เขียน'สือ

ยินดีต้อนรับ 'ซือซือ' ที่น่ารักของเราทุกคน #ขอบคุณสำหรับการสนับสนุนทุกรูปแบบนะคะ #ด้วยรัก

เขยช่างไฟสะใภ้ช่างยนต์ #14

ชื่อตอน : เขยช่างไฟสะใภ้ช่างยนต์ #14

คำค้น : พอร์ชโซ่ วายเด็กช่าง

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 26.6k

ความคิดเห็น : 40

ปรับปรุงล่าสุด : 29 พ.ย. 2560 23:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เขยช่างไฟสะใภ้ช่างยนต์ #14
แบบอักษร

เขยช่างไฟสะใภ้ช่างยนต์

{14}




            “ว่าไงจ้ะ ‘น้องโซ่คิตตี้’ มาหาป๋าทำไมคะ…คิดถึงป๋าหรอ?” ไม่ต้องเดาก็รู้ว่า พอจบคำนี้แล้วสภาพพอร์ชจะเป็นยังไง ในเมื่อตอนนี้เจ้าตัวลงไปนอนกุมท้องอยู่บนพื้นสนามฟุตบอล ด้วยแรงส่งจากฝ่าเท้าของโซ่ และที่โซ่ยังสามารถยืนอยู่ท่ามกลางดงนักฟุตบอลของช่างยนต์ได้ปลอดภัยไร้รอยแผลอย่างนี้ได้ ก็เพราะพอร์ชได้ลั่นวาจาไว้ว่า ‘ใครแตะแฟนกูมีเจ็บ’ เป็นอันรู้กันว่า โซ่ ถือเป็นข้อยกเว้น


            “เพื่อนเล่น?” โซ่เลิกคิ้วถาม


            “ไม่ใช่เพื่อนเล่น แต่อยากเล่นเพื่อน” พอร์ชพูดจาสองแง่สองง่าม ทำตาเจ้าชู้วิบวับใส่โซ่แบบไม่มีสลด


            “…..” โซ่ยกเท้าขึ้น ทำท่าจะเหยียบซ้ำที่เดิม จนพอร์ชต้องรีบยกมือขึ้นยอมแพ้


            “โอ้ย…ใจเย็นครับคุณมึง กูจุก นั่งรอแป๊บนึง เดี๋ยวก็เลิกแล้ว” บุ้ยหน้าไปทางกระเป๋าของตนเองที่วางอยู่บนแสตนข้างสนาม ที่มีกลุ่มเพื่อนของพอร์ชนั่งอยู่ก่อนที่เพื่อนของโซ่ที่ตามมาทีหลังเดินเข้าไปร่วมวงสนทนา


            พอร์ชต้องอยู่ซ้อมฟุตบอลทุกเย็น โซ่จึงต้องมานั่งรอ เพราะพอร์ชไม่ยอมให้โซ่กลับบ้านพร้อมกับยศที่กลับมาเรียนเหมือนเดิมแล้ว จึงเดือดร้อนบุญล้อมต้องมานั่งอยู่เป็นเพื่อนโซ่อีกคน เพราะยศไม่ไว้ใจพวกช่างยนต์ กลัวว่าโซ่จะโดนดักทำร้าย แต่เจ้าตัวก็ไม่อยากมาเห็นหน้าพอร์ชเช่นเดียวกัน เรื่องมันก็เลยอีรุงตุงนังอย่างที่เห็น


            “กูจะไปห้องน้ำ…เอาน้ำไหม?” ก็ไม่ได้สนใจอะไรหรอก แต่เห็นสภาพเหงื่อโทรมกายแล้วรู้สึกสมเพช เลยจะสงเคราะห์ให้ เพราะทางไปห้องน้ำจะต้องผ่านสหกรณ์อยู่แล้ว

            “กูไปด้วย” ทำท่าจะลุกขึ้นไปตามปาก แต่โดนโซ่ใช้ฝ่าเท้าข้างเดิมยันข้ามไว้ซะก่อน


            “ติดกันหรอ?” โซ่ถามเสียงเรียบ เหลือบตามองไปตรงเป้ากางเกงบอลผ้าลื่นสีดำเงาของพอร์ชด้วยสายตาเหยียดๆ


            “ไม่ติดหรอก…แต่อยากเอาเข้าไป ‘นาบ’ ใกล้ๆ” ทำยิ้มตาเยิ้มพูดบอกด้วยเสี่ยงแหบพร่า กระชากใจสาว แต่สำหรับโซ่แล้วหรือ?


