ปนิตา / มุมลับ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

แม่นะแม่ (ต่อ)

ชื่อตอน : แม่นะแม่ (ต่อ)

คำค้น : ปราบพยศบงการรัก, ผู้ปกครอง, เด็กในอุปการะ, ปนิตา

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 256

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ธ.ค. 2560 15:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
แม่นะแม่ (ต่อ)
แบบอักษร

            “ฮัดเช้ย! ฮัดเช้ย! ฮัดเช้ย!...” จู่ ๆ มหรรณพก็เกิดอาการจามติด ๆ กันโดยไม่มีสาเหตุ

            “ลูก้าร์เป็นอะไรไปคะเนี่ย เป็นหวัดหรือเปล่าคะ ทำไมจามไม่หยุดอย่างนี้ล่ะ”

            “ไม่รู้เหมือนกัน ฮัดเช้ย! อย่าให้รู้นะว่าใครมันเอาผมไปนินทา จะจับเตะให้ซี่โครงหักเลย ฮัดเช้ย! จามจนหิวแล้วเนี่ย เราออกไปหาอะไรกินกันดีกว่าครับดา”

            “ไปค่ะ” ดารินยิ้มหน้าบานเกาะแขนชายหนุ่มเอาไว้แน่นอย่างไปไหนไปกัน

            ที่หน้าห้องสมุดของมหาวิทยาลัยชื่อดัง สองสาวเพื่อนซี้ที่เดินหลบออกมาจากห้องสมุดกำลังมองหาเป้าหมายใหม่ สำหรับการอ่านหนังสือของพวกเธอ

            “พิมพ์ ฉันว่าเราไปอ่านใต้ต้นไม้นั่นดีกว่าว่ะ” นิลุบลชี้ไปที่ใต้ต้นหูกวางซึ่งมีโต๊ะหินอ่อนตั้งอยู่

            “เออ ปะ!”  พิมพ์ลักษณ์เห็นด้วยก่อนที่จะพากันเดินไปยังต้นหูกวางใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านใบให้ความร่มเย็น พร้อมกับชวนคุยเรื่องอื่นด้วย “บัว..ตอนนี้แกเป็นยังไงบ้างวะ คุณแม่จิตตาของแกท่านเสียไปแล้ว เขามีทิ้งมรดกอะไรไว้ให้แกบ้างหรือเปล่า”

            “ไอ้บ้า ฉันไม่ได้เป็นลูกคลานออกมาจากพุงท่านนะโว้ย ที่ท่านเมตตาส่งเสียเลี้ยงดูฉันมาจนถึงป่านนี้ก็บุญคุณท่วมหัวแล้ว”

            “ฉันก็คิดว่าเผื่อจะฟลุ๊คไง อิอิ แล้วค่าเทอมของปีสี่นี่ล่ะ จะยังไงต่อวะ ให้ป๋าของฉันช่วยจัดการให้ไหม? บอกได้นะเว้ย สบายมาก”

            “ไม่เป็นไร ขอบใจแกมากนะ คุณลุงยุทธ์บอกว่า คุณแม่จิตตาท่านยังยืนยันเจตนาเดิมที่จะส่งเสียให้ฉันเรียนสูงที่สุดเท่าที่ฉันต้องการ”

            “เออก็ดีเนอะ ลูกชายเขาก็ยอมด้วยอย่างนั้นเหรอ”

            “ก็คงอย่างนั้นมั้ง”

            “งั้นก็แสดงว่าเป็นคนดีกันทั้งบ้านเลยนะบ้านนี้ อย่างนี้ก็เท่ากับว่าแกก็กลายเป็นเด็กในปกครองของคุณมหรรณพแทนน่ะสิ”

            “ตามนั้น”

            “แล้วแกเคยเจอเขาหรือยังล่ะ”

            “หึ! ยังไม่เคยอ่ะ เห็นคุณลุงยุทธ์บอกว่า คุณมหรรณพไม่ค่อยได้อยู่เมืองไทยหรอก เขาเป็นคนชอบเดินทางน่ะ”

