อัศวินสามสี

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : สตรีวิปลาส

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.1k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 28 พ.ย. 2560 19:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
สตรีวิปลาส
แบบอักษร

สตรีวิปลาส



"หึ สภาพเยี่ยงขอทานมากินอาหารหรู จะมีเงินจ่ายสักอีแปะหรือเปล่าก็ไม่รู้"

"ขอทาน? " ซิ่นหนี่ว์เลิกคิ้วขึ้นถามเสียงสูงพลางก้มลงมองสภาพตนเอง เสื้อผ้าเนื้อหยาบสีหม่น ผมดำยาวยุ่งเหยิงปิดหน้าตาเล็กน้อย... แค่นี้กลายเป็นขอทานเลยรึ

"นอกจากจะเป็นขอทานแล้วยังหูหนวกอีกด้วยรึ น่าสมเพชจริงๆ " สาวใช้คนสนิทของมู่เหม่ยลี่จีบปากจีบคอกล่าว น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความดูถูกดูแคลนซิ่นหนี่ว์อย่างเปิดเผย

"หึหึ" มุมปากของซิ่นหนี่ว์บิดโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มไม่คล้ายยิ้มขณะยกถ้วยชาขึ้นจิบเบาๆ สายตาทอดมองยังเบื้องหน้าไม่เจาะจงที่จุดใด

"เจ้าหัวเราะอันใด" สาวใช้ของมู่เหม่ยลี่ชะงักไปเล็กน้อยทันทีที่เห็นซิ่นหนี่ว์หัวเราะออกมา

ซิ่นหนี่ว์ไม่ตอบแต่กลับใช้สายตาแบบเดียวกันไล่มองสาวใช้ของมู่เหม่ยลี่ หน้ากลมขาววอก แก้มแดง ปากแดงอย่างนี้ อืม...เข้าใจแล้ว "เจ้าอยู่คณะไหนหรือ? "

นางถามออกมา ดวงตากลมโตใสซื่อเปล่งประกายระยิบระยับ

"เจ้ากล่าวเหลวไหลอะไรอยู่"

"อ้าว ก็พวกเจ้ากำลังแสดงงิ้วกันอยู่มิใช่หรือ ดูสิ... แต่งหน้าทาปากซะแดงอย่างกับตูด.. เอ้ย! ก้นลิง ข้าก็คิดว่าพวกเจ้ามาแสดงงิ้วให้ดูหน่ะสิ" ซิ่นหนี่ว์แสร้งถอนหายใจออกมาอย่างเสียดาย

“นี่เจ้าหาว่าข้า...”

"เกิดอะไรขึ้น" เสียงหวานดังแทรก มู่เหม่ยลี่ก้าวขึ้นมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ

"คะ คุณหนู" สาวใช้รีบย่อทำความเคารพแล้วหลีกทางให้

"ทำไมเจ้ายังอยู่อีก ไม่ได้ยินที่ข้ากล่าวหรือว่าจะนั่งทานอาหารที่โต๊ะนี้"

"อืม ได้ยิน แล้วอย่างไร? " ซิ่นหนี่ว์พยักหน้าอย่างเข้าใจง่ายแต่กลับโยนคำถามให้เหม่ยลี่

"เจ้า! เจ้า! ..." สาวใช้มู่เหม่ยลี่ยกมือชี้นิ้วมาที่นาง ใบหน้าขาววอกพลันเปลี่ยนเป็นดำแดงสลับกันไปมา

"ข้า จางซิ่นหนี่ว์" ซิ่นหนี่ว์มองเมินสาวใช้ หันไปแนะนำตัวกับมู่เหม่ยลี่แทน

"โอ้... ข้ากำลังสงสัยอยู่เชียวว่าใครมาแย่งโต๊ะประจำของข้า ที่แท้ก็คุณหนูหกแห่งจวนแม่ทัพจาง อัปลักษณ์ประจำเมืองนี่เอง" เสียงของนางดังไปทั่วโรงเตี๊ยมจนสายตามากมายมองมายังซิ่นหนี่ว์ด้วยความสงสัยและงุนงงเกี่ยวกับเหตุการณ์วุ่นวายนี้

