repey

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 2 ยามรัตติกาล

ชื่อตอน : บทที่ 2 ยามรัตติกาล

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 796

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ธ.ค. 2560 19:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 2 ยามรัตติกาล
แบบอักษร

--คู่มือก่อนอ่านตอนนี้น้า—

รถพี่เป้ kawasaki z125 pro สีเขียว ใหม่กว่าของเบ๊บ

รถน้องเบ๊บ honda msx 125sf สีเทาขาว นิยมมาก

รถพี่บอย honda wave 110i สีแดง มีตะกร้าด้วยจ้า

ของพี่เป้กับน้องเบ๊บเป็นบิ๊กไบค์นะคะ ส่วนของพี่บอยเป็นรถขับไปตลาด บางคนงงว่าต่างกันยังไง คือบิ๊กไบค์จะเร่งความเร็วได้มากกว่า ยางใหญ่เข้าโค้งดีกว่า แต่รถครอบครัวก็จะประหยัดน้ำมัน และขนของได้55555555

“มึงว่าวันนี้ใครจะชนะ” ไอ้เอกเพื่อนซี้ของผม มือซ้ายของพี่บอยถามขึ้น ขณะนี้เราอยู่กันที่สี่แยกหนองเจริญ เป็นแยกที่ตอนกลางวันรถจะเยอะ แต่ตอนกลางคืนรถน้อยเพราะมันเปลี่ยว ไม่ค่อยมีบ้านคน แต่ที่นี่แหละสนามดวลของพวกผม คืนนี้มีนัดแข่งของมือขี่ทั้งสองคน ได้แก่ พี่บอย และ พี่เป้

“ก็ต้องพี่บอยดิวะ มึงจะหักหลังพี่กูไม่ได้นะเว้ยยย” ผมพูดขู่

“แต่มึงก็รู้รถพี่เป้แม่งเทพกว่า เวฟพี่บอยจะเอาไรไปสู้วะ” ผมเห็นด้วยในประเด็นนี้ครับ รถพี่บอยแม่งอย่างเก่า ส่วนพี่เป้แม่งทั้งรวยทั้งหล่อ มีเงินซื้อZ125 อะคิดดู

“หรือกูจะให้พี่บอยยืมรถดีวะ” ผมเสนอ ความจริงรถกูก็MSX 125 เหมือนกันนี่หว่า แต่แค่ไม่ได้แต่งไรมาก เพราะไม่มีเงินแต่งนั่นเอง กว่าจะขอพ่อซื้อได้ก็ยากแล้ว ของแต่งแม่งรวมๆกับค่ารถก็แสนพอดี...

“พี่บอยไม่เอาหรอกมึง จำไม่ได้หรอ คราวนั้นมึงจะให้ยืมเขายังด่าเปิงเลย” ไอ้เอกตอบ พี่บอยเป็นคนรักศักดิ์ศรีมาก รถใครรถมัน เขาไม่เคยยืมรถใครแข่ง เขาเชื่อว่ามันเป็นการแข่งคนขับ ไม่ได้แข่งรถ

“เชี่ยละ แต่ยังไงวันนี้ก็ต้องลงพี่บอย เอาวะ” ผมยื่นเงินให้เด็กที่มีหน้าที่จดว่าใครลงพนันอะไรบ้าง “พี่บอย 20”

“ไอ้ฉิบหาย ลงแค่ยี่สิบ”

“เออ กูรักพี่บอย แต่กูก็รักตัวเองเหมือนกัน” เดี๋ยวลงเยอะไปแล้วไม่มีเงินกินใครจะรับผิดชอบครับ

“อ่ะ กูพี่เป้ 100 นึง”

“ไอ้เอกไอ้เลว ทำไมมึงเป็นคนงี้วะ ไอ้เหี้ยมึงทรยศพี่บอยอะ” ผมร้องโวยวายทันทีหลังจากที่ฟังไอ้เอกบอกเด็กเดินโพย เวรเอ๊ย

“กูลงเก็บไว้เป็นทุนเว่ย นัดหน้าค่อยลงให้พี่บอยเยอะๆไง”

“งั้นก็เรื่องของมึง ไปจองที่เหอะ”