            “เหรอ อายุเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้เนอะ แต่ที่แน่ ๆ ฉันว่าเขาต้องหล่อมากว่ะ เพราะคุณแม่จิตตาของแกท่านสวยมากเลยนะ” พิมพ์ลักษณ์พูดไปก็ยิ้มหวานจินตนาการถึงชายหนุ่มที่พูดถึง

            “คงอย่างนั้นมั้ง แต่ว่าเขาจะหล่อหรือขี้เหร่ ก็ไม่ได้เกี่ยวกับแกป่ะ? จะยิ้มหวานไปเพื่อ? อ่านหนังสือไปเลยแก” นิลุบลรีบเตือนสติเพื่อน ให้จิตใจกลับมาอยู่ที่หนังสือเช่นเดิม

            “หืม! ไอ้บัวแกนี่มันตัวขัดความสุขของเพื่อนจริง ๆ เลย”

            “สุขตอนนี้ แล้วทุกข์พรุ่งนี้ ตอนที่ทำข้อสอบวิชาสุดท้ายไม่ได้น่ะ เอาป่ะล่ะ?”

            “เออ ไม่เพ้อก็ได้วะ อ่านก็อ่าน”

            สองสาวตั้งใจอ่านหนังสือกันต่อ พรุ่งนี้เป็นวิชาสุดท้ายของเทอมนี้ที่จะต้องสอบ ก่อนจะได้หยุดพักปิดเทอมไปอีกเดือนกว่า ซึ่งนิลุบลตั้งใจไว้ว่าจะกลับไปช่วยคุณแม่สรวงสุดาของเธอดูแลน้อง ๆ ที่บ้านพักเด็กกำพร้าสรวงสุดา ที่จังหวัดน่าน ซึ่งเป็นสถานที่ที่ทำให้เธอได้รู้จักกับคุณจิตตาจนท่านเมตตาให้ความอุปการะเธอมาตั้งแต่เด็กจนถึงตอนนี้ ที่แม้ว่าท่านจะเสียชีวิตไปแล้ว ก็ยังส่งต่อให้รุ่นลูกได้อุปการะเธออย่างต่อเนื่อง

            วันรุ่งขึ้นที่หน้าบริษัท โคนเซอร์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) มีสปอร์ตเปิดประทุนสัญชาติเยอรมัน รุ่นล่าสุดแล่นเข้ามาจอดที่ด้านหน้าประตูทางเข้า สวยทั้งรถ หล่อทั้งคนขับ เป็นที่จับจ้องของพนักงานทั่วไปที่หยุดยืนมองชื่นชมความสมบูรณ์แบบของชายหนุ่ม มหรรณพเดินเข้าบริษัทด้วยท่าทางที่สง่าผ่าเผย โดยมีคุณสุรยุทธ์ คุณณรงค์ฤทธิ์ลงมาคอยต้อนรับ ท่ามกลางความงุนงงของพนักงานระดับล่างในบริษัท ทั้งนี้ก็เพราะว่าท่านรองประธานของบริษัท ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นท่านประธานในอีกไม่กี่ชั่วโมงนี้ ไม่ค่อยได้เข้าบริษัทบ่อยนักนั่นเอง ภาพที่มีติดอยู่ในบริษัท ก็มีเพียงภาพของอดีตท่านประธานทั้งสองท่านที่ล่วงลับไปแล้วติดอยู่เพียงแค่นั้น

            “สวัสดีครับ คุณมหรรณพ” เสียงทักทายโดยพร้อมเพรียงกัน จากคุณสุรยุทธ์และคุณณรงค์ฤทธิ์ที่ลงมายืนรอต้อนรับเขาพร้อมกับรอยยิ้มอย่างผู้ใหญ่ใจดี

            “สวัสดีครับคุณอาทั้งสอง ขอบคุณมากนะครับที่ลงมารับผมด้วยตัวเอง” มหรรณพไหว้ทักทายผู้สูงอายุทั้งสองอย่างคนที่รู้จักมารยาท รู้สึกดีที่ได้รับการต้อนรับที่อบอุ่นสำหรับการกลับมาในครั้งนี้

