จิงโจ้น้อย
email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 15 (100%)

คำค้น : yaoi,drama

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.7k

ความคิดเห็น : 41

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ธ.ค. 2560 19:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 15 (100%)
แบบอักษร

ตอนที่ 15




           อู่เค่อลืมตาขึ้นมาก็พลันเจ็บปวดไปทั่วทั้งร่าง แสงแดงจากภายนอกสาดส่องเข้ามาภายในห้องเผยให้เห็นว่าข้างกายของตนยังมีท่อนแขนอันคุ้นเคยของใครบางคนที่เป็นตัวการที่ทำให้รู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวไปทั้งร่างเช่นนี้

            “อึ้บ!” เขาพยายามลุกขึ้นด้วยแรงทั้งหมดที่เหลือแต่เพียงแค่ขยับตัวเล็กน้อย คนข้างๆที่คาดว่ายังคงอยู่ในห้วงนิทรากลับพลันลืมตาตื่นขึ้นมาทันที

            “เจ้าจะไปไหน”

            “…”

            “จะไปไหนทำไมไม่บอกข้า”

            “ข้าจะไปแต่งตัว” อู่เค่อเอ่ยพลางหันหน้าหนีไปอีกทาง

            “เจ้านอนรอข้าอยู่ที่นี่ เดี๋ยวข้าจะไปเอาผ้ามาเช็ดตัวให้เจ้าเอง” เสี่ยวติงไม่รีรออะไร เขาก้าวขาลงจากที่นอนก่อนที่จะรีบสาวเท้ายาวๆไปหยิบผ้ากับอ่างใส่น้ำสะอาดซึ่งวางเตรียมไว้อยู่ตรงมุมห้อง

            อู่เค่อมองตามผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีของตน เมื่อเห็นบริเวณหลังของเสี่ยวติงมีรอยกัดและรอยเล็บข่วนอยู่เขาก็พลันรู้ได้ทันทีเลยว่าจะเป็นของใครไปมิได้ ในสมองหวนไปถึงเรื่องราวเมื่อคืนทันที อู่เค่อรู้สึกอับอายยิ่งนัก เขาไม่รู้ว่าทำไปได้อย่างไร การที่แสดงออกถึงความร่วมมือในการเสพสมเมื่อคืน ทั้งๆที่อีกฝ่ายก็เพียงแค่คงมาข่มเพื่อให้เขารู้ว่าหน้าที่ การปฏิบัติและการวางตัวของภรรยาสมควรจะเป็นอย่างไร

อย่างไรเสียเขาก็เป็นรองอีกฝ่ายไปตลอดชีวิตที่เหลืออยู่แล้ว

หากเพียงแค่ออกจากที่แห่งนี้ไปได้...

“เจ้าคิดเรื่องอะไรอยู่”

“!” คนที่กำลังนั่งทบทวนเรื่องราวต่างๆสะดุ้งอย่างตกใจเมื่อได้ยินเสียงที่ดังใกล้หัว และเมื่อเงยหน้าไปมองก็เห็นสายตาคู่คุ้นเคย ที่มองมาด้วยความรู้สึกบางอย่าง...ที่เขาไม่เข้าใจ...และไม่อยากทำความเข้าใจมันเสียเลย

“...” คำถามนั้นไร้ซึ่งผู้ตอบอีกครั้ง แต่คราวนี้ร่างสูงไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายเข้าใจแบบผิดๆไปเองอีกแล้ว

“เจ้าลุกขึ้นมานั่งได้ไหม”

“...โอ้ย!”