จางซิ่นหนี่ว์เป็นที่รู้จักจากข่าวลือในเรื่องความอัปลักษณ์ขนาดที่ว่าสาวใช้หรือหญิงชราวัยเจ็ดสิบยังงดงามกว่ามากนัก ใบหน้าและร่างกายต่างเต็มไปด้วยเส้นเลือดปูดโปนแลดูน่าเกลียดน่ากลัวยิ่งกว่าอสูรกายนับว่าห่างไกลจากความเป็นมนุษย์ แล้วเหตุใดสภาพของนางถึงได้เปลี่ยนไปขนาดนี้? นั่นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่ผู้คนส่วนใหญ่จะจำนางไม่ได้

แต่ยิ่งผู้คนให้ความสนใจใคร่รู้มากเท่าไหร่มู่เหมายลี่ยิ่งเพิ่มระดับเสียงและความหยิ่งยโสขึ้นอีก "ข้าได้ยินว่าเจ้าเดินทางไปรักษายังแคว้นจูเชว่เมื่อสามเดือนก่อน อา...ผู้ปรุงโอสถท่านใดกันช่างเก่งกาจยิ่งนักที่เปลี่ยนจากอสูรกายอัปลักษณ์ให้เป็นมนุษย์ได้"

สายตาของนางมองไปยังจางซิ่นหนี่ว์ หวังอยากจะเห็นนังอัปลักษณ์ตัวสั่นด้วยความเดือดดาลและอับอาย แต่กลับผิดคลาด นางไม่คิดว่าจางซิ่นหนี่ว์จะยังคงนั่งจิบชาอย่างสบายใจ ดวงตาฉายแววขบขัน ริมฝีปากปรากฏรอยยิ้มเยาะอย่างไม่จริงใจ

"นังอัปลักษณ์ เจ้ายิ้มอันใด"

"ข้ากำลังจิตนาการว่าตนเองเป็นหมอด้านจิตวิทยาที่กำลังนั่งฟังคนไข้ตัวน้อยที่แสนโง่งมสติไม่สมประกอบพล่ามอยู่" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงเนิบช้าทว่าชัดเจนทุกถ้วยคำ

"เจ้าหาว่าข้าบ้า?! " ใบหน้าของมู่เหม่ยลี่ถูกฉาบไปด้วยสีแดงด้วยความโกรธ แม้จะไม่เข้าใจคำว่าจิตวิทยา แต่ก็คาดเดาได้ว่านังอัปลักษณ์นี่กำลังด่านางอยู่

มือบางที่แฝงไปด้วยพลังยุทธ์เงื้อมขึ้นมาเพื่อจะทุบตีสั่งสอนสตรีตรงหน้า ให้มันรู้ซะบ้างว่าไม่ควรมาทำท่าทางผยองใส่คนอย่างนาง

จางซิ่นหนี่ว์เมื่อเห็นว่ามู่เหม่ยลี่เงื้อมือขึ้นจะตบตน สัญชาตญาณป้องกันตัวสั่งให้ขยับโต๊ะมาขวางด้านหน้าและถอยหลังยกขาขึ้นถีบทำให้ขอบโต๊ะกระแทกเข้าช่วงท้องมู่เหม่ยลี่อย่างจังจนหงายท้องล้มลงไปนอนโอดครวญอยู่บนพื้น

"ว๊าย! คุณหนู/โอ๊ย..." สาวใช้และมู่เหม่ยลี่ร้องออกมาพร้อมกันเสียงดัง มือที่เงื้อมขึ้นจะตบนางเปลี่ยนเป็นกุมท้องแทน ใบหน้าเล็กน่ารักพลันเปลี่ยนขาวซีดสลับเขียวคล้ำ ฟันขาวขบเม้นริมฝีปากกลั้นความเจ็บปวด สายตาเคียดแค้นส่งตรงมายังจางซิ่นหนี่ว์มีน้ำตาปรอยแลดูน่าสงสารยิ่งนัก

