช่ไหมพระเจ้าค่ะ อวี่หลีรักเสด็จพ่อที่สุด งือๆ” เฉินอวี่หลีร่ำไห้พลางสะบัดร่างให้หลุดพ้นจากเครื่องพันธนาการทั่วร่าง ทุกเสี้ยวลมหายใจไม่คิดอยากจะอยู่ที่นี่แม้แต่นิดเดียว

.

น่าเสียดาย...เหมาน้อยของท่านแม่ทัพเซียนกลับคิดเห็นผิดพลาดไปเสียแล้ว    

.

ผู้เป็นพระราชบิดาอดกลั้นพระทัยไหวสะท้านต่อความจริงที่ทรงพานพบ สายพระเนตรไม่อาจทนทอดมองสีหน้าขององค์ชายสิบสองได้อย่างใจแข็ง ทว่า...ละครบทนี้ย่อมไม่อาจไม่แสดงต่อได้ ทรงทำได้เพียงแค่ข่มพระอารมณ์แล้วรับสั่งออกไปอย่างดุดัน

.

“ทหาร...เอาแส้มาให้เราเดี๋ยวนี้ เราจะสอบสวนองค์ชายสิบสองด้วยตัวเอง และนอกจากทหารราชองครักษ์ของเราแล้ว พวกเจ้าทุกคนจงออกไปให้หมด!”

.

.

<div> </div>

ขอบคุณสำหรับคำชีแนะ แก้ไขคำผิด และการติดตาม

โปรดรออ่านตอนต่อไปอย่างใจเย็นนะเจ้าคะ ไรท์จะพยายามรีบกลับมาปั่นต่อ

ขอบพระคุณเจ้าค่ะ

蝶兰

เตี๋ยหลาน

17/ธ.ค./2560

สามารถตามหา ตามทวง ติดตามความเคลื่อนไหว หรือ ติดต่อไรท์ได้ที่

เฟซบุคเพจ เตี๋ยหลาน-นักเขียน-蝶兰 

(https://www.facebook.com/DielanWriter)

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}