พวกผมขับรถมาเจอกันตั้งแต่ตอนสามทุ่ม จอดทิ้งไว้แล้วมารวมตัวกันริมถนน ตอนนี้พี่บอยกับพี่เป้ก็ยังคุยๆกันอยู่ ความจริงเวลาแข่งรถแบบนี้ไม่ได้เพราะทะเลาะกันหรอกครับ ถ้าทะเลาะกันเราจะมีของเดิมพันด้วย ซึ่งนั่นจะเกิดในกรณีแข่งกับตำบลอื่น แต่พี่บอยกับพี่เป้สนิทและรักกันดี แข่งกันเอามันเท่านั้น

“ไอ้บอย มึงเอาคันนี้จริงอะ ไอ้เหี้ยเอ๊ยยยยย” ได้ยินพี่เป้ถามพี่บอยพอดีตอนที่ผมกับไอ้เอกเดินไปตรียมจะเช็ดเหงื่อและนวดไหล่ให้ลูกพี่

“จริงพี่ อยู่กันมานาน ยังไงผมก็ใช้คันนี้แหละ” พี่บอยตอบสบายๆ

“แล้วแต่มึงเหอะ ว่าแต่นั่นMSXของใครวะ ใครกล้าอวดรวยแข่งกู” พี่เป้ถามหยอกๆ ความจริงผมกับพี่เป้ไม่ค่อยสนิทกันหรอกครับ เจอกันนับครั้งได้เลย เพราะเขาเป็นหัวโจกอีกแก๊งหนึ่ง มีแค่พี่บอยนี่แหละที่สนิทด้วย

“รถไอ้นี่ไง พี่ยังจำมันได้ป่ะ” พี่บอยชี้มาที่ผมที่ยืนโง่อยู่ข้างๆไอ้เอก

“ไม่ได้ ใครวะ” พี่เป้หันมามองผมด้วยหน้าตาสงสัย

“ไอ้เบ๊บไง แต่พี่ไม่เจอมันนานแล้วแหละ มันเด็กดี ไม่ค่อยไปไหนหรอก” พี่บอยว่า ไม่ใช่ว่าพี่ห้ามผมทำเรื่องไม่ดีหรอวะ ผมถึงไม่ได้ทำอะไรเฟี้ยวๆเลยอะ

“คุ้นๆ เออกูชื่อเป้นะมึง ตัวก็แค่เนี้ยเสือกขับบิ๊กไบค์ ขี่ไหวหรอ” พี่เป้มองผมยิ้มๆ เออกูรู้แหละกูเตี้ย ตัวมีอยู่แค่ไหล่พี่บอยเนี่ย แต่กูชอบไม่ได้หรือไง

“ผมชอบ” ไม่ค่อยถูกชะตากับพี่มันเท่าไร ปากหมาฉิบหาย

“เหรอ แต่สวยดีนี่ รสนิยมดีใช้ได้” เออ ใครจะซื้อรถสีเขียวแล้วแต่งเรืองแสงแบบมึงอะ ในใจคิดอย่างนี้แต่ภายนอกไม่กล้าครับ

“ขอบคุณครับ รถพี่ก็เหมือนกัน” ผมพูดยิ้มๆ

“น่ารักว่ะ”

“เออ รถอยู่กับไอ้เบ๊บม่งแบ๊วขึ้นมาทันที คนเหี้ยไรซื้อรถซะแพงขับออย่างกับเต่าคลาน” ไอ้เอกเสริม เพื่อนเวร กูแค่รักความปลอดภัยเท่านั้นเอง

“กูหมายถึงคน” พี่เป้พูดยิ้มๆแล้วส่งสายตามาทางผม กูต้องรู้สึกยังไงวะผู้ชายส่งสายตาเชื่อมมาให้ ไอ้เหี้ยยยยยยยยยยย ขนลุกเลยจังหวะเมื่อกี้

“เอ่อ...ผมไปซื้อลูกชิ้นก่อนนะ” หนีดีกว่า ไม่อยากถูกพี่มันมองนาน เลยเดินเลี่ยงมาซื้อลูกชิ้นปิ้งรอแข่ง

“ป้า เอาลูกชิ้นสี่สิบครับ” ป้าคนนี้เขามองแผนการตลาดดีมากนะครับ รู้ว่ายังไงแข่งรถมันก็ต้องมีคนรอ แล้วมันก็จะหิว ป้ามาตั้งร้านตรงนี้ยังไงคืนนี้ก็ได้ไปเยอะแน่ๆ

“สี่สิบไม้หรือสี่สิบบาท”

“สี่สิบล้าน” กวนตีนมากวนตีนกลับไม่โกง ร้านป้ามีเหลือถึงสี่สิบไม้หรือเปล่าเถอะตอนนี้

