เขียน'สือ

ยินดีต้อนรับ 'ซือซือ' ที่น่ารักของเราทุกคน #ขอบคุณสำหรับการสนับสนุนทุกรูปแบบนะคะ #ด้วยรัก

เขยช่างไฟสะใภ้ช่างยนต์ #15

ชื่อตอน : เขยช่างไฟสะใภ้ช่างยนต์ #15

คำค้น : พอร์ชโซ่ วายเด็กช่าง เขียนสือ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 26.7k

ความคิดเห็น : 41

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ธ.ค. 2560 13:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เขยช่างไฟสะใภ้ช่างยนต์ #15
แบบอักษร

เขยช่างไฟสะใภ้ช่างยนต์

{15}




            “ทำไมมึงต้องไปอยู่ฝั่งโน้นด้วยล่ะ? กูไม่เข้าใจเลยจริงๆ ป๋ากับแม่กูเขาก็ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย…เราคุยกันรู้เรื่องแล้วไม่ใช่หรอวะนิ่ง”  พอร์ชบ่นอุบ ถึงสาเหตุที่โซ่บอกว่าจะย้ายไปอยู่ตึกฝั่งตรงข้ามของพ่อตนเองแทนที่จะอยู่บ้านพอร์ชอย่างที่คุยกันไว้ก่อนหน้า เพราะพ่อแม่ของพอร์ชเองก็อยากจะให้อยู่ด้วยกัน ไม่อยากให้หนีไปไหน แม้ว่าจะแค่ย้ายไปอยู่ตึกตรงข้ามก็ตาม


            “เสียดาย…กูว่าจะหาช่างมารีโนเวทใหม่ แล้วปล่อยชั้นล่างไว้ให้เช่า ส่วนชั้นสอง สาม สี่ และดาดฟ้าเป็นของกู” โซ่บอกสิ่งที่ตนคิดวางแผนไว้ออกมา ความจริงแล้วเขาก็ไม่อยากปล่อยให้ใครเช่าหรอก แต่ก็เสียดายทำเล เพราะที่ตรงนั้นถ้าปล่อยให้เช่า ก็ได้เป็นหมื่น มันก็จริงอยู่ที่เขาได้มีเงินเดือนและต้นทุนชีวิตที่พ่อฝากไว้ให้อีกเยอะ แต่เงินในส่วนนี้เขาจะส่งกลับไปให้ตากับยายใช้ เพราะได้ข่าวว่าผู้หญิงคนนั้นกับลูกสาวทะเลาะกับสามีคนล่าสุดของเธอ เรื่องอะไรก็ไม่รู้ จึงย้ายกลับมาอยู่กับตายายที่บ้าน ซึ่งไม่ต้องเป็นหมอดูเขาก็สามารถทำนายได้ว่าตากับยายคงต้องรับภาระเลี้ยงดูสองแม่ลูกนี้อีก เพราะนั่นคือลูกและหลานของเขา


            “แล้วกูล่ะ?” ที่โวยวายนี่ไม่ใช่อะไรเลยนะ ก็แค่อยากจะอยู่ด้วยกัน แต่ไหงไอ้นิ่งนี่กลับคิดตีตัวออกห่างเขาอยู่ตลอดเวลาก็ไม่รู้…พี่พอร์ชล่ะเซ็งสัส


            “มีทางเลือกเดียวสำหรับมึง คือ อยู่ กับ กู เข้าใจนะ?” คำตอบของโซ่ทำเอาพอร์ชยิ้มกว้าง


            ก็แหม…น้องโซ่คิตตี้อยากจะออกมาสร้างรังรักสองคนกับพี่ก็ไม่บอก ปล่อยให้พี่พอร์ชคนนี้หงุดหงิดอยู่ได้ตั้งนาน นี่ถ้าไม่ติดว่าตีนหนักนะ จะจับปล้ำสักทีสองที ฮึ่ย…หมั่นเขี้ยวว่ะ!


