ไรท์เอ็ม
email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

ลด 15% เมื่อซื้อเป็นชุด

บทที่ 4 SO ANNOYING? (PHYSICS X 1)

ชื่อตอน : บทที่ 4 SO ANNOYING? (PHYSICS X 1)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 19.6k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 16 มี.ค. 2562 13:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 6,708
× 88,140
แชร์ :
บทที่ 4 SO ANNOYING? (PHYSICS X 1)
แบบอักษร

LURE 4 - SO ANNOYING? (น่ารำคาญ?)


หนึ่ง

ฟิสิกส์

วันศุกร์

PhysicsPart_

หลังจากที่กลับมาจากเข้าค่าย ผมก็คิดว่าคงไม่มีไอ้บ้าหนึ่งมาก่อกวนอีกแล้วแน่ๆ แต่ผมคิดผิดครับ เพราะนี่มันยังแอดไลน์ผมมา แถมยังส่งข้อความมาก่อกวนผมอยู่เรื่อยๆ จนผมแทบอยากจะบล็อกไลน์มันทิ้งๆไปซะ แต่ก็ไม่รู้ทำไมถึงไม่บล็อก แถมตอนกลับมาจากเข้าค่ายมันยังกล้าแอบขึ้นมานั่งบนรถกับผมอีก แต่ดีที่ผมไม่ได้โวยวายจนคนอื่นหันมามอง ก็เลยต้องทนๆกัดกันกับมันเงียบๆมาจนถึงกรุงเทพและตอนนี้ผมก็กำลังนอนเล่นโทรศัพท์อยู่ที่คอนโด เพราะเป็นช่วงเวลาว่างๆ อีกอย่างก็เพิ่งจะตื่นด้วย ตอนบ่ายรุ่นพี่ก็มีนัดให้ไปรวมตัวกันอีกที่มอ เฮ้อออ....


ตื๊ด....


ตื๊ดด.....


"โอ๊ยยยยย.... จะส่งมาอะไรนักหนาวะ..." ผมบ่นออกมาด้วยความรำคาญ ก่อนที่จะกดเข้าไปดูข้อความจากไอ้หนึ่งที่มันส่งเข้ามา ไม่รู้ว่าแม่งไปเอาไอดีไลน์ผมมาจากไหน ก่อกวนตอนเข้าค่ายยันบนรถยังไม่พออีกหรอ ไอ้ชั่ว...


Line


Oneแปลว่าหนึ่ง : คิดถึงงง


Oneแปลว่าหนึ่ง : มาให้กอดหน่อยยย...


แค่อ่านข้อความมัน ผมก็ขนลุกแล้วครับ ทำไมถึงกล้าส่งมาได้ เป็นอะไรก็ไม่ได้เป็น


แต่...


=//=


พอนึกถึงเมื่อตอนอยู่ค่าย ตอนที่มันจูบผมรอบที่สอง รสจูบมันก็ยังติดอยู่ในโพรงปากของผมอยู่เลย จะสะบัดความคิดนี้ให้ทิ้งไปไกลๆก็ไม่เคยทำได้สักที


"ก็แค่คนบ้าๆกวนตีนๆคนหนึ่ง..." ผมได้แต่พูดบอกตัวเองในใจก่อนที่จะกดแป้นพิมพ์ส่งข้อความกลับไป


PhicX : ขอโทษนะ เรารู้จักกันด้วยหรอ?


หึ...


ผมส่งไปพร้อมกับแอบยิ้มมุมปากออกมาเล็กน้อย 


Oneแปลว่าหนึ่ง : แน่ใจว่าไม่รู้จัก?


PhicX : ก็ใช่น่ะสิ 🙄


Oneแปลว่าหนึ่ง : คงต้องจูบกระตุ้นความทรงจำอีกสักรอบแล้วมั้ง 🤔


อึก...


"เหี้ย..." ผมเผลออุทานออกมาเบาๆ


PhicX : ไปตายไหนก็ไปไอ้บ้า!