"เจ้ารังแกคุณหนูของข้า! " สาวใช้ของมู่เหม่ยลี่ชี้หน้าและวิ่งตรงเข้ามาหมายมาดได้ทุบตีสักครั้งเพื่อแก้แค้นให้คุณหนูของตน

ซิ่นหนี่ว์ลุกขึ้นเบี่ยงตัวหลบทำให้สาวใช้พลาดเป้าพุ่งเข้าชนกับโต๊ะอาหารของนางจนล้มระเนระนาด ทั้งตัวเต็มไปด้วยเศษอาหารและเศษกระเบื้องบาดลึกจนเลือดไหลนองพื้น

"อา... ขออภัยๆ ข้ากำลังจะลุกกลับจวนพอดี ใครจะคิดล่ะว่าเจ้าจะสะดุดล้มมายังโต๊ะโดยไม่ทันตั้งตัว ข้าก็ช่วยรับไว้ไม่ทันสิ" ยกมือขึ้นทาบอกน้ำเสียงตกใจและสีหน้าสำนึกผิดแสดงออกมาอย่างเสแสร้ง

“โอ๊ย! เจ็บ ฮือออ คุณหนู... คุณหนูช่วยบ่าวด้วยเจ้าค่ะ ฮือ” สาวใช้ที่เนื้อตัวเต็มไปด้วยเศษอาหารและเลือดดูสกปรกมอมแมมคลานเข้าไปหามู่เหม่ยลี่ มืออวบหมายเอื้อมไปจับชายผ้าของมู่เหม่ยลี่แต่กลับถูกปัดออกอย่างแรง

“กรี๊ดดด! สกปรกอย่ามาแตะต้องข้า พวกแก พวกคนชั้นต่ำ! คอยดูเถอะข้าใช้ให้ท่านพ่อมาจักการพวกแกให้หมด รวมถึงโรงเตี๊ยมเฮงซวยนี่ด้วย! กรี๊ดดด” มู่เหม่ยลี่กรี๊ดร้องออกมาอย่างขาดสติ ไม่สนใจว่าการกระทำสิ้นคิดนี้จะทำให้กระกูลตนเป็นที่อับอายมากแค่ไหน

ผู้คนที่อยู่ภายในโรงเตี๊ยมส่งเสียงหัวเราะครื้นออกมาอย่างไม่เกรงใจกับสภาพสองนายบ่าวตระกูลมู่ ยิ่งด้วยพฤติกรรมของมู่เหม่ยลี่ที่รู้กันดีนั้นทำให้ไม่มีใครเหลือบแลให้ความช่วยเหลือแม้แต่นิด

"หึ" ซิ่นหนี่ว์หยิบถุงเงินออกมาจากมิติในกำไลและโยนไปให้เถ้าแก่โรงเตี๊ยมที่รีบเอื้อมมือออกมารับอย่างลนลาน

เถ้าแก่เปิดถุงดู ดวงตาลุกวาวขึ้นมาทันทีที่เห็นจำนวนเงินภายใน ซึ่งเงินในถุงนั่นมีค่ามากกว่าอาหารที่เพิ่งทานไปเกือบสามเท่า “นี่ นี่มัน...”

“รวมค่าเสียหายด้วยทั้งหมดด้วย”

“ขะ ขอบพระคุณมากขอรับ” เถ้าแก่ก้มหัวให้ปลกๆ แล้วรีบร้อนเก็บถุงเงินซุกเข้าอกเสื้ออย่างรวดเร็ว ในความโชคร้ายนั้นยังมีโชคดีเมื่อนึกถึงเงินในถุงที่ได้มา หักจากค่าอาหารและถ้วยชามที่แตกแล้วยังเหลืออีกมาก



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น