bellabel

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 3

คำค้น : ตื่นเต้น, ลึกลับ, ความรัก

หมวดหมู่ : นิยาย สยองขวัญ,สั่นประสาท

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ธ.ค. 2560 13:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
3
แบบอักษร

สิ้นคำบอกเล่าของสาง หญิงสาวใจหายกลัวว่าถ้าบิดาพาพรรคพวกออกตามหา แต่คงไม่พบ จากนี้ไปเธอจะออกไปจากถ้ำนี้ได้อย่างไร เพียงแค่คิดน้ำตาซึมออกทางหางตา นารีหวาดกลัวไปทุกสิ่งทุกอย่าง

“ร้องไห้รึ ร้องทำไม”

แม้ว่าสางจะเป็นบุคคลที่น่ากลัว แต่นารีปล่อยให้สางเอามือใหญ่หยาบเช็ดน้ำตาให้  ดูไปแล้วผู้ชายกลางป่าผู้นี้เอื้ออาทรแก่เธอเช่นกันไม่กระด้างเหมือนคำพูด

“ฉันคิดถึงพ่อ พ่อต้องออกตามหาฉันแน่ๆ”

“ที่นี่นอกจากป่าจะรกแล้วไข้ป่าก็ยังเยอะ อีกทั้งสัตว์ร้ายนานาชนิดมีมาก”

นารีขนลุกทั่วตัว  เมื่อนึกถึงเสือเธอกลัวว่าพ่อจะต้องเผชิญหน้ากับมัน  เสือดุร้ายน่ากลัวและกินมนุษย์เป็นอาหาร ความหวาดหวั่นเกิดขึ้นจนตัวสั่นสะท้าน หากว่าสางไม่มาเจอเธอนอนสลบอยู่กลางป่า ป่านนี้ร่างกายเธอคงถูกฉีกด้วยคมเขี้ยวจากเหล่าพยัคฆา

“ป่าแถบนี้มีเสือหรือเปล่า”

ถามด้วยเสียงสั่นๆ พอๆกับแววตาที่ไหวระริก เมื่อมองไปที่สางเห็นว่าตาวาวเรืองรองขึ้นมาทันที และหันหลังให้โดยเร็ว

“เจ้ากลัวเสือหรือ”

เขาถามเสียงเย็น โดยไม่ยอมหันมามองหน้าและเลิกป้อนกล้วยสุกแก่เธอไปโดยปริยาย หญิงสาวอยากจะลุกขึ้นนั่ง แต่ไม่สามารถทำได้มันเคล็ดขัดยอกไปทั้งตัว เวลานี้ห่วงบ้านห่วงพ่อกับแม่พวกท่านคงทุกข์ใจเมื่อรู้ว่าเธอถูกพายุหอบขึ้นฟ้า

“กลัวสิ เสือเป็นสัตว์กินเนื้อ กลัวพ่อจะได้รับอันตรายจากมัน คุณอยู่ในป่าอย่างนี้เคยเห็นมันบ้างไหม”

สางลุกขึ้นโดยเร็ว เขาเดินไปที่ปากถ้ำไม่ตอบคำถามเธอ เวลานี้ใกล้ค่ำลงไปทุกขณะ แต่ภายในถ้ำมืดสนิทแล้ว ทำให้นารีรู้สึกกลัว อยู่ในสถานที่แปลกไร้ซึ่งความปลอดภัย ไม่รู้ว่าบริเวณนอกถ้ำมีสัตว์ร้ายชนิดใดเดินป้วนเปี้ยน ถ้าเธอโผล่ออกไปคงไม่แคล้วที่จะตกเป็นภักษาหาร

“ข้าจะออกไปข้างนอก”

“ออกไปทั้งที่มืดไปอย่างนี้หรือ มันอันตรายนะ”

นารีห้ามเสียงหลง ไม่เพียงแค่กลัวว่าสางจะได้รับอันตรายจากสัตว์ร้ายเท่านั้น ถ้าเขาเป็นอะไรไป เธอจะกลับบ้านได้อย่างไร เวลานี้ต้องพึ่งสางให้ช่วยนำทาง เชื่อว่าเขาคงช่วยเธอได้