            “ได้…มานาบกับตีนกูนี่!” คงไม่ต้องบอกว่าหลังจากคำพูดนั้นของโซ่แล้วพอร์ชจะอยู่ในสภาพไหน เพราะนอกจากโซ่จะเอาเท้าเข้าไปนาบตามความต้องการของพอร์ชแล้ว เจ้าตัวยังใจดี แถม ‘ขยี้’ ฟรีให้ต่ออีกพักใหญ่


            ในเวลาเดียวกัน…


            พวกที่อยู่บนแสตนก็…


            “กูลงข้างไอ้พอร์ชห้าร้อย” เป้เป็นคนแรกที่ควักธนบัตรสีม่วงใบละห้าร้อยบาทออกมาวางกลางวง


            “งั้นกูลงข้างไอ้โซ่อีกห้าร้อย” คราวนี้เป็นแวนที่หยิบเงินออกมาวางบ้าง


            “อะไรๆ เดี๋ยวนี้มึงย้ายไปอยู่ข้างไอ้โซ่แล้วหรอไอ้แวน…หมานะมึง” เป้แซว


            “ก็เพื่อนกันทั้งนั้นแหละห่า…แต่ช่วงหลังกูเห็นไอ้พอร์ชหงอๆกูก็เลยลงข้างไอ้โซ่แทน …ลงขันพนันใครก็อยากชนะครับเพื่อนเป้” แวนบอกพลางพยักพเยิดหน้าไปทางพอร์ชที่กำลังคลานหนีฝ่าเท้าโซ่อยู่กลางสนาม ท่ามกลางเสียงหัวเราะของเพื่อนร่วมทีม


            “โนว…มึงไม่รู้อะไรซะแล้วไอ้แวน ที่มึงเห็นไอ้พอร์ชทำหงิมๆหงอๆแบบนี้ ก็เพราะว่าตอนอยู่บนเตียงมันเป็นผู้นำเว้ย! มึงไม่เคยได้ยินรึไงว่า...ผัวที่ดีต้องเคารพเมียน่ะ” เป้ยกนิ้วขึ้นส่ายไปมา บอกว่าแวนกำลังเข้าใจผิด พร้อมทั้งให้เหตุผลที่น่าเชื่อถือ ทำเอาคนที่เหลือรีบพยักหน้าตามเพราะเห็นด้วยกับเป้


            “งั้นกูขออยู่ข้างมึงด้วยคนว่ะไอ้เป้…กูมั่นใจว่าไอ้พอร์ชเพื่อนเราต้องทำได้” เพื่อนช่างยนต์อีกคนวางเงินลงข้างเป้ ส่วนคนที่เหลือก็เริ่มทยอยลงขันกันทีละคน ข้างพอร์ชบ้าง โซ่บ้างก็ว่ากันไป แล้วแต่ใครจะเชียร์


            “แล้วมึงล่ะมหา ไม่คิดจะสนุกกับพวกกูมั่งไง” เป้ถามบุญล้อมที่นั่งอยู่กับเพื่อนช่างไฟสองสามคนของเจ้าตัวไม่ไกล หลังจากที่ไอ้สามคนนั้นลงเงินข้างโซ่กันหมดแล้ว


            “การพนัน คือหนทางแห่งความเสื่อมครับ” สิ้นสุดคำบอกกล่าวของบุญล้อมแล้ว ทุกคนก็ยกมือขึ้นพนมแล้วพร้อมใจกันพูดว่า…


            “สาธุ!”


            “จะไปไหม?” ถึงตอนแรกจะว่าอย่างนั้น แต่พอจะไปจริงๆโซ่ก็ออกปากชวนพอร์ชไปด้วยกันอยู่ดี…อย่างนี้เรียกว่า?