“เด็กเวร เอาเท่าไร” อ้าว...กูอุตส่าห์พูดครับด้วย แล้วทำไมป้าต้องว่าผมด้วยอะ

“สี่สิบบาท ไม้ละห้าบาท รวมเป็นแปดไม้ครับ” นี่ คูณเลขโชว์

“เออ แค่นั้นแหละ เอาแตงกวาไหม”

“เอาครับ ราดน้ำจิ้มเลยป้าๆ” ผมย้ำป้าอีกครั้งก่อนจะยื่นเงินให้แบบพอดีไม่ต้องทอน กลัวต้องทะเลาะกับป้าอีกรอบ

“ไอ้เบ๊บมานี่เร็ว เขาจะเริ่มแล้ว” ไอ้เอกเดินมาถึงตัวผมก่อนจะกอดคอแล้วลากให้เดินตามไปจองที่หน้าสุด

การแข่งมันมีกลายรูปแบบครับ บางวันถ้าแค่วัดรถกันก็แข่งแบบระยะใกล้ๆ บรื้นเดียวใครถึงก่อนชนะ ซึ่งถ้าแบบนั้นยังไงพี่บอยก็แพ้ แต่กติกาแข่งวันนี้คือวนจากแยกนี้ถึงแยกหน้าสองรอบ กลับมาจุดเริ่มต้น ใครถึงก่อนชนะ บางคนอยากดูอย่างใกล้ชิดก็ขับช้าๆตามไปได้ แต่พวกผมเลือกที่จะยืนเคี้ยวลูกชิ้นรออย่างจดจ่อที่จุดเริ่มต้น

สิ้นเสียงสัญญาณออกตัว พี่เป้และพี่บอยก็ออกตัวทันที โคตรเท่ ผมนี่อยากจะโตไปเป็นแบบนั้นเลย เสียงโห่ร้องเชียร์ตะโกนกึกก้อง ส่วนผมเคี้ยวอยู่ เลยไม่ได้แหกปากเชียร์พี่บอยเลย

“วู้ววววว พี่บอยยยยยย” แต่มีตัวแทนเป็นไอ้เอกที่ถึงปากจะเชียร์พี่บอย แต่มึงลงพนันข้างพี่เป้ กูไม่ลืมนะ!

“ไอ้เบ๊บ กูว่าพี่เป้ชอบมึงแน่เลยว่ะ”

“แค่กๆ ไอ้เหี้ยลูกชิ้น ลูกชิ้นกู” สิ้นคำพูดไอ้เอกที่กอดคอผมอยู่ ผมก็เกิดอาการสำลักลูกชิ้นขึ้นมาทันที ไม่ได้รู้สึกอะไรนอกจากเสียดายลูกชิ้นที่หล่นไปที่พื้นมาก

“ใจเย็นๆ โทษมึง”

“พูดห่าอะไรของมึง กูเป็นผู้ชาย พี่เป้ก็เป็นผู้ชาย”

“ก็นั่นแหละ กูเลยยังสงสัยไง” ไอ้เอกมองหน้าผมจริงจังมากขึ้นไปอีก

“พ่อมึงดิ ชอบเหี้ยไร ขนลุก” ผมพูดพร้อมงับลูกชิ้นต่ออย่างไม่ถือสา

“เขามองมึงตลอดเลยนะเว้ย ตั้งแต่ชมมึงว่าน่ารักจนตอนก่อนจะแข่งเมื่อกี้อะ”

“ไม่รู้ กูซื้อลูกชิ้นอยู่” ทะเลาะกับป้าแม่ค้าด้วย

“เขาชอบมึงแน่ๆ เชื่อกู” ไอ้เอกยังคงยืนยันอย่างหนักแน่น ผมไม่ได้สนใจอะไรมากเพราะมันคงจะคิดไปเอง เลยส่ายหัวแล้วหันกลับไปให้ความสนใจกับสองผู้เข้าแข่งขันที่กำลังบิดมาถึงตรงนี้อีกครั้ง กำลังจะจบรอบแรกแล้ว

“พี่บอยโว้ยยยย สู้ๆๆๆ พี่บอย! พี่บอย!” ผมร้องตะโกนเชียร์เมื่อพี่บอยขับผ่าน แม้คันที่นำมาก่อนจะเป็นพี่เป้ก็เถอะ ยังไงพี่บอยก็พระเอกในใจกูเสมอเว่ย ว่าแล้วก็งับลูกชิ้นต่อ

