อัศวินสามสี

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตระกูลจาง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 28 พ.ย. 2560 19:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตระกูลจาง
แบบอักษร

รถม้าวิ่งมาจอดที่หน้าจวนแม่ทัพทางฝั่งตะวันออกของเมือง ซิ่นหนี่ว์ก้าวลงอย่างแช่มช้า สายตามองสำรวจไปยังรอบๆ ภาพจวนใหญ่โตสวยงามปรากฏสู่สายตา ป้ายชื่อสลักด้วยไม้จันทร์แดงอย่างประณีต ผู้คุ้มกันสองคนที่ยืนปักหลักอยู่ด้านหน้าจวน 

"เจ้าเป็นใคร" 

ชายคุ้มกันนำดาบมาขวางด้านหน้าถามเสียงเข้ม สายตาไล่สำรวจมองนางตั้งแต่หัวจรดเท้า ซิ่นหนี่ว์กรอกตาขึ้นบนและถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายแล้วยื่นป้ายประจำตัวของจางซิ่นหนี่ว์ที่เฟิ่งหยูเก็บไว้ให้ให้ผู้คุ้มกัน 

"คุณหนูหก! " ผู้คุ้มกันจ้องมองนางอย่างตื่นตะลึงและโง่งม 

ภาพจางซิ่นหนี่ว์คนเก่าที่ทุกคนคุ้นเคยนั้นทั้งผอมแห้งทั้งอัปลักษณ์ แต่จางซิ่นหนี่ว์ที่อยู่ตรงหน้านี้กลับดูสามัญธรรมดา ถึงจะไม่งดงามแต่เรียกได้ว่าต่างจากเมื่อก่อนเหมือนฟ้ากับเหวไม่แปลกเลยที่ผู้คุ้นกันประจำจวนทั้งสองจะจำไม่ได้และจ้องมองนางอย่างโง่งมแบบนี้ 

"ใช่ จะให้ข้าเข้าไปได้หรือยัง? " ซิ่นหนี่ว์เลิกคิ้วถาม เดินทางมาเหนื่อยๆ อากาศก็ร้อน แถมยังรบรากับพวกสติไม่ดีอีก นางอยากจะพักผ่อนเต็มทีแล้ว  

"เชิญขอรับคุณหนู" ผู้คุ้มกันทั้งสองรีบเปิดประตูจวนเชิญนางเข้าไปด้านใน  

ซิ่นหนี่ว์เดินผ่านเรือนน้อยใหญ่ที่ถูกประดับประดาด้วยเครื่องเรือนหรูหราตระการตามากมายบ่งบอกว่าตระกูลจางมั่งคั่งขนาดไหน สวนขนาดใหญ่ด้านหน้าถูกตกแต่งอย่างงดงามด้วยต้นเมเปิ้ลแดงและมู่ตาน* ที่ออกดอกบานสะพรั่ง ระหว่างทางพบสาวใช้ที่ต่างจับกลุ่มแอบมองและซุบซิบนินทาพอนางเหลือบตาไปมองก็ก้มหน้าก้มตาหลบ จนกระทั่งเดินมาถึงทิวป่าไผ่สูงชะลูดสีเขียวสดที่เป็นทางเข้าเรือนหลังเล็กท้ายจวน 

เรือนที่แม่ทัพจางเพ่ยจวินยกให้คุณหนูหกจางซิ่นหนี่ว์ เมื่อเดินผ่านเข้ามา จึงเห็นเรือนเล็กด้านข้างมีต้นจื่อเถิง*ขนาดใหญ่หนึ่งต้นที่แผ่กิ่งก้านสาขากินพื้นที่ด้านข้าง ความสวยงามดูร่มรื่นราวภาพวาดนี้ขัดต่อเรือนอื่นในจวนแม่ทัพที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก 

แต่สภาพภายในเรือนกลับที่เต็มไปด้วยฝุ่นและหยากไย่ขาดการดูแลรักษามาในระยะเวลาหนึ่งทั้งที่ภายในจวนแม่ทัพต่างเต็มไปด้วยสาวใช้บ่งบอกว่าจางซิ่นหนี่ว์ได้รับการเอาใจใส่จากผู้คนในจวนขนาดไหน  

