หอหมื่นอักษร
facebook-icon Instagram-icon

นี่! อาจอชี! เรียกคุณนั่นแหละ ทำไมไม่พูดล่ะ? อาจอชี!

ตอนที่ 29 ลูกค้าสองท่าน

ชื่อตอน : ตอนที่ 29 ลูกค้าสองท่าน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.5k

ความคิดเห็น : 21

ปรับปรุงล่าสุด : 27 พ.ย. 2560 15:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 29 ลูกค้าสองท่าน
แบบอักษร

จางจื่ออันรู้สึกเจ็บจี๊ดขึ้นมาในใจ! มันไม่ง่ายเลยที่ขายเจ้าแมวบริติชขนสั้นเพื่อแลกกับเงินเพียงเจ็ดพันหยวน และเพียงครู่เดียวก็หายไปเกือบครึ่ง!

ถ้าหากเป็นการจ่ายเพื่อซิงไห่ ไม่ว่าจะเงินสามพันหรือเจ็ดพันก็ได้ทั้งนั้น เพราะซิงไห่น่าสงสารมาก แต่เจ้าแมวเรียกทรัพย์ตัวนี้ ฤทธิ์เยอะมาก ดูท่าทางก็ไม่ได้โดนทำร้ายทารุณมา แสงมันวาวของสีขนก็สวยจนไม่รู้จะสวยได้อย่างไรอีก

"ผู้ชี้แนะ ทำไมได้สัตว์เลี้ยงเป็นแมวติดต่อกันทั้งสองตัวเลยล่ะ? ในฐานข้อมูลของคุณไม่มีสัตว์เลี้ยงชนิดอื่นแล้วหรือ?" เขาถาม

ผู้ชี้แนะ : มนุษย์เป็นจุดเริ่มต้นของสรรพสิ่ง ที่สัตว์เลี้ยงกลายมาเป็นภูตสัตว์เลี้ยงสามพิภพก็เพราะว่าความเลื่อมใสของมนุษย์ ดังนั้นแมวและสุนัขที่มีโอกาสใกล้ชิดกับมนุษย์มากกว่าจึงมีโอกาสกลายเป็นภูตสัตว์เลี้ยงมากกว่า แต่ว่าจริงๆ แล้วในฐานข้อมูลยังมีสัตว์เลี้ยงอีกหลากหลายชนิด ที่รอให้ผู้เล่นไปค้นหาอยู่จ้า นอกจากนี้ แมวที่คุณมีอยู่สองตัวตอนนี้ มีเพียงแมวเรียกทรัพย์ที่เป็นแมวที่เคยมีอยู่จริง ส่วนเจ้าแมวนำโชคแม้จะคล้ายแมวแต่ก็ไม่ใช่แมวเสียทีเดียว ถ้าจะให้พูดจริงๆ ก็เพียงแค่ยืมร่างและท่าทางของแมวมาใช้ก็เท่านั้น

เป็นแมวที่เคยมีอยู่จริงหรือ...จางจื่ออันครุ่นคิด แต่ว่าถ้าคิดต้นสายปลายเหตุของเรื่องไม่ออก งั้นก็มาเพิ่มระดับความประทับใจเพื่อปลดล็อคประวัติที่มากับชื่อจริงอย่างตรงไปตรงมาเถอะ

การที่จะออกจากบ้านมาสักครั้งเป็นเรื่องที่ยากมาก เมื่อทานอาหารเที่ยงที่เคเอฟซีเสร็จ เขาก็นั่งรถประจำทางกลับไปที่ร้านขายสัตว์เลี้ยงมหัศจรรย์ เขาสังเกตเห็นว่ามีหญิงวัยกลางคนสองคนกำลังพูดคุยกันอยู่ที่หน้าประตูร้าน หนึ่งในนั้นกำลังจูงมือลูกสาววัยสี่ห้าขวบไว้อยู่

หรือจะเป็นคุณป้าคณะกรรมการละแวกบ้านที่มาเก็บค่าบำรุง...ไม่ใช่สิ เก็บค่าบริหารจัดการหรือเปล่านะ?