“กูว่าพี่บอยแพ้แน่ๆ” ไอ้เอกพูดออกมาตอนที่เห็นระยะห่างที่ทิ้งกันระหว่างสองคันนั้น

“กูก็ว่างั้น แต่ก็แข่งกันสนุกๆ กูไม่คิดไรมากอะ” ผมพูด แม้กูจะเสียไป 20 บาทก็ตาม

จากนั้นไม่นานก็สิ้นสุดการแข่งขัน แน่นอนว่าตามที่ไอ้เอกบอก พี่บอยแพ้ครับ แต่ก็ไม่ได้แพ้แบบขาดรอยอะไรขนาดนั้น ถือว่าดีกว่าที่ผมคิดด้วยซ้ำ ก็รถมันต่างกันขนาดนั้นจะชนะยังไงไหว แม้พี่บอยจะอัพเครื่องยนต์มาก็เถอะ แต่ระบบเบรก คลัทช์ การเข้าโค้ง ยังไงก็สู้ไม่ได้หรอก

“พี่บอย เมื่อกี้โคตรเท่เลย ได้ยินเสียงผมเชียร์เปล่า” ผมเดินเข้าไปอวดพี่บอย พร้อมยื่นถุงลูกชิ้นในมือที่ยังเหลืออีกสองไม้ไปให้ พี่บอยก็รับไปกินอย่างไม่ปฏิเสธ

“ได้ยิน น่ารำคาญฉิบหาย ฮ่าๆ” พี่บอยพูดขำๆ

“เพราะพี่บอยได้ยินไง แพ้เลย ฮ่าๆ” ไอ้เอกเสริม

“อะไรวะ อุตส่าห์ตะโกน นี่เจ็บคอเลยนะ” ผมกระแอมเสริมเล็กน้อย เรียกคะแนนสงสาร

“แล้วไม่เชียร์กูบ้างหรอวะ” พี่เป้เดินมาจากไหนไม่รู้มัน และคำถามนี้ก็คงไม่พ้นถามกูแน่ๆ

“เออ ไอ้เอกไม่เชียร์พี่เป้บ้างหรอวะ” แต่ทำเป็นไม่รู้ครับ โยนขี้ให้ไอ้เอกแล้วหัวเราะไปตามคนอื่นด้วย “ไม่มีใครเชียร์พี่เป้เลยเห็นไหม” กูอยากจะสมน้ำหน้ามากกว่าน่ะสิถ้าพี่เป้ไม่มีคนเชียร์น่ะ แต่ความจริงคือทั้งถนนมันเชียร์พี่เป้กันหมดเลย มีกูคนเดียวเนี่ยที่ตะโกนชื่อพี่บอย

“พี่หมายถึงผมหรอ” ไอ้เอกหันไปถาม

“หมายถึงเพื่อนมึงต่างหาก โง่หรือแกล้งโง่วะ”

“ผมแกล้งโง่ แต่ไอ้เบ๊บอาจจะโง่จริง”

“ฮ่าๆ อย่าแกล้งมัน พี่ก็เหมือนกัน หยอกมันอยู่นั่นแหละ ดูหน้าบูดหมดแล้ว” พี่บอยชี้มาหาผม พร้อมผลักหัวเล่นไปหนึ่งที

“กูไม่ได้หยอก ว่าแต่พวกมึงสนิทกันมากเลยหรอ” พี่เป้ถาม

“โคตรสนิท อยู่กันมาตั้งแต่เด็กๆ สนิทกว่านี้ก็ผัวเมียแล้ว” ผมเป็นฝ่ายตอบบ้าง

“อ้อหรอ” พี่เป้พยักหน้า จากนั้นก็พูดต่อ “ไอ้บอย คราวหน้าลองแข่งเดิมพันกันไหม”

“เห้ยยย งั้นผมก็แพ้อะดิ ไม่เอาอะพี่” พี่บอยรีบตอบ เออผมเห็นด้วย แข่งแบบนี้ยังไงพี่บอยก็แพ้

“งั้นมึงก็ยืมรถน้องมึง จะได้สูสี กูรู้หรอกวันนี้มึงไม่เต็มที่” พี่เป้พูด

“ผมไม่ยืม จะแข่งก็แข่งคันนี้” นั่นนนนน นั่นไง มึงเห็นความเด็ดเดี่ยวในสายตาพี่บอยของกูหรือยังล่ะ

