ปนิตา / มุมลับ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ครั้งแรกที่เจอกัน (ต่อ)

ชื่อตอน : ครั้งแรกที่เจอกัน (ต่อ)

คำค้น : ปราบพยศบงการรัก, ผู้ปกครอง, เด็กในอุปการะ, ปนิตา

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 296

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ธ.ค. 2560 19:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ครั้งแรกที่เจอกัน (ต่อ)
แบบอักษร

            “เด็กในอุปการะของคุณแม่น่ะ ท่านรับปากไว้ว่าจะส่งเสียเลี้ยงดู ให้การศึกษาตามที่เด็กนั่นต้องการ”

            “โอ้โห! คุณป้านี่ใจดีจังเลยนะคะ ให้การศึกษาตามที่เด็กนั่นต้องการ ถ้าเป็นดานะ ดาจะเรียนไปเรื่อย ๆ เรียนไปตลอดชีวิตเลยค่ะ อิอิ”

            ประโยคของดาริน ยิ่งเข้าไปตอกย้ำความคิดของมหรรณพว่าเขานั้นคิดถูก จะมีใครบ้างไม่ชอบสบาย มีคนเลี้ยงดูไปตลอดชีวิต เรียนไปเรื่อย ก็มีเงินกินเงินใช้อยู่ทุกเดือน

            วันรุ่งขึ้นมหรรณพมาทำงานด้วยความตั้งใจ วัชมนนำกาแฟเข้ามาให้ชายหนุ่มในห้อง พร้อมทั้งแจ้งว่าจะมีการประชุมฝ่ายบริหารในช่วงบ่าย หญิงสาวทำหน้าที่เป็นเลขานุการให้กับท่านประธานเพิ่มอีกหนึ่งตำแหน่ง ทั้งนี้ก็เพราะตำแหน่งเลขานุการของท่านประธานยังว่างอยู่ตั้งแต่สมัยของคุณจิตตรา เนื่องจากเลขานุการคนเก่าลาออกไปใช้ชีวิตกับสามีที่ต่างประเทศ หลังจากที่วิลลี่ โคนเซอร์ ผู้ก่อตั้งบริษัทได้เสียชีวิตลงไม่นาน ตำแหน่งนี้จึงว่างลง เมื่อคุณจิตตราเข้ามาดูแลงานในบริษัท ก็ไม่ได้เข้ามาแบบเต็มตัว การทำงานส่วนใหญ่ยังคงอยู่ที่คุณณรงค์ฤทธิ์และคุณสุรยุทธ์ จึงไม่ได้รับเลขานุการเข้ามาเพิ่มจนถึงตอนนี้

            “ขอบคุณนะครับคุณมน ไหนจะเป็นผู้ช่วยของผู้อำนวยการแล้วยังต้องมาทำหน้าเป็นเลขาฯ ให้ผมด้วย นี่บริษัทใช้แรงงานคุณมากไปหรือเปล่าครับเนี่ย” มหรรณพละสายตาจากแฟ้มเอกสารขึ้นมามองใบหน้าของสาวสวยต่างวัย พูดและยิ้มให้ด้วยความรู้สึกขอบคุณ

            “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ มนยินดี” หญิงสาวส่งยิ้มละไมตอบกลับ

            “แต่ผมไม่อยากให้คุณมนทำงานโหลด ยังไงก็ช่วยแจ้งฝ่ายบุคคลรับเลขานุการให้ผมด้วยนะครับ ให้เขาคัดคนส่งมา แล้วเดี๋ยวผมจะสัมภาษณ์รอบสุดท้ายเอง”

            “ได้ค่ะ” วัชมนรับปาก ก่อนที่จะพูดถึงอีกเรื่องที่ตั้งใจเข้ามาบอกท่านประธานของเธอ “คุณลูก้าร์คะ คุณนิลุบล มารอพบอยู่ที่ด้านนอกแล้วนะคะ” ประโยคบอกเล่าของวัชมนทำให้มหรรณพยกข้อมือดูนาฬิกา ซึ่งก็พบว่าเป็นเวลาเก้าโมงครึ่ง

            “มาก่อนเวลาตั้งครึ่งชั่วโมงเลยเหรอ ใช้ได้นี่” ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเอง วัชมนได้ยินไม่ชัดจึงได้ถามกลับ

            “คุณลูก้าร์ว่าอะไรนะคะ”

            “ไม่มีอะไรครับ ผมนัดเขาไว้ตอนสิบโมงเช้า ถ้าถึงเวลานั้นแล้วค่อยให้เข้ามาแล้วกัน”

