Ranichat

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 27 : ครบกำหนด

ชื่อตอน : บทที่ 27 : ครบกำหนด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.2k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ก.พ. 2561 01:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 27 : ครบกำหนด
แบบอักษร


แสงแดดที่ลอดผ่านม่านสีขาวเข้ากระทบผิวสวยที่นอนหลับใหลภายใต้อ้อมกอดของชายผู้เป็นที่รักของตน เครื่องปรับอากาศที่ให้ความเย็นทำให้ร่างบางขยับตัวเข้าไปหาอ้อมแขนนั้นมากยิ่งขึ้น เปลือกตาของชายหนุ่มลืมขึ้นเมื่อคนในอ้อมแขนขยับเข้าหาตน มือหนาเอื้อมไปจับไรผมของหญิงสาวเบาๆอย่างน่าทะนุถนอม นานเท่าไหร่แล้วที่เขารู้จักกับผู้หญิงคนนี้ ตั้งแต่มีเธอเข้ามาก็ทำให้ทุกๆวันของเขามีสีสันขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์ อยากที่จะอยู่เคียงข้างและดูแลคนๆนี้ไปนานๆ ไม่คิดว่าคนๆนี้จะทำให้เค้ารักเค้าหลงได้เร็วถึงเพียงนี้

“ตื่นแล้วหรอคะ” เกลินเอ่ยถามเมื่อรู้สึกว่ามีอะไรมาคลอเคลียแก้มใสของตน

“มอนิ่งค่ะหนูเกลของพี่” กวินทร์คานรับพร้อมยื่นหน้าคมไปจูบที่หน้าผากนูนสวย

“นี่กี่โมงแล้วคะ ไม่ลุกไปทำงานหรอ” หน้าแดงเห่อออกมาด้วยความเขิน ไม่ว่าจะกี่ครั้งต่อกี่ครั้งก็ไม่เคยชินเสียที

“รอปลุกคนขี้เซาอยู่ค่ะ” ชายหนุ่มว่าแล้วเอื้อมมือไปปัดไรผมที่ตกลงมาปิดหน้างาม

“หืม ใครขี้เซาคะ อย่ามากล่าวหากันนะ” อยากที่จะแกล้งกลับจึงยื่นหน้าเจ้าเล่ห์เข้าไปหาใกล้ๆแล้วทำสีหน้ายียวน

“นี่ยั่วพี่อยู่หรอคะ ระวังวันนี้ไม่ได้ออกจากห้องนะคะ” ชายหนุ่มพูดออกไปหวังให้เกลินกลัว และมันก็ได้ผลเพราะเกลินรีบหันหน้าหนีทันที เขาเป็นผู้ชายมีความรู้สึก ยิ้งกับคนตรงหน้าไม่สามารถที่จะควบคุมอารมณ์ของตนอยู่เท่าไหร่นัก ต้องคอยสะกดกลั้นอารมณ์ที่มันประทุอยู่ในตัว

“คนบ้า! วกเข้าแต่เรื่องแบบนี้” เกลินตีลงไปบนอกหนาอย่าไม่จริงจังนัก

“บ้าแล้วรักไหมคะ” กวินทร์คว้ามือเรียวมากุมไว้

“ไม่รักก็หนีกลับไปแล้วสิคะ” เกลินว่าอย่างเขินๆ กวินทร์จึงหอมลงไปบนแก้มแรงๆฟอดใหญ่อย่างหมั่นไส้

“ค่อยมีกำลังใจในการทำงานหน่อย” ถึงตาที่ชายร่างหนาทำหน้าทำตาเย้ายวนบ้าง

“พี่กวินทร์!” หญิงสาวหัวใจเต้นแรงอย่างควบคุมไม่อยู่ ทำไมเขาถึงชอบแกล้งเธอนัก

“ไปค่ะ อาบน้ำแต่งตัวแล้วลงไปทานข้าวกัน”