เขากำลังคิดว่าจะไปหาที่หลบภัยที่อื่นก่อน แต่เมื่อสังเกตดูแล้วหญิงวัยกลางคนสองคนนี้ไม่ได้สวมธงห้าแฉก...ไม่ใช่สิ ต้องสวมปลอกแขนสีแดง ที่เป็นเอกลักษณ์ของคุณป้าที่เป็นคณะกรรมการ ดังนั้นจึงไม่น่าใช่

ในเมื่อไม่ใช่คณะกรรมการหมู่บ้าน งั้นหรือว่าจะเป็น...ลูกค้าในตำนาน?

จางจื่ออันเดินเข้าไปหา “ขอโทษนะครับ มีธุระอะไรหรือเปล่าครับ?”

หญิงวัยกลางคนที่จูงลูกอยู่นั้นเป็นเพื่อนบ้านของจ้าวฉีที่อยู่ชั้นบน เธอชื่อหลิวเหวินอิง ลูกสาวของเธอมีชื่อเล่นว่าเยว่เยว่ ตั้งแต่หลังจากวันนั้นที่ได้พบกับจ้าวฉีและแมวบริติชขนสั้นที่หน้าประตูลิฟต์ของอพาร์ทเมนต์ เยว่เยว่ก็อ้อนวอนอยากได้แมวมาตลอด

เมื่อก่อนตอนที่เยว่เยว่มีของที่อยากได้ หลิวเหวินอิงไม่ใช่ว่าจะซื้อให้เธอในทันที หลังจากผ่านไปไม่กี่วันเยว่เยว่ก็อาจจะลืมเรื่องนี้ไปก็ได้ แต่ครั้งนี้เยว่เยว่ชอบแมวมากเป็นพิเศษ ร้องไห้งอแงอยู่ทุกวัน แม้กระทั่งคนที่ไม่สนใจเรื่องสัตว์เลี้ยงอย่างสามีของเธอก็ยอมใจอ่อนแล้ว จึงให้เธอใช้เวลาวันหยุดสุดสัปดาห์พาเยว่เยว่มาดู ถ้าหากว่าชอบจริงๆ ก็ให้ซื้อมาสักตัว

เธอส่งข้อความผ่านทางวีแชทไปถามจ้าวฉีเรื่องที่อยู่ของร้านขายสัตว์เลี้ยงมหัศจรรย์แล้ว เมื่อทานอาหารเที่ยงเสร็จ เธอจึงพาเยว่เยว่เดินเล่นมาเรื่อยๆ จนมาถึงที่นี่ แต่น่าเสียดายที่ร้านขายสัตว์เลี้ยงไม่เปิด เธอมองเข้าไปข้างในผ่านทางกระจกก็พบว่าข้างในไม่มีคนอยู่

“เยว่เยว่ ในร้านไม่มีใครอยู่ ถ้างั้นพวกเราค่อยมาซื้อกันวันหลังดีไหม?” เธอปรึกษากับลูกสาว

“ไม่นะคะไม่! หนูอยากได้แมว!” เยว่เยว่นั่งยองๆ ลงบนพื้นด้วยความโกรธ ไม่ว่าจะอย่างไรก็ไม่ยอมกลับแล้ว

ในช่วงเวลาที่หลิวเหวินอิงกำลังลำบากใจอยู่นั้น เธอก็ได้ยินเสียงคนเรียกทักทายเธอ

“ขอโทษนะคะ ที่นี่คือร้านขายสัตว์เลี้ยงมหัศจรรย์ใช่ไหมคะ?”

เมื่อเธอหันกลับไปดู ก็พบกับคนอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับเธอคนหนึ่ง เป็นผู้หญิงวัยกลางคนที่แต่งตัวเรียบง่าย

“ใช่ค่ะ” เธอตอบ

“คุณเป็นเจ้าของร้าน?” ฝ่ายตรงข้ามถาม

“ไม่ใช่” เพื่อไม่ให้เกิดการเข้าใจผิด เธอรีบอธิบาย “ฉันอยากมาดูสัตว์เลี้ยง ใครจะไปรู้ว่าที่นี่จะปิดร้าน...”