            “ได้ค่ะ” วัชมนรับปากแล้วเดินออกจากห้องไป

            ที่หน้าห้องประธานบริษัท นิลุบลในมาดเซอร์ด้วยชุดเสื้อยืดแขนยาวกางเกงยีนส์รองเท้าผ้าใบ สะพายกระเป๋าผ้ายีนส์เก่า ๆ แต่เป็นใบเก่ง นั่งรอที่จะเข้าพบลูกชายของคุณแม่จิตตราผู้มีพระคุณอยู่ เบื้องหน้าของเธอนั้น เป็นภาพติดผนังของ วิลลี่ และจิตตรา โคนเซอร์ คู่สามีภรรยาใจดีผู้มีพระคุณยิ่งสำหรับเธอ

            “บัวเข้าไปได้แล้วใช่ไหมคะ?” นิลุบลลุกขึ้นไปถามวัชมนทันทีที่เธอเปิดประตูเดินออกมา

            “ยังค่ะ คุณลูก้าร์แจ้งว่าถึงเวลาสิบโมงตามนัดแล้วค่อยให้คุณเข้าไปค่ะ ตอนนี้นั่งรอสักครู่นะคะ”  วัชมนตอบกลับ ก่อนจะเดินไปทำงานของเธอต่อ นิลุบลสะกิดใจรับรู้ถึงเค้าลางของความไม่เป็นมิตรนัก

            “ทำไมต้องรอให้ถึงเวลานัดด้วย ในเมื่อตัวเองก็อยู่ในห้องคนเดียวแท้ ๆ มีอะไรทำไมไม่คุย ๆ ให้มันจบ ๆ ไปวะ” นักศึกษาสาวพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะหันมาเห็นภาพติดผนังของผู้ใหญ่ใจดีทั้งสองที่ยิ้มให้อย่างมีเมตตา หญิงสาวได้สติยกมือไหว้ขอโทษรูปภาพ “อุ้ย! บัวขอโทษค่ะคุณพ่อคุณแม่ บัวแค่ไม่เข้าใจว่า ในเมื่อเขาก็ไม่ได้มีแขกอะไร แล้วทำไมถึงไม่ให้บัวเข้าพบค่ะ แต่ถึงยังไงบัวก็ควรจะนั่งรอต่อไปเฉย ๆ ใช่ไหมคะ?”

            มหรรณพที่กำลังจะก้มลงให้ความสนใจกับเอกสารตรงหน้าดังเดิมถึงกับต้องชะงัก เมื่อเห็นอะไรแวบ ๆ ที่หน้าห้อง จนต้องเงยหน้ากลับขึ้นมาตั้งใจมอง แล้วก็นั่งอมยิ้มอย่างนึกขำท่าทางของหญิงสาว ที่ยกมือขึ้นไหว้รูปพ่อแม่ของเขาอยู่ แถมยังทำท่าทางเหมือนฟ้องอะไรท่านอยู่อีกด้วย ทั้งนี้ก็เพราะว่าที่ด้านข้างประตูห้องของท่านประธานบริษัทนั้น  เป็นกระจกชนิดที่คนด้านในสามารถมองเห็นด้านนอกได้ แต่คนข้างนอกจะมองเห็นเป็นกระจกเงาเพียงเท่านั้น 

            นิลุบลนั่งฆ่าเวลารอเข้าพบชายหนุ่ม ด้วยการแชทไลน์กับพิมพ์ลักษณ์

พิมพ์ลักษณ์ ^_^

พิมพ์ ฉันคงไปถึงที่นั่นไม่ได้เร็วอย่างที่ตั้งใจไว้นะ

สติ๊กเกอร์การ์ตูนหน้างง

ทำไมวะแก?

ก็สุดหล่อของแกน่ะสิ

เกิดจะลีลาไม่ยอมให้ฉันเข้าพบก่อนเวลานัด

เออ งั้นก็ไม่เป็นไร

ฉันหาร้านกาแฟนั่งกินรอแกอยู่แถวนี้ล่ะ

แกมาถึงประตูน้ำแล้วโทรหาฉันแล้วกันนะ

สติ๊กเกอร์โอเค

ว่าแต่ถึงตอนนี้แกก็ยังไม่ได้เห็นหน้าเขาอย่างนั้นสิ

อืม เห็นแต่รูปติดข้างฝาของพ่อแม่เขา

ยืนส่งยิ้มให้ฉันอยู่นี่

แกเอากล้องเข้าไปแอบถ่ายรูปเขามาให้ฉันดูหน่อยสิ

ฉันอยากเห็นว่าจะหล่อขนาดไหน

เว่อร์แล้วแก

แกจะให้ฉันเข้าไปบอกเขาว่า

คุณคะขอฉันถ่ายรูปคุณเอาไปฝากเพื่อนหน่อยได้ไหมคะ

เพื่อนฉันอยากเห็นหน้าคุณค่ะเหรอ? เขาจะได้หาว่าฉันบ้าน่ะสิ

บ้าเพื่อเพื่อนไง ไม่ได้หรา?