            “ตามนั้นครับ…เมีย” แกล้งหยอดคำลงท้ายเพื่อดูปฏิกิริยาของคนรัก


            “ฝัน?” โซ่เลิกคิ้วถาม


            “อือ…ฝัน…ฝันที่อยากให้มันเป็นความจริงในอีกไม่ช้า” พอร์ชบอก


            “ดีไม่พอ อย่าหวังว่าจะได้แอ้มกู หรือจะให้กู ‘แดก’ มึงดี?” เป็นครั้งแรกที่พอร์ชได้เห็นสีหน้าเจ้าเล่ห์ของโซ่ แทนใบหน้าเรียบนิ่งตามปกติ ซึ่งไม่อยากจะยอมรับเลยจริงๆว่า…ดูดีฉิบหาย เห็นแล้วใจสั่นเหมือนคนอยากยาก็ไม่ปาน โคตรอยากลองชิมเลยบอกตรง


            “ทำเป็น?” ไม่ได้จะดูถูกหรอกนะ แต่สีหน้าและน้ำเสียงมันเป็นไปอย่างนั้นเอง


            “เป็นไม่เป็นมึงก็ลองไปถามน้องบี๋บัญชีของมึงดู” จากที่คิดว่าเป็นต่ออยู่ แต่ทำไมตอนนี้พอร์ชถึงได้รู้สึกว่าตัวเองกำลังเป็นรองโซ่อยู่เลยล่ะ?


            “มึงอย่าบอกนะว่า…” ความคิดบางอย่างที่ผุดขึ้นมาในหัวทำเอาพอร์ชอ้าปากค้าง ยิ่งโซ่หันมาแสยะยิ้มให้ยิ่งเป็นการเพิ่มความมั่นใจให้เขามากไปอีก


            “กูจะบอกมึงให้เอาบุญนะไอ้หมาพอร์ชว่าน้องบี๋ที่มึงเคยนอนกกนอนกอดอยู่พักนึงน่ะ กูเป็นคน ‘เปิด’ โลกใหม่ให้มันเอง” ก็ไม่ได้อยากจะพูดให้ผู้หญิงเสียหายหรอกนะ แต่บางครั้งก็อดที่จะหมั่นไส้คนของตัวเองไม่ได้ เลยยกความจริงที่ว่า เจ้าตัวกินของเหลือต่อจากตนขึ้นมาข่มมันซะเลย ชอบทำเหมือนเขาเป็นเด็กสาวไร้เดียงสาดีนัก


            “มึง…” แหม่…ว่าที่เมียพี่ทำไมถึงได้กร๊าวใจขนาดนี้ พี่พอร์ชล่ะอยากจะเป็นลม เห็นนิ่งๆอย่างนี้ พ่อมึงเก็บเรียบเลยสินะ งานนี้สงสัยต้องเรียกมหามาใช้บริการแลกเปลี่ยนความลับเพื่อนอีกสักทีสองที จะได้กระจ่างกว่านี้ เพราะตอนนี้เล่นอะไรพี่เขาไม่ได้เลย เข้าตัวกูทุกที


            “อ่อ…เผื่อมึงอยากรู้วันเวลาล่ะนะ…ก็ตั้งแต่เมื่อสองปีที่แล้ว เพราะฉะนั้นถ้าไม่แน่จริงอย่างปากพูดก็อย่ามาก๋ากั่นกับพี่นะคะ…หนูพอร์ช” ทำจริต จีบปากจีบคอพูดอย่างที่พอร์ชชอบใช้แกล้งตนเอง ตบแก้มแปะๆช่วยเรียกสติให้สองที ก่อนที่จะเดินจากไปอย่างสง่างาม ทิ้งให้ป๋าพอร์ชครจริงยืนห่อเหี่ยวเป็นเนื้อแดดเดียวอยู่ที่เดิม

..

..

..

            “มหา” สุดท้ายแล้วพอร์ชก็แพ้ความอยากรู้อยากเห็นของตนเอง จนต้องขับรถมาหาบุญล้อมถึงวัดจนได้ เพราะเจ้าตัวมันไม่ยอมรับโทรศัพท์


            “ได้ข่าวว่าที่บ้านค่ายเกิดเรื่อง คุณโซ่เป็นยังไงบ้างครับ” เพราะมัวแต่ยุ่งๆกับการติดต่อธุระแทนหลวงพ่อตั้งแต่เมื่อเย็นวาน มาจนถึงวันนี้ก็ยังไม่สามารถเคลียร์เวลาให้ตัวเองไปคุยกับโซ่ไม่ได้เลย จนพอร์ชบุกเข้ามาหาเขาถึงที่นี่แหละ


            “ตอนนี้มันกลายเป็นลูกรักแม่กับป๋ากูไปแล้ว กูถึงต้องออกมาหาเสบียงไปประเคนให้มันนี่ไง…เพื่อนมึงเขาร้อน” พอร์ชว่าอย่างไม่ได้โกรธเคืองอะไร แค่แปลกใจที่โซ่กลัวแดดขนาดนั้น ถึงว่า เวลาเจอกันทีไร นอกจากหูฟังกับไอพอดเครื่องโปรดแล้ว ก็จะได้เห็นเสื้อคลุมนี่แหละที่โซ่มีติดตัวเป็นประจำ