            “อยากให้พี่ไปด้วยก็บอกสิครับน้องโซ่คิตตี้…ทำเป็นเขิน” เด้งตัวลุกขึ้นยืน กางแขนกางขายืดเส้นคลายกล้ามเนื้อ กอดคอเดินเคียงโซ่ไปห้องน้ำอย่างเนียนๆ


            “เอาอะไร?” พอร์ชถามเมื่อถูกโซ่หยิกเอวจากทางด้านหลัง รู้สึกเจ็บจนต้องจอดรถ มองดูข้างทางแล้วจึงได้รู้ ว่าถึงร้านน้ำปั่นร้านโปรดของเจ้าตัวพอดี…จะบอกกูดีๆหน่อยก็ไม่ได้…ห่า!


            “ชาเขียวไม่หวาน โกโก้ไม่หวาน ไม่ปั่นอย่างละแก้วครับ” โซ่ไม่ตอบคำถามพอร์ช แต่เดินตรงเข้าไปสั่งสิ่งที่ตัวเองอยากกิน ซึ่งก็คือเมนูเดิม เพิ่มเติมคือไม่แบ่งพอร์ชแล้ว เพราะคราวก่อนที่เจ้าตัวของชิม ก็ติว่ารสชาติที่เขาชอบกินมันไม่อร่อย…อดแดกไปนะมึง


            จึก!


            เอี๊ยด!


            “เอาอะไรอีกครับพ่อ?” ถัดจากร้านน้ำได้ไม่เท่าไหร่ พอร์ชก็เบรกรถตัวโก่ง เมื่อโดนหยิกที่เดิม เป็นสัญญาณเตือนว่าเขาต้องจอดรถ…เดี๋ยวนี้


            “หมูหยองช็อคโกแลตนมหนึ่งครับ…มึงเอาไร?” เดินตรงเข้าไปหน้าร้านเครปยี่ปุ่นที่เป็นรถเข็นเล็กๆ สั่งของตัวเองเสร็จก็มีน้ำใจหันมาถามพอร์ช


            “พริกเผาหมูหยอง” พอร์ชบอก


            “เอาเหมือนกันอีกหนึ่งครับ” ได้คำตอบจากพอร์ชแล้ว โซ่หันกลับสั่งเหมือนของตัวเองอีกหนึ่ง ทำเอาพอร์ชหน้าเหวอ แม่ค้าเองก็ได้ยินสิ่งที่ทั้งสองคนพูดคุยกันก็ไม่รู้จะทำยังไง ในเมื่อคนจะกินบอกหนึ่ง แต่อีกคนกลับสั่งอีกอย่างหนึ่งแทน


            “เฮ้ย…ไงเป็นงั้นไป” พอร์ชถาม แต่ไม่ได้มีท่าทีโกรธเคืองอะไรหรอกนะ


            “อร่อย” คำเดียวสั้นๆทำเอาพอร์ชบรรลุธรรม


            “อยากให้ป๋าได้รับรสชาติเดียวกันก็บอกดีๆซิจ้ะหนู ไม่ต้องเขินหรอก…ป๋าเข้าใจ” แปลงร่างเป็นเฒ่าหัวงูเต๊าะสาว ใช้ไหล่กระแซะโซ่อย่างเย้าแหย่


            ตุบ!


            “โอ้ย!” ยกเข้าขึ้นกระโดดเหยงๆเพราะถูกโซ่กระทืบเข้าให้


            “สม” กระทืบเท้ามันทีนึงข้อหากวนส้นตีน

            “วันนี้มึงทำร้ายร่างกายกูกี่ครั้งแล้วเนี่ย” พอร์ชบ่นอุบ


            “ไม่ได้นับ” โซ่รับขนมจ่ายเงินเสร็จก็ขึ้นไปนั่งประจำที่รอเจ้าของรถ ไม่เป็นไม่เห็นสายตาเว้าวอนเหมือนลูกหมาโดนทิ้งของพอร์ช


            “บอกเลยว่าน้อยใจ…เชอะ!” ทำเป็นสะบัดสะบิ้งเดินมาค่อมรถ สตาร์ทเครื่องบิดคันเร่งออกจากร้านเครปไปอย่างงอนๆ เลยไม่ทันได้เห็นรอยยิ้มเล็กๆของโซ่ที่หลุดออกมาเพราะเจ้าตัวสุดที่จะกลั้นแล้ว…ทนไม่ไหวจริงๆ มันตลกเกินไป


            ‘ไอ้ยักษ์เอ้ย!’