PhicX : 😠😡


คิดว่ามันคงจะไม่ใส่ใจหรือไม่ก็ลืมๆเรื่องพวกนั้นไปแล้ว แต่นี่มันยังเก็บใส่สมองมันไว้อีกหรอ


Oneแปลว่าหนึ่ง : ใจร้ายจังวะ ผู้ชายเต๊าะนิดเต๊าะหน่อยไม่ได้เล๊ย


PhicX : ไอ้โรคจิต!


Oneแปลว่าหนึ่ง : โรคจิตอะไรหรอครับ? โรคจิตใจอยู่ที่เธอรึเปล่า?


PhicX : ไอ้เหี้ย!!!! 🖕


อยากฆ่ามันมากๆตอนนี้ กวนตีนฉิบหาย ผมเกลียดมันนนนนน


Oneแปลว่าหนึ่ง : ปากก็หวานนะ... นุ่มก็นุ่มด้วย ทำไมถึงชอบพูดจาหยาบคาย...


PhicX : เสือก!


ผมพิมพ์ด่ามันไปก่อนที่จะรีบกดปิดเน็ตปิดโทรศัพท์ ไม่ได้ๆ ถ้าขืนยังพิมพ์ทะเลาะกันกับมันอยู่ผมคงอารมณ์เสียไปมากกว่านี้แน่ๆ ทำไมมันต้องมาทำให้ช่วงเวลาดีๆของผมเปลี่ยนไปด้วย คนกำลังมีความสุขที่ได้นอนพักผ่อนอย่างเต็มที่ ตื่นขึ้นมาก็จะได้สดชื่นๆสักหน่อย แต่ไม่เลย ทุกอย่างดูพังไปหมด เพราะมันคนเดียว เพราะไอ้บ้าหนึ่ง...


“เบื่อ!” ผมสบถออกมาดังก่อนที่จะลุกขึ้นเดินเข้าไปอาบน้ำ เผื่อว่าทุกอย่างมันจะดีขึ้นมาถ้าได้รับความเย็นจากสายน้ำของฝักบัว


..


..


ณ มหา'ลัย W


เวลา 12:50


เวลาผ่านไปเรื่อยๆจนตอนนี้มันก็จะถึงเวลาที่รุ่นพี่นัดแล้ว เหลืออีกแค่ไม่กี่นาที ตอนนี้ผมก็กำลังนั่งรอไอ้นาวอยู่ที่หน้าห้องประชุม เพื่อนคนอื่นๆก็มากันเยอะแล้ว ผมไม่ได้ไปหาไอ้นาวก่อนครับ เพราะขี้เกียจแวะไปหา ก็เลยนั่งรถแท็กซี่ตรงมาที่มอเลย ยังไงนาวมันก็มาเองได้ คนอย่างมันยังไงก็คงเอาตัวรอดได้อยู่แล้วไม่ว่าจะสถานการณ์ไหนๆ 


“หวัดดี…” เสียงทุ้มทักทายดังขึ้นมาผมก็จึงเงยหน้าขึ้นไปมอง แต่พอเห็นว่าเป็นไอ้หนึ่งมันก็ทำให้ผมถึงกับหงุดหงิดขึ้นมาทันที ทำไมต้องมาเจอมันตอนนี้ด้วย ทั้งๆที่ก็พยายามเดินหลบมันมาแล้วเชียว เห็นมันนั่งอยู่ที่หน้าตึกคณะ ผมก็เลยเดินเลี้ยววนจนมานั่งอยู่หน้าหอประชุม


“…..” ผมหันหน้าหนีมันพร้อมกับทำเป็นหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเล่น ไม่สนใจสายตาคมที่ยังคงจ้องมองลงมาที่ผม


พรึ่บ!