            “คุณโซ่เขาไม่ชอบหน้าร้อน เกลียดแดด ชอบฝนที่ไม่ทำให้ร่างกายเฉอะแฉะ และหลงรักในอากาศหนาวเย็นครับ” คำบอกเล่าจากบุญล้อมทำให้พอร์ชอึ้ง


            “นี่กูกำลังเจอกับอะไรอยู่วะเนี่ย?” ที่พูดแบบนี้ไม่ได้แปลว่ากลัวหรอกนะ แค่รู้สึกตื่นเต้นมากขึ้นกว่าเดิมจากที่เคยคิดว่าโซ่คือสิ่งมีชีวิตที่มหัศจรรย์ เพราะเขาไม่สามารถคาดเดาอะไรกับเจ้าตัวได้เลยสักครั้งเดียว


            “ผมรับรองเลยครับว่าสีสันในชีวิตของคุณพอร์ชจะ ‘จัดจ้าน’ ขึ้นอีกเท่าตัว เมื่อมีคุณโซ่อยู่ด้วย…ว่าแต่มาหาผมที่นี่มีเรื่องอะไรด่วนรึเปล่าครับ พอดีผมกำลังยุ่งอยู่พอดี” บุญล้อมเน้นเสียงบอกเป็นนัย ก่อนที่จะวกกลับเข้าเรื่องเดิมเมื่อเห็นว่าหลวงพ่อมองมาที่ตนหลายครั้งแล้ว


            “กูอยากรู้เรื่องเก่าๆของไอ้นิ่งมันน่ะ…แต่มึงคงไม่ว่าง” พอร์ชพูดบอกอย่างเสียดาย


            “บางทีคุณพอร์ชอยากจะรู้เรื่องพวกนี้ก็ได้นะครับ…ผมเตรียมไว้ให้คุณสักพักแล้ว แต่ยังไม่มีโอกาสได้ส่งให้ ลองเอาไปอ่านดูแล้วกันนะครับ ผมช่วยคุณได้เท่านี้จริงๆ ที่เหลือก็แล้วแต่ความสามารถของคุณแล้ว” เพราะรู้ดีว่าเพื่อนของตนเองคนที่รับมือได้ยาก และเห็นว่าพอร์ชค่อนข้างจะตรงสเปคที่ตนอยากให้โซ่ได้เจอ บวกกับที่ได้ฟังพ่อกับแม่ของพอร์ชคุยกับหลวงพ่อเกี่ยวกับเรื่องของโซ่และพอร์ชเมื่อสองวันก่อน บุญล้อมเลยอยากช่วย อย่างน้อยให้พอร์ชได้มีความรู้พื้นฐานติดหัวไว้บ้าง จะได้ตามโซ่ทัน ที่เหลือก็แล้วแต่บุญพาวาสนาส่ง


            บุญล้อมกลับไปช่วยหลวงพ่อทำงานแล้ว แต่พอร์ชยังคงนั่งค่อมรถอยู่ที่เดิม เช็คอีเมลเปิดเอกสารที่บุญล้อมส่งให้มาเมื่อครู่นี้ดู


            ชื่อ-สกุล นายไอศูรย์ กิจจานนท์ ชื่อเล่น ซอ.โซ่

            เกิดวันอังคารที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2544 ราศี ธนู

            เกิดที่จังหวัดนครสวรรค์ ถิ่นกำเนิดของบิดา

                 - ปัจจุบันยังคงติดต่อกับอาม่าผ่านทนายเป็นประจำ

                 - กลับไปเยี่ยมอาม่าในงานประจำปีของอำเภอ(ตามคำขอของอาม่า)

                 - กลับไปเคารพบรรพบุรุษในวันเซ็งเม้งของทุกปี

                 - ไม่ถือศีล แต่กินเจตามเทศกาล

            เติบโตที่จังหวัดพิจิตร ถิ่นฐานของมารดา

                   - เป็นปรปักษ์ต่อมารดา

                 - รักและเคารพพี่ชายต่างบิดามาก

                 - เกลียดน้องสาวต่างบิดามากที่สุด (ฆ่าได้ก็จะฆ่า)

                 - มีคุณตากับคุณยายเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวของจิตใจ

                - ยกคุณตาทวดไว้เหนือหัว

            การศึกษาระดับประถม – โรงเรียนเอกชน(คาทอลิก)

            การศึกษาระดับมัธยมต้น – โรงเรียน(น้ำเงิน-ขาว)

            การศึกษาปัจจุบัน – แผนกวิชาช่างไฟ (วท.)