            “อะไร?” เก๊กถามเสียงแข็ง เมื่อแก้วโกโก้สีเข้มมาลอยอยู่ตรงหน้า และไม่อยากเสียใจ เลยไม่กล้าคิดเข้าข้างตัวเอง ว่าที่ทำแบบนี้ โซ่กำลังจะ…ตนเองอยูรึเปล่า


            “กู…ง้อ” สองคำสั้นๆที่คนข้างหลังกระซิบเบาๆตรงข้างหู ทำเอาพอร์ชฟินตัวแทบแตก แต่ติดที่ต้องโฟกัสกับถนนข้างหน้า เพราะติดไฟแดง ไม่อย่างนั้นพ่อจะลากไปหอมแก้มโชว์กลางสี่แยกจริงๆ เอาให้รู้กันทั่วจังหวัดไปเลยว่าไอ้พอร์ชคนนี้มี…แฟนน่ารัก!


            “มาพอดีเลย แม่แกเขามีธุระจะคุยด้วย…รออยู่ที่ห้องน่ะ” ไม่ต้องรอให้ตาหรือยายบอกซ้ำ โซ่ก็รีบวิ่งขึ้นไปบนห้องนอนชั้นสองของตัวเองทันที จากที่มาส่งแล้วจะกลับเลย พอร์ชเลยเลือกที่จะทำใจกล้าหน้าด้าน ทำเนียนเดินเข้ามานั่งคุยกับตาของโซ่ที่นั่งอยู่ตรงแคร่ไม้กลางสวนหน้าบ้าน ให้แน่ใจเสียก่อนว่าคนรักไม่เป็นไร เพราะเท่าที่คบกันมากว่าสองสัปดาห์นี้ โซ่ไม่เคยพูดถึงคนเป็นแม่เลย มีอยู่ครั้งหนึ่งที่แม่เขาถามถึงความเป็นอยู่ของแม่โซ่ตามประสาคนเคยรู้จักแบบไม่ได้คิดอะไร แต่โซ่กลับตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบแววตาแข็งกร้าวว่า ‘เธอสบายดีครับ’


            “ทำอะไร!” โซ่กระชากถามเสียงแข็ง เมื่อเห็นหญิงสาวแสนสวย(ในสายตาคนอื่น)กำลังรื้อค้นข้าวของในห้องของตนเองจนกระจัดกระจาย


            “มีเงินไหม? พ่อแกให้เงินเดือนแกเท่าไหร่! เอามาให้ฉันยืมก่อนซิ!” โซ่หลับตาลงข่มอารมณ์ที่กำลังจะปะทุ สะกดจิตบอกตัวเองว่ามันก็แค่เรื่องเดิมๆที่ตัวเขาควรจะชินได้แล้ว แต่ความเป็นจริงแล้วมันไม่ใช่เลย เพราะรู้สึกแย่ทุกครั้งที่ได้ยินคำเหล่านี้ออกจากผู้ให้กำเนิด ที่เป็นแค่ผู้ให้กำเนิดอย่างเดียว ไม่ให้ความรักดูแลเอาใจใส่ มีแต่จะเหยียบซ้ำให้จมดิน เห็นเขาเป็นเพียงเครื่องมือ…เอาไว้ต่อรองให้ตัวเองอยู่สุขสบาย


            “ไม่มี และจะให้ดีคุณควรออกไปจากห้องของผม…เดี๋ยวนี้!” ไม่เลย…โซ่ไม่ได้อยากทำแบบนี้เลย แต่จิตใต้สำนึกมันสั่งให้ทำ เพื่อปกป้องความรู้สึกของตัวเอง


            “แกกล้าไล่ฉันหรอไอ้เด็กเวร!” เธอหันมาประจันหน้ากับลูกชายคนรองที่เกิดจากสามีคนที่สองของตัวเอง


            “ถ้าใช่…แล้วจะทำไม!” โซ่จ้องหน้าถามอย่างท้าทาย พอกันทีกับผู้หญิงคนนี้ แค่สิบหกปีที่ผ่านมาก็สาหัสมากแล้ว ใครจะว่าเขาเลวระยำยังไมก็ไม่สน ขอแค่ไปให้พ้นจากเธอก็พอ


