Mr.PINKMILK

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Ch.7 ป่วยกาย สุขใจ

ชื่อตอน : Ch.7 ป่วยกาย สุขใจ

คำค้น : หลงหมอ,เติ้ลพิท,yaoi

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 9k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ธ.ค. 2560 21:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Ch.7 ป่วยกาย สุขใจ
แบบอักษร

ห ล ง ห ม อ

Ch.7 ป่วยกาย สุขใจ


:: PIT ::

หลังจากการดูหนังที่ทำให้ผมอายไปชั่วชีวิตด้วยการไปหลับซบไหล่หมอเติ้ล...อับอายมากๆ เลยนะ ถ้าร้องไห้ได้คงร้องไปแล้วแหละ


หลังจากเดตแรกแบบงงๆ วันนั้นก็ผ่านมาเกือบอาทิตย์แล้ว ผมไม่ได้เจอหน้าหมอเติ้ลอีกเลย ก็ได้แต่เอาเสบียงเล็กๆ น้อยๆ ไปส่งที่หน้าห้องพร้อมโน้ตแทนใจ ซึ่งคุณหมอก็รับความห่วงใยผมเข้าห้องไปทุกวันเช่นกัน แต่ตอนนี้ผมกำลังคิดหนักอยู่ว่าถ้าบังเอิญไปเจอกันอีกจังๆ ผมควรจะทำหน้ายังไง


“ปวดหัว” ผมบ่นพึมพำกับตัวเองขณะรอลิฟต์ที่ล็อบบี้ด้านล่าง มองนาฬิกาก็สองทุ่มกว่าแล้ว จำได้ดีว่าคุณหมอเลิกตอนสองทุ่มพอดี ตอนนี้จะกำลังทำอะไรอยู่นะ?


วันนี้ผมเอาขนมไปแขวนไว้ให้ตอนเช้าแล้ว เย็นนี้เลยไม่มีภาระอะไร แต่ตอนนี้รู้สึกเหมือนจะไข้ขึ้น หัวหนักอึ้ง ครั่นเนื้อครั่นตัวไปหมด ช่วงนี้ก็โหมทำโปรเจ็กต์ บางคืนก็แทบไม่ได้นอนแก้แล้วแก้อีกราวกับไม่รู้จบยังงั้นแหละ เพื่อนในกลุ่มบางคนก็โดนหวัดกินไปแล้วเหมือนกัน และวันนี้ก็เป็นคิวของผมจนได้...ทั้งๆ ที่เพิ่งจะหายไข้ได้ไม่ถึงเดือนเลยด้วยซ้ำ


ผมฝืนขาที่ไร้เรี่ยวแรงของตัวเองเดินเข้าลิฟต์ ตอนอยู่ในลิฟต์ก็เกือบจะล้มลงไปแล้ว รู้สึกว่าอาการผมจะเริ่มหนักขึ้นๆ เรื่อย กว่าลิฟต์จะมาถึงก็แทบทรุดลงไป สงสัยคราวนี้จะเป็นหนักจริงๆ แถมถ้าเป็นหนักแบบนี้ทีไรกว่าจะหายก็ตั้งนาน...เฮ้อ คงต้องหาเวลานอนให้เต็มอิ่มแล้วล่ะมั้ง


ในที่สุดประตูลิฟต์ก็เปิดออก ผมเกาะผนังข้างทางพยุงตัวเองสุดฤทธิ์ อีกนิดเดียวก็จะถึงห้องแล้ว...อีกนิดเดียว


ไม่ไหว...


ไม่ไหวแล้ว ความเจ็บปวดโจมตีเข้าในหัวอย่างรุนแรง ผมทรุดลงนั่งพิงกำแพงอยู่ตรงนั้น อีกนิดเดียวก็จะถึงห้องแล้วแท้ๆ แต่ร่างกายมันไม่ขยับเลยสักนิด ผมรู้ตัวว่าถึงขีดจำกัดแล้ว


สติค่อยๆ จางหายไปตามเสต็ป ภาพตรงหน้ายิ่งเลือนรางมากขึ้นเรื่อยๆ หัวมันปวดจนตื้อไปหมด และในวินาทีสุดท้ายก่อนที่ทุกอย่างจะกลายเป็นสีดำ ผมรู้สึกถึงฝ่ามืออุ่นๆ สองข้างที่ยกตัวผมขึ้น...ถึงจะมองไม่เห็นแต่กลับรู้สึกดีอย่างประหลาด


:: TLE ::