            ชีวิตรัก – ไม่เคยมี

            คู่นอนตั้งแต่อดีต-ปัจจุบัน นับได้ 5 คน (ที่เหลือไม่ได้นับ)

                 - น้องบี๋ (บัญชี)

                 Ps. ทั้งสองสานสัมพันธ์กันตั้งตอนอยู่มัธยมต้น จบกันแล้ว

                 - พี่ออย (การตลาด) ล่าสุดเมื่อ 3 เดือนก่อน

                 Ps. แม่เสือสาวรุ่นใหญ่แห่งการตลาดเป็นคนขี้ร้อน เลยร้องขอน้ำแข็ง

                 - พี่ยุ้ย (เลขาฯ) เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว

                 Ps. เมื่อเหยื่อเนื้อ นม แน่น มาป้อนถึงปากมีหรอที่จะไม่ชิม(?)

                 - เจ้ฟ้า (ม.6) คุณครูคนแรก

                 Ps. จบกันไปนานแล้ว

                 - คุณซี (ม.4)

                 Ps. อดีต – ปัจจุบัน


            “เหี้ยอะไรวะ!” พอร์ชสถบลั่น ตอนแรกก็ดีอยู่หรอก เพราะเป็นข้อมูลทั่วไปที่อยากจะรู้ แต่ย่อหน้าสุดท้ายนี่คืออะไร รักไม่เคยมี แต่ประวัติคู่นอนลากยาวเป็นหางว่าว แถมสามในห้าคนนั้นก็เป็นคู่นอนของเขาเช่นกัน ที่สำคัญเลยคือ เขากินของเหลือจากมันทุกราย!


            “มึงตั้งใจแกล้งกูใช่ไหมไอ้หมา!” พอร์ชตะโกนถามเมื่อเห็นว่าบุญล้อมกำลังมองมาทางตนอยู่พอดี


            “ครับ” ทางฝ่ายนั้นก็พยักหน้ายอมรับ ตะโกนกลับมาด้วยรอยยิ้มที่บ่งบอกถึงความสะใจ


            “มึงไม่ได้แดกไอ้แวนง่ายๆหรอกจำไว้เลย!” เพราะเห็นว่าทางนั้นเหลือเจ้าตัวเพียงคนเดียว ไร้เงาลูกศิษย์หรือพระรูปใด พอร์ชเลยชี้หน้ายกความได้เปรียบของตัวเองขึ้นมาอ้างบ้าง เพราะเห็นทีว่าเขากลับมันจะอยู่ในหมวดถ้อยทีถ้อยอาศัยกันไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ในเมื่อไอ้หมามันชอบแว้งกันเขาอยู่เรื่อย บอกเลยว่ามาถึงตรงนี้ เขาลืมภาพไอ้แว่นถือศีล ติดกระดุมคอ สะพายย่ามพระในวิทยาลัยไปหมดแล้ว มีคนดีๆที่ไหนเขาเอาข้อมูลคู่นอนเก่ามาให้แฟนใหม่รับรู้กันห้ะ! คนสุดท้ายที่มันห้อยจุดอดีต-จนถึงปัจจุบันนี่คือเหี้ยอะไรครับ? ใครก็ได้ตอบกูที!


            “ผมไม่รีบครับ ผมเน้น…กินเงียบๆ” โอ้ย…พอร์ชล่ะไม่รู้จะสรรหาคำอะไรมาด่าไอ้มหาปลอมนี่แล้ว ดูมันยังมีหน้าเดินมายักคิ้วกระซิบบอกถึงแผนชั่วของมันกับเขาได้อย่างหน้าตาเฉย นอกจากเขาแล้วจะมีใครรู้อีกไหมเนี่ยว่าวัดนี้มีมหาปลอมสันดานเถื่อนอย่างมันอาศัยอยู่

..

..

..