“อ้อ...” เสียงของฝ่ายตรงข้ามรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย

“คุณก็มาดูสัตว์เลี้ยงเหรอคะ?” หลิวเหวินอิงถาม

“ใช่ค่ะ ฉันเห็นจากอินเทอร์เน็ตมีคนบอกว่าสัตว์เลี้ยงของที่นี่ดีมาก จึงอยากจะมาดูสักหน่อย...คุณล่ะ?” ฝ่ายตรงข้ามกล่าว

“ฉันก็เหมือนกันค่ะ มีเพื่อนแนะนำให้มาที่นี่” หลิวเหวินอิงตอบ

สุภาพสตรีที่เพิ่งมาเมื่อครู่นี้ ก็คือเจ้าของกระทู้ ‘อยากจะซื้อแมวสักตัว เมืองปินไห่ทางฝั่งตะวันออกมีร้านขายสัตว์เลี้ยงร้านไหนค่อนข้างดีบ้าง?’ ที่โพสต์ในเว็บข่าวสารหอดูทะเลในคืนนั้น เธอชื่อเติ้งเจี๋ย

เติ้งเจี๋ยใช่ว่าจะเข้าไปท่องเว็บข่าวสารหอดูทะเลบ่อยๆ หากมีธุระจึงจะเข้าไป ในคืนนั้นเมื่อเธอโพสต์เสร็จ หลังจากที่ได้รับข้อความตอบกลับและคำแนะนำแล้ว ก็ปิดหน้าเว็บไป จากนั้นก็ไม่ได้เปิดเข้าไปดูอีก จึงไม่รู้เลยว่ากระทู้ของเธอได้กลายเป็นสายจุดฉนวนระเบิดของสงครามน้ำลายในเว็บไปแล้ว

เธอเขียนเอาชื่อของร้านที่มีข้อความตอบกลับข้อความหนึ่งแนะนำไว้ออกมา จากนั้นก็หาที่ตั้งของร้านเจอผ่านทางแอพพลิเคชั่นแผนที่ จึงเลือกช่วงเวลาสุดสัปดาห์มาหาร้านเพื่อเปรียบเทียบกัน ร้านขายสัตว์เลี้ยงมหัศจรรย์เป็นร้านที่สี่ของเธอ ก่อนหน้านี้เธอได้ไปที่ร้าน ขายสัตว์เลี้ยงสาขาย่อยฝานซิงและร้านขายสัตว์เลี้ยงอีกสองร้านมาแล้ว แต่ว่ายังคงตัดสินใจไม่ได้ เธอไม่มีความรู้เรื่องแมว จึงรู้สึกว่าแมวของทุกๆ ร้านน่ารักไปหมด

เธอได้พบคู่แม่ลูกหลิวเหวินอิงที่หน้าประตูร้าน เมื่อเห็นว่าสองแม่ลูกคู่นี้ยังคงรออยู่ที่นี่แม้จะเห็นว่าประตูร้านปิดอยู่ เติ้งเจี๋ยจึงเพิ่มความมั่นใจที่มีต่อร้านนี้ขึ้นมานิดหน่อย

ทั้งสองคนอายุใกล้เคียงกัน จึงมีปัญหามากมายที่คล้ายๆ กัน ดังนั้นเมื่อได้คุยกันจึงไม่รู้สึกอึดอัด คุยเรื่องสามี เรื่องลูก เรื่องราคาสินค้า ราคาบ้าน ราคาอาหาร คุยเรื่องอดีต เรื่องอนาคต ยิ่งคุยยิ่งสนุก มีความรู้สึกเสียดายที่ทำไมเพิ่งจะมารู้จักกันตอนนี้ เวลาก็ล่วงเลยไปโดยที่ไม่รู้ตัว

เติ้งเจี๋ยรู้ว่าหลิวเหวินอิงได้รับคำแนะนำมาจากเพื่อน หลิวเหวินอิงก็รู้ว่าเติ้งเจี๋ยได้รับคำแนะนำมาจากทางอินเทอร์เน็ต ทั้งสองฝ่ายก็ยิ่งเพิ่มความมั่นใจให้แก่กัน ทำไมถึงจะไม่รู้ว่าที่มาของข่าวสารของพวกเธอล้วนมาจากจ้าวฉีคนเดียว...

