อักษรามณี

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

หัวใจที่ไร้รัก (2)

ชื่อตอน : หัวใจที่ไร้รัก (2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.9k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ธ.ค. 2560 13:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
หัวใจที่ไร้รัก (2)
แบบอักษร

ลลิลไม่รู้ว่าจะตอบโต้เขาด้วยวิธีไหน เธอตัวเล็กกว่า เรี่ยวแรงน้อยกว่า ยิ่งขัดขืนก็รังแต่จะทำให้ตัวเองเจ็บปวด แต่หญิงสาวก็แทบทนไม่ได้กับความดิบห่ามในทุกนาทีที่พัลเลเดียมแสดงออกกับเอไม่ว่าเธอจะพูดแม้แต่หายใจก็ยังผิดและขัดตาเขาไปเสียทั้งหมด

“อาพีท...ปล่อยลิล!”

ร่างแน่งน้อยสะบัดไหล่และผลักหน้าอกกว้างที่แนบชิดและบดเบียดอกนุ่มหลายครั้งหลายหนตั้งแต่เข้ามาในเพนท์เฮ้าส์หรูของแพตเมื่อชายหนุ่มเลื่อนปากของเขาออก ลลิลรู้สึกเจ็บบนกลีบปาก เธอรู้ว่ามันบวมเจ่อและเปียกชื้นไปด้วยร่องรอยจากการรุกรานของเขา พัลเลเดียมเหยียดปากเยาะขณะเช็ดคราบความหวานหอมที่หยาดหยดลงบนปลายคางแกร่ง เสียงหอบหายใจของหญิงสาวสะท้อนในห้องนั้นได้ยินชัดเจนแต่เขากลับหยามหยันใบหน้าหวานที่ออกอาการตระหนกด้วยประกายตาดูถูก

“ทำเหมือนไม่เคยกับเรื่องแบบนี้ เธอมันก็ไม่ได้ต่างกับอิสราสักเท่าไหร่ พ่อมักมากส่วนลูกสาวก็คงเป็นเด็กใจแตกที่แกล้งทำเหมือนไม่ประสีประสา”

“อาพีท...พูดเกินไปแล้วนะคะ”

“ยังน้อยไปกระมังกับความร่านที่เธอพยายามซ่อนมันไว้ บางทีตอนนี้อาจจะอยากขึ้นเตียงกับฉันใจแทบขาด แต่ทำเป็นเล่นตัวให้ผู้ชายนึกอยากว่างั้น!”

“อาพีท!”

ลลิลหมดความอดทนและปรี่เข้าหาร่างสูงใหญ่พร้อมทั้งกำหมัดทุบถองลงบนอกกว้างโดยไม่รู้น้ำตาจากไหนถั่งเป็นสายไม่หยุด แต่ยังไม่ทันรัวกำปั้นให้เขาเจ็บข้อมือทั้งสองก็ถูกคว้าไว้ได้ก่อนร่างนั้นจะถูกผลักลงไปนั่งบนเก้าอี้นวม พัลเลเดียมโน้มตัวลงไปหาพร้อมทั้งค้ำยันมือทั้งสองข้างบนพนักวางแขน เสียงร้องไห้ของหญิงสาวดังก้อง เธอเหมือนเด็กตัวเล็กที่กำลังถูกสั่งสอนเพราะความดื้อรั้น

“หยุดร้องไห้เดี๋ยวนี้ลาริมาร์”

“ไม่!...ลิลไม่หยุด อาพีทใจร้าย!”

“บอกให้หยุดไง...หยุดส่งเสียงโวยวายเดี๋ยวนี้!”

“ไม่! ลิลเกลียดอาพีท ลิลไม่ใช่เด็กใจแตก ทำไมอาพีทต้องว่ากันขนาดนี้ อาพีทพูดเหมือนไม่เคยรู้จักลิล”

“หยุดร้องไห้...บอกให้หยุด!”

“ไม่!...ลิลเกลียด...”

