อัศวินสามสี

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

จะทานอาหารยังมีมารมาขัด

ชื่อตอน : จะทานอาหารยังมีมารมาขัด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 3k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 28 พ.ย. 2560 18:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
จะทานอาหารยังมีมารมาขัด
แบบอักษร

จะทานอาหารยังมีมารมาขัด

******เสียงพูด​คุยของผู้คน ความคึกคักวุ่นวายของตลาดในเมืองหลวงอันรุ่งเรืองและดูมีวัฒนธรรม ตัวเมืองนี้กว้างขวางมาก ทิว​ทัศน์สองข้างทางตามเต็มไปด้วยร้านรวง พื้นที่การพาณิชย์ จวนใหญ่โตมากมายละลานตาไปหมด

หลังจากใช้เวลากว่าห้าวันเช่ารถม้าเพื่อเดินทางจากเมืองเป่ยโจว ซิ่นหนี่ว์ก็มาถึงเมืองหลวงในช่วงยามซื่อ (09.00 - 10.59) จึงตัดสินใจที่จะแวะพักหาอะไรทานสักเล็กน้อย เธอถือว่ากองทัพต้องเดินด้วยท้อง เพราะไม่อาจคาดเดาได้ว่าอะไรรอเธออยู่ที่จวนตระกูลจาง เติมพลังให้มีเรี่ยวแรงไว้ก่อนเป็นดีที่สุด เดินชมคร่าวๆ ซิ่นหนี่ว์จึงตัดสินใจเลือกโรงเตี๊ยมที่ดูเป็นที่นิยมที่สุด

ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไปในโรงเตี๊ยม กลิ่นหอมของอาหารลอยมาแตะจมูกทันที การตกแต่งสวยงามสบายตา ซิ่นหนี่ว์กวาดสายตามองสำรวจรอบๆ แล้วเห็นว่าภายในร้านยังพอมีโต๊ะว่างอยู่จึงตัดสินใจเข้าไป เสี่ยวเอ้อที่ยืนอยู่ด้านหน้ารีบเข้ามาทำหน้าที่ต้อนรับนางทันที

“คุณหนูท่านนี้ไม่ทราบว่าต้องการห้องพักหรือมาทานอาหารขอรับ”

“ทานอาหาร” ซิ่นหนี่ว์หันไปมองโดยรอบก็พบว่าด้านล่างเต็มไปด้วยผู้คน “ขอโต๊ะชั้นบนแล้วเอาอาหารขึ้นชื่อมาสักสามอย่าง ข้าวหนึ่งถ้วยและชาดอกเบญจมาศ” นางจึงตัดสินใจเลือกชั้นบนที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัวแล้วสั่งอาหารสองสามอย่างชาชั้นดีอีกหนึ่งชุด

โต๊ะที่เสี่ยวเอ้อแนะนำซิ่นหนี่ว์นั้นอยู่ชั้นสองริมระเบียงที่สามารถมองเห็นบรรยากาศโดยรวมทั้งภายในและภายนอกโรงเตี๊ยมได้ เพียงไม่นานนักอาหารที่สั่งก็เริ่มลำเลียงมาไว้บนโต๊ะอย่างรวดเร็วพร้อมชุดน้ำชาชั้นดีลายดอยเหมยสีแดงสด ซิ่นหนี่ว์จึงลงมือทานอย่างรวดเร็วด้วยความหิวโหยเพื่อชดเชยเวลาเดินทางที่ต้องกินแต่หมั่นโถแข็งๆ และชาจืดชืดยิ่งกว่าน้ำล้างเท้า

แต่ทานอาหารไปได้สักพักหูแว่วได้ยินเสียงโวยวายดังมาจากด้านล่างของโรงเตี๊ยม ซิ่นหนี่ว์ก้มลงไปมองจึงเห็นสตรีร่างท้วมในชุดสาวใช้ต่อว่าเถ้าแก่และเสี่ยวเอ้อต้อนรับอยู่ ด้านหลังมีสตรีในชุดผ้าแพร อาภรณ์สีชมพูขับให้ผิวขาวละเอียดเปล่งประกาย ใบหน้าน่ารักอ่อนหวานส่งสายตาราวกำลังมองมดปลวกไปยังเถ้าแก่และเสี่ยวเอ้อของโรงเตี๊ยม ผู้คนที่กำลังนั่งพูดคุย ทานอาหารอยู่ภายในต่างเงียบเสียงหันเหความสนใจไปยังผู้มาเยือน