ข้าวของเครื่องใช้ภายในเรือนมีไม่มากนัก ส่วนมากเป็นเครื่องไม้ราคาถูก ของมีค่าหรือสินเดิมมารดานางก็ไม่มีเพราะจากความทรงจำจางซิ่นหนี่ว์เป็นเพียงบุตรบุญธรรมไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามารดาของตนเป็นใคร เบี้ยรายเดือนก็ได้น้อยนิดแต่ด้วยความอับอายหน้าตาอัปลักษณ์ทำให้ไม่กล้าย่างเท้าออกจากเรือนตลอดเจ็ดปีทำให้นางมีเงินเก็บมากพอสมควร 

  *อย่างแรกก็คงต้องทำความสะอาดก่อนสินะ ขืนอยู่แบบนี้มีหวังเป็นภูมิแพ้เข้าสักวัน...*ซิ่นหนี่ว์มองสภาพภายในด้วยความปลงก่อนจะตัดสินใจลงมือทำความสะอาด

 .

 .

 . 

 ร่างน้อยบอบบางนั่งจิบชาอยู่ที่ชานระเบียง ดวงตากลมโตหลับพริ้มดื่มด่ำกับรสชาติชาบรรยากาศสายลมพัดพากลีบดอกจื่อเถิงสีม่วงให้ร่วงโรยเป็นฉากหลังและเสียงกระดิ่งที่ดังกรุ๊งกริ๊งราวแก้วกระทบจนเกิดเป็นเสียงไพเราะคล้ายดนตรีขับกล่อมเป็นภาพที่ถ้าใครมาพบเห็นต่างต้องตกอยู่ในภวังค์ความงดงามนี้ 

แต่ในขณะที่ซิ่นหนี่ว์กำลังดื่มด่ำกับบรรยากาศอยู่ชานระเบียงเรือนเฟิงหลิง (กระดิ่งลม) นั้น เฟิงหลิงคือชื่อที่คิดได้เมื่อตอนนำกระดิ่งมาแขวนเพราะที่ผ่านมาที่นี่ก็ไม่มีชื่อเรือนอยู่แล้วนางจึงถือโอกาสตั้งให้ 

เสียงฝีเท้าเร่งรีบของคนประมาณสองสามคนกำลังมุ่งตรงมายังเรือนของนาง คาดว่าคงอยากมาเห็นหน้าและสร้างปัญหาให้นางมากกว่ามาดีแน่นอน 

"น้องหก นั่นเจ้าหรือ? " เสียงหวานอ่อนโยนของจางหลินฮวาดังขึ้นเมื่อเห็นสตรีแปลกหน้านั่งปรือตารับลมอยู่ชานระเบียง 

นางก้าวเข้าไปใกล้อีกนิดเพื่อจะมองหน้าอีกฝ่ายให้ชัดเจน จางหลินฮวานั้นเป็นคุณหนูสามแห่งสกุลจาง ถึงแม้มารดาจะเป็นเพียงฮูหยินรองแต่ก็ได้รับความโปรดปรานจากสามีอย่างจางเพ่ยจวินเป็นอย่างมาก อีกทั้งตัวจางหลินฮวาเองก็นับได้ว่าเป็นผู้มีความสามารถโดดเด่นน่าจับตามองในบรรดาคนรุ่นใหม่ ยิ่งรวมถึงหน้าตาที่งดงามหมดจดอ่อนหวานจนขึ้นเป็นสาวงามอันดับหนึ่งของเมืองหลวงด้วยแล้วจึงเป็นที่ภาคภูมิใจของจางเพ่ยจวินยิ่งนัก 

 เมื่อเห็นหน้าชัดเจนแล้วนางถอนหายใจด้วยความโล่งอกและกล่าวขึ้นอีกครั้งว่า "อ่า น้องหก ไม่คิดเลยว่าเวลาเพียงแค่สามเดือนที่เจ้าเดินทางไปรักษาใบหน้าที่แคว้นจูเชว่จะได้ผลดีเยี่ยมขนาดนี้ ถึงจะไม่กลับมางดงามแต่ก็ไม่ถึงกลับต้องอับอายเวลาออกไปนอกจวนอย่างเดิมแน่ ข้ายินดีกับเจ้าด้วย" 

 น้ำเสียงอ่อนหวานคำพูดแสดงความยินดี ใบหน้างดงามที่ประดับด้วยรอยยิ้มคล้ายเห็นอกเห็นใจ ท่าทีเรียบร้อยอ่อนหวานของจางหลินฮวาย่อมทำให้ผู้อื่นหลงเชื่อในสิ่งที่แสดงออกมา ซิ่นหนี่ว์มองท่าทีเห็นอกเห็นใจที่พี่สาวคนดีแสดงออกมาก่อนจะยิ้มหวาน 