“มาข้าจะช่วย”

“อย่า!” ปฏิเสธทันควันเมื่อพยายามที่จะลุกขึ้นนั่งเองแล้วแต่ร่างกายที่เจ็บไม่เอื้ออำนวยยิ่งนัก

“เจ้าฟังข้านะ!” ตอนนี้ไม่ว่าอย่างไรก็จะไม่ปล่อยอีกฝ่ายให้เข้าใจแบบผิดๆไปเองอีกเป็นอันขาด เสี่ยวติงประคองคนบนเตียงให้เข้ามาอยู่ในอ้อมกอดโดยพยายามไม่ให้กระทบกระเทือนกับอีกฝ่ายมากนักเพื่อป้องกันไม่ให้เจ็บกว่าเดิม

“ข้านึกว่าเราจะเข้าใจกันแล้วเสียอีก” เสี่ยวติงหมายความอย่างที่เขาพูดจริงๆ เคยมีคำกล่าวไว้ว่า ผัวเมียถ้าคุยกันโดยใช้คำพูดไม่รู้เรื่อง ก็ต้องใช้ร่างกายคุยกัน แล้วเมื่อคืนอู่เค่อก็ตอบสนองดีทุกอย่าง แต่ทำไมตื่นมากลับกลายเป็นแบบเดิมไปได้

“ข้าเข้าใจแล้ว เข้าใจดี” คนที่เจ็บเอ่ยออกมาโดยพยายามที่จะปัดคำว่าเราไป ทั้งๆที่แวบแรกที่อีกฝ่ายพูดออกมามันทำให้เขาดีใจชั่วขณะ

แต่ก็แค่ชั่วขณะเดียวเท่านั้น...

“เจ้าเข้าใจว่าอย่างไร”

“...นี่ ข้าบอกจากใจเลยว่าข้าไม่ถือ ไม่ว่าถ้าเจ้าอยากจะมีลูกกับคู่หมั้นของเจ้า เจ้ากับนางจะอยู่ด้วยกันก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับข้า ข้าจะดีใจมากถ้าเจ้ากลับไปใช้ชีวิตเช่นเดิม แล้วเราทั้งสองก็ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกันอีก ข้าก็คงจะออกไปนอกเมืองไปหาที่อยู่เงียบ ถึงอย่างไรเสียบุรุษก็ต้องแต่งงานกับสตรี มีลูก มีครอบครัวร่วมกัน ข้าก็อยากมีครอบครัวเช่นนั้น ข้าเข้าใจดีว่าเจ้ารู้สึกอย่างไร” อู่เค่อเอ่ยสิ่งที่คิดไว้ภายในใจออกมาหมดทุกอย่าง เขาอยากที่จะจัดการปัญหาที่มันค้างคาต่อความรู้สึกในใจมานานมากเสียเหลือเกิน หากปล่อยไปนานกว่านี้มันคงต้องทำลายความรู้สึกนึกคิดในตัวของเขาเข้าสักวัน

“ข้าเห็นทีว่าเจ้าจะเข้าใจบางอย่างผิดไปนะ”

“ปล่อย!” ตะโกนออกมาเพราะรู้สึกว่าบริเวณคอมีมือของเสี่ยวติงที่พยายามจะกำรอบคอของตนไว้แน่น

“ข้าไม่ได้เข้าใจผิด นี่คือสิ่งที่ข้า...อ๊อก!”

“เจ้าพูดว่าอย่างไรนะ อยากมีครอบครัว มีลูกงั้นหรือ กล้ามากนะ ที่เอ่ยแบบนั้นออกมาต่อหน้าข้า!”

“...” แววตาของเสี่ยวติงตอนนี้เต็มไปด้วยความโมโห เมื่ออู่เค่อได้สบสายตาก็ชะงักนิ่งไปทันที

“ข้าจะบอกเจ้าตรงนี้ ครั้งนี้ให้เข้าใจ ว่าข้าไม่อยากได้ใครอื่นอีกแล้ว ข้าต้องการเพียงแค่เจ้า ข้ารักเจ้า**!**”

“!”

“แล้วถ้าเกิดว่าเจ้ายังไม่เข้าใจ บางทีการนอนอยู่บนเตียงกับข้าทั้งวันมันก็น่าสนใจมิใช่หรือ?”