กวินทร์ลงมารอแฟนสาวของตนที่แยกย้ายกันไปอาบน้ำอาบท่าและมานั่งอ่านหนังสือพิมพ์พร้อมจิบกาแฟรออยู่ตรงระเบียงอย่างมีความสุข นานแค่ไหนแล้วที่จิตใจเขาไม่ได้สงบแบบนี้ ช่างเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขอย่างหาอะไรมาเปรียบไม่ได้ การที่เราได้อยู่กับคนที่รัก คนที่อยู่ด้วยแล้วมีความสุข มันช่างหาอะไรมาแทนที่ความสุขนี้ไม่ได้

“หิวจังเลยค่ะ มีอะไรให้คนสวยทานบ้างน้า” เกลินเดินออกมาตรงระเบียงแล้วถามกับคนที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์ด้วยท่าทีสบายๆ

“วันนี้ป้าสาธารทำอาหารไว้เยอะแยะเลยค่ะ รีบมาทานเร็วเดี๋ยวพี่พาไปเที่ยวน้ำตกท้ายไร่” กวินทร์ว่าพร้อมพับหนังสือพิมพ์ในมือลง

“ไปเที่ยวน้ำตกหรอคะ งั้นรีบทานเลยค่ะ หนูเกลอยากไปแล้ว” สาวสวยเมื่อได้ยินว่าจะไปเที่ยวก็ตื่นเต้นทันที

“ไปเที่ยวน้ำตกหรอคะ พี่ไปด้วยคนสิ” เสียงเข้มกล่าวขึ้นเมื่อได้ยินบทสนทนาเมื่อครู่ ทำให้ทั้งกวินทร์และเกลินหันไปมองเป็นตาเดียวกัน

“คุณพ่อ คุณแม่ พี่วิทย์ พี่ตฤณ คุณลุงคุณป้า” เกลินทำสีหน้าตกใจพร้อมไล่ชื่อทุกคนที่เห็นอยู่ตรงหน้า

“คุณพ่อคุณแม่” กวินทร์ก็เรียกผู้เป็นบิดาและมารดาของตน

“ตกใจอะไรกัน พ่อกับแม่แค่กลับมาจากอิตาลีเอง ทำหน้าอย่างกับเห็นผี” มนตรีแหย่ลูกชายตนเล่น

“สวัสดีครับคุณพ่อคุณแม่ คุณธนากร คุณเดือนแข” กวินทร์ยกมือขึ้นไหว้ หญิงสาวข้างกายก็ยกมือไหว้ตามแล้วทำหน้าเหลือเชื่อ

“อะไรกันน้องพี่ ทำไมต้องตกใจขนาดนั้น” ตฤณนึกอยากจะขำน้องสาวตน ไม่เคยเห็นทำหน้างงได้ตลกขนาดนี้มาก่อน ช่างเปลี่ยนไปจริงๆ ชายที่ยืนข้างกายของน้องสาวตนคงล้างสมองเกลินไปเสียแล้ว

“หนู…หนูเกลแค่ตกใจค่ะว่าทุกคนมาที่นี้ทำไมกัน” เกลินยังคงตะลึงในสิ่งที่เกิดขึ้น

“ตกใจทำไมลูก นี่ก็ถึงกำหนดครบ 4 เดือนตามที่ตกลงกันไว้แล้ว แม่ก็มารับหนูเกลกลับบ้านเราไง” เดือนแขอธิบายให้ลูกสาวตน จริงสิ นี่เป็นวันที่เธอควรจะกลับบ้านตนเองเสียที ได้ยินดังนั้นใจของตนก็หน่วงวูบขึ้นมา ทำไมความสุขมันผ่านไปเร็วนัก

“หนูเกลกลับบ้านเรากันค่ะ พี่ลางานมารับหนูเกลตามสัญญาเลยนะ” วิทย์ส่งยิ้มอบอุ่นให้น้องรักของตน

“เออ…เรื่องนั้น…คือ” เกลินหันไปมองกวินทร์ที่ยืนประมวลสถาณการณ์อย่างเงียบๆ

“ผมมีเรื่องอยากจะบอกทุกคนครับ” ในที่สุดสิ่งที่เกลินรอก็มาถึง รอให้กวินทร์พูดอะไรสักอย่าง

“ผมรักหนูเกลครับ ถ้าคุณลุกคุณป้าไม่รังเกลียดผมขอศึกษาดูใจกับน้อง ถ้าเราสามารถเข้ากันได้ ผมอยากจะแต่งงานกับน้องครับ” กวินทร์กลั้นใจพูดออกไป กลัวว่ามนตรีและเดือนแขจะไม่ยินยอม

