หอหมื่นอักษร

นิยายแนวสืบสวนสอบสวน ที่ลึกลับทั้งคดี และตัวตนของ 'เขา' ขอบคุณสำหรับการติดตามนะเจ้าคะ -เก๋อเก๋อ-

ตอนที่ 73 สิ่งที่คลาดเคลื่อน

ชื่อตอน : ตอนที่ 73 สิ่งที่คลาดเคลื่อน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ธ.ค. 2560 15:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 73 สิ่งที่คลาดเคลื่อน
แบบอักษร



ดังนั้นกู่ซานหมิงจึงไม่กล้าพูดอะไรขึ้นมาอีก


เสิ่นอี้พูดขึ้นอย่างไม่รีบร้อนอะไรนัก “ผู้ใหญ่บ้านกู่ครับ ดูเหมือนว่าคุณไม่อยากที่จะให้ความร่วมมือในการสอบปากคำกับพวกผมสินะครับ ?”

กู่ซานหมิงเอาแต่ก้มหน้า ยังคงไม่พูดอะไรออกมาเช่นเดิม ท่าทางของเขาเหมือนกับว่าตัดสินใจแล้วที่จะไม่พูดอะไรออกมา

เย่หนิงแทบจะทนไม่ไหวที่จะพุ่งเข้าไป เอาพวกที่เปิดขวดหรือไม่ก็มีดกรีดปากหมอนี่ออกมา

แต่เสิ่นอี้กลับยังมีท่าทางสบายอกสบายใจ แล้วพูดขึ้นอย่างช้าๆ “กู่ซานหมิง ในเมื่อคุณไม่ยอมพูด ผมก็จะช่วยทำให้คุณพูดออกมาเอง กู่ซานหมิง ปีศาจภูเขาที่คุณพูดถึงก่อนหน้านั้น คงจะเป็นชาวบ้านในหมู่บ้านคุณสักคนใช่ไหมครับ ?”

กู่ซานหมิงสะดุ้งเฮือก น้ำเสียงของเขาเริ่มเปลี่ยนไป “ผะ...ผมไม่รู้ว่าคุณกำลังพูดถึงอะไร...”

เสิ่นอี้เปลี่ยนเรื่องขึ้นมาอย่างกะทันหัน “กู่ซานหมิง คุณจำไม่ผิดนะครับว่าวันเกิดของคุณคือ 29 สิงหาคม 1979 ?”

“นะ...แน่นอน...” กู่ซานหมิงพูดออกมาอย่างติดๆ ขัดๆ “ทะ...ทำไมผมจะจำไม่ได้ล่ะ”

“อย่างนั้นเหรอครับ ?” เสิ่นอี้มองกู่ซานหมิงแล้วพูดขึ้นอย่างสบายๆ “กู่ซานหมิง ดูเหมือนคุณจะไม่ยอมให้ร่วมมือกับทางตำรวจในการสอบสวนจริงๆ สินะครับ”

“จะ...จะเป็นไปได้ยังไงล่ะครับ...ผมก็ต้องยอมให้ความร่วมมือกับคุณตำรวจในการค้นหาอยู่แล้ว... พะ พะ...พวกเราเองก็ไม่อยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในหมู่บ้านหรอกนะครับ คุณตำรวจ......”

“จริงเหรอครับ” เสิ่นอี้จ้องกู่ซานหมิงเขม็งเต็มสองตา ทันใดนั้นเขาก็พูดขึ้นมาว่า “ถ้าอย่างนั้นกู่ซานหมิง คุณคงสับสนหนักแล้วล่ะครับ แม้แต่วันเกิดของตัวคุณเองก็ยังจำไม่ได้”

กู่ซานหมิงปิดปากลงอีกครั้ง ไม่พูดอะไรออกมาอีก

พอเห็นท่าทางของเขาแบบนั้น เย่หนิงก็รู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา แต่จากคำพูดเรียบง่ายไม่กี่ประโยคของเสิ่นอี้นั่น เธอก็รู้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นทันที อายุ ชาวบ้าน ปีศาจภูเขา สิ่งเหล่านี้คือจุดที่เสิ่นอี้กำลังสงสัย


ชัดเจนว่ากู่ซานหมิงรู้ แต่เขากำลังเลี่ยงที่จะตอบ


มันคลุมเครือมาก เย่หนิงที่กำลังจะสามารถเชื่อมโยงความเกี่ยวข้องของคำถามพวกนี้ได้ เธอรู้สึกได้แต่ความคลุมเครือที่มีอยู่ เธอคิดว่าคงมีความเชื่อมโยงอะไรบางอย่างอยู่ในนั้นแน่ๆ แต่ที่เธอไม่รู้ก็คือไอ้สิ่งที่เชื่อมโยงนั้นมันอยู่ตรงไหนกัน ?