            “โซ่”


            “อะไร”


            โซ่แปลกใจอยู่ไม่น้อยที่ได้ยินคนรักเรียกชื่อของตน เพราะปกติแล้วถ้าไม่เรียกว่า ‘นิ่ง’ ก็จะเรียกแบบกวนตีนๆที่ว่า ‘น้องโซ่คิตตี้’ ซึ่งชื่อหลังมักจะถูกเขาประเคนด้วยฝ่าเท้าทันทีที่ได้ยิน


            “มึงจบมาจากโรงเรียนน้ำเงิน-ขาวใช่ไหม?” มาถึงตรงนี้แล้วก็ต้องเช็คกันสักหน่อยว่าข้อมูลที่บุญล้อมให้มาเป็นของจริง ไม่ใช้ว่าฝ่ายนั้นแค่จะแกล้งแหย่ให้ตนหงุดหงิดเล่น ซึ่งบอกเลยว่ามันได้ผล เพราะอารมณ์ของเขาตอนนี้ติดลบมาก แต่ที่ต้องทำตัวเป็นปกติเพราะไม่อยากจะชวนคนรักทะเลาะด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง เดี๋ยวจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ไปซะเปล่าๆ


            “อือ…ถามทำไม?”


            “เปล่า…แล้วมึงเคยมีแฟนไหมวะ?” ตอบปฏิเสธนะ แต่ก็ตั้งคำถามต่อ


            “มึงคนแรก” โซ่ตอบตามความจริง เพราะพอร์ชเป็นคนแรกที่ตนนับเป็นแฟน ส่วนที่ผ่านๆมามันก็แค่ความสัมพันธ์ฉาบฉวยที่เกิดขึ้นจากความพึงพอใจของเขากับอีกฝ่าย ไม่ได้มีอะไรนอกเหนือไปจากนั้นเลย


            “แล้วมึงเคยมีอะไรกับใครไหมวะ?” พอร์ชถามต่อด้วยน้ำเสียงอ่อย แบบกลัวคำตอบ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะคิดมากไปทำไม ในเมื่อตนเองก็ใช่ว่าจะไม่เคย


            “กับน้องบี๋ของมึงนั่นไง” โซ่ตอบออกมาทันที


            “หรอ” ยิ่งคำตอบของโซ่ชัดเจนมากเท่าไหร่ หัวใจของพอร์ชก็ยิ่งห่อเหี่ยวลงทุกครั้ง ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะกลัวกับคำตอบจากคำถามสุดท้ายที่จะถามต่อเสียมากกว่า อันอื่นเขาไม่สงสัยอะไรเลย แต่ติดใจคำว่า อดีต – ถึงปัจจุบันของคนชื่อซีนี่แหละ


            “กูเป็นอะไรสำหรับมึงวะพอร์ช” คราวนี้กลับเป็นโซ่เองที่ตั้งคำถาม


            “แฟน คนรัก ว่าที่เมีย อะไรก็ได้ที่จะทำให้มึงเป็นของกูคนเดียว” พอร์ชเริ่มพาลเหมือนเด็กน้อย แสดงความเอาแต่ใจของตัวเองออกมาเพราะหึงหวงคนรักกับใครก็ไม่รู้ที่ได้รู้จักแค่ชื่อผ่านตัวอักษร แต่สลัดออกจากหัวไม่ได้สักที


            “ก็ใช่ไง…กูเป็นแฟนมึง แล้วมึงจะกลัวเหี้ยอะไร? กูไม่รู้หรอกนะว่ามึงไปเจอกับใครหรืออะไรมา แต่ถ้าลองได้มาซักถามเรื่องกูอย่างนี้มึงก็คงได้รู้มาพอสมควร” โซ่วางดินสอที่กำลังวางแผนร่างรูปแบบภายในของตึกที่อยากจะได้ลง เมื่อจับสังเกตอาการของพอร์ชได้


            “กูแค่…” พอร์ชเองก็ไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกของตัวเองออกมาเป็นคำพูดยังไงดี ในเมื่อตอนนี้หัวใจของเขามันอัดแน่นไปด้วยความเป็นกังวล กลัวว่าสุดท้ายแล้วตนจะเป็นได้แค่ที่พักใจของในยามที่เจ้าตัวไม่มีใครเท่านั้น เพราะถ้าจะให้พูดตามความเป็นจริงแล้ว โซ่เองก็ไม่ได้มีอะไรต่างจากเขาเลย ก็เป็นผู้ชายธรรมดาที่นอกจากจะเล่นกีฬาแมนๆ แล้วก็ยังจะตีหัวหมา ด่าแม่เจ๊ก เปลี่ยนคู่นอนไปเรื่อยอีกต่างหาก แล้วอย่างนี้มันจะยอมเปลี่ยนมาเป็นเมียเขาได้จริงๆหรอ