“ให้มันได้อย่างนี้สิลูกแม่ แสดงว่าที่แม่พยายามมาไม่เสียเปล่า” คุณหญิงพร้อมผู้เป็นมารดาของชายหนุ่มเอ่ยขึ้น

“อะไรนะครับ” กวินทร์ไม่เข้าใจในสิ่งที่แม่ของตนพูด

“ทางพ่อกับมนตรีตกลงกันไว้แล้วว่าจะให้ลูกๆแต่งงานกัน แต่พ่อคิดว่าถ้าบอกแกไปตรงๆแกจะไม่ยอม ธนากรเค้าก็คิดว่าหนูเกลจะไม่ยอมแน่ๆ ก็เลยสร้างเรื่องขึ้นให้แกทั้งคู่มาอยู่ด้วยกันเพราะพ่อเชื่อว่าแกจะต้องหลงรักหนูเกล” มนตรอธิบายให้ลูกชายวของตนฟัง

“นี่คุณพ่อวางแผนหรอคะ แล้วหนี้ที่หนูเกลติดคุณลุงเค้าหล่ะคะ” หญิงสาวหันไปถามบิดาของตน

“หนูไม่ได้เป็นหนี้ลุงมนตรีเค้าหรอกลูก พ่อโกหก” ธนากรว่าอย่างยิ้มๆ

“คุณพ่ออ่ะ หนูเกลเครียดแทบแย่ ถ้าหนูเกลเส้นเลือดในสมองแตกเป็นยังไง” เกลินว่าอย่างงอนๆ

“พ่อขอโทษน้า เดี๋ยวพ่อมีของขวัญปลอบใจ” ธนากรว่า

“ของขวัญอะไรคะ”

“ก็ยกหนูเกลให้พี่กวินทร์เค้าไงลูก ดีไหม พ่อชอบของขวัญนี้นะ” ธนากรว่าอย่างยิ้มๆ

“คุณพ่อ!!” เกลินเขินจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนี

“นี่น้องสาวพี่จะแต่งงานแล้วหรอเนี่ย ใครจะมาอ้อนพี่น้า” ตฤณนึกใจหายที่น้องของตนจะแต่งงานแล้ว

“นั้นสิ ใครจะมาให้พี่ช่วยโกหกว่าเป็นแฟนกันน้า” วิทย์เอ่ยแซว

“พอเลยค่ะทุกคน หนูเกละขินจนจะเป็นบ้าแล้วนะคะ เลิกแซวสักที”

“งั้นพี่หันไปแซวไอ้กวินทร์แทนดีไหม” วิทย์หันไปมองกวินทร์ที่ยื่นยิ้มเงียบๆกับบทสนทนาที่เกิดขึ้น

“เห้ยๆ ไม่ต้องเลย ไม่งั้นฉันไล่ถีบแกแน่” กวินทร์รีบหุบยิ้มทันที

“เอาสิ ฉันก็จะไม่ยอมยกหนูเกลให้แก” วิทย์ขู่

“ขอโทษครับพี่” กวินทร์ว่าอย่างตลกๆ

“ดีมากไอ้น้องชาย” วิทย์รับมุก

ภาพกลุ่มคนที่ยืนคุยกัยอย่างมีความสุขตรงระเบียงไม้ช่างดูอบอุ่นหัวใจยิ่งนัก อีกไม่นานทั้งสองครอบครัวก็จะกลายเป็นแผ่นทองเดียวกันเสียที มนตรีและธนากรเคยตกลงกันไว้เรื่องการแต่งงานของลูกๆตน ไม่คิดว่ามันจะสำเร็จเพราะเป็นการตกลงดัวยอารมณ์ที่คึกคะนองตอนนั้งดื่มด้วยกัน แต่วันนี้มันเกิดขึ้นแล้วจริงๆ


มาน้อยหน่อยน้าาาา ตอนหน้าจะเป็นตอนสุดท้ายแล้ววววว ฟินๆแน่นอน สัญญาจ้าาาาา

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น