            “หนอย…ไอ้โซ่ไอ้ทรพีได้เด็กนรก! ฉันไม่หน้าให้แกเกิดมาเลย แกน่าจะตายๆตามพ่อแกไปเลย อยู่ไปก็ไม่ทำประโยชน์อะไร มีแต่จะเป็นภาระให้พ่อแม่ฉัน…เสียดายเศษข้าวที่เลี้ยงแกมาจริงๆ” โซ่ยิ้มเยาะให้กับความโง่งมของตัวเองที่เคยคิดไว้ว่าสักวันหนึ่งเขาจะทำให้ผู้หญิงคนนี้รักเขาอย่างที่เธอรักพี่พลและลูกสาวคนเล็กของเธอที่เกิดจากสามีใหม่หลังจากที่แยกทางกับพ่อของเขาได้เพียงสองปี


            สุดแล้วที่จะทน แต่ก็ไม่อาจทำร้ายเธอได้อย่างที่ใจคิด เดินตรงไปยังตู้เสื้อผ้าที่อยู่มุมห้อง เก็บเอกสารจำเป็นต่อการดำเนินชีวิตใส่กระเป๋า หมดลงแล้วกับความอดทนที่มี เพราะนอกจากผู้หญิงคนนี้จะไม่คิดว่าเขาเป็นลูกแล้ว ความเป็นคนของเขาเธอยังมองไม่เห็น สิ้นสุดกันทีกับความเป็นแม่ลูกที่เคยฝัน หลังจากนี้…ต่อให้ต้องตกนรกหมกไหม้โซ่ก็ยอม


            “รอทนายของผมที่นี่ อีกสามวันคุณจะได้สิ่งที่ต้องการ” พูดจบก็หันหลังเดินหนี ไม่ขออยู่ฟังเสียงกรีดร้องด่าทอที่ดังไล่หลัง


            “พอร์ช” โซ่เอ่ยเรียกคนรักที่นั่งอยู่บนแคร่ของตา โดยมีน้องสาวคนละพ่อนั่งขนาบข้างอยู่ ดูจากสีหน้าท่าทางที่พยายามหลีกหนีจากเด็กสาวแสนสวยตรงหน้าแล้ว พอร์ชคงทนมานาน


            “ขอตัวก่อนนะครับ” เพราะอีกฝ่ายแนะนำว่าเป็นน้องสาวของคนรัก พอร์ชจึงวางท่าไว้ที สะกดกลั้นตัวเอง ไม่ให้หลุดด่าผู้หญิงออกมา หลังจากที่โดนแทะโลมอยู่นาน


            “จะรีบไปไหนล่ะคะพี่พอร์ชอยู่คุยกับแสนดีก่อนสิคะ…รอแป๊บนึงไม่ได้หรอ” เธอลุกขึ้นมาฉุดแขนพอร์ช อ้อนเสียงหวาน หันไปตาขวางทำเสียงแข็งใส่โซ่


            โซ่พาดกระเป๋าขึ้นบ่า กระชับให้ถนัดมือ เดินเข้าไปแหวกกลาง ผลักน้องสาวคนละพ่อที่ถือตนข่มเขามานาน ให้กระเด็นไปอีกทาง แล้วพูดว่า…


            “โทษนะ ‘อีหนูผี’ คนนี้…แฟนกู”


            “ไม่เป็นไรน้า…กูจะอยู่ข้างๆมึงเอง” พอร์ชเดินเข้ามากอดโซ่จากทางด้านหลัง ในขณะที่โซ่ยืนรับลมชมวิวเมืองที่แสนเงียบสงบอยู่ตรงระเบียงห้องนอนชั้นสี่ของพอร์ช หลังจากที่พอร์ชปล่อยให้เขาอาบน้ำก่อน ส่วนเจ้าตัวก็ขอลงไปคุยกับพ่อแม่ที่ชั้นสองซึ่งเป็นอาณาเขตส่วนตัวของพ่อแม่พอร์ช เพราะนอกจากจะมีห้องนอนของพวกท่านแล้ว ก็ยังมีห้องทำงาน และห้องพระที่ต่อเติมจากส่วนของระเบียง(อยู่คนละด้านกับห้องของพอร์ชและพี่ๆ) เพราะไม่ตรงทางเดินของใคร และปลอดภัยต่อการเหยียบย่ำ