ชิงหนี่ว์ตวัดสายตาที่เต็มไปด้วยโมโหมองขึ้นไปยังคนสองคนที่เพิ่งจะออกจากห้องแล้วเดินลงมาที่ห้องด้านล่างทั้งๆที่นี่ก็เป็นเวลาเที่ยงแล้ว เมื่อเช้าหญิงสาวอุตส่าห์ออกจากห้องช้ากว่าเดิมเพราะเมื่อคืนหลังจากต้องเจ็บใจและอับอายกับสิ่งที่ได้ยินแล้ว ชิงหนี่ว์ก็ยังแกล้งเข้าไปในห้องเพื่อร้องไห้เกือบค่อนคืนเพื่อหวังที่เวลาหลังตื่นดวงตาจะบวบช้ำแล้วยิ่งถ้าออกจากห้องสายกว่าเดิม ทำท่าโศกเศร้าเสียหน่อย ท่านพี่เสี่ยวติงก็จะได้คิดว่าเธอเสียใจขนาดไหนที่เป็นต้นเหตุให้คนทั้งสองทะเลาะกัน

แต่ที่ไหนได้!

ทั้งๆที่หญิงสาวคิดว่าออกจากห้องสายแล้ว แต่เมื่อลงมาที่ด้านล่างก็พบว่ายังไม่มีใครลงมาเลยสักคน! ไม่ลงกินข้าว หรือทำอะไรเลย!

ถามพวกขี้ข้าน่ารำคาญพวกนั้นก็ได้รับคำตอบที่ไม่ได้ดั่งใจจนเผลอตวาดไล่พร้อมกรี๊ดเสียงดังหมดภาพลักษณ์ที่แกล้งทำตัวว่าเป็นคนเรียบร้อย สุภาพตั้งแต่ตอนแรกที่มาถึง แต่ช่างประไร! อย่างไรเสีย ถ้าต่อไปเธอได้มาเป็นนายหญิงของบ้านนี้แล้ว ก็จะไล่พวกขี้ข้าพวกนั้นออกให้หมดเลย หนอย! ชิงหนี่ว์อดคิดถึงคำพูดพวกนั้นของเหล่าขี้ข้าเมื่อเช้าไม่ได้!

“พี่เสี่ยวติง อยู่ที่ไหนเหรอจ้ะ” เมื่อลงมาไม่พบใครทั้งๆที่มองหาทั่วบ้านแล้ว จนกระทั่งเจอคนรับใช้สองคนที่กำลังจะเดินผ่าน จึงต้องจำใจถามทั้งๆที่อยากจะอยู่ให้ห่างจากขี้ข้าตัวเหม็นพวกนี้

“อ่อ นายท่านยังไม่ลงมาเลยเจ้าค่ะ”

“งั้นหรือ...” ตอบรับพลางทำท่าจะเดินผ่านแต่หูกลับแว่วได้ยินเสียงพูดของขี้ข้าอีกคนพูดกับเพื่อนมัน

“นายท่านก็คงอยากจะอยู่กับนายหญิงทั้งวันทั้งคืนน่ะ ฮิฮิ เมื่อเช้ามืดก็ลงมาเตรียมน้ำกับผ้าสะอาด พอถามว่าจะเอาไปทำอะไร ท่านก็ตอบอย่างไม่อายว่าจะไปเช็ดตัวนายหญิง แหม ข้านี่อยากจะมีสามีดีๆแบบนี้มั่งจัง”

“กรี๊ดดด ไม่จริง พวกเจ้าไสหัวออกไปให้พ้นหน้าข้าเลย!”

“!” คนทั้งสองรีบวิ่งหนีออกไปทันที แต่หญิงสาวก็ยังไม่หยุดโวยวายทำให้ข้ารับใช้ทุกคนต่างเห็นหมดว่าเธอทำตัวอย่างไร

ช่างประไร ถึงอย่างไรขี้ข้าก็ยังเป็นขี้ข้า!

เมื่อนึกมาถึงตรงนี้เสี่ยวติงที่กำลังประคองอู่เค่อซึ่งก้มหน้าไม่กล้าสบสายตาผู้ใดก็เดินมาเกือบถึงบันได ชิงหนี่ว์ไม่รอช้ารีบเดินไปดักข้างหน้าด้วยแรงอารมณ์ทันที ตอนนี้หล่อนไม่เกรงกลัวหรือคิดว่าต้องวางมาดอะไรแล้ว!

”ทำไมท่านพี่ถึงลงมาสายมากขนาดนี้ น้องมานั่งรอท่านพี่ตั้งนาน!”