พวกเธอกำลังคุยกันอยู่ เห็นจางจื่ออันเดินมา หลิวเหวินอิงพูดด้วยความกระตือรือร้นว่า  “ร้านปิดค่ะ”

จางจื่ออันพยักหน้า “ผมรู้ครับ”

“คุณก็มาซื้อสัตว์เลี้ยง?” เติ้งเจี๋ยถาม

“เปล่า...ผมเป็นเจ้าของร้าน” เขากล่าว

หลิวเหวินอิงกับเติ้งเจี๋ยทั้งสองคนต่างมองตาแล้วยิ้มให้แก่กัน วันนี้ไม่ได้มาเสียเที่ยว ในที่สุดเวลาที่รอคอยก็มาถึงแล้ว แต่ก็เกิดความรู้สึกกังวลขึ้นมานิดหน่อย เจ้าของร้านยังเด็กขนาดนี้ จะเชื่อถือได้หรือ?

จางจื่ออันไม่รู้ว่าวันนี้มีลมอะไรพัดมา นึกไม่ถึงเลยว่าเพียงครู่เดียวจะมีลูกค้ามาถึงสองคน หรือว่าเจ้าแมวเรียกทรัพย์จะทำให้เกิดผลเช่นนี้? หรือว่านี่จะเป็นผลกระทบของซิงไห่ที่สำรวจอนาคตแบบไม่ถี่ถ้วน?

เขาล้วงเอากุญแจ ไขกลอน แล้วผลักประตูเข้าไป

“เชิญเข้ามาครับ ร้านเล็กๆ ยังไม่สมบูรณ์ ขออภัยด้วยนะครับ”

จากเสียงใสๆ ของการสั่นไหวของกระดิ่ง เจ้าแมวสยามและเจ้าซามอยด์รับรู้ได้อย่างรวดเร็วว่ามีลูกค้ามาแล้ว รีบวิ่งเข้ามาเกาะที่ผนังกระจกของชั้นโชว์อย่างตื่นเต้น วิ่งวนไปวนมาหลายรอบ

“เชิญดูได้ตามสบายครับ” จางจื่ออันพูด

ถึงแม้จะได้ยินจากจ้าวฉีมาแล้วว่าจำนวนสัตว์เลี้ยงของที่นี่ค่อนข้างน้อย แต่หลิวเหวินอิงและเติ้งเจี๋ยก็ตกใจเอามากๆ นึกไม่ถึงเลยว่าจะมีเพียงแค่แมวหนึ่งตัว สุนัขหนึ่งตัวและ...หนูแฮมสเตอร์หนึ่งตัว

จางจื่ออันอ่านสีหน้าที่มีข้อสงสัยของพวกเธอออก จึงอธิบายว่า “ที่ร้านมีผมเพียงคนเดียว ถ้านำสัตว์เลี้ยงเข้าร้านเยอะเกินไปก็จะดูแลไม่ไหว ถ้าทั้งสองท่านอยากได้สัตว์เลี้ยงตัวอื่นก็สามารถบอกผมได้ครับ ผมสามารถไปซื้อมาให้พวกคุณได้ สัตว์เลี้ยงของที่นี่ผมเป็นคนเลือกเองทั้งหมด เรื่องความแข็งแรงและคุณสมบัติรับรองได้ว่าไม่มีปัญหาแน่นอน เรื่องอายุและสีขนก็ตามแต่ความต้องการของลูกค้าเลยครับ”

หลิวเหวินอิงที่ได้รับคำแนะนำมาจากจ้าวฉี และยังเคยเห็นเจ้าแมวบริติชขนสั้นตัวนั้นของจ้าวฉีด้วยตาของตนเอง จึงมีความมั่นใจค่อนข้างสูง

เธอเอ่ยปากพูดก่อน “เพื่อนบ้านของฉันที่อยู่ชั้นล่างซื้อแมวบริติชขนสั้นจากร้านของคุณไปตัวหนึ่ง ฉันเห็นว่าตัวนั้นก็ดีมากๆ เลยทีเดียว ทั้งสวยทั้งเชื่อง พอลูกของฉันเห็นแล้วก็ชอบเอามากๆ เถ้าแก่คะไม่ทราบว่าคุณจะสามารถหาตัวที่เหมือนกันกับตัวนั้นได้อีกไหมคะ?”

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น