“ไอ้นี่ งั้นเอางี้ เดี๋ยวกูยืมรถเพื่อนกูมา เวฟเหมือนกันจะได้วัดกันไปเลย” พี่เป้ท้า แต่ถ้าเลยไปวัดนี่ก็คือไปทำบุญใช่ไหมครับ เป้งงงงงงง

“แล้วพี่จะมาอยากแข่งกับผมทำไมเนี่ย เสียเวลาพี่เปล่าๆ”

“กูมีของที่อยากได้จากมึงไง” อะไรวะ อย่างพี่บอยนี่มีอะไรน่าดึงดูดอีกหรอวะ จนก็จน เรียนก็โง่ ข้าวของก็ใช้แต่ของเก่าๆ โสโครกก็ที่สุด อยู่กันมาเป็นสิบปียังไม่เจอข้อดีในตัวพี่แกเลย

“ถ้าพี่อยากได้ขอดีๆผมก็ให้ ไม่เห็นต้องแข่ง พี่อยากได้ไรอะ” พี่บอยถาม อ้อนี่ไง ผมเจอข้อดีของพี่บอยแล้ว ความมีน้ำใจ

“อยากได้เบ๊ดีๆแบบน้องมึงบ้างอะ ขอยืมสักวันสองวันดิ” พี่เป้พูด พร้อมกับเอามือมาจับไหล่ผม “ไม่ใช่ไอ้เอกนะ กูจะเอาไอ้เบ๊บ”

ม่ายยยยยยยยย กู! ไม่! ไป! อยากได้ก็ไปหาเองดิ

“มะ...” กำลังจะตะโกนตอบว่าไม่ไป แต่พี่บอยก็พูดแทรกขึ้นมาก่อน

“เอาไปดิพี่ แต่ก็ดูแลมันดีๆหน่อยแล้วกัน ยิ่งโง่อยู่ด้วย”  

“...” ได้แต่หุบปากเงียบ พี่บอยว่าแบบไหนดีก็แบบนั้นแหละ ผมฟังเขามาตลอดอยู่แล้ว

“จริงหรอวะ กูก็ไม่อยากจะแข่งหรอก มึงพูดง่ายๆอย่างนี้ก็ดีเหมือนกัน” พี่เป้ว่าก่อนจะออกแรงที่ไหล่ดึงผมไปอยู่ใกล้ๆ

ส่วนผมก็ได้รู้สึกเตี้ยอีกครั้งหนึ่ง ไอ้พี่เป้สูงกว่าพี่บอยอีก ให้กูเกิดมาเป็นหัวไหล่คนอื่นดีกว่าเป็นคนไหมล่ะสวรรค์

“ไปเล่นบ้านคนอื่นบ้างไอ้เบ๊บ ช่วงนี้ปิดเทอมไม่ใช่ไง” ไอ้เอกบอก ทุกคนในแก๊งผมเรียนสายอาชีพหมดเลย มีแค่ผมนี่แหละที่เรียนสายสามัญ เวลาปิดเทอมเลยไม่ตรงกัน ส่วนพี่เป้แม่งจบมหาฯลัยแล้ว หล่อ รวย เก่ง ครบสูตรเลย

“อือ” ตอบมันอย่างไร้เรี่ยวแรง ไม่อยากไปแต่ก็ไม่อยากขัดพี่บอย หงุดหงิดว่ะ

“งั้นแยกย้ายได้แล้วไป ส่วนมึงก็ไปนอนบ้านกูคืนนี้เลย” ไอ้พี่เป้หันมาพูดกับผม พร้อมเดินนำหน้าไปทางรถมันทันที

“พรุ่งนี้ได้ไหมพี่ ผมต้องบอกแม่ก่อน” ข้ออ้างล้วนๆ ตอแหลล้วนๆ กูเคยบอกแม่ที่ไหนล่ะ นอนบ้านพี่บอยเหมือนเป็นบ้านตัวเอง เป็นอาทิตย์แม่ยังไม่โทรตามเลยด้วยซ้ำ

“โทรไปบอกสิวะ คิดว่าตัวเองอยู่ป.สามหรือไง”