“ข้าไม่ได้บอกให้เจ้ารอเสียหน่อย”

เพียงแค่คำพูดสั้นๆแต่หญิงสาวได้ฟังก็ชะงักไปทันที วินาทีนั้นหล่อนเพิ่งรู้สึกตัวว่าเมื่อกี้พูดด้วยน้ำเสียงอารมณ์แบบใด

“อ่ะ เอ่อ น้องไม่ได้ตั้งใจนะเจ้าคะ น้องหมายถึง เอ่อ น้องกลัวว่าจะเป็นต้นเหตุที่ทำให้พวกท่านทั้งสองทะเลาะกัน ดูสิ ท่านอู่เค่อดูไม่ค่อยสบาย น้องจะไปเอายามาให้นะเจ้าคะ”

“ไม่ต้อง เมียพี่ พี่ดูแลเอง”

“…”

“เจ้าจะไปเดินเล่นที่ไหนก็ตามใจเจ้า เจ้าคงไม่ลืมว่าเข้ามาขออยู่ที่บ้านพี่แค่ชั่วคราวใช่หรือไม่?”

เอ่ยจบก็ประคองคนที่ยังคงก้มหน้าก้มตาเข้าไปในห้องครัวอีกด้านทันที ทิ้งให้หญิงสาวหน้าชากับคำพูดเมื่อกี้ที่เสี่ยวติงไล่ทางอ้อม

หึ ไล่ข้างั้นหรือ มันสำคัญนักใช่ไหม ข้าอยากจะรู้นักถ้ามันพิกลพิการไปเสียส่วนหนึ่งท่านยังจะรักมันอีกหรือไม่*!*

.

.

.

.

.

อีกด้านหนึ่งหลังจากที่เสี่ยวติงประคองอู่เค่อแยกออกมาเขาก็พยายามที่ชวนอีกฝ่ายพูดคุย แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้รับการตอบสนองใดๆออกมา ตั้งแต่หลังจากที่เขาบอกรักไปอู่เค่อก็นิ่งงันราวกับเพิ่งจะได้ยินเรื่องที่แปลกประหลาด และก็ไม่เอ่ยคำใดออกมาเลย ราวกับไม่มีสติ แต่ก็ยอมให้เขาจับ ให้เขาทำความสะอาดร่างกายให้อีกครั้ง รวมถึงยังไม่เอ่ยปฏิเสธเวลาที่เขาประคองลงมา

“เจ้านั่งรอนี่ก่อน ข้าจะไปบอกให้พวกนั้นทำกับข้าวให้เจ้า เจ้าอยากทานอะไร”

“…”

เมื่ออีกฝ่ายยังคงไม่ตอบแต่ เสี่ยวติงจึงทำเพียงแค่หมุนตัวออกไป ทิ้งให้อู่เค่อนั่งนิ่งบนเก้าอี้ที่โต๊ะอาหารอยู่เพียงผู้เดียว

อู่เค่อมองตามหลังอีกฝ่ายไปด้วยสายตาเรียบนิ่ง เขานั่งนึกเรื่องที่ร่างสูงบอกว่ารัก...

มันคือเรื่องจริงงั้นหรือ?

แวบแรกเขายอมรับว่าดีใจ ดีใจมากที่ได้ยินคำนั้นออกมา...

แต่ความรู้สึกนั้นก็จางหายไปในเวลาอันรวดเร็วเพราะคิดได้ว่า อีกฝ่ายไม่ได้รู้สึกตามนั้นจริงอาจจะเพียงแค่รู้สึกราวกับว่าจะเสียตนไป จึงยอมเอ่ยออกมา หรือว่าคิดว่าเป็นผัวเมียกันแล้วต้องรักกัน หรือแม้กระทั่งอยากจะเอาชนะตนหรือเปล่าก็สุดจะนึก...

ไม่ว่าเหตุผลอีกฝ่ายจะเป็นเช่นไร...อู่เค่อก็จะไม่เชื่อ...ไม่ขอเชื่อ...

ทำร้ายกันมาตลอดแล้วมาเอ่ยคำว่ารักงั้นหรือ?

จอมปลอมยิ่งนัก...

ความคิดเห็น