            “อย่าทำเสียงแบบนั้นได้ไหม” โซ่หมายถึงเสียงลากหวานๆ จากคำว่า ‘น้า~’ ของพอร์ช


            “ทำไมอ่ะ…เขินหรอ?” พอร์ชซุกหน้าคลอเคลีย ออดอ้อนเสียงหวานเหมือนเดิม


            “เปล่า…กูกลัวฝันร้าย” คำตอบจากปากโซ่ทำเอาพอร์ชหมดมู้ด

            “ทำไมวะ?” แต่พอร์ชก็ยังเป็นพอร์ช หวานไม่เท่าไหร่ก็กลับมาห่ามเหมือนเดิม เพราะมันคือสันดานติดตัวตนที่แก้ไขไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะอ่อนหวานหรืออ่อนโยนไม่เป็นนะ แค่ต้องเลือกที่เลือกคนเท่านั้น อย่างที่เขาชอบเป็นกับโซ่นี้ไง…คนอื่นไม่มีบุญได้เห็นหรอก


            “มึงลองไปส่งกระจกแล้วทำอย่างเมื่อกี้ดูสิ…เดี๋ยวก็รู้เอง” ไม่พูดเปล่า แต่โซ่ยังลากพอร์ชไปหยุดยืนอยู่หน้ากระจกข้างตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ ตรงส่วนที่เป็นโซนแต่งตัว


            “โอ้ย…ขนลุกฉิบหาย…บรื้อ~” พอร์ชทำท่าทางรับไม่ได้ หลังจากที่ได้เห็นตัวเองในกระจกระหว่างที่ทดลองทำอย่างที่โซ่บอก คือตัวเองรูปหล่อพ่อรวยอันนี้รู้ดี แต่ไม่คิดว่ารูปร่างสูงใหญ่ของตัวเองจะน่าสยดสยองขนาดนี้ในยามที่อ้อนแฟน ถึงว่า…ทำไมได้โดนโซ่ด่าทุกทีในยามที่แปลงร่างเป็นพี่พอร์ชแสนดี แต่ก็สังเกตเห็นเหมือนกันว่า…โซ่จะอ่อนระทวยทุกทีในยามที่เขาแสดงความรักแบบห่ามๆ ก็คงจะจริงอย่างที่มหาบุญล้อมเคยบอกว่า โซ่ชอบคนตรง แพ้ทางคนจริงใจ และรักคนที่มั่นคง


            แหม่…ก็ไม่อยากจะบอกหรอกนะ แต่ที่ว่ามาทั้งหมดนั้น มันก็รวมอยู่ที่ตัวเขาคนนี้ไง


            เฮ้อ…เบื่อตัวเองจริงๆ ทำไม่ถึงได้หล่อครบเครื่องขนาดนี้ ลูกใครหนอพ่อแม่ช่างปั้น!


            “เลิกเพ้อแล้วไปอาบน้ำได้แล้วไอ้พอร์ช…กูจะนอน” เสียงโซ่ที่ดังแทรกเข้ามาพร้อมกับฝ่าเท้าที่เริ่มคุ้นชินกับร่างกาย ทำเอาพอร์ชได้สติ

            หมดกัน! โลกมโนของพี่พอร์ช ถูกทำลายสิ้น ด้วยอิทธิฤทธิ์แห่งฝ่าตีนเทวดาของคนรักที่รอเลื่อนขั้นเป็นคุณเมียที่เคารพในอีกไม่ช้า


            ‘ห่า…มองเห็นอนาคตตัวเองลอยมาไกลเลยกู’





TBC.

จะต้องเบื่ออีกกี่ครั้งกับคำว่าเว็บล่ม? เหนื่อยแล้วจริงๆนะ กว่าจะเข้าเว็บได้ ปาไปแล้วครึ่งชั่วโมง 

ขอคนละเม้น เป็นค่าผ้าเช็ดน้ำตาคนเขียน ฮ่า....#หัวเราะทั้งน้ำตาเลยจริงๆ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}