สติ๊กเกอร์หัวเราะร่วน

ขำงิ?

ไม่คุยกับแกแล้ว ไว้เจอกัน

บรัยยย

สติ๊กเกอร์บ๊ายบาย

            ทั้งนี้เพราะสองสาวมีนัดกันไปซื้อของที่ประตูน้ำ นิลุบลตั้งใจจะไปซื้อของกลับไปฝากคุณแม่สรวงสุดาและน้อง ๆ ในบ้านพักเด็กกำพร้าทุกคน

            ก๊อก..ก๊อก..ก๊อก...เสียงเคาะประตูห้องที่มีป้ายติดว่าห้องประธานบริษัทดังขึ้น เมื่อถึงเวลาสิบโมงตรง

            “เชิญ” เสียงจากในห้องตอบกลับมา นิลุบลจึงได้เปิดประตูเข้าไป

            มหรรณพที่นั่งหลังพิงพนักเก้าอี้หนังตัวใหญ่อยู่ ถึงกับออกอาการอึ้งไปเล็กน้อย เมื่อได้เห็นหน้าหญิงสาวในอุปการะเต็ม ๆ ตา ใบหน้าเนียนใสสวยอย่างที่ไม่ต้องมีการแต่งเติม ตาโตคมเข้มมีประกายแห่งความมุ่งมั่น คิ้วโค้งดกดำได้รูปราวคันศรของพระนารายณ์ จมูกดั้งโด่งโดดเด่นเสริมความคมเข้มให้ใบหน้า ริมฝีปากอวบอิ่มรูปทรงกระจับ ทุกชิ้นส่วนที่อยู่บนใบหน้าของหญิงสาวไม่ว่าจะอยู่รวมกันหรือแยกก็น่ามองไปหมด ก่อนที่จะมองสำรวจไล่ลงมาที่การแต่งตัวเสื้อผ้าเก่า ๆ กางเกงยีนส์ขาด ๆ ที่ไม่แน่ใจว่าขาดเพราะแฟชั่นหรือขาดเพราะเก่ากันแน่

            “สวัสดีค่ะคุณมหรรณพ ดิฉันนิลุบลนะคะ คุณลุงยุทธ์บอกว่าคุณต้องการจะพบดิฉัน” นิลุบลไหว้ทักทายชายหนุ่มเจ้าของห้องด้วยความสุภาพ

            “ใช่ ก็ในเมื่อฉันจะต้องเป็นคนอุปการะเธอต่อจากคุณแม่ ฉันก็น่าจะต้องรู้จักหน้าตาคนที่ฉันจะอุปการะไว้บ้างไม่ใช่หรือไง?” สุ้มเสียง และคำตอบของชายหนุ่มยิ่งตอกย้ำให้นิลุบลรู้สึกไม่ชอบขี้หน้าเขาหนักเข้าไปอีก

            “ค่ะ งั้นคุณก็ได้เห็นหน้าดิฉันแล้ว ถ้าคุณไม่ได้มีธุระอื่น ดิฉันขอตัวกลับก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ” หญิงสาวยกมือไหว้ขอตัวลากลับอย่างรวดเร็ว จนมหรรณพต้องรีบเรียกเอาไว้ก่อน

            “เดี๋ยวสิ จะรีบไปไหนล่ะ เรายังไม่ได้คุยกันเลย”

            “คุณมีอะไรจะคุยกับดิฉันเหรอคะ”

            “ฉันอยากรู้ว่าหน้าที่ของฉันที่มีต่อเธอนี่จะถึงเมื่อไหร่ ดังนั้นเธอต้องตอบมาว่าเธอจะเรียนถึงระดับไหน ตอนนี้เธอกำลังเรียนปริญญาตรีปีสามถูกต้องหรือเปล่า?” ชายหนุ่มพูดพร้อมกับลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินมายืนพิงอยู่ที่หน้าโต๊ะทำงานของตนเอง มองหญิงสาวที่ยืนอยู่ห่างกันเพียงสองก้าว

            “ใช่ค่ะ เหลือปีหน้าอีกปีเดียวดิฉันจะเรียนจบปริญญาตรี แล้วดิฉันก็จะหางานทำ ไม่รบกวนคุณอีกต่อไปค่ะ”

            “ก็ยังดีที่รู้จักคิด คนเรามีมือมีเท้าครบสามสิบสอง ถ้าจะต้องให้ใครมาเลี้ยงดูไปจนแก่ มันก็จะเป็นการดูถูกตัวเองมากไป เธอว่าจริงหรือเปล่า?”

            นิลุบลสูดหายใจยาว ๆ กำมือแน่นเพื่อระงับอารมณ์ของตัวเอง ก่อนจะตอบกลับสั้น ๆ หนักแน่น

            “ค่ะ!”

ความคิดเห็น