“ไอ้หนึ่ง...” อยู่ดีๆมันก็นั่งลงมาข้างๆพร้อมกับยกมือขึ้นมากอดไหล่ผมจนผมต้องหันไปทำสายตาขู่ๆพร้อมกับเรียกมันด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจ แต่มันก็ยังคงทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้พร้อมกับทำหน้ากวนๆใส่


“เล่นตัวจัง...” มันพูด ผมก็รีบดันร่างของมันออกทันที แต่มันก็ยังคงกอดไว้แน่นแถมยังจ้องมาที่ผมไม่ละสายตา เล่นตัวบ้าอะไรล่ะ


“อ๊ะ! ปล่อยไอ้บ้า!” ผมจะลุกขึ้นเดินหนีแต่มันก็จับดึงลงมานั่งบนตักพร้อมกับกอดไว้ จนเพื่อนๆคนอื่นหันมามอง ผมก็จึงหันหลังไปมองมัน นี่มันไม่อายคนอื่นบ้างเลยหรอ ผมพยายามดิ้นแค่ไหนมันก็ไม่ยอมปล่อย


“นิ่งๆหน่อยดิวะ คนอื่นมองมาเต็มแล้วเห็นไหม…” มันพูดด้วยน้ำเสียงที่เหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น สักพักผมก็หันไปเห็นไอ้นาวมันเดินมาพอดี


กึก!


“โอ๊ย!” ผมใช้ศอกแทงไปที่ท้องของมันอย่างแรงจนมันร้องเจ็บออกมาและมันก็ทำให้ผมได้โอกาสลุกขึ้นวิ่งหนีไปหาไอ้นาว


"เป็นไรของมึง?" พอไปถึงไอ้นาวมันก็ถามขึ้นมา ผมก็หันกลับไปมองก็เห็นไอ้หนึ่งมันลุกขึ้นยืนลูบๆที่ท้องของมันพร้อมกับทำสายตาคาดโทษมองมาที่ผม ก่อนที่เพื่อนของมันที่ชื่อว่ากิวจะเดินมาหา ผมก็ทำเป็นไม่สนใจก่อนที่จะดึงมือไอ้นาวเข้าไปในห้องประชุม...


..


..


..


เวลาผ่านไปสองชั่วโมงกว่าๆ กว่าจะนั่งฟังรุ่นพี่แต่ละคนพูดเสร็จก็เล่นทำให้ผมเกือบหลับ นี่ขนาดเป็นคนที่ไม่ชอบหลับในห้องเรียนนะ แต่มันก็น่าเบื่อจริงๆแหละ ตามจริงก็ควรหยุดๆให้พักผ่อน แต่ก็ช่างเถอะ พรุ่งนี้ก็วันเสารแล้ว จะได้อ่านหนังสืออยู่ในห้องสักที งานต่างๆก็ใช่ว่าจะไม่มี


"นาวกูกลับก่อนนะ..." ผมพูดบอกไอ้นาว ตอนนี้ผมกับมันก็กำลังเดินลงมาจากตึก ผมกะว่าจะกลับห้องเลย เพราะไม่อยากทำอะไร อยากกลับไปพักผ่อนสักหน่อย อีกอย่างก็มีรายงานที่จะต้องส่งวันจันทร์ด้วย


"อ่าๆ กูไม่ว่างไปส่งนะ มีธุระต้องไปทำ..." มันพูดบอก


"เออๆ ยุ่งจังเลยนะมึงอ่ะ พูดกับว่ามีรถจะไปส่งกู..." ผมพูดแซะมัน มันก็ทำเป็นใบหน้าไม่สนใจ


"กูไปละ..." ผมพูดบอกก่อนที่จะรีบเดินออกไป...


..


ผมเดินมาเรื่อยๆ ก็รู้สึกหิวๆขึ้นมาเพราะตอนเที่ยงก็ไม่ได้กินข้าวมาด้วย ก็ตอนนั้นมันรู้สึกยังไม่ค่อยหิว


หมั่บ...