“ผมจะกลับบ้านก่อน” ผมยืนยัน นอนยัน นั่งยัน ถ้าไม่ให้กูกลับบ้านกูจะลงไปแดดิ้นที่พื้นตอนนี้เลยนะ วันนี้ทุกอย่างขัดใจกูมากไปแล้ว “จะทำการบ้าน” ตอแหลทั้งหมด กูเคยทำที่ไหนงานตอนปิดเทอม ปั่นก่อนวันเปิดทุกปี

“เออพี่ ไอ้นี่มันเด็กเรียน ให้มันกลับบ้านแล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยไปหาพี่ก็ได้มั้ง” พี่บอยช่วยพูดให้

“ตามนั้นก็ได้ ถ้าไม่เสร็จพรุ่งนี้หอบไปทำบ้านกูก็ได้” พี่เป้พูดแล้วเดินนำออกไปอีกครั้งหนึ่ง “กูไปละ เจอกันพวกมึง”

สิ้นคำพี่มันก็สตาร์ทรถแล้วออกตัวไปเลย ความจริงพี่เป้แม่งก็ดูดีนะ ติดที่ปากหมาแถมจ้องจะเอากูไปอยู่ด้วยนี่แหละที่ทำให้ผมไม่ค่อยชอบหน้า

“พี่บอยยยย ทำไมปล่อยผมไปง่ายจังอะ” ผมหันไปถาม

“แล้วทำไมต้องยากอะ มึงไม่ใช่ลูกสาวกูสักหน่อยไอ้เบ๊บ”

“โว้ะ เสียใจว่ะ วันนี้ผมอุตส่าห์ลงพนันให้พี่เลยนะเว่ย ทำไมไม่เห็นความดีกันบ้างอะ” ผมพูดพร้อมตบกระเป๋ากางเกงโชว์ ทั้งใจดวงนี้แม่งเชียร์พี่คนเดียว

“20 บาท” ไอ้เอกพูดเสริม ไอ้ชั่ว!!!

“ถุยเถอะมึง งั้นเดี๋ยวกูพาไปเลี้ยงขนม 40 เลย ไปมะ” พี่บอยชวน

“ตลาดเสรีนะ” ผมถามย้ำ แต่ในใจนี่วิ่งไปถึงตลาดแล้วครับ ตลาดเสรีเป็นตลาดที่อยู่ในย่านนี้ซึ่งจะเปิดตั้งแต่เย็นๆวันนี้ไปจนถึงเช้าของอีกวัน มีขายของสด ขนมนมเนย อาหารสำเร็จรูป ทุกอย่างเลยครับ

“เออ”

“โอเค ไป”

“เห็นแก่กินฉิบหายมึง” พี่บอยว่าขำๆ

“ไอ้เอกไปเปล่า” ผมหันไปถามมันเพราะวันนี้มันไม่ได้เอารถมาด้วย เพราะพี่มันเอารถไปขับ บ้านมันพี่น้องต้องแบ่งกันใช้รถ มันเลยซ้อนผมบ่อยๆ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมมันถึงชอบบ่นว่าผมขับรถช้าเป็นเต่าคลานไม่สมราคา

“ไม่ไปอะ เดี๋ยวไปเอาเงินพนันก่อนแล้วจะกลับบ้านแล้ว อิอิ”

“อิอิพ่อมึงสิ แล้วมึงจะกลับยังไง” ผมอยากด่า แต่ก็เป็นห่วงมัน

“ก็เดี๋ยวติดรถคนแถวนี้แหละ มึงไปเหอะ”

“เอารถกูไปไหม เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยเอามาคืนก็ได้” ผมเสนอ ความจริงคือกำลังหาข้ออ้างให้พรุ่งนี้ไม่ต้องไปหาไอ้พี่เป้อยู่ พอให้ไอ้เอกยืมรถ กว่ามันจะเอามาคืนก็สายหรือเย็นๆ ดังนั้นก็อ้างได้ว่าทำไมไปช้า โคตรฉลาดอะ

“เหยด มึงให้กูยืมเลยหรอวะ บุญตูดกูแท้ๆ”

“เออ พรุ่งนี้ค่อยคืน” ผมโยนกุญแจในกระเป๋ากางเกงให้มันไป ไอ้เอกก็รับอย่างแม่นยำ

“เหี้ย มึงเอาตัวอะไรห้อยกุญแจรถเนี่ย” ไอ้เอกชูพวงกุญแจในมือมันขึ้น ก็แค่เป็นตุ๊กตากระต่ายขนฟูนุ่มๆที่ขายกันตามตลาดนัดอะ พอรู้อยู่ว่ามันเป็นของก็อป แต่สีมันสวยดีเลยซื้อมาห้อย ตั้งแต่วันนั้นผมก็ไม่ลืมกุญแจรถทิ้งไว้ที่ไหนอีกเลย อันใหญ่ฉิบหาย “กูว่าละทำไมกระเป๋ากางเกงมึงตุงจัง” มันพลิกไปมาด้วยสีหน้าสงสัย