"คุณหนูของข้าต้องการที่นั่งริมระเบียงเพื่อทานอาหารเดี๋ยว! นี้! " นางยืนเท้าเอวใช้เสียงแหลมๆ ของตนตะคอกใส่เถ้าแก่จนต้องหลับตาด้วยความตกใจสีหน้าเหยเก

"อภัยด้วยจริงๆ ขอรับ ที่ริมระเบียงเต็มหมดแล้ว เรียนคุณหนูโปรดรอ..."

"ไม่ว่างเจ้าก็ต้องทำให้ว่าง! " นางไม่ยอมแพ้ ใช้พลังช้างสารผลักเถ้าแก่จนถอยไปชนเสี่ยวเอ้อที่อยู่ด้านหลังล้มไปด้วยกัน ทั้งสองคนรีบกุลีกุจอลุกขึ้นก้มหัวให้ปลกๆ แล้วเถ้าแก่จึงใช้ให้เสี่ยวเอ้อไปหาที่ว่างอย่างร้อนรน

ซิ่นหนี่ว์ขมวดคิ้วมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้านล่างด้วยความไม่ชอบใจ ในโลกเก่าของนาง ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน ใครมาก่อนก็ต้องได้ก่อนไม่ใช่มายืนเต้นแร้งเต้นกาเป็นคนไม่มีการศึกษาเวลาไม่ได้ดั่งใจแบบนี้

ในหัวพยายามเค้นความทรงจำค้นหาว่าจางซิ่นหนี่ว์คนเก่ารู้จักสองนายบ่าวผู้นี้หรือไม่ ภาวนาขอให้ไม่รู้จัก แต่ถ้ารู้จักก็อย่าให้มีความสัมพันธ์ที่เสี่ยงต่อการดำเนินชีวิตของนาง

...ที่แท้สองนายบ่าวที่เอะอะโวยวายอยู่ด้านหน้าโรงเตี๊ยมคือคุณหนูตระกูลเสนาบดีฝ่ายซ้าย มู่เหม่ยลี่กับสาวใช้คนสนิทนั่นเอง

จากความทรงจำนั้นฉากหน้าตระกูลมู่และตระกูลจางมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน มู่เหม่ยลี่นั้นด้วยความที่เป็นบุตรสาวคนเล็กของฮูหยินใหญ่จึงถูกเลี้ยงดูแบบตามใจ อยากได้อะไรก็ต้องได้ ใช้อำนาจบิดามารดาข่มเหงรังแก เหยียดหยามผู้อื่นหรือแม้แต่กับบ่าวในจวน และมู่เหม่ยลี่กับคุณหนูสี่จางหลินฮวามักร่วมมือกันกลั่นแกล้ง ค่อยตอกย้ำ ปล่อยข่าวเรื่องความอัปลักษณ์ทำให้จางซิ่นหนี่ว์อับอายจนไม่กล้าออกไปด้านนอกอยู่เรื่อยมา

"นึกว่าใคร ที่แท้ก็โจทย์เก่าของเจ้าของร่างนี่เอง" ซิ่นหนี่ว์พึมพำแผ่วเบา มองลงไปยังการแสดงปาหี่เบื้องล่าง แววตาฉายแววสนุกสนาน

"อะ เอ่อ... คือ..." เถ้าแก่โรงเตี๊ยมทำหน้าจะร้องไห้ออกมา

ช่างโชคร้ายยิ่งนัก ทำไมเขาต้องมาเจอคุณหนูมู่ด้วย

มู่เหม่ยลี่กวาดสายตาไปยังพื้นที่ริมระเบียงพลันเห็นสตรีร่างเล็กบอบบางในอารมณ์สีหม่นไร้ลวดลาย ใบหน้าขาวซีดธรรมดาสามัญมองมายังนางด้วยแววตาคล้ายขบขัน

มันเป็นใคร! กล้าดียังไงมาใช้สายตาแบบนั้นจ้องมองข้า

"ข้าต้องการโต๊ะตรงนั้น" นางชี้ไปยังโต๊ะที่ซิ่นหนี่ว์นั่งอยู่ เจตนาบอกชัดเจนว่านางต้องการนั่งทานอาหารตรงนั้นและต้องได้

"แต่ตรงนั้นมีแขกใช้บริการอยู่ เกรงว่าคงจะ..."