"อ๊ะ..." ผมร้องตกใจออกมาเล็กน้อยเมื่ออยู่ดีๆก็มีคนเดินมาจับมือของผมไว้แน่น หันไปมองมันก็คงจะเป็นใครไปไม่ไดถ้าไม่ใช่ไอ้หนึ่ง 


"ไปไหนไปด้วย..." มันพูด


"ปล่อยไอ้หนึ่ง..." ผมพูดพร้อมกับพยายามแกะมือของมันออกแต่มันก็จับไว้แน่น จนผมต้องหยุดแล้วก็หันไปมองหน้ามันด้วยสายตาที่ไม่พอใจ ผมโคตรหมั่นไส้ใบหน้าหล่อๆของมันจริงๆ


"...."


อึก...


"โอ๊ย... นายจะบีบทำไมห๊ะ?" อยู่ดีๆมันก็เปลี่ยนมาเป็นสายตานิ่งๆ พร้อมกับบีบมือผมไว้แน่นจนผมเจ็บแล้วก็ร้องออกมาเบาๆ


"แทงศอกเข้ามาได้นะมึงอ่ะ..." มันพูดเสียงนิ่ง ผมก็เม้มปากเข้าหากันก่อนที่จะหันหน้าหนี ทั้งๆที่มือก็ยังโดนมันจับไว้อยู่ ลืมไปเลยว่าทำมันไว้เมื่อตอนบ่าย


"ก็มึงไม่ยอมปล่อยอ่ะ..." ผมพูด


"...." มันก็เงียบ แต่ผมก็ไม่ได้หันไปมอง ไม่เข้าใจว่าทำไมมันต้องตามมายุ่งกับผมด้วย 


"เกลียดกูนักหรือไงวะ?" มันถาม ผมก็จึงหันไปขมวดคิ้วมอง


"ใช่..." ผมตอบโดยไม่ได้คิดอะไรเลยด้วยซ้ำ


หึ...


แต่มันก็กลับกระตุกยิ้มมุมปากออกมาเฉยเลย ผมก็งง


"ไปกินข้าวกับกูหน่อย..." มันพูด 


"เดี๋ยว?" ผมทำหน้างง จะให้ผมไปกินข้าวกับมันนี่นะ


"ทำไม?" มันถามกลับ


"ไม่..." ผมตอบ 


..


..


..


30 นาทีต่อมา


ณ ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ตอนนี้เวลาบ่ายสามโมงตรง ผมกำลังนั่งหันหน้าออกไปมองนอกกระจกร้าน โดยที่มีใครคนหนึ่งที่นั่งอยู่ตรงข้ามมองมาไม่ละสายตา 


"ฟิสิกส์..." เสียงเรียกดังขึ้น ผมก็จึงหันไปมองพร้อมกับรอคำพูดที่มันจะพูดออกมา


"...." 


"มึงหยุดทำหน้าเหมือนกับจะตายสักทีได้ไหม?" มันพูด


"ยุ่ง..." ผมพูดก่อนที่จะหันหน้าหนีมันเหมือนเดิม จะไม่ให้ผมทำหน้าตาเหมือนกับจะตายได้ไง ก็แม่งเล่นบังคับลากผมมากินข้าวด้วยแบบนี้ แถมยังสั่งอาหารไปแล้วด้วย


"หงุดหงิดว่ะ..." มันพูดขึ้นมาพร้อมกับยกนิ้วขึ้นมาหัก พร้อมกับทำสายตาขู่มาที่ผม ซึ่งมันก็ทำให้ผมแอบกลัวเล็กน้อย เพราะผมก็ไม่เคยลืมว่าไอ้คนคนนี้มันกล้าทำร้ายผมเมื่อตอนอยู่ค่ายที่ระยอง


"มึงจะเลิกทำหน้าแบบนั้นได้ยัง..." มันถามเสียงนิ่ง 


"...." ผมก็เงียบมองหน้ามันด้วยสายตาที่ไม่เข้าใจ


"ฟิสิกส์..." มันเรียกผมพร้อมกับทำท่าจะลุกขึ้น


"เออ!" ผมตอบกระแทกเสียง ก่อนที่จะรีบเปลี่ยนหน้าตามาทำเป็นยิ้มให้มัน ซึ่งมันเป็นยิ้มที่ตอแหลที่สุดเท่าที่ผมเคยทำมา


หึ...