“เจ้าห่วงข้ารึไง”

“ห่วงและฉันเองก็รู้สึกกลัวเมื่อนอนอยู่คนเดียว ถ้าตัวอะไรเข้ามาล่ะ ฉันจะทำยังไง อยู่เป็นเพื่อนฉันก่อนเถอะนะ”

เธออ้อนวอนจนแทบจะกราบกราน แต่บุรุษกลางไพรไม่รับฟังแต่อย่างใด ร่างสูงใหญ่เดินไปที่ปากถ้ำ แต่ไม่วายที่จะหันมามองเธอ ก่อนจะพูดขึ้นด้วยเสียงห้าวฮึก

“อยู่ที่นี่ไม่ต้องกลัวอะไร ไม่มีสัตว์ร้ายใดๆ กล้าทำร้ายเจ้าดอก นอนเสียเถอะพรุ่งนี้อาการเจ้าจะดีขึ้น”

ว่าแล้วเขาหายไปกับความมืดอย่างรวดเร็ว นารีกลัวจนตัวสั่น พยายามหลับตาเพื่อไล่ความหวาดหวั่นให้ออกพ้นไปจากหัวใจ แต่ไม่หายไปเสียที จนต้องท่องบทสวดมนต์อย่างที่เคยปฏิบัติก่อนนอนทุกวัน

ซึ่งก็ได้ผล หญิงสาวหลับไปในเวลาไม่ช้า โดยไม่รู้ว่าตรงปากถ้ำมีร่างของหญิงชายผู้หนึ่งคุยกันด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“ข้าได้ข่าวว่าเจ้าได้มนุษย์มา”

ผู้หญิงที่มีมัดกล้ามไปทั้งร่างกล่าว ใบหน้านั้นค่อนข้างเหลี่ยม โหนกแก้มสูงเห็นได้อย่างชัดเจน ผมยาวรุงรังเกาะกันเป็นกระเซิง ปากหนานั้นเล่าบานแสยะเวลาพูด มีเขี้ยวเล็กๆโผล่ขึ้นมาตรงมุมปากทั้งสองข้าง

“ใช่ นางนอนเจ็บอยู่ในถ้ำข้า”

สางเอ่ยด้วยเสียงเยือกเย็น บัดนี้รู้สึกไม่พอใจต่อความจุ้นจ้านของเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ ซึ่งหญิงในชุดผ้าเตี่ยวจ้องหน้าสางจนตาเขียวเรืองรองออกมา

“ทำไมเจ้าไม่จัดการเสีย มีเหยื่อมาถึงที่อย่างนี้แล้ว หรือว่าจะให้ข้าจัดการให้ก็ได้นะข้าอยากดื่มเลือดสดๆ จากคอของมัน”

ท่าทางกระหายเลือดของเธอปรากฏออกมาอย่างเด่นชัด ลิ้นที่ยาวเกินมนุษย์แลบยื่น แล้วตวัดเลียลงไปที่ริมฝีปากทั้งสองข้าง ต่างจากสางจ้องมองด้วยแววตาขุ่นมัว

“ไม่ได้นะสิงสา”

สางห้ามด้วยเสียงกรรโชกดังๆ ซึ่งเสียงนั้นสะท้อนไปทั้งหุบเขา นกกาต่างพากันบินกระโจนสูงขึ้นฟ้าด้วยความตกใจ สิงสาอยู่ใกล้ๆ ถึงกับผงะถอยกรูด รู้แล้วว่าสางไม่พอใจขนาดหนัก เพราะดวงตาสีเหลืองคู่นั้นทอประกายวาววับ

แม้ว่าจะทำให้สางไม่พอใจ แต่สิงสารู้สึกเจ็บแปลบกลางอก กลัวว่าเขาจะหลงเสน่ห์ความงามของมนุษย์ผู้หญิง เธอคงปล่อยเอาไว้ไม่ได้จะต้องกำจัดทิ้งให้โดยเร็วที่สุด แต่เวลานี้คงผลีผลามไม่ได้ ได้แต่อึ้งไปชั่วครู่ เมื่อเห็นว่าอารมณ์สางเย็นลงจึงเอ่ยด้วยเสียงขุ่นเขียว ปลายจมูกบานพอง ตาลุกขยายโตกว่าเดิม