“เวรเหอะ กูถอดทิ้งได้ป่ะ”

“อย่ายุ่งกับตุ่ยตุ๊ยกู ถ้ามันหายกูเอามึงตายแน่” ผมคาดโทษ มันมีความผูกพันนะครับ เจอกันทุกวัน อยู่ด้วยกันตลอด ถ้ามันหายผมก็คงจะซื้อตัวใหม่มาห้อยอยู่ดีอะ

“เหี้ย มีชื่อด้วยอ่อ”

“เออ จะไปได้ยัง!” ผมชักหงุดหงิด ทำไมต้องมามีปัญหากับกุญแจรถด้วยวะ สีกระต่ายก็สีเทาเข้ากับรถออก

“เออๆ กูไปก็ได้ ขอยืมแว้นสักคืน เดี๋ยวเติมน้ำมันคืนให้” ไอ้เอกยิ้มหน้าระรื่น เมื่อกี้ยังด่าตุ๊กตากูอยู่เลย “ผมไปแล้วพี่บอย”

“เออ โชคดีมึง” พี่บอยยกมือรับไหว้ไอ้เอก จากนั้นก็สตาร์ทรถรอผม “แล้วมึงอะ ให้มันยืมรถ แล้วก็มาซ้อนกู ถามกูยังล่ะ”

“พี่บอย ขอซ้อนหน่อยได้เปล่า”

“ฮ่าๆ เออๆ แพ้มึงตลอดอะ” พี่บอยพยักหน้าเอือมๆก่อนจะขยับที่ให้ผมนั่งสบาย เบาะรถพี่แกแม่งปาดซะเรียบ แถมเทลาดไปข้างหน้าจนหน้าผมเกือบทิ่ม แม่งกะโดนนมผู้หญิงเต็มๆเลย ซ้อนทีไรก็หงุดหงิดทุกที ต้องคอยเกร็งตัวต้านแรงโน้มถ่วง

“ไปเลยยยยยยย” ผมขึ้นนั่งแล้วก็ตะโกนออกมาเสียงดัง ก่อนพี่บอยจะบิดจนเสียงเครื่องแม่งดังไปทั่วบริเวณ เชี่ยเอ๊ย กูกลัวโดนชาวบ้านมาด่าทุกครั้ง แต่ก็ต้องทน เพราะอยู่แก๊งนี้แล้วออกไม่ได้







--Talk--

อย่างที่บอกว่าเรื่องนี้ออกแนวแว้นๆหน่อย จึงจะมีคำหยาบค่อนข้างเยอะ เราพยายามไม่หยาบมากเพราะกลัวคนอ่านรับไม่ได้ด้วย ก็พยายามไม่ใส่พร่ำเพรื่อน้าาาาาา ใครที่รับไม่ได้ก็ขอโทษจริงๆค่ะ

เบ๊บเป็นเด็กแบ๊วๆ ขอย้ำว่าน้องจะแบ๊วๆแต่ก็กวนตีนด้วย คือถ้าอยู่ในเรื่องที่สภาพแวดล้อมดีๆ น้องก็จะเป็นลูกคุณหนูไฮโซอะค่ะ แว้นเวิ้นอะไร รับไม่ด้ายยยยยยยย แต่เรื่องนี้ขอให้น้องเป็นสก๊อยนะจ๊ะ55555555555555

ทำไมพี่บอยไม่หวงน้องเลย ปล่อยไปอ้างแรมกับใครก็ได้งั้นหรอคะ น้องเสียใจนะ ขอแจ้งก่อนว่าแรกๆทั้งสองคนไม่ได้รักกันแบบนั้นเนาะ รักกันเชิงพี่น้อง ยิ่งเบ๊บยิ่งบูชาพี่มาก แต่เดี๋ยวมันจะค่อยๆเผยออกมาเอง เพราะก็อยู่ในวัยแตกเนื้อหนุ่มเนื้อสาวกันละ555555555555555

ขอบคุณทุกคนที่ติดตามนะคะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}