มันก็กระตุกยิ้มออกมา พอดีกับอาหารที่สั่งจะถูกนำมาเสิร์ฟ ผมกับมันก็จึงหันไปมอง พอพนักงานสาวเสิร์ฟทุกอย่างมาไว้บนโต๊ะเสร็จเรียบร้อยแล้ว มันก็จึงลงมือกิน ทั้งๆที่ผมยังคงนั่งนิ่งๆอยู่


"....." นี่เป็นการกินข้าวที่กดดันที่สุดในชีวิตของผมเลยก็ว่าได้ โอ๊ยยยย 


"นั่งรอพ่อกูเปิดงานหรอ?" มันเงยหน้าขึ้นมาถาม


"ไม่หิว..." ผมตอบพร้อมกับหันหน้าหนี


จ๊อกกก....


สัส! 


ผมได้แต่พูดด่าตัวเองในใจ ท้องมาร้องทำบ้าอะไรตอนนี้ กลิ่นอาหารแต่ละอย่างที่มันสั่งมาก็น่ากินทั้งนั้น


หึ...


"กินเถอะครับคุณหนู... ระวังหิวข้าวจนเป็นลมตายนะครับ..." มันกระตุกยิ้มพูดประชด ผมก็รู้สึกหมั่นไส้ แต่ก็จะด่ามันออกไปไม่ได้ ผมมองหน้ามันก่อนที่จะมองไปที่อาหาร พร้อมกับเริ่มขยับมือไปจับช้อนซ้อม....


..


20 นาทีผ่านไป


..


"ไม่หิ๊ว ไม่หิว..." เสียคนที่เดินอยู่ข้างๆพูดขึ้นมา ผมก็ได้แต่เม้มปากทำเป็นไม่ได้ยิน ก็ใครจะไปห้ามใจได้ล่ะ แค่มือไปถึงช้อนซ้อมโลกทุกอย่างก็เหมือนเปลี่ยนไปหมด เผลอตัวอีกทีก็อิ่มแล้ว แถมของกินทุกอย่างตรงหน้ามันก็หายไปหมด จนผมรู้สึกเขินอาย...


"นี่เงิน..." ผมหยิบเงินพร้อมกับหันไปยื่นให้มัน


"ไม่เอา..." มันหันมามองผมนิดๆ ก่อนที่จะพูดแล้วก็หันหน้าเดินไปต่อ มือก็ล่วงกระเป๋ากางเกง เดินอย่างกับตัวเองเป็นนายแบบ


"เอาไปเถอะ..." ผมพูดต่อ


"ก็บอกว่าไม่เอาไง... ถ้าจะให้ขอเป็นอย่างอื่นได้ไหม?" มันหยุดพร้อมกับหันมาถามผมด้วยสายตาที่จริงจัง ผมก็จึงขมวดคิ้วเข้าหากัน 

.

"จะเอาอะไร?" ผมถาม เพราะก็ไม่ได้อยากติดค้างอะไรกับคนอย่างมันสักเท่าไหร่


"เอา..."


"พี่หนึ่ง..." เสียงเรียกของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้น มันที่กำลังจะตอบผมก็จึงหันไปมอง ผมก็หันไปมองตาม ก็เห็นเป็นหญิงสาว น่าจะรุ่นน้องคนหนึ่ง หน้าตาน่ารักใส่ชุดนักศึกษา มองมาที่มันด้วยสายตาแปลกๆ ผมก็หันไปมองหน้าไอ้หนึ่งก็เห็นมันขมวดคิ้วเข้าหากัน ทำหน้าเหมือนตกใจนิดหน่อย ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นใบหน้านิ่ง


"มีน..." มันเรียกคนตรงหน้าด้วยน้ำเสียงปกติออกจะเย็นชานิดหน่อย...