เสียงหวานแห้งแหบขาดหายเมื่อชายหนุ่มปิดปากเธอด้วยมือหนาใหญ่ เขากดฝ่ามือลงไปเพื่อให้เธอหยุดร้องแต่ร่างแน่งน้อยกลับหอบสะอื้นและกระตุกหลายหน หยาดน้ำตาไหลอาบฝ่ามือหนา ดวงตาของเธอจ้องมองเขาราวกับไม่ยอมแพ้

นี่มันบ้าชัดๆ! เขาเป็นผู้ใหญ่ขนาดนี้แต่กลับต้องมาทะเลาะกับเด็กสาวที่พึ่งบรรลุนิติภาวะ ชายหนุ่มขบกรามแน่น พัลเลเดียมนึกโกรธตัวเองที่ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าการปรามเด็กสาวคนหนึ่งด้วยการปิดปากเพื่อให้เธอเบาเสียงลง แต่ก่อนที่เขาจะเลื่อนมือออกก็รู้สึกเจ็บแปลบบนฝ่ามือแกร่ง ความเจ็บปวดนั้นแผ่ซ่านไปถึงข้อมือขณะใบหน้าหวานกดเกร็งและนัยน์ตาคู่งามที่จ้องเขาอย่างเอาเรื่อง ทว่าชายหนุ่มกลับไม่ยอมดึงมือกลับและยังคงปิดปากหญิงสาวอยู่เช่นนั้นแม้จะรู้ว่าถูกลลิลตอบโต้ด้วยการกัดมือหนาจนเลือดซึมไหลออกมาและหยดลงบนลำคอของเธอ พัลเลเดียมนิ่งเหมือนหลักศิลา ใบหน้าของเขาเกร็งเพียงเล็กน้อยราวกับกำลังเก็บกดความเจ็บปวดมีก็แต่นัยน์ตาสีน้ำตาลขุ่นเข้มที่สะท้อนความคั่งแค้นออกมาทว่าเขาก็ยังปล่อยให้เธอกัดฝ่ามือหนาจนหนำใจ และเมื่อเห็นว่าเขาไม่มีปฏิกิริยาราวกับไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลยทำให้ลลิลหยุดตัวเองและสะอื้นออกมา ภาพที่เห็นสะท้อนสะเทือนในความรู้สึกของชายหนุ่ม เขาบีบบังคับให้เธอต้องปวดร้าวแต่หัวใจของเขาเองเริ่มอ่อนแอลงเมื่อเห็นน้ำตาหยดลงบนแก้มนวล

“พอใจหรือยัง ลาริมาร์...เกลียดฉันมากทำไมไม่กัดให้มือขาดไปเลย”

พัลเลเดียมเค้นเสียงออกจากลำคอทั้งที่มือของเขายังปิดแน่นบนปากของหญิงสาว เห็นเพียงดวงตาคู่สวยที่จ้องเขาแต่มันเต็มไปด้วยหยาดน้ำรื้นและความรวดร้าวสาหัสแผ่ออกมา สักครู่มือหนาจึงค่อย ๆ เลื่อนห่างแต่ลลิลถึงกับตาค้างเมื่อเห็นสิ่งที่เธอฝากไว้บนเนื้อหนังของเขา แม้ชายหนุ่มจะไม่แสดงความรู้สึกใด ๆ กับรอยแผลบนฝ่ามืออาบเลือดแดงฉานและรอยเลือดนั้นก็เปรอะเปื้อนรอบกลีบปากบอบบางและลำคอระหงของร่างเล็กแต่ก็ทำให้ความรู้สึกผิดแล่นปราดขึ้นมาในสำนึกของลลิล

“อาพีท...”

เสียงแผ่วเบาลอดออกมาเบาหวิวจากปากสั่นระริก พัลเลเดียมดึงผ้าเช็ดหน้าจากกระเป๋าเสื้อสูทออกมาแล้วซับลงบนฝ่ามือที่เต็มไปด้วยคราบเลือด เขาเหลือบมองหญิงสาวที่ยังนั่งหอบแต่ไร้เสียงสะอื้น

“ถือว่าเราหายกัน...แต่ครั้งต่อไปฉันไม่อภัยให้เธอแน่”