ผมอุ้มร่างของเพื่อนของตี๋เข้าห้องตัวเองตามประสาคนรู้จักและจรรยาบรรณของคนเป็นหมอ ตัวอีกฝ่ายร้อนจี๋ ใบหน้าซีดเซียวดูโทรมกว่าที่เคยไปดูหนังด้วยกันครั้งก่อนโข


ผมวางพิทลงบนเตียงอย่างเบามือก่อนจะรีบหาผ้าชุบน้ำมาเช็ดตัวอีกฝ่ายเพื่อบรรเทาความร้อนอย่างรวดเร็ว


ท่าทางจะเป็นหนักมากจริงๆ ช่วงนี้ไอ้ตี๋ก็ดูก็ไม่สบายเหมือนกันเพราะต้องทำโปรเจ็กต์จนดึกดื่นทุกวัน ถ้าจบโปรเจ็กต์เมื่อไหร่คงต้องหมดสภาพกันทุกคนแน่


ผมใช้ผ้าชุบน้ำซับที่ใบหน้าของพิทอย่างเบามือ พอได้มองหน้าชัดๆ แบบนี้แล้วก็พาลทำให้คิดถึงวันที่ไปดูหนังด้วยกันวันนั้นก่อนจะแอบยิ้มออกมาน้อยๆ ผมชอบใบหน้าที่ขึ้นสีเรื่อน่ามองแบบวันนั้นมากกว่าใบหน้าซีดเซียวแบบในตอนนี้


ผมถอดเสื้อช็อปของอีกฝ่ายออกเพื่อคลายความร้อนให้ เช็ดไปตามแขนให้อย่างเบามือที่สุดก่อนจะค่อยๆ ถอดเสื้อยืดออกช้าๆ เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายตื่นขึ้นมา พอถอดเสร็จเรียบร้อยก็เริ่มเช็ดไปตามลำตัว


พิทเป็นเด็กธรรมดาเหมือนไอ้ตี๋น้องชายผมไม่มีผิด ที่ใช้กิจกรรมในมหาวิทยาลัยแต่ละวันแทนการออกกำลังกาย พิทมีกล้ามเนื้อแบบดูดี ไม่ได้เห็นชัดมากเท่าผมที่ค่อนข้างจะเข้าฟิตเนสบ่อย จริงๆ แล้วพิทเป็นคนผิวขาว ผมเห็นความแตกต่างของสีผิวที่ตรงแขนได้ชัดเจน ตัวเขาขาวมากๆ อาจจะเท่าผมเลยก็ได้มั้ง


ผมเช็ดตัวไปพลางมองคนป่วยไปเพลินๆ พอเช็ดไปสักพัก ตัวของพิทก็เริ่มเย็นลง ผมถอนหายใจอย่างโล่งอก ใบหน้าซีดเซียวเริ่มกลับมามีเลือดฝาดอีกครั้ง


เมื่อเห็นว่าจากสภาพแล้วคงไม่ตื่นขึ้นมาง่ายๆ แน่นอน ผมจึงห่มผ้าให้ ไปอาบน้ำ แล้วจึงออกมานอนบนโซฟาแต่ก็ไม่วายต้องเดินไปอังหน้าผากคนที่นอนอยู่บนเตียงตัวเอง


“เย็นแล้ว” ผมยิ้ม อุณหภูมิร่างกายพิทเป็นปกติแล้ว พอเห็นใบหน้านั้นหลับอย่างมีความสุขก็อดที่จะลูบผมนุ่มๆ นั้นไม่ได้ ผ่านไปสักพักผมจึงเดินกลับไปนอนโซฟาก่อนจะหลับไปด้วยความเพลีย








เช้าวันต่อมา


ผมลืมตา เหลือบมองนาฬิกาข้างฝาก็เป็นเวลาปกติแบบทุกวัน ในหัวมีภาพคนป่วยเจอเมื่อคืนแวบเข้ามา เลยลุกขึ้นจากโซฟาเดินไปในห้องนอนที่ยกเตียงให้ใครอีกคนไปทั้งคืน


พิทยังนอนหลับอยู่ ใบหน้าตอนหลับดูน่ารักไม่ต่างจากที่เคยเห็นจนเผลอสัมผัสแก้มขาวแผ่วเบาอย่างลืมตัว ก่อนจะไล่ไปแตะริมฝีปาก


แย่ละ...เผลอขนาดนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่


...จริงๆ ก็อาจจะตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอเลยล่ะมั้ง


ไม่รู้ตัวเลยว่าทำอะไรลงไป...แต่พอรู้ตัวก็ไม่อยากจะถอนตัวออกมาซะแล้ว


ผมต้องทำไงดี?


Trrr…Trrr


เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นทำให้ผมละจากพิทแล้วกดรับสายคนที่กำลังคิดว่าโทรหาอยู่พอดี


“ไงไอ้ตี๋”


“ฮัลโหลเฮีย ม๊าฝากมาบอกว่ามะรืนนี้ให้เข้าบ้านใหญ่ด้วย ไม่รู้เหมือนกันว่ามีเรื่องอะไรกัน หกโมงตรงนะเฮีย ผมก็ต้องไปด้วยเนี่ย เสียเวลาจริงๆ” เสียงญาติผู้น้องคนสนิทพูดกรอกสายเสียงหน่ายๆ พร้อมแอบบ่นตามนิสัย


“เออโอเค ไปด้วยกันมั้ยล่ะ?”


“จริงเหรอเฮีย?! งั้นผมรอหน้ามอนะ ทำไมวันนี้เฮียใจดีจัง มีเรื่องอะไรดีๆ หรือเปล่า กิ๊วๆ” เสียงของตี๋ที่ดูโคตรดีใจทำให้ผมอดหมั่นไส้เล็กจนอดแขวะกลับไม่ได้


“พอเฮียใจดีก็ด่า พอใจร้ายก็ด่า จะเอายังไงวะตี๋”


“โธ่เฮีย ไม่ได้ด่าอะไรสักหน่อย น้องที่น่ารักคนนี้เคยด่าเฮียเติ้ลสุดหล่อด้วยเหรอครับ” ถึงแม้จะไม่ได้อยู่ตรงหน้าแต่ผมรู้ได้เลยว่าไอ้ตี๋กำลังทำหน้าแบบไหนอยู่


“หุบปากไปเหอะ เดี๋ยวนี้ตอแหลขึ้นเยอะนะ”


“โหเฮีย แรงว่ะ! ทำไมเฮียพูดกับน้องชายที่น่ารักแบบนี้ เดี๋ยวเลิกคบเลย” มันยังไม่เลิกกวนตีน


“พูดให้มันดีๆ ตอนนี้เฮียมีเพื่อนแกเป็นตัวประกันนะเว้ย” แค่กะจะพูดแกล้งไอ้น้องชายเล่นแต่ผลที่ได้ดูเหมือนจะเกินคาด


“ห๊ะ!? ใครวะเฮีย?" น้ำเสียงกวนตีนหายไปแทบจะทันที


“พิทไง เฮียก็รู้จักเพื่อนแกอยู่คนเดียว จะตกใจอะไรนักหนาวะ? " แต่พอผมเอ่ยชื่อเพื่อนมันคนที่ว่าออกไปมันกลับร้องลั่นเสียงดังเหมือนโลกจะแตกซะงั้น


“หะ...ห๊า?!!! ไอ้พิทเหรอเฮีย!” มันดูตกใจมาก มากซะจนผมเริ่มรู้สึกว่าตัวเองทำอะไรผิดตรงไหนหรือเปล่า


“เออดิ ทำไมแกต้องตกใจขนาดนี้วะ”


“ปะ...เปล่าเฮีย เปล่า ไม่มีอะไรหรอก...เอ่อ...แค่สงสัยว่าพิทมันไปอยู่กับเฮียได้ไง”


“ก็เมื่อวานตอนเฮียกลับมาถึงห้อง เห็นพิทล้มอยู่หน้าห้อง ตัวร้อนจี๋เลย เฮียเลยพาเข้ามาพักในห้อง” พอพูดถึงคนไม่สบายเมื่อคืน สายตามันก็อดเหลือบไปมองคนที่นอนอยู่ไม่ได้


“มันไม่สบายเหรอเฮีย แล้วเป็นไงบ้าง?”   


“เมื่อคืนเช็ดตัวให้แล้ว ตอนนี้ก็ไม่มีไข้แล้วล่ะ สลบไปตั้งแต่เมื่อคืนตอนนี้ยังไม่ตื่นเลย”


“เฮีย ผมไปเยี่ยมมันได้มั้ย? เฮียต้องไปทำงานไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวผมดูให้เอง” ไอ้ตี๋อาสาเพราะวันนี้เป็นวันเสาร์ ที่จริงตอนแรกผมกะจะลางานวันนี้อยู่เฝ้าพิท แต่ในเมื่อมีคนอาสามาดูให้แล้วก็เอาเถอะ


“เออๆ มาดิ เดี๋ยวเฮียต้องไปโรง’ บาลแล้ว งั้นเฮียจะบอกที่ล็อบบี้ให้ แกไปขอคีย์การ์ดสำรองแล้วกัน ชั้นเก้า ห้องสองศูนย์แปดนะ”


“โอเคครับเฮีย” แล้วสายก็ตัดไป ผมอาบน้ำแต่งตัวให้เรียบร้อย ก่อนออกจากห้องก็แวะมาดูคนป่วยก่อนสักนิด ยกมือขึ้นทาบบนหน้าผาก อุณหภูมิที่ปกติดีทำให้ผมยิ้มออก ก่อนจะสะพายกระเป๋าออกจากห้องไป พร้อมโทรตามไอ้ตี๋ไปด้วยเพราะเป็นห่วงคนที่นอนซมอยู่ที่ห้อง



:: TEE ::

ผมกำลังช็อกตาย...


ราวกับโลกกำลังจะถล่มลงต่อหน้า...หลังจากวางสายลูกพี่ลูกน้องคนสนิท


ไอ้พิทอยู่ในห้องเฮียเติ้ล อยู่ด้วยกันสองต่อสองทั้งคืน!


แถมมีเช็ดตงเช็ดตัวกันด้วย!


โอเอ็มจี!!!


การที่ได้ไปอยู่ในห้องของคนที่แอบชอบโดยไม่ได้ตั้งใจ...จะโลกกลมพรหมลิขิตห่าเหวอะไรก็เถอะ!


ณ จุดนี้ผมโคตรของโคตรอิจฉาไอ้พิทตั้งแต่เป็นเพื่อนกับมันมา!


มันคงยังไม่รู้ตัวสินะว่าตอนนี้ตัวเองนอนอยู่ที่ไหน ตื่นขึ้นมามันคงไม่ตกใจเท่าไหร่หรอก...ก็แค่นอนบนเตียงเฮียเติ้ลเอง


ก็แค่นอนบนเตียงของคนที่แอบชอบเอ๊งงง!


ผมจะไม่อิจนะครับ ไอ้ตี๋ที่น่ารักคนนี้จะไม่อิจเพื่อนตัวเอง จะต้องทำตัวเป็นพ่อสื่อที่ดี ต้องทำให้เพื่อนรักสมหวังทุกประการ


Trrr...


และเหมือนเฮียเติ้ลจะเล่นบทว่าที่แฟนของไอ้พิทได้ดีเหลือเกิน


ทุกสิบนาทีจะมีสายเรียกเข้าจากเฮียมันครับ ผมจับเวลาดูแล้ว...


“ฮัลโหล กำลังไปแล้วเฮีย โทรถี่ไปนะบางที...เออน่า แป๊บเดียวไอ้พิทมันไม่ตายหรอก...เป็นห่วงเหลือเกินนะครับพี่ชาย นี่คิดอะไรกับเพื่อนผมปะเนี่ย?” แต่พอแกล้งแซวเฮียมันไปหน่อยเดียวก็...


“คิด”


กูช็อกแป๊บ...


“อะ...อะไรนะเฮีย พูดใหม่ดิ๊” ผมถึงกับหยุดมือที่จะสตาร์ทรถเลย


“คิดอะไรล่ะ เฮียล้อเล่น ฮ่าๆๆ แกก็รีบมาแล้วกัน...แค่นี้แหละ” แล้วเฮียเติ้ลก็ตัดสายไป ทิ้งระเบิดบึ้มใหญ่ใส่หน้าแล้วทิ้งกันเฉย


เฮียอะล้อเล่น แต่เพื่อนกูไม่ได้ชอบเฮียเล่นๆ แน่นอน


ผมทำได้แค่คิดในใจแล้วออกรถพลางคิดถึงเรื่องล้อเล่นที่น่าจะซวยบรรลัยที่คงเกิดขึ้นในอนาคตไปเรื่อย


เรื่องปวดหัวช่างมันเถอะ แต่ตอนนี้แค่คิดว่าหน้าไอ้พิทตอนตื่นขึ้นมาแล้วรู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหนคงจะช่วยคลายเครียดได้เยอะ








10 นาทีต่อมา


ผมยืนอยู่หน้าห้องหมายเลข 208 ของเฮียเติ้ลที่เคารพ แอบเหลียวไปมองห้อง 209 ที่อยู่ตรงข้ามกันแล้วถอนหายใจออกมา...


ไอ้พิทเอ๊ย อยู่ที่ไหนไม่อยู่ ดันมาอยู่ใกล้รักแรกพบ...


แบบนี้มันก็ต้องพบกันทุกวันสิวะ!


คืออยู่ห้องตรงข้ามกันว่าใกล้แล้วนะ ทางเดินยังเสือกแคบอีก


โชคดีนะไอ้พิท


สงสารเพื่อนจริงจังครับจุดนี้


ผมเสียบคีย์การ์ดเปิดเข้าห้องพี่ชายเข้าไปแล้วก็ต้องตกตะลึงในความเป็นระเบียบและโคตรสะอาด ยังกับห้องตัวอย่าง คือก็พอรู้อยู่แล้วเฮียเป็นคนที่ค่อนข้างรักสะอาดพอสมควรแต่ยังไงเฮียผมก็เป็นผู้ชายนะ เข้าใจคำว่าห้องของผู้ชายมั้ย มันไม่ควรจะเป๊ะเว่อร์อะไรขนาดนี้


ผมอึ้งไปพักหนึ่งกับสภาพห้องของเฮียเติ้ลที่แตกต่างจากของผมฉิบหาย ผมเดินเข้าไปในตัวห้องและเปิดประตูห้องนอนเข้าไป


ไอ้พิทกำลังหลับสบายอยู่บนเตียงเฮียเติ้ล


ผมเดินเข้าไปใกล้ นั่งลงบนเตียงข้างๆ มัน และมันคงรู้สึกตัวมั้งเลยค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา


“ไงมึง ไม่สบายเหรอ”


“อือ...มึงมาได้ไง...” มันครางรับเบาๆ กะพริบตาสองสามที


“เฮียเติ้ลให้เข้ามา” ผมตอบกลับสั้นๆ รอดูปฏิกิริยาของมัน


“อือ...ห๊ะ!?” ไอ้พิทพยักหน้ารับในตอนแรกก่อนที่วินาทีต่อมามันก็ตาโตอ้าปากค้างหันมามองผมอย่างกับตัวประหลาด ผมโคตรขำหน้ามันอะ เหวอมาก


“ตี๋...มึง เอาใหม่ดิ๊ ที่นี่ที่ไหน?” มันหลับตาลงเหมือนจูนสมองใหม่แล้วเริ่มหันมองรอบตัว


“ห้องเฮียเติ้ลไง”


“ไอ้ห่าตี๋ กูไม่ขำ อย่ามาอำ” มันหันกลับมาจ้องหน้าผมใหม่


“จริงๆ เว้ย มึงแหกตาดู นี่ใช่ห้องมึงปะล่ะ” มันกวาดสายตามองรอบห้องแล้วตอบเสียงแผ่ว


"ไม่ใช่...”


“แล้วคีย์การ์ดที่กูใช้เข้ามานี่ใช่เลขห้องมึงมั้ย” ผมยกคีย์การ์ดสำรองให้มันดูแบบใกล้ๆ เน้นๆ เอาให้ฟูลเอชดีเลยแม่ง


“ไม่ใช่...”


“เออ แล้วมึงจำได้มั้ยว่านี่เลขห้องใคร”


“...หมอเติ้ล” ไอ้พิทตอบเสียงเบาหวิว ผมนี่นั่งกลั้นขำสุดชีวิต หน้าไอ้หล่อเดือนคณะเอ๋อจนดูไม่ได้แล้ว


มันคงตื่นเต็มตาแล้วและสมองคงเริ่มรับรู้อะไรบางอย่าง สงสัยอีกไม่นานก็คง...


“ไอ้เหี้ยยย!!!”



TBC...

___________________________________________________________________________________

พิทโดนอุ้มไปแล้ว ทำไมหมอเติ้ลเป็นคนร้ายกาจแบบเน้

อย่างนี้ก็เนียนหรอหมอออ

ตื่นมาทีนี่ร้องเหี้ยดังมาก ฮ่าๆ ถึงตี๋จะอิจแต่ก็แอบสะใจเหมือนกันที่เห็นเพื่อนตกใจทำอะไรไม่ถูก

ลองคิดดูว่าถ้าเป็นตัวเองแล้วตื่นมาบนเตียงของคนที่ตัวเองชอบจะเป็นยังไง แล้วจะเข้าใจความรู้สึกพิท

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ปล.ถ้ามีคำผิดหรืออะไรที่ผิดๆ อย่าเพิ่งหงุดหงิดน้า เม้นต์บอกไว้ได้เลยเนอะ เราจะรีบแก้ให้โลยย

#เติ้ลพิท #หลงหมอ กันได้นะ

นมเย็นรักคนอ่านจัง -/////-








แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น