"เอ่อ... คือพี่หนึ่งกลับมาตอนไหนหรอคะ?" หญิงสาวตรงหน้าเหมือนพยายามพูดให้ดูเป็นธรรมชาติที่สุด ผมที่กำลังถือเงินอยู่ก็ได้แต่หันไปมองคนสองคนสลับกัน ทำไมถึงรู้สึกถึงพลังมาคุๆ


"เมื่อคืน..." มันตอบ


"มีนมีอะไรหรอครับ?" มันถามไปต่อ


"ปะ..เปล่าค่ะ..." หญิงสาวตอบเสียงตะกุกตะกัก


"งั้นพี่ขอตัวนะ..." มันพูดก่อนที่จะหันหลังเดินออกไปทันที ปล่อยให้รุ่นน้องคนนั้นยืนมองหลังของมันด้วยสายตาที่เหมือนกับจะร้องไห้ ผมก็มองเธอสักพักก่อนที่จะรีบหันไปมองไอ้หนึ่งพร้อมกับวิ่งตามมันไป


..


ตลอดทางที่กำลังเดินไปที่ลานจอดรถมันก็ไม่พูดอะไรออกมาสักคำ แถมยังเอาแต่ทำเป็บใบหน้านิ่งๆ ซึ่งมันก็ทำให้ผมแอบกลัวๆนิดหน่อย ไม่รู้ว่ามันกับรุ่นน้องคนนั้นเป็นอะไรกัน


"เอ่ออ... คือน้องเขาเป็นใครหรอ?" ผมถามออกมา ซึ่งตอนนี้ก็เดินมาถึงหน้ารถแล้ว ลานจอดรถก็ค่อนข้างน่ากลัวนิดหน่อย มีแต่รถจอดเรียงกันไว้แต่ไม่มีคน


หมั่บ!


"อ๊ะ!"


อึก...


"อื้ออออ...." อยู่ดีๆมันก็ดึงร่างของผมเข้าไปแนบชิดแถมยังดันให้ไปชิดกับประตูรถยนต์ของมันพร้อมกับก้มลงมาประจูบที่ริมฝีปากของผม จนผมชะงักตกใจหลับตายกมือขึ้นไปดันอกแกร่งเล็กน้อย ผมไม่รู้ว่าผมควรทำยังไง ร่างกายมันกลับไม่ปฏิเสธ มันอาจจะเป็นเพราะว่าผมตกใจชะงักอยู่ มันก็จับแต่เอวผมไว้ ผมไม่รู้ว่าตอนนี้มันทำหน้ายังไง เพราะไม่กล้าลืมตาขึ้นไปมอง ไม่นานมันก็ผละออกมามองหน้าของผม ผมก็จ้องไปที่สายตาของมันด้วยความรู้สึกที่ไม่เข้าใจ ก่อนที่จะหันหน้าหลบสายตาอันเย็นชาของมัน 


ตึกตัก...


ทำไมถึงรู้สึกใจสั่นขึ้นมา เป็นบ้าอะไรของผม...


"เอามึงเป็นของตอบแทนได้ไหม..." เสียงทุ้มดังขึ้น


..


..


WriterPart_


"ฮึก..." น้ำตาของคนที่หลบอยู่หลังต้นเสาขนาดใหญ่มันค่อยๆไหลออกมา เขาพยายามที่จะตัดใจจากรุ่นพี่คนนี้ แต่ก็ทำไม่ได้เลย แถมยังต้องมาเจอภาพตรงหน้าอีก...


"มีนพยายามแล้วพี่หนึ่ง..." เขาพยายาม พยายามที่ตัดใจจากคนคนนี้ ถึงจะร้องไห้มาแล้วไม่รู้กี่ครั้งก็เถอะ





EMMA HEARTFILIA

หนึ่งแม่ง ทำน้องร้องไห้ เฮ้อออออ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น