หืม...คนแรกก็เล่นงิ้วใส่นางเลยหรือ 

ในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดมีสิ่งบันเทิงใจอย่างภาพยนตร์ ละคร ซีรี่ย์มากมาย นักแสดงเจ้าบทบาทหลายคนที่สวมบทบาทได้แนบเนียนกว่านี้เยอะ คิดว่างิ้วฝึกหัดแบบจางหลินฮวาหรือจะตบตานางได้! 

 ทางด้านจางหลินฮวา เมื่อสาวใช้มารายงานว่าว่าจางซิ่นหนี่ว์กลับมาแล้วแถมยังหายดีนางจึงรีบมุ่งตรงมายังเรือนเล็กหลังป่าไผ่ทันที แต่พอเห็นหน้าของจางซิ่นหนี่ว์แล้วนางก็อดถอนหายใจออกมาอย่างโล่งออกมิได้ 

  หึ ถึงจะหายดีแล้วอย่างไร อัปลักษณ์ก็ยังคงเป็นอัปลักษณ์อยู่วันยังค่ำ 

"พี่สาวสาม ขอบคุณท่านมากที่อุตส่าห์เป็นห่วงเป็นใยข้าขนาดนี้" ซิ่นหนี่ว์วางถ้วยชาลง ใบหน้าสามัญประดับด้วยรอยยิ้มหวานอย่างมีจริตจะกร้าน "ท่านคงจะรีบเร่งมาเพื่อแสดงความยินดีกับข้า ดื่มชาให้หายเหนื่อยสักหน่อยเถิด"  

"มิต้องลำบากเจ้าหรอก ข้าได้ยินว่าเจ้าหายดีจึงรีบมาแสดงความยินดีด้วยเท่านั้น เจ้าเดินทางมาคงจะเหนื่อยก็พักผ่อนเสีย ข้าไม่รบกวนเจ้าแล้ว" จางหลินฮวารีบตอบปฏิเสธ นางแค่อยากมาดูหน้านังอัปลักษณ์นี่เท่านั้น จะให้มาดื่มชาราคาถูกและเสวนาประสาพี่น้องหรือ ไม่มีทางซะหรอก  

"อือ นั่นสินะ ข้าเดินทางมาเหนื่อยๆ สมควรจะได้พักผ่อนและตอนนี้ข้ากำลังพักผ่อนอยู่... " ซิ่นหนี่ว์กล่าวเนิบนาบเหล่มองจางหลินฮวา 

นังอัปลักษณ์นี่ว่านางมารบกวนงั้นรึ! มือบางภายใต้เสื้อแอบกำหมัดแน่น แต่ใบหน้าตึงขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะรีบเก็บอาการเปลี่ยนเป็นยิ้มแย้มสวมบทบาทพี่สาวผู้แสนดีกล่าวว่า 

"ตอนนี้ไม่มีใครอยู่ที่จวนคาดว่าน่าจะกลับกันมาในยามอิ่ว (17.00-18.59) เราคงจะได้ร่วมโต๊ะทานอาหารพร้อมหน้ากันสักทีเจ้าก็เตรียมตัวไว้ด้วย ข้าไปล่ะ"  

มื้อที่มีเสือสิงห์กระทิงแรดมารวมตัวกันบนโต๊ะอย่างนี้คงไม่ได้ทานอาหารร่วมกันอย่างครอบครัวสุขสันต์แน่ จางหลินฮวาคงอยากเห็นนางไปถูกบรรดาฮูหยินและพี่น้องคนอื่นค่อนขอดจนเสียหน้าอีกตามเคย  

"อา... ข้าทราบแล้ว ขอบคุณพี่สาวสามที่อุตส่าห์มาบอกกล่าว"

พอเห็นจางซิ่นหนี่ว์แสดงสีหน้ากังวลออกมาที่ต้องเจอบรรดาฮูหยิน นางก็ลอบยิ้มออกมา 

"มิเป็นไร เพียงเรื่องเล็กน้อย" กล่างจบ นางก็หมุนตัวสะบัดชายผ้าเดินจากไปพร้อมสาวใช้อีกสองคนทันที


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น