"ยังไม่รีบไปจัดเตรียมโต๊ะอีก หรือจะให้ตระกูลมู่สักปิดโรงเตี๊ยมเล็กๆ นี่ซะ" มู่เหม่ยลี่กล่าวข่มขู่ สายตาจ้องกดดันไปที่เถ้าแก่

"ขะ... ขอรับ" เถ้าแก่โรงเตี๊ยมก้มหัว รีบเดินไปยังโต๊ะของซิ่นหนี่ว์ทันที

.

.

.

"แม่นางน้อยท่านนี้ ไม่ทราบว่าจะเสียเวลาย้ายโต๊ะสักครู่ได้หรือไม่ขอรับ บังเอิญโต๊ะตรงนี้คุณหนูมู่ได้จองไว้ล่วงหน้าแล้วเสี่ยวเอ้อใหม่ไม่รู้ความจึงพาท่านมานั่งตรงนี้" เถ้าแก่โรงเตี๊ยมพยายามพูดชักจูงส่งสายตาขอร้องมาให้ ดูจากลักษณะแล้วคงไม่น่ายากนักหากจะให้เด็กสาวผู้นี้ย้ายโต๊ะ

ซิ่นหนี่ว์เมื่อได้ฟังประโยคนั้น นางกรอกตามองบนทันที ย้ายโต๊ะหรือ จองล่วงหน้าหรือ เพ้ย! ไม่ใช่ว่าเพราะยัยคุณหนูนั่นต้องการนั่งตรงนี้ ไม่ใช่เพราะว่ากลัวจะถูกปิดหรอกหรือจึงให้เธอไปนั่งที่อื่น

"แล้วถ้าข้าไม่ไปล่ะ" เอ่ยถาม ริมฝีปากคลี่ยิ้มแต่ไปไม่ถึงดวงตา มือบางคีบอาหารขึ้นมาทานต่อไม่สนใจหันไปมอง

เถ้าแกเหงื่อตก เขามองไปยังเสื้อผ้าที่เด็กสาวสวมใส่แล้วกล่าวออกมาว่า "ทางโรงเตี๊ยมเรายินดีลดค่าอาหารให้ครึ่งหนึ่งเพื่อชดเชยควา..."

"ข้ามีเงินจ่ายเต็มราคา ต่อให้สั่งของขึ้นชื่อมาอีกเจ็ดอย่างข้าก็มีปัญญาจ่าย" ยังไม่ทันกล่าวจบนางจึงแทรกขึ้นมา

"โธ่.. แม่นาง ถือว่าสงสารชายชราผู้นี้เถอะ ไม่งั้นคุณหนูมู่ต้องสั่งปิดที่นี่แน่" เถ้าแก่แทบจะลงไปคุกเข่าเพื่อขอร้องให้นางย้ายโต๊ะ...

"แล้วยังไง? " แต่ขอโทษเถอะ นางไม่ใช่คนดีมีจิตเมตตาขนาดนั้นหรอกนะ แล้วเห็นอยู่ชัดๆ ว่านางมาก่อน เรื่องอะไรจะต้องย้ายไปด้วย

"นี่! เมื่อไหร่จะได้โต๊ะคุณหนูของข้ายืนรอนานแล้วนะ อยากให้โดยปิดจริงๆ ใช้ไหม" สาวใช้ของมู่เหม่ยลี่เดินขึ้นมา สายตาเหยียดหยามไล่มองซิ่นหนี่ว์ตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า

"หึ สภาพเยี่ยงขอทานมากินอาหารหรู จะมีเงินจ่ายสักอีแปะหรือเปล่าก็ไม่รู้"

******

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น