ท่าทีของเสิ่นอี้ยังคงเย็นชา ดูเหมือนว่าเขาไม่ค่อยสนใจอะไรเท่าไหร่นัก แต่ในใจของเย่หนิงกลับร้อนรนเป็นอย่างมาก ในใจเพียงแต่บอกให้เขารีบๆ ถามคำถามขึ้นมา

แต่ท่าทางของเขานั้นดูไม่รีบร้อนอะไรเลย หรือว่าเขามีแผนในใจอยู่แล้ว ?

ในที่สุดก็ได้ยินเสียงเขาถอนหายใจออกมา แล้วเขาก็พูดขึ้น “ผู้ใหญ่บ้านกู่ ดูเหมือนคุณจะชอบให้ผมพูดแทนคุณนะครับ ถ้าอย่างนั้น ผมจะไม่ยุ่งเรื่องของคุณแล้วก็ได้ เอาเป็นว่าเรามาคุยเรื่องนี้ตั้งแต่ต้นจนจบกันเลยดีกว่า เมื่อกี้ผมพูดถึงไหนแล้วนะ ? อ้อ ปีศาจใช่ไหม เมื่อกี้ผมพูดถึงปีศาจภูเขาสินะครับ ตอนนี้มาพูดถึงคำสาปที่คุณว่านั่นบ้างดีกว่า ถ้าให้ผมพูดนะ ชาวบ้านที่หมู่บ้านว่างยาชุนของคุณไม่ได้โดนคำสาปหรอกใช่ไหมครับ แต่คงถูกใครบางคนใช้อำนาจควบคุมเอาไว้มากกว่า เป็นอย่างนั้นใช่หรือเปล่าครับ ?”


อะไรนะ ! เย่หนิงเกือบจะหลุดปากอุทานออกมา


เสิ่นอี้กำลังพูดอะไรอยู่กันแน่ ? ทำไมเธอรู้สึกเหมือนว่าไม่เข้าใจที่เสิ่นอี้พูดมาเลยล่ะ ?


เธอนั้นฟังไม่เข้าใจ แต่กู่ซานหมิงกลับฟังเข้าใจอย่างชัดเจน เพราะเย่หนิงเห็นสายตาที่รู้สึกประหม่าฉายชัดออกมาจากดวงตาของเขา

เขาเข้าใจความหมายที่เสิ่นอี้พูดมาอย่างชัดเจน เพราะเหตุผลนี้แหละที่ทำให้เขารู้สึกประหม่า

เสิ่นอี้เดาถูกอีกแล้วใช่ไหม ?

เดี๋ยวก่อนนะ......

แล้ว......

งั้นก่อนหน้านั้นก็......

เรื่องอายุของกู่ซานหมิง ! ตอนที่เสิ่นอี้ถามกู่ซานหมิงเรื่องอายุนั้น กู่ซานหมิงก็รู้สึกประหม่าเช่นกัน

ใช่แน่ๆ เสิ่นอี้คงเจออะไรบางอย่างตั้งนานแล้วสินะ มิน่าล่ะท่าทางของเขาถึงไม่ได้รีบร้อนอะไรเลย ทุกคำถามที่เขาถามมาต่างแทงใจดำของกู่ซานหมิงทั้งหมด

และคราวนี้ เสิ่นอี้ก็ไม่รอคำตอบจากกู่ซานหมิงอีกเช่นเคย เขาพูดขึ้นต่อว่า “เหตุการณ์นี้คงไม่ได้เกิดขึ้นนานเท่าไหร่นัก ผมคิดว่าคงไม่เกินสามสิบปีหรอก เมื่อสามสิบปีก่อนนั้น ที่หมู่บ้านของคุณได้เกิดเรื่องอะไรแปลกๆ มาก่อนใช่ไหมครับ”

หน้าของกู่ซานหมิงซีดเผือด เขาเอาแต่ก้มหน้า กัดฟันแน่น นั่งนิ่งไม่พูดอะไรออกมาสักคำ

เสิ่นอี้ไม่รอคำตอบจากเขา พูดขึ้นต่อ “คุณคิดว่าถ้าคุณไม่พูดออกมาเรื่องมันก็จะจบอย่างนั้นใช่ไหมครับ ? ในเมื่อตอนนี้ผมรู้เหตุการณ์พวกนั้นหมดแล้ว คุณคิดว่าความลับของหมู่บ้านว่างยาชุนจะปิดบังไปได้อีกนานแค่ไหนกัน”

หน้าผากของกู่ซานหมิงชื้นไปด้วยเหงื่อ

แอร์ก็เย็นอยู่นะ แต่คนๆ นี้กลับเหงื่อออกตลอดเวลา สงสัยคงกินปูนร้อนท้อง เย่หนิงถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายใจ จากนั้นก็มองเสิ่นอี้ด้วยความชื่นชมเป็นอย่างมาก

ทำไมเสิ่นอี้ถึงรู้เรื่องพวกนี้ได้นะ ?

ดูเหมือนการที่เธอหลับไปหนึ่งวันเต็มๆ นั้น ทำให้เธอพลาดเรื่องสนุกๆ ไปเยอะเลยทีเดียว

เสิ่นอี้ยิ้มออกมา “รู้ไหมครับว่าผมเจออะไรในหมู่บ้านของคุณบ้าง”

“พอได้แล้ว !” กู่ซานหมิงดีดตัวขึ้นมา กรีดร้องด้วยความโกรธ “คุณไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว ไม่ต้องพูดอะไรอีกทั้งนั้น !”