            “ต้องลงมาสิครับ ว่าที่ท่านประธานของบริษัทมาทั้งที ถ้าไม่ให้ลงมาต้อนรับ ก็ไม่รู้จะไปต้อนรับใครแล้วล่ะหลานชาย อาดีใจนะที่หลานเข้ามา และจะดีใจมากขึ้นไปอีก หากว่าหลานชายจะมาทำงานที่นี่เป็นประจำ” ณรงค์ฤทธิ์ตอบกลับมหรรณพด้วยความยิ้มแย้มแจ่มใส ก่อนที่จะพากันเดินไปขึ้นลิฟต์ เพื่อขึ้นไปยังชั้นของผู้บริหาร ตรงไปยังห้องของท่านประธาน ท่ามกลางสายตางุนงงสงสัยของพนักงานเกือบทุกคน ว่าชายหนุ่มผู้นี้คือใคร ทำไมจึงได้รับการต้อนรับเป็นพิเศษจากผู้ใหญ่ทั้งสองของบริษัท

            “ฮ่าฮ่า นี่คุณอากำลังหาว่าผมขี้เกียจอยู่หรือเปล่าครับ”

            “ฮ่าฮ่า ไม่ใช่อย่างนั้นสิหลานชาย แต่อย่าลืมว่าบริษัทนี้เป็นของหลานนะ อาก็พยายามทำหน้าที่ของอาให้เต็มที่ แต่ว่าอามันก็แก่แล้ว ถ้าได้คนที่มีความคิดใหม่ ๆ เข้ามาบริหารบ้าง บริษัทก็น่าจะเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้าไปได้อีกไกล”

            “ไม่หรอกครับ คุณอายังหนุ่มอยู่เลย แก่ที่ไหนกัน จริงไหมครับคุณอายุทธ์” มหรรณพหันมาขอความคิดเห็นของสุรยุทธ์ ทนายความและที่ปรึกษาของบริษัท

            “ครับ คุณณรงค์ฤทธิ์ยังหนุ่มอยู่ หนุ่มกว่าผมนิดหนึ่งน่ะ” คำตอบของสุรยุทธ์เรียกเสียงหัวเราะให้กับทุกคนแม้แต่เจ้าตัวเองด้วย “ผมเองก็อยากให้คุณมหรรณพ เข้ามาทำงานที่นี่ประจำด้วยอีกคนนะครับ เข้ามาดูแลบริษัทของคุณ ไอ้ผมสองคนนี่มันก็แก่แล้วจริง ๆ นั่นล่ะ อีกไม่นานก็คงต้องปลดระวางตัวเองแล้ว”

            “คุณอายุทธ์พูดซะผมรู้สึกผิดเลยครับ เหมือนทิ้งให้คุณอาทั้งสองต้องทำงานหนักดูแลบริษัทให้ผมที่มัวแต่ไปเที่ยวสนุกเลย เอาเป็นว่าผมจะเข้ามาทำงานที่นี่ให้บ่อยขึ้นแล้วกันนะครับ รับรองว่าจะไม่ปล่อยให้คุณอาทั้งสองต้องเหนื่อยกันเหมือนเดิมอีกแล้ว ที่ผ่านมาผมต้องขอโทษด้วยจริง ๆ ครับ” ชายหนุ่มยกมือไหว้ขอโทษผู้ใหญ่ทั้งสอง ด้วยรู้สึกผิดจริง ๆ ตั้งแต่ที่ผู้เป็นแม่เสียชีวิตลงไป ชายหนุ่มก็ตั้งใจเอาไว้แต่แรกแล้ว ว่าจะทำตัวเอาการเอางานมากขึ้น เพียงแต่ขอไปเที่ยวส่งท้ายให้กับชีวิตอิสระของตนเองเสียก่อน

            “ผมดีใจนะครับ ที่ได้ยินอย่างนั้น” สุรยุทธ์ยิ้มดีใจที่ได้ยินชายหนุ่มพูดในสิ่งที่เขาคาดหวังเอาไว้

            ก๊อก..ก๊อก..ก๊อก.. เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะการสนทนาของทั้งสามหนุ่มต่างวัย ก่อนที่จะเปิดออกและเผยให้เห็นร่างของสาวสวยในวัยเกือบสี่สิบปี ที่มาพร้อมกับกาแฟสำหรับทุกคน


ความคิดเห็น