“เจ้าจะเก็บมันไว้ทำอะไร หรือจะปล่อยให้มันหนีไป ถ้ามันพามนุษย์มาล้างเผ่าพันธุ์ของเราให้หมดสิ้นล่ะ”

สิงสาไม่พอใจที่สางไม่ยอมกำจัดนารี ถ้าปล่อยให้รอดออกไป อาจจะทำให้พวกตนเดือดร้อนขนาดหนัก เพราะเคยรับรู้ถึงความโหดเหี้ยมของมนุษย์มาจากบรรพบุรุษมาแล้ว ถ้าเจอพวกเธอจะห้ำหั่นไม่ลดละ

“ข้าทำไม่ได้ดอกนางเป็นคนดี”

“แต่คนดีมันก็มีเลือดและเนื้อที่อร่อยมาก จัดการมันเสียเถอะข้าจะเป็นผู้ช่วยเจ้าเอง ไปตอนนี้เลย มันกำลังเจ็บ คงไม่มีกำลังพอที่จะต่อสู้เราได้หรอก”

สิงสาคว้าข้อแขนล่ำแข็งแรงของสางเอาไว้โดยเร็ว แต่เขาสะบัดออกด้วยความไม่พอใจ พลางจ้องมองด้วยตาลุกโพลง

“ข้าบอกว่าไม่ได้ เจ้าเช่นกันอย่าเข้าไปในถ้ำของข้าเด็ดขาดไม่อย่างนั้นจะหาว่าข้าไม่เตือน เจ้าไปได้แล้ว”

ไล่สิงสาด้วยน้ำเสียงกราดเกรี้ยวกราด ท่าทางเอาจริง สร้างความหวาดหวั่นแก่เธอไม่น้อย เพราะเคยเห็นเวลาสางโกรธ ไม่มีสิ่งใดยับยั้งเอาไว้ได้ และผู้ที่ด้อยกว่าจะต้องจบชีวิตลงในเวลาอันรวดเร็ว เธอไม่ต้องการเป็นเช่นนั้น

 “สางอย่าบอกนะว่าเจ้าพึงใจมัน มันคนละเผ่าพันธุ์กับเรา มันจะนำความยุ่งยากและหายนะมาสู่พวกเรา เข้าใจหรือไม่”

สางไม่อาจจะทนฟังอีกต่อไป กระโจนใส่ร่างสิงสาเต็มแรง เล็บยาวแหลมตะปบลงเหนือหน้าอกเธอจนเลือดไหลเป็นทางยาว สิงสาสะดุ้งเฮือกด้วยความเจ็บปวด น้ำตาร่วงผล็อย ยืนตัวสั่นอยู่กับที่ น้อยใจที่สางทำร้ายทั้งที่ตัวนางมีใจปฏิพัทธ์ต่อเขา

“สาง เจ้าตาบอดไปแล้ว พึงใจมันจนกระทั่งทำร้ายข้ารึ”

“หยุดเสียที ถ้าเจ้าเข้าไปวุ่นวายกับนางล่ะก็ ข้าไม่ไว้ชีวิตเจ้าแน่ ไปได้แล้ว ไปสิ”

ตวาดเสียงดังกว่าเดิม สิงสาสุดจะทนกรีดร้องโหยหวน ฉับพลัน! ร่างนางกลับกลายเป็นเสือพาดกลอนตัวใหญ่เดินเพ่นพล่านหน้าปากถ้ำ สางหันมามองแล้ววิ่งหายไปในความมืด นางเสือร้าย ส่งเสียงขู่คำรามเขย่าขวัญโสตประสาทนารีให้หวาดผวา

ร่างที่มอมแมมไปด้วยฝุ่นสะดุ้ง เนื้อตัวเย็นเฉียบเมื่อได้ยินเสียงอะไรบางอย่างดังอยู่ที่หน้าปากถ้ำ เธอหลับตาปี๋ ภาวนาขอให้สิ่งศักดิ์สิทธ์ช่วยคุ้มครอง

“นั่นมันเสียงเสือ ช่วยด้วยพ่อจ๋าแม่จ๋าช่วยนารีด้วย สางคุณอยู่ที่ไหนช่วยนารีด้วย ฉันกลัวเหลือเกิน”

เนื้อตัวสั่นเร่าๆ ด้วยความกลัว แม้ว่ามีหนังสัตว์คลุมร่างแต่เธอยังรู้สึกหวาดหวั่น กลัวจะถูกทำร้ายจากสัตว์ป่าที่มีเขี้ยวยาวแหลม

ทางด้านสิงสาเมื่อร้องขู่คำรามเพื่อให้นารีกลัวแล้ว นางเสือร้ายเห็นกวางเคราะห์ร้ายผ่านมา มันกระโจนเข้าใส่แล้วอ้าปากกัดฉีกจนเลือดสาด เหมือนระบายอารมณ์ โดยคิดว่าเหยื่อตัวนี้คือนารี ผู้ที่ทำให้สางเปลี่ยนไป

ทันทีที่ตะวันโผล่เหนือยอดไม้ทางทิศตะวันออก ผู้ใหญ่นาคตระเตรียมทุกอย่างเพื่อเดินทางเข้าสู่ป่า หมายตามองทิศทางที่ลูกสาวโดนพายุหอบไป แกคิดว่าร่างของนารีคงตกอยู่ที่ใดที่หนึ่งของป่าที่เห็นลิบๆอยู่เบื้องหน้า

“เดี๋ยวก่อนพี่”

บุญช่อภรรยาคู่ใจรั้งสามีและลูกบ้านเอาไว้ก่อนที่จะเคลื่อนขบวนออกไป ผู้ใหญ่นาคมองหน้าภรรยา รู้ว่านางเป็นห่วง

“มีอะไรหรือ”

“พี่ให้สัญญากับฉันได้ไหม ถ้าครบสามเดือนแล้วไม่เจอลูก พี่จะกลับมา”

ถามด้วยเสียงสั่นเครือ ผู้ใหญ่จับมือเมียเอาไว้ บีบเบาๆ ตาสีสนิมเหล็กมองหน้าภรรยาเหมือนรับคำสัญญา ถ้าไม่อายลูกบ้านที่ยืนรายรอบตัว แกคงรั้งร่างบางเข้ามากอด แต่แกคร้ามสายตาหลายคู่ที่จับจ้องดูกริยาการเคลื่อนไหวตลอดเวลา

“ได้ ไม่ต้องห่วงพี่หรอก อยู่บ้านรักษาเรือนให้ดี”

ระหว่างที่สองสามีภรรยา กำลังล่ำลาด้วยท่าทางอาลัยอาวรณ์ เขี้ยวแก้วเดินเข้ามาหาหญิงกลางคน แล้วยกมือไหว้ทำความเคารพ

“มีผมอยู่ด้วยทั้งคน ป้าไม่ต้องกลัวหรอก ผมจะดูแลผู้ใหญ่เป็นอย่างดี ถ้าจะเกิดอันตรายผมจะช่วยเต็มที่”

เขี้ยวแก้วปลอบหญิงวัยกลางคนให้คลายความกังวล จึงรับรู้ว่ามือกำยำถูกบีบอย่างเต็มแรง ริมฝีปากเมียผู้ใหญ่นาคสั่นระริกก่อนที่จะเอื้อนเอ่ยออกมา

 “เขี้ยวแก้ว เอ็งช่างดีเหลือเกิน แล้วพ่อแม่ของเอ็งล่ะไม่มาส่งหรือ”

“ไม่หรอก แกไม่อยากให้ผมเห็นน้ำตา เหมือนเป็นลางไม่ดี ผมฝากพ่อแม่ด้วยแกก็แก่แล้ว พี่ๆคนอื่นๆไม่รู้ว่าจะดูแลเหมือนผมหรือเปล่า ส่วนลุงผู้ใหญ่ไม่ต้องเป็นห่วง ผมจะดูแลเป็นอย่างดี”

ความคิดเห็น