            “จะเลิก?” โซ่ถาม เพราะเริ่มจะหมดความอดทน เบื่อที่จะลุ้นกับท่าทีอ้ำๆอึ้งๆของพอร์ชเต็มทน ก็บอกแล้วว่าชอบคนตรงๆมีอะไรสงสัยตรงไหนก็พูดออกมาเลย ไม่ต้องเก็บไว้ เพราะเขาไม่ใช่พระพุทธเจ้าที่จะตรัสรู้ไปซะทุกเรื่อง


            “เปล่า…กูก็แค่กลัวมึงเบื่อ…มีคนมาเล่าให้กูฟังว่าตอนอยู่โรงเรียนเก่ามึงฮอตขนาดไหนกูก็ยิ่งรู้สึกไม่ดี ทั้งที่เรื่องมันผ่านมานานแล้วกูก็ไม่ชอบอยู่ดี ‘กูหวงของกู’ มึงเข้าใจไหมวะโซ่!” สุดท้ายแล้วพอร์ชก็ระเบิดออกมา เมื่อได้ข้อสรุปในตัวเองที่ว่า ปัญหาทั้งหมด ล้วนแล้วแต่มีความหึงหวงของตนเองเป็นที่ตั้ง ถึงได้จิตงุ่นง่านอยู่อย่างนี้


            “ก็แค่นั้น…มึงจำที่กูพูดไว้วันนั้นได้ไหมวะพอร์ช?” โซ่ถามถึงวันที่พวกเขาตกลงเป็นแฟนกันจริงๆ ตอนที่นั่งดูพระอาทิตย์ตกดินด้วยกันบนยอดเขา


            “อือ” จำได้สิ…จำได้แม่นเลย ไม่ว่าจะเป็นการกระทำ คำพูดหรือความรู้สึกที่เกิดขึ้นในวันนั้น พอร์ชจำได้เป็นอย่างดี และคิดว่าจะไม่มีทางลืมมันไปได้อย่างแน่นอน ว่าครั้งแรกที่หัวใจเต้นแรงด้วยพลังแห่งความรักนั้นมันรู้สึกดีมากแค่ไหน


            “กูบอกมึงแล้วใช่ไหมว่าคบกับกูแล้วมึงจะต้อง ซื่อสัตย์ มั่นคง และจริงใจ”


            “อือ” พอร์ชยังคงตอบงึมงำในลำคอเบาๆ


            “แล้วกูก็บอกแล้วใช่ไหมว่า…ไม่ว่าจะนอกใจหรือนอกกาย โทษสถานเดียวก็คือตาย กูหมายความว่าอย่างนั้นจริงๆนะพอร์ช”


            “…..” พอร์ชเงยหน้ามองโซ่ด้วยความไม่เข้าใจ ไม่รู้ว่าโซ่กำลังจะสื่อถึงอะไร


            “กูอาจจะไม่ใช่คนพูดมาก แต่มั่นใจว่าการกระทำของกูจะชัดเจนพอให้มึงได้เห็นว่ากู ‘จริงจัง’ กับเรื่องของเรามากแค่ไหน แล้วกูก็จะยืนนิ่งๆรอให้มึงฆ่ากูทิ้งเลยพอร์ช ถ้ากูเป็นฝ่ายทำเรื่องเหี้ยๆแบบนั้นกับมึงก่อน”


            จบคำพูดของโซ่พอร์ชก็โผเข้ากอดคนรักสุดแรงเกิด จนโซ่หงายหลังไปกับพื้นห้อง หอมแก้มซ้ายขวา ฟัดจนหนำใจ แล้วกดจูบที่ริมฝีปากอวบอิ่มซ้ำๆ หลอกล่อให้โซ่คล้อยตามจนสมใจ


            แล้วพูดออกมาว่า…


            “ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร แต่กูโคตรรักมึงเลยวะโซ่”



TBC.

บุญล้อม : ก็แค่เป็นคนใจเย็น ไม่รีบร้อน เน้นกินเงียบ แล้วผมผิดตรงไหนครับ?

​พอร์ช : ไม่ผิดเลย แต่แถวบ้านกูเขาเรียกซุ่มครับไอ้หมา! แก๊งมึงนี่กูไว้ใจใครได้บ้าง? 

เงียบๆ เรียบๆ ไม่หวือหวา แต่จี๊ดทุกตัวเลยแม่ง!

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}