“ได้อย่างไรล่ะครับ ผมยังพูดไม่จบเลยนะ จะให้ผมหยุดพูดได้ยังไง ก็คุณไม่ยอมพูดมันออกมาเองนี่ ในเมื่อคุณไม่ยอมพูด ผมก็จะช่วยคุณพูดยังไงล่ะ”

“ผะ...ผม...” ไม่รู้ว่ากู่ซานหมิงกำลังโกรธหรือกลัวอยู่กันแน่ ตัวของเขานั้นสั่นเทาไปทั้งร่าง

ทันใดนั้นเสิ่นอี้กลับยกยิ้มขึ้นมา “ผู้ใหญ่บ้านกู่ ถ้าผมเดาไม่ผิดล่ะก็ กู่ซานหยาไม่ได้เป็นน้องชายของคุณใช่ไหมครับ แต่เขาเป็นลูกของคุณต่างหาก ! แม้กระทั่งชื่อจริงของคุณ ก็ไม่ใช่กู่ซานหมิง ลูกชายคนโตของคุณที่ชื่อกู่ซานหมิง เขาตายไปตั้งนานแล้ว !”


อะไรนะ ? อย่าว่าแต่กู่ซานหมิงเลย เย่หนิงเองก็เกือบจะสะดุ้งโหยงขึ้นมา

เธอมองเสิ่นอี้ด้วยความตกตะลึง เธออยากจะถามเขาเป็นอย่างมาก แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ถามอะไรออกมา

เธอมีคำถามมากมายนักที่จะถามเขา แม้แต่ตัวของเธอเองก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มถามจากตรงไหนดี เรื่องพวกนี้ เสิ่นอี้รู้มันได้อย่างไรกัน คงไม่ได้อาศัยจากการคาดเดาหรือคำพูดเพ้อเจ้อของเขาหรอกใช่ไหม ?


กู่ซานหมิงหยุดตะโกนแล้ว เขามองเสิ่นอี้ด้วยความตกตะลึง สุดท้ายเขาก็ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างไร้เรี่ยวแรง พูดออกมาอย่างไร้กำลัง “ในเมื่อคุณรู้อยู่แล้ว ยังจะถามผมทำไมอีกล่ะครับ ?”

เขาพูดพลางยิ้มเจื่อนๆ ออกมา “ผมรู้ สักวันมันจะต้องมาถึง ผมรู้...ผมรู้...”

เย่หนิงทนไม่ไหวแล้วจริงๆ เช่นนั้นเธอจึงแอบดึงเสื้อของเสิ่นอี้ แล้วลดเสียงพูดขึ้นว่า “นี่คุณ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย ?”

“รอสักพักเดี๋ยวคุณก็จะรู้เองครับ” เมื่อเสิ่นอี้พูดจบ เขาก็ถามกู่ซานหมิงต่อ “คนพวกนั้นหาหมู่บ้านของคุณเจอได้ยังไงครับ ?”

“ผมก็ไม่รู้ครับ...” กู่ซานหมิงก้มหน้าลง ลูบหัวตัวเองด้วยความรู้สึกขมขื่น พูดออกมาด้วยเสียงที่แหบแห้ง

เสิ่นอี้พูดขึ้นอย่างไม่เกรงใจ “เรื่องมันก็มาถึงตอนนี้แล้ว คุณยังไม่พูดความจริงออกมาอีกหรือครับ”

“พูดอะไร... ผมไม่รู้อะไรทั้งนั้น...แล้วคุณจะให้ผมพูดอะไร...”

“นี่ คุณ...” เย่หนิงเริ่มที่จะอารมณ์เสียขึ้นมาจริงๆ แล้ว

เสิ่นอี้ดึงตัวของเย่หนิงไว้ แล้วถามกู่ซานหมิงต่อ “พวกเขาใช้อำนาจข่มขู่คุณงั้นเหรอครับ ? พวกเขาใช้อำนาจกับทุกคนในหมู่บ้านของคุณเลยใช่ไหม ? คุณเคยคิดที่จะหนีไปจากที่นั่น แม้กระทั่งวางแผนช่วยลูกตัวเองให้หนีออกไป แต่ผลก็คือเขาตายอยู่ที่นอกหมู่บ้าน เพราะมีคนมาทำร้ายเขาใช่ไหมครับ ? การตายของพวกเขาไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุ แต่เป็นเพราะมีคนทำให้เขาตาย ผมพูดถูกไหมครับ ?”

ในที่สุดกู่ซานหมิงก็ปริปากพูดออกมาด้วยเสียงแหบแห้ง “คุณไม่มีทางรู้หรอกว่าอำนาจของพวกเขามันมากขนาดไหน พวกคุณไม่สามารถที่จะต่อกรกับเขาได้หรอก !”





แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น