เขาทิ้งน้ำเสียงหนักก่อนหันหลังเดินกลับออกไปปล่อยให้ร่างอรชรนั่งชันเข่าขึ้นและร้องไห้เหมือนเด็กเล็ก ๆ ดูท่าว่าเขาจะโกรธมากและไม่รู้ว่าจะหาทางเอาคืนวันไหน ตอนนี้สิ่งที่หญิงสาวเริ่มเป็นกังวลไม่ใช่ปัญหาของอิสราที่ก่อไว้ แต่กลับกลายเป็นตัวเธอที่ต้องหาทางแก้ปัญหาเมื่อต้องเผชิญหน้ากับพัลเลเดียมซึ่งยิ่งนับวันมันก็มีแต่จะเขม็งเกลียวเหมือนเชือกที่รัดเงื่อนแน่นเข้าหากันทุกที ลลิลนั่งคิดจนไม่เป็นอันทำอะไรแม้แต่จะเก็บกวาดเศษกระเบื้องจากถ้วยกาแฟและจานชามรวมทั้งเศษอาหารที่เลอะเทอะบนพื้น แต่เมื่อเธอรวบรวมสติและทำใจให้สงบลงได้ก็ได้ยินเสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์ดังขึ้น ร่างบางนึกดีใจว่าอาจเป็นพ่อของเธอแต่เมื่อหยิบขึ้นมาดูกลับเป็นชื่อของใครอีกคน หญงสาวรีบรับสาย

“ว่าไงคะ พี่เนเน่”

เนเน่ หรือ ภิณไลย์ญา รุ่นพี่ที่เคยสนิทสนมกันตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยและอายุห่างกันเพียงสองปีแต่ภิณไลย์ญาเรียนไม่จบเพราะต้องออกไปทำงานเป็นพริตตี้ส่งเสียเงินให้ทางบ้านที่ขัดสนในช่วงเวลานั้น แต่ทั้งสองก็ยังมีความสัมพันธ์ฉันพี่น้องและติดต่อถึงกันอยู่เสมอ

“ลิล...เป็นยังไงบ้าง ตอนนี้ลิลอยู่เนเธอแลนด์หรือเปล่าจ๊ะ นี่พี่ลองโทรหา นึกว่าจะโทรไม่ได้เสียแล้ว”

“ลิลอยู่นิวยอร์คค่ะ”

“อ้าว...ไหนว่าเดินทางไปเรียนต่อไงจ๊ะ”

“ลิล...ไม่ได้ไปแล้วค่ะ คือ...มีปัญหานิดหน่อยเลยต้องหยุดการเรียนไว้ก่อน พี่เนเน่สบายดีนะคะ”

“พี่ก็เรื่อย ๆ นะ ก็ต้องทำงานเป็นพริตตี้ มีงานก็มีเงินส่งให้ที่บ้าน บางครั้งก็นึกอยากกลับไปเรียนต่อ แต่คงทำไม่ได้แล้วล่ะ”

“พี่เนเน่เป็นคนสวย สวยมาก ๆ อนาคตพริตตีของพี่ต้องสดใส เป็นพริตตี้ระดับเงินล้าน และวันหนึ่งอาจจะพบคนดี ๆ นะคะถึงจะไม่ได้เรียนต่อก็เถอะ”

“โอเค...ขอบใจมากนะลิล เรามาเข้าเรื่องกันดีกว่ามั้ย ลิลอยู่นิวยอร์คก็ดีเลย ที่โทรมาจะบอกลิลว่าพี่ได้งานเป็นพริตตี้มอเตอร์โชว์ระดับโลกที่จะจัดขึ้นสัปดาห์หน้า ถ้าลิลว่างอยากให้ลิลไปเที่ยวงาน ไปดูพี่แต่งตัวสวย ๆ แล้วถ้ามีเวลาว่างเราก็จะได้คุยกัน”

“เอ้อ...ลิล...เอ้อ...”

“พี่เป็นพริตตี้ให้รถรุ่นใหม่หรูมาก ๆ และรู้มาว่าจะมีการเชิญแขกระดับวีไอพีที่จองรถรุ่นนี้มาด้วย มีชื่อคุณอิศรา พ่อของลิลด้วยนะ”

“จริงหรือคะ?”

“จริงซี ลิลลองถามพ่อของลิลลดูนะ จะได้มากับท่านไง”

“ค่ะ...ลิลจะถามพ่อดูนะคะ”

ลลิลรับปากในบทสนทนาสุดท้ายแต่ไม่กล้าบอกความจริงว่าตอนนี้อิศราถูกกักกันอิสรภาพและคงไม่มีโอกาสได้มานิวยอร์คซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะนานแค่ไหน สิ่งที่หลงเหลืออยู่สำหรับเธอคือความหวังที่จะยื้อเวลาของบิดาไว้และภาวนาให้พี่สาวของพัลเลเดียมหายจากอาการที่เป็นอยู่